
Key Points
- แหล่งอ้างอิงหลักคือบทความรวบรวมของกรมศิลปากร ไม่ใช่ภาพคำคมที่ไม่ระบุที่มา
- รัชกาลที่ 3 มีข้อความพระราชโองการปฏิสันถารที่ต้องแยกจากพระปฐมบรมราชโองการ
- รัชกาลที่ 5 มีข้อความที่กรมศิลปากรบันทึกไว้สองครั้งในปี 2411 และ 2416
- รัชกาลที่ 8 ไม่ได้ทรงรับพระราชพิธีบรมราชาภิเษก จึงไม่ควรสร้างข้อความพระปฐมบรมราชโองการขึ้นแทน
พระปฐมบรมราชโองการเป็นถ้อยคำที่พระมหากษัตริย์พระราชทานในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก หลังพิธีถวายเครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์และเครื่องราชูปโภค กรมศิลปากร รวบรวมข้อความตั้งแต่ต้นกรุงรัตนโกสินทร์ถึงรัชกาลที่ 9 ไว้ให้ตรวจสอบ
ข้อความเหล่านี้เปลี่ยนไปตามยุคสมัย บทความนี้จัดกลุ่มตามรัชกาลและยกถ้อยคำสั้น ๆ ที่ตรวจเทียบกับกรมศิลปากรแล้ว เพื่อให้เห็นใจความโดยไม่ทำให้ข้อความภาษามคธและคำแปลปะปนกัน
มีข้อควรแยกให้ชัดสองกรณี: กรมศิลปากรระบุว่าไม่พบหลักฐานพระปฐมบรมราชโองการของรัชกาลที่ 3 ในช่วงพิธีที่กล่าวถึง แต่พบพระราชโองการปฏิสันถาร และรัชกาลที่ 8 เสด็จสวรรคตก่อนทรงรับพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

รัชกาลที่ 1–3: ถ้อยคำยุคต้นและข้อยกเว้นของ ร.3
รัชกาลที่ 1 กรมศิลปากรระบุปี 2328 และบันทึกตอนหนึ่งว่า “พรรณพฤกษ ชลธี แลสิ่งของในแผ่นดิน … ตามแต่สมณชีพราหมณาจารย์ราษฎรปรารถนาเถิด” ถ้อยคำกล่าวถึงสิ่งที่ไม่มีผู้หวงแหนในแผ่นดิน
รัชกาลที่ 2 ระบุวันที่ 17 กันยายน 2352 ข้อความกล่าวถึงพฤกษา แม่น้ำ และสิ่งของที่ไม่มีเจ้าของหวงแหน ให้สมณะ พราหมณ์ และประชาราษฎร์ใช้ตามปรารถนา ใจความจึงต่อเนื่องกับถ้อยคำยุคต้น แม้รายละเอียดภาษาไม่เหมือนกันทุกคำ
รัชกาลที่ 3 เป็นกรณีที่ไม่ควรนำข้อความมาจัดเป็นพระปฐมบรมราชโองการโดยไม่มีคำอธิบาย กรมศิลปากรระบุว่าไม่พบหลักฐานพระปฐมบรมราชโองการหลังพิธีถวายสิริราชสมบัติและเครื่องราชกกุธภัณฑ์ที่พระที่นั่งภัทรบิฐ แต่พบพระราชโองการปฏิสันถารในการเสด็จมหาสมาคม วันที่ 1 สิงหาคม 2367 โดยมีตอนว่า “เจ้าพระยา และพระยา ของซึ่งถวายทั้งนี้ จงจัดแจงบำรุงไว้ให้ดี จะได้รักษาแผ่นดิน”

รัชกาลที่ 4–6: ถ้อยคำและการเปลี่ยนรูปแบบ
รัชกาลที่ 4 กรมศิลปากรระบุวันที่ 15 พฤษภาคม 2394 พร้อมข้อความที่กล่าวถึง “พรรณพฤกษ ชลธี แลสิ่งของในแผ่นดิน” และการใช้สิ่งที่ไม่มีผู้หวงแหน ถ้อยคำมีแกนความหมายใกล้กับยุคต้น แต่ควรอ่านฉบับเต็มจากแหล่งอ้างอิงเมื่อจะนำไปอ้างตรง
รัชกาลที่ 5 มีบันทึกสองครั้ง ครั้งแรกวันที่ 12 พฤศจิกายน 2411 และอีกครั้งวันที่ 16 พฤศจิกายน 2416 ในครั้งหลังกรมศิลปากรแสดงทั้งคำภาษามคธและคำแปลซึ่งกล่าวถึงการครองราชสมบัติและการให้ประชาราษฎร์ใช้สิ่งที่ไม่มีเจ้าของหวงแหน จึงไม่ควรยุบทั้งสองครั้งเป็นวันเดียว
รัชกาลที่ 6 ระบุวันที่ 11 พฤศจิกายน 2453 กรมศิลปากรลงคำภาษามคธพร้อมคำแปล ใจความคำแปลกล่าวถึงการทรงราชภาระ “เพื่อประโยชน์เกื้อกูลและสุขแห่งมหาชน” และการปกครองรักษาโดยธรรม บทความเดิมมีคำสะกดผิดในคำแปล จึงใช้เพียงข้อความสั้นที่ตรวจได้แทนการคัดข้อความยาว

รัชกาลที่ 7–9: กรณี ร.8 และถ้อยคำที่จดจำ
รัชกาลที่ 7 กรมศิลปากรระบุวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2468 และลงคำภาษามคธกับคำแปลที่กล่าวถึงการทรงราชภาระเพื่อประโยชน์และความสุขของมหาชน เนื้อหาใกล้กับข้อความของรัชกาลที่ 6 แต่ควรอ้างตามฉบับของแต่ละรัชกาล
รัชกาลที่ 8 กรมศิลปากรระบุว่าเสด็จสวรรคตก่อนทรงรับพระราชพิธีบรมราชาภิเษก จึงไม่มีข้อความพระปฐมบรมราชโองการจากพระราชพิธีดังกล่าวในรายการนี้ การเว้นช่องนี้เป็นข้อมูลสำคัญ ไม่ใช่ข้อความที่ตกหล่นจากตาราง
รัชกาลที่ 9 ระบุวันที่ 5 พฤษภาคม 2493 กับพระปฐมบรมราชโองการว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม” หากต้องการอ่านบริบทเกี่ยวกับพระราชประวัติและวันสำคัญ ดูบทความวันพ่อแห่งชาติของเว็บไซต์ประกอบ โดยไม่ใช้บทความนั้นแทนแหล่งอ้างอิงถ้อยคำ
เมื่ออ้างถ้อยคำในพระราชพิธี ควรระบุรัชกาล วันที่ และประเภทของพระราชโองการให้ตรงกับแหล่งประวัติศาสตร์
สรุป
กรมศิลปากรบันทึกถ้อยคำตั้งแต่รัชกาลที่ 1 ถึง 9 ซึ่งมีทั้งข้อความภาษาไทยและภาษามคธพร้อมคำแปลในบางรัชกาล การอ่านตามลำดับช่วยเห็นความเปลี่ยนแปลงของถ้อยคำโดยไม่ทำให้ข้อความต่างครั้งปะปนกัน
กรณีรัชกาลที่ 3 ต้องแยกพระราชโองการปฏิสันถารจากพระปฐมบรมราชโองการ ส่วนรัชกาลที่ 8 ไม่ได้ทรงรับพระราชพิธีบรมราชาภิเษก จึงไม่ควรเติมถ้อยคำที่ไม่มีในหลักฐาน
บทความนี้ยกเฉพาะใจความและคำอ้างสั้น ๆ สำหรับการอ่านทั่วไป หากต้องคัดข้อความฉบับเต็มหรือใช้ในการอ้างอิงทางวิชาการ ให้ตรวจต้นฉบับของกรมศิลปากรโดยตรง
