
Key Points
- SME หมายถึงธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม แต่เกณฑ์ที่ใช้ขึ้นอยู่กับหน่วยงานและวัตถุประสงค์
- เกณฑ์ของ สสว. พิจารณารายได้ต่อปีและจำนวนการจ้างงาน โดยแยกการผลิตออกจากบริการและการค้า
- หากจำนวนการจ้างงานกับรายได้เข้าคนละระดับ ให้ใช้รายได้เป็นเกณฑ์พิจารณาตามข้อมูลของ สสว.
- การเป็น SME ไม่ได้รับประกันว่าจะได้สินเชื่อ เงินสนับสนุน หรือสิทธิประโยชน์โดยอัตโนมัติ
คำว่าเอสเอ็มอีหรือ SME ปรากฏในข่าวเศรษฐกิจและบริการสำหรับผู้ประกอบการอยู่เสมอ โดยย่อมาจาก Small and Medium Enterprises หมายถึงกิจการขนาดกลางและขนาดย่อม แต่คำนี้ไม่ได้บอกว่าธุรกิจต้องขายสินค้าแบบใดหรือมีเจ้าของกี่คน
เวลาใช้คำว่า SME จึงควรดูว่ากำลังพูดถึงความหมายทั่วไป เกณฑ์ของหน่วยงานไทย หรือคุณสมบัติสำหรับโครงการใดโครงการหนึ่ง เพราะแต่ละเรื่องอาจใช้เงื่อนไขไม่เหมือนกัน
บทความนี้อธิบายเกณฑ์ที่สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เผยแพร่ พร้อมแยกประเภทกิจการและข้อควรคิดในการเริ่มธุรกิจ โดยไม่ใช้ตัวเลขสัดส่วนหรือสิทธิประโยชน์ที่ไม่ระบุแหล่งและเงื่อนไข

SME คืออะไร และขอบเขตเปลี่ยนตามเกณฑ์ไหน
SME เป็นคำเรียกกลุ่มธุรกิจที่มีขนาดเล็กหรือกลางเมื่อเทียบกับกิจการขนาดใหญ่ โดยทั่วไปหน่วยงานจะกำหนดเส้นแบ่งจากตัวชี้วัด เช่น รายได้ต่อปีหรือจำนวนคนทำงาน ทั้งนี้ไม่มีตัวเลขชุดเดียวที่ใช้แทนเกณฑ์ของทุกประเทศและทุกโครงการได้
ในประเทศไทย สสว. แบ่งกิจการเป็นวิสาหกิจรายย่อย วิสาหกิจขนาดย่อม และวิสาหกิจขนาดกลาง โดยใช้เกณฑ์ต่างกันตามลักษณะกิจการ อ่าน นิยาม SME ที่ สสว. เผยแพร่ เพื่อดูตารางและหมายเหตุประกอบฉบับปัจจุบัน
คำว่า SME จึงไม่ใช่ประเภทสินค้า รูปแบบบริษัท หรือคำยืนยันว่าธุรกิจมีกำไร กิจการผลิตสินค้า ร้านค้า และผู้ให้บริการอาจอยู่ในกลุ่มนี้ได้ หากผ่านเกณฑ์ที่หน่วยงานนั้นกำหนด
นอกจากนี้ เกณฑ์จำแนกขนาดกิจการกับคุณสมบัติรับความช่วยเหลือเป็นคนละเรื่องกัน หน่วยงานหรือโครงการอาจกำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติม เช่น ประเภทธุรกิจ เอกสาร รายได้ หรือพื้นที่ดำเนินงาน ผู้ประกอบการจึงควรตรวจประกาศของบริการที่ต้องการใช้โดยตรง

เกณฑ์ SME ในประเทศไทยดูจากอะไร
ตารางนิยามของ สสว. ใช้รายได้ต่อปีและจำนวนการจ้างงาน และแยกกิจการผลิตออกจากกลุ่มบริการ ค้าส่ง และค้าปลีก เกณฑ์ที่แสดงในหน้า สสว. มีดังนี้
- วิสาหกิจรายย่อย (Micro): รายได้ต่อปีไม่เกิน 1.8 ล้านบาท และมีการจ้างงานไม่เกิน 5 คน
- วิสาหกิจขนาดย่อม (Small): กิจการผลิตมีรายได้ไม่เกิน 100 ล้านบาทหรือการจ้างงานไม่เกิน 50 คน ส่วนบริการ ค้าส่ง และค้าปลีกมีรายได้ไม่เกิน 50 ล้านบาทหรือการจ้างงานไม่เกิน 30 คน
- วิสาหกิจขนาดกลาง (Medium): กิจการผลิตมีรายได้เกิน 100 ล้านบาทแต่ไม่เกิน 500 ล้านบาท หรือการจ้างงานเกิน 50 คนแต่ไม่เกิน 200 คน ส่วนบริการ ค้าส่ง และค้าปลีกมีรายได้เกิน 50 ล้านบาทแต่ไม่เกิน 300 ล้านบาท หรือการจ้างงานเกิน 30 คนแต่ไม่เกิน 100 คน
วิสาหกิจรายย่อยเป็นส่วนหนึ่งของวิสาหกิจขนาดย่อม ไม่ใช่กลุ่มที่อยู่นอกนิยาม SME ส่วนเกณฑ์ของขนาดย่อมและขนาดกลางต้องอ่านคู่กับประเภทกิจการ เพราะเพดานรายได้และการจ้างงานของภาคผลิตต่างจากบริการและการค้า
หากจำนวนการจ้างงานทำให้กิจการเข้ากลุ่มหนึ่ง แต่รายได้เข้ากับอีกกลุ่มหนึ่ง สสว. ระบุให้ถือรายได้เป็นเกณฑ์พิจารณา โดยรายได้อ้างอิงจากงบการเงินหรือเอกสารบัญชีแสดงรายได้ และจำนวนการจ้างงานใช้หลักฐานตามที่กฎหมายกำหนด
เกณฑ์ในหน้านิยามนี้ใช้รายได้และจำนวนการจ้างงาน ไม่ได้ใช้มูลค่าสินทรัพย์เป็นตัวตัดสินตามตารางดังกล่าว หากกำลังยื่นขอขึ้นทะเบียนหรือเข้าร่วมโครงการ ควรตรวจข้อมูล สสว. และประกาศของหน่วยงานนั้นอีกครั้งก่อนส่งเอกสาร

ธุรกิจ SME แบ่งตามลักษณะงานได้อย่างไร
เพื่อทำความเข้าใจรูปแบบธุรกิจ อาจแบ่งกิจการ SME ตามสิ่งที่ทำเป็นการผลิต การค้า และการบริการ วิธีแบ่งนี้ช่วยให้เห็นลักษณะงาน แต่ไม่ควรสับสนกับตารางเกณฑ์ขนาดที่ สสว. ใช้ ซึ่งจัดบริการ ค้าส่ง และค้าปลีกไว้ในกลุ่มเกณฑ์เดียวกัน
ธุรกิจผลิตสร้างหรือแปรรูปสินค้า เช่น อาหาร เครื่องนุ่งห่ม หรือชิ้นส่วน กิจการลักษณะนี้มักต้องวางแผนวัตถุดิบ เครื่องมือ คุณภาพ และสินค้าคงคลังให้สัมพันธ์กับยอดสั่งซื้อ
ธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งรับสินค้ามาจำหน่ายต่อ ตั้งแต่ร้านชุมชนไปจนถึงร้านค้าออนไลน์ งานสำคัญจึงรวมถึงการเลือกสินค้า บริหารสต็อก ตั้งราคา และทำให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ
ธุรกิจบริการขายความเชี่ยวชาญ เวลา หรือประสบการณ์ เช่น ร้านอาหาร งานซ่อมแซม การท่องเที่ยว และที่ปรึกษา คุณภาพบริการ การนัดหมาย และความสม่ำเสมอของประสบการณ์ลูกค้ามีผลต่อการเติบโตของกิจการ

SME สำคัญต่อเศรษฐกิจอย่างไรและเจอข้อท้าทายอะไร
กิจการขนาดเล็กและกลางทำให้สินค้าและบริการเข้าถึงผู้คนในหลายพื้นที่ และเป็นช่องทางที่ผู้ประกอบการสามารถสร้างงานจากความรู้ ทักษะ หรือความต้องการของชุมชนได้ ความสำคัญของแต่ละกิจการจึงไม่ได้วัดจากขนาดรายได้เพียงอย่างเดียว
ในภาพรวมทั่วโลก ธนาคารโลกอธิบายว่า SME คิดเป็นประมาณ 90% ของธุรกิจและมีสัดส่วนมากกว่าครึ่งของการจ้างงาน ตัวเลขนี้เป็นภาพรวมระดับโลก ไม่ใช่สถิติของประเทศไทย และไม่ควรนำไปใช้แทนข้อมูลของประเทศใดประเทศหนึ่งโดยตรง (ข้อมูล SME Finance จากธนาคารโลก)
ข้อท้าทายที่ผู้ประกอบการอาจพบ ได้แก่ การเข้าถึงเงินทุน การแข่งขัน การเปลี่ยนแปลงของต้นทุน และข้อจำกัดด้านบุคลากร ธนาคารโลกยังชี้ว่าการเข้าถึงแหล่งเงินทุนเป็นอุปสรรคต่อการเริ่มต้น รักษา และขยายกิจการในหลายประเทศกำลังพัฒนา แต่สาเหตุและทางเลือกจริงแตกต่างกันไปตามธุรกิจและตลาด
การจัดเป็น SME ไม่ได้ทำให้ได้รับสินเชื่อ เงินอุดหนุน หรือการยกเว้นเงื่อนไขโดยอัตโนมัติ ก่อนกู้หรือสมัครโครงการ ควรอ่านคุณสมบัติ ค่าใช้จ่าย ภาระชำระคืน และข้อผูกพันจากผู้ให้บริการโดยตรง รวมถึงประเมินว่ากระแสเงินสดของกิจการรองรับได้หรือไม่

เริ่มต้นและพัฒนา SME ให้เติบโตอย่างมีระบบ
เริ่มจากระบุว่าลูกค้ากลุ่มใดมีปัญหาหรือความต้องการแบบไหน แล้วตรวจสอบด้วยการพูดคุย ทดลองขาย หรือให้บริการในขอบเขตเล็กก่อนลงทุนเพิ่ม การมีผู้สนใจจริงและเข้าใจเหตุผลที่ลูกค้าเลือกซื้อช่วยให้ตัดสินใจเรื่องสินค้า ราคา และช่องทางได้มีข้อมูลรองรับ
ทำบัญชีรายรับรายจ่ายและแยกเงินส่วนตัวออกจากเงินกิจการ เพื่อมองเห็นต้นทุนคงที่ ต้นทุนต่อหน่วย หนี้ที่ต้องชำระ และเงินสดที่ใช้หมุนเวียนได้ชัดขึ้น ยอดขายสูงไม่ได้แปลว่ามีกำไรหรือมีเงินพอจ่ายค่าใช้จ่ายทุกงวด จึงควรติดตามตัวเลขของกิจการจากเอกสารจริง
ทบทวนขั้นตอนทำงานเป็นรอบ ตั้งเป้าหมายที่วัดได้ ทดลองวิธีใหม่ แล้วดูผลก่อนขยายแนวทางนั้น ผู้ที่ต้องการตัวอย่างแนวทางปรับปรุงงานอ่านเพิ่มได้จากบทความ PDCA คืออะไรและใช้พัฒนางานอย่างไร
หากต้องการบริการหรือข้อมูลจากภาครัฐ ให้เริ่มจาก หน้าบริการสำหรับผู้ประกอบการของ สสว. ซึ่งรวบรวมช่องทางที่เกี่ยวข้องไว้ แล้วตรวจคุณสมบัติ ค่าใช้จ่าย และเงื่อนไขของแต่ละบริการอีกครั้ง เพราะโครงการอาจเปลี่ยนแปลงได้
สรุป
SME หมายถึงธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม แต่เกณฑ์ที่ใช้ขึ้นอยู่กับประเทศ หน่วยงาน และวัตถุประสงค์ การเข้าใจนิยามจึงควรเริ่มจากแหล่งข้อมูลของหน่วยงานที่กำลังติดต่อ
สำหรับประเทศไทย สสว. พิจารณารายได้ต่อปีและจำนวนการจ้างงาน โดยมีเกณฑ์ต่างกันระหว่างการผลิตกับบริการและการค้า และให้ใช้รายได้พิจารณาเมื่อสองตัวชี้วัดจัดธุรกิจไว้คนละขนาด
สำหรับผู้ประกอบการ การเข้าใจขนาดกิจการเป็นเพียงจุดเริ่มต้น ควรตรวจเอกสารและเงื่อนไขของโครงการให้ตรงกับธุรกิจ พร้อมติดตามลูกค้า ต้นทุน และกระแสเงินสดเพื่อวางแผนเติบโตอย่างรอบคอบ







