
Key Points
- 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2524 หมู่เกาะสุรินทร์ได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเล ลำดับที่ 29 ของประเทศไทย
- หมู่เกาะสุรินทร์มี 5 เกาะ ได้แก่ เกาะสุรินทร์เหนือ เกาะสุรินทร์ใต้ เกาะรี เกาะไข่ และเกาะกลาง
- พื้นที่อุทยานฯ ปัจจุบัน 141.25 ตารางกิโลเมตร หลังผนวกกองหินริเชริวใน พ.ศ. 2550
- ข้อมูลอุทยานฯ ระบุช่วงเปิด 1 พฤศจิกายนถึง 30 เมษายน และปิด 1 พฤษภาคมถึง 31 ตุลาคม แต่กำหนดการอาจเปลี่ยนตามประกาศและสภาพอากาศ
หมู่เกาะสุรินทร์ในจังหวัดพังงาเป็นแหล่งธรรมชาติทางทะเลที่มีทั้งแนวปะการัง ป่าดิบชื้น อ่าวกำบังคลื่น และเรื่องราวของชุมชนชายฝั่ง จุดเริ่มต้นของพื้นที่ในฐานะอุทยานแห่งชาติสัมพันธ์กับประกาศเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2524
พื้นที่แห่งนี้มีภูมิประเทศต่างจากเกาะท่องเที่ยวทั่วไป เกาะสุรินทร์เหนือและเกาะสุรินทร์ใต้ตั้งอยู่ใกล้กันแบบเกาะแฝด มีอ่าวขนาดใหญ่และแนวปะการังริมฝั่งที่ช่วยสร้างระบบนิเวศอันอุดมสมบูรณ์
บทความนี้เรียบเรียงประวัติ ขนาดพื้นที่ ภูมิประเทศ ธรรมชาติ วิถีชาวเล และช่วงเปิดปิดอุทยานฯ จากข้อมูลของกรมอุทยานแห่งชาติ เพื่อใช้เป็นพื้นฐานก่อนวางแผนเดินทาง โดยควรตรวจประกาศล่าสุดอีกครั้งก่อนออกเดินทางทุกครั้ง

ประวัติการจัดตั้งหมู่เกาะสุรินทร์
ข้อมูลของกรมอุทยานแห่งชาติระบุว่า พระยาสุรินทราชา เทศาเมืองภูเก็ต นามเดิมนกยูง วิเศษกุล เป็นผู้พบและตั้งชื่อหมู่เกาะสุรินทร์ระหว่างการสำรวจทะเลฝั่งอันดามันในพื้นที่ตำบลเกาะพระทอง อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา รายละเอียดส่วนนี้เป็นจุดเริ่มต้นของชื่อพื้นที่ในเอกสารทางการ
วันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2514 กรมป่าไม้ประกาศให้พื้นที่หมู่เกาะสุรินทร์เป็นป่าสงวนแห่งชาติ ต่อมามีการสำรวจทรัพยากรบนบกและในทะเล พบปะการัง ป่าที่สมบูรณ์ หาดทราย และนกหลายชนิด จึงเกิดแนวทางพัฒนาพื้นที่เพื่อการอนุรักษ์และศึกษาธรรมชาติ
คณะกรรมการอุทยานแห่งชาติมีมติเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2523 เห็นสมควรกำหนดพื้นที่หมู่เกาะสุรินทร์เป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเล จากนั้นมีพระราชกฤษฎีกาประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 98 ตอนที่ 112 ลงวันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2524
พื้นที่ตามประกาศเดิมมี 84,375 ไร่ หรือ 135 ตารางกิโลเมตร และได้รับการนับเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 29 ของไทย ต่อมา พ.ศ. 2550 มีการผนวกกองหินริเชริวอีก 3,907 ไร่ หรือ 6.25 ตารางกิโลเมตร ทำให้พื้นที่รวมตามข้อมูลกรมอุทยานฯ อยู่ที่ 88,282 ไร่ หรือ 141.25 ตารางกิโลเมตร อ่านรายละเอียดได้จาก ข้อมูลอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ของกรมอุทยานแห่งชาติ

ภูมิประเทศและเกาะสำคัญ
หมู่เกาะสุรินทร์ตั้งอยู่ในทะเลอันดามันใกล้ชายแดนเมียนมา และอยู่ห่างจากชายฝั่งด้านตะวันตกของไทยประมาณ 70 กิโลเมตร กลุ่มเกาะประกอบด้วยเกาะสุรินทร์เหนือ เกาะสุรินทร์ใต้ เกาะรี เกาะไข่ และเกาะกลาง โดยเกาะสองแห่งแรกมีขนาดใหญ่และอยู่ใกล้กันมากที่สุด
เกาะสุรินทร์เหนือกับเกาะสุรินทร์ใต้มีพื้นน้ำตื้นกว้างประมาณ 200 เมตรคั่นกลาง ช่วงน้ำลดพื้นที่ดังกล่าวปรากฏเป็นอ่าวช่องขาด ลักษณะภูมิประเทศนี้สะท้อนอิทธิพลของระดับน้ำทะเลต่อเส้นทางและกิจกรรมในพื้นที่ จึงควรปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่
กลุ่มเกาะมีอ่าวขนาดใหญ่ช่วยกำบังคลื่นลมในบางบริเวณ จึงเกิดแนวปะการังริมฝั่งรอบเกาะหลักและเกาะบริวาร น้ำทะเลใส อุณหภูมิเหมาะสม และมีกระแสน้ำพาสารอาหารเข้ามา เป็นปัจจัยที่ช่วยหล่อเลี้ยงสิ่งมีชีวิตใต้ทะเล
การเดินทางจากฝั่งคุระบุรีต้องอาศัยเรือและการวางแผนตามสภาพทะเล ตารางเรือ และข้อกำหนดของอุทยานฯ หากต้องเตรียมตัวเรื่องการเดินทางทางทะเล สามารถอ่าน คู่มือเที่ยวทะเลด้วยสปีดโบ๊ต ควบคู่กับประกาศของหน่วยงานที่ดูแลพื้นที่

ป่า ปะการัง และสัตว์ทะเล
กรมอุทยานแห่งชาติระบุว่าหมู่เกาะสุรินทร์มีป่าดงดิบ ป่าชายหาด และป่าชายเลน ป่าดงดิบเป็นพื้นที่สำคัญของพืชพรรณหลายชนิด ส่วนป่าชายหาดและป่าชายเลนทำหน้าที่เป็นแนวเชื่อมต่อระหว่างพื้นดินกับทะเล
แนวปะการังที่พบรอบหมู่เกาะเป็นแนวปะการังริมฝั่ง หรือ fringing reef มีทั้งปะการังดอกกะหล่ำ ปะการังเขากวาง ปะการังโขด ปะการังสมอง ปะการังจาน ปะการังอ่อน และกัลปังหา นอกจากนี้ยังมีหญ้าทะเลในบริเวณอ่าวอีกหลายชนิด
ระบบนิเวศใต้ทะเลรองรับปลา สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง และสัตว์ทะเลหายากหลายกลุ่ม กรมอุทยานฯ ระบุว่าพื้นที่มีรายงานพบฉลามวาฬ วาฬ และเต่าทะเล 4 ชนิด ได้แก่ เต่ามะเฟือง เต่าตนุ เต่ากระ และเต่าหญ้า การพบเห็นสัตว์แต่ละครั้งขึ้นอยู่กับธรรมชาติและไม่ควรรบกวนสัตว์เพื่อให้ได้ภาพ
การดูแลแนวปะการังเริ่มจากการไม่เหยียบหรือสัมผัสปะการัง ไม่นำเปลือกหอยและสิ่งมีชีวิตออกจากทะเล รวมถึงไม่นำอาหารหรือขยะทิ้งลงน้ำ หากสนใจภาพรวมแหล่งชายฝั่งไทย อ่าน 5 อันดับทะเลที่สวยที่สุดในประเทศไทย เพื่อเปรียบเทียบลักษณะพื้นที่อย่างกว้าง ๆ ได้

วิถีชาวเลและการท่องเที่ยวอย่างเคารพพื้นที่
หน้าแนะนำอุทยานแห่งชาติของกรมอุทยานฯ ใช้คำว่า “ที่สุดแห่งป่าปะการังและวิถีชาวเล” เป็นคำอธิบายภาพรวมของหมู่เกาะสุรินทร์ จึงควรมองพื้นที่ผ่านทั้งมิติธรรมชาติและผู้คนที่มีความสัมพันธ์กับทะเล ไม่ใช่เพียงจุดถ่ายภาพหรือแหล่งดำน้ำ
การเยี่ยมชมชุมชนหรือพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับวิถีชาวเลควรทำตามเงื่อนไขของอุทยานฯ และชุมชน ไม่ถ่ายภาพบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่หยิบจับเครื่องมือหรือสิ่งของส่วนตัว และไม่ทำกิจกรรมที่รบกวนการดำเนินชีวิตของคนในพื้นที่
การท่องเที่ยวแบบรับผิดชอบยังครอบคลุมการใช้ทรัพยากรอย่างพอดี เดินตามเส้นทางที่กำหนด ใช้จุดทิ้งขยะที่จัดไว้ และลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว แนวปฏิบัติเหล่านี้ช่วยลดแรงกดดันต่อเกาะและทะเลที่มีระบบนิเวศเปราะบาง
ธรรมชาติของหมู่เกาะสุรินทร์มีความสำคัญควบคู่กับวัฒนธรรมของชุมชน การเดินทางอย่างระมัดระวังและเคารพกติกาจึงช่วยให้ประสบการณ์ท่องเที่ยวไม่กระทบพื้นที่ หากสนใจแหล่งธรรมชาติที่มีประวัติและกฎการเข้าชม ควรอ่าน ประวัติถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน เพื่อเปรียบเทียบแนวคิดการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

ฤดูท่องเที่ยวและข้อมูลก่อนเดินทาง
ข้อมูลบนหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ของกรมอุทยานฯ ระบุฤดูร้อนตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์ถึงกลางเดือนพฤษภาคม และฤดูฝนตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคมถึงเดือนตุลาคม ช่วงฤดูฝนได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ทำให้ฝนตกหนักและทะเลมีคลื่นลมแรง
หน้าอุทยานฯ ระบุช่วงปิดฤดูท่องเที่ยวตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคมถึง 31 ตุลาคม และเปิดฤดูท่องเที่ยวตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายนถึง 30 เมษายน ข้อมูลดังกล่าวเป็นกรอบประจำปีจากหน่วยงานทางการ แต่วันเดินทางจริงอาจมีการปรับตามสภาพอากาศ การฟื้นฟูธรรมชาติ หรือประกาศเฉพาะกิจ
ก่อนออกเดินทางควรตรวจสถานะการเปิดพื้นที่ ตารางเรือ ที่พัก จุดกางเต็นท์ และข้อจำกัดกิจกรรมจากหน่วยงานทางการ ไม่ควรใช้โพสต์เก่าหรือข้อมูลจากฤดูกาลก่อนเป็นหลัก หากมีคำเตือนคลื่นลมหรือประกาศปิดพื้นที่ ควรเลื่อนการเดินทางตามคำแนะนำ
วันเปิดอุทยาน เส้นทางเรือ และกิจกรรมในพื้นที่อาจเปลี่ยนตามสภาพอากาศ ควรตรวจประกาศล่าสุดจากกรมอุทยานแห่งชาติก่อนจองและออกเดินทาง
สรุป
หมู่เกาะสุรินทร์ได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2524 และนับเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 29 ของประเทศไทย ปัจจุบันพื้นที่รวมกองหินริเชริวมีขนาด 141.25 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมเกาะ 5 เกาะและระบบนิเวศทางทะเลที่หลากหลาย
จุดเด่นของพื้นที่อยู่ที่เกาะแฝด อ่าวช่องขาด แนวปะการังริมฝั่ง ป่าดิบชื้น ป่าชายหาด ป่าชายเลน และวิถีชาวเล การอ่านข้อมูลควบคู่กับกติกาอนุรักษ์ช่วยให้เห็นความสำคัญของหมู่เกาะมากกว่าความสวยงามบนภาพถ่าย
หากวางแผนเดินทาง ควรตรวจประกาศล่าสุดเกี่ยวกับช่วงเปิดปิด การเดินเรือ ที่พัก และความปลอดภัยจากกรมอุทยานแห่งชาติ แล้วเดินทางโดยไม่รบกวนคนในชุมชนหรือสิ่งมีชีวิตในทะเล การท่องเที่ยวที่รับผิดชอบช่วยรักษาหมู่เกาะสุรินทร์ให้คงความสมบูรณ์ต่อไป