เรื่องน่าสนใจ

ดนตรีไทยมีเครื่องดนตรีกี่ประเภท รู้จักวงปี่พาทย์ เครื่องสาย และมโหรี

Key Points

  • เครื่องดนตรีไทยแบ่งตามวิธีทำให้เกิดเสียงได้ 4 กลุ่ม คือ ดีด สี ตี และเป่า
  • ชื่อวงที่มักใช้เป็นจุดเริ่มเรียนรู้คือ ปี่พาทย์ เครื่องสาย และมโหรี
  • จำนวนเครื่องในวงอาจเปลี่ยนตามขนาดและรูปแบบ จึงไม่ควรจำตัวเลขชุดเดียวว่าใช้ได้กับทุกวง
  • การฟังเสียงเด่นและดูการจัดวงช่วยให้เข้าใจดนตรีไทยได้มากกว่าการท่องชื่อเครื่อง

คำถามว่า ดนตรีไทยมีกี่ประเภท ต้องแยกก่อนว่ากำลังนับอะไร หากนับเครื่องดนตรีตามวิธีทำให้เกิดเสียง มักแบ่งเป็น ดีด สี ตี เป่า รวม 4 กลุ่ม แต่หากพูดถึงลักษณะวงที่คนคุ้นชื่อ จะพบวงปี่พาทย์ วงเครื่องสาย และวงมโหรีเป็นตัวอย่างสำคัญ

ดนตรีไทยเป็นทั้งการบรรเลง การขับร้อง และการทำงานร่วมกันของผู้เล่นหลายเครื่อง ประวัติของเครื่องและวงเปลี่ยนแปลงตามบริบท จึงไม่ควรสรุปว่าเครื่องทุกชิ้นเกิดในยุคเดียวกัน หรือว่ารูปแบบวงหนึ่งมีจำนวนเครื่องตายตัวเสมอ

บทความนี้ใช้ข้อมูลจากกรมศิลปากรและ Thai PBS เพื่ออธิบายสองวิธีจัดกลุ่มดังกล่าว พร้อมแนวทางเริ่มฟังให้จับความต่างของเสียงและหน้าที่ของเครื่องดนตรีได้ง่ายขึ้น

ประวัติดนตรีไทยควรอ่านอย่างไร

ประวัติดนตรีไทยควรอ่านอย่างไร

ดนตรีไทยมีความเป็นมาหลายช่วงเวลา แต่คำอธิบายที่ระบุว่าเครื่องทุกชนิดมาจากชาติใดชาติหนึ่งหรือเกิดขึ้นในสมัยเดียวกันต้องใช้หลักฐานเฉพาะเรื่อง กรมศิลปากรแนะนำหนังสือ เครื่องดนตรีไทยพร้อมด้วยตำนานการผสมวงมโหรี ปี่พาทย์ และเครื่องสาย ซึ่งแยกเรื่องเครื่องดนตรีออกจากเรื่องการผสมวงอย่างชัดเจน

จุดสำคัญของการอ่านประวัติคือแยกหลักฐานเรื่องเครื่องดนตรีออกจากคำอธิบายการใช้เครื่องในวง ตัวอย่างเช่น การมีชื่อเครื่องในเอกสารหนึ่งชิ้นช่วยยืนยันว่ามีการกล่าวถึงเครื่องนั้น แต่ไม่เพียงพอที่จะยืนยันวันแรกที่ประดิษฐ์หรือผู้คิดค้น หากไม่มีข้อมูลเพิ่ม

Thai PBS เล่าเรื่องมหรสพในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยกล่าวถึงวงหลายรูปแบบในบริบทการแสดง บทความนั้นช่วยให้เห็นว่าการจัดวงเกี่ยวข้องกับพื้นที่และผู้ฟังในแต่ละยุค มากกว่าจะเป็นบัญชีเครื่องดนตรีที่ใช้เหมือนกันทุกครั้ง

เครื่องดนตรีไทย 4 ประเภท: ดีด สี ตี เป่า

เครื่องดนตรีไทย 4 ประเภท: ดีด สี ตี เป่า

การแบ่งเครื่องดนตรีไทยตามวิธีเล่นเป็นสี่กลุ่มช่วยให้เริ่มจำแนกเสียงได้ ดีด คือทำให้สายสั่นด้วยการดีด เช่น จะเข้ ส่วน สี ใช้คันชักสีกับสาย เช่น ซอด้วงหรือซออู้ หลักเกณฑ์นี้มองวิธีทำให้เกิดเสียงเป็นหลัก ไม่ได้จัดตามรูปร่างของเครื่อง

ตี ครอบคลุมเครื่องที่เกิดเสียงเมื่อถูกตีหรือกระทบ เช่น ระนาด ฆ้อง และฉิ่ง ส่วน เป่า อาศัยลมหายใจ เช่น ปี่และขลุ่ย รายชื่อเหล่านี้เป็นเพียงตัวอย่าง ไม่ใช่รายการครบทุกเครื่องที่มีการใช้ในดนตรีไทย

คำอธิบายหนังสือในคลัง กรมศิลปากร ระบุเครื่องตี เครื่องเป่า เครื่องดีด และเครื่องสีเป็นหมวดที่หนังสืออธิบาย หากเห็นคำว่า “ดนตรีไทย 4 ประเภท” จึงควรเข้าใจว่าตัวเลขนี้หมายถึง วิธีจัดประเภทเครื่องดนตรี ในกรอบนี้

วงดนตรีไทย 3 กลุ่มที่มักพบ

วงดนตรีไทย 3 กลุ่มที่มักพบ

เมื่อเปลี่ยนจากการนับเครื่องไปดูการบรรเลงร่วมกัน ชื่อวงที่พบได้บ่อยคือ ปี่พาทย์ เครื่องสาย และมโหรี หนังสือที่กรมศิลปากรเก็บรักษาใช้ชื่อทั้งสามในหัวข้อการผสมวง ส่วน Thai PBS อธิบายตัวอย่างเครื่องในวง ไว้ในบทความเรื่องมหรสพ

Thai PBS ยกตัวอย่างวงปี่พาทย์ที่มีระนาด ปี่ ฆ้อง และกลอง ส่วนวงเครื่องสายมีซอด้วง ซออู้ จะเข้ และขลุ่ย ตัวอย่างนี้ช่วยให้เห็นเสียงและลักษณะการจัดวง แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกการแสดงต้องใช้เครื่องจำนวนหรือชุดเดียวกัน

วงมโหรีเป็นการผสมเครื่องจากหลายกลุ่ม Thai PBS อธิบายว่าเป็นการผสมวงปี่พาทย์กับวงเครื่องสาย เมื่อฟังหรือดูการแสดงจริง ให้สังเกตว่ามีเครื่องกลุ่มใดเด่นและทำหน้าที่ร่วมกันอย่างไร จะเข้าใจรูปแบบวงได้ดีกว่าการจำจำนวนชิ้นจากรายการเดียว

เสียงดนตรีไทยในมหรสพและพิธี

เสียงดนตรีไทยในมหรสพและพิธี

ดนตรีไทยไม่ได้อยู่เฉพาะบนเวทีคอนเสิร์ต Thai PBS อธิบายบทบาทวงดนตรีในมหรสพสมัยรัชกาลที่ 5 และกล่าวถึงการใช้ดนตรีในวาระฉลองหรืองานที่มีบรรยากาศต่างกัน จึงเห็นได้ว่าบริบทของการบรรเลงมีผลต่อสิ่งที่ผู้ฟังจะได้ยิน

การกล่าวว่า “วงประเภทนี้ใช้ในพิธีแบบเดียวเท่านั้น” อาจแคบเกินไป เพราะการจัดเครื่องและบทบาทเปลี่ยนไปตามงาน การแสดง และผู้จัดวง ควรดูรายการแสดงหรือคำอธิบายของคณะดนตรีนั้นประกอบก่อนสรุปว่าเสียงที่ได้ยินเป็นวงชนิดใด

การแยก “ประเภทเครื่องดนตรี” ออกจาก “ประเภทวง” เป็นขั้นแรกที่ช่วยให้เข้าใจดนตรีไทยโดยไม่สับสนกับตัวเลขและรายชื่อเครื่องที่เปลี่ยนตามการจัดวง

การเรียนรู้ดนตรีไทยจึงเชื่อมทั้งเสียง ผู้เล่น และโอกาสที่บรรเลง หากสนใจศิลปะในบริบทกว้างขึ้น อ่านต่อเรื่อง วันอนุรักษ์มรดกไทย ซึ่งเป็นอีกประตูไปสู่การทำความเข้าใจงานวัฒนธรรมไทย

เริ่มฟังดนตรีไทยอย่างไร

เริ่มฟังดนตรีไทยอย่างไร

เริ่มจากฟังเครื่องเด่นทีละชนิด แล้วถามว่าเสียงนั้นเกิดจากการดีด สี ตี หรือเป่า การจำวิธีทำให้เกิดเสียงช่วยแยกเครื่องที่ชื่อคล้ายกันได้ และทำให้ไม่ต้องท่องรายชื่อจำนวนมากตั้งแต่ครั้งแรก

จากนั้นดูภาพหรือข้อมูลคณะบรรเลงว่าใช้เครื่องอะไรบ้าง แล้วเทียบกับตัวอย่างวงปี่พาทย์ เครื่องสาย และมโหรีจากแหล่งอธิบายที่เชื่อถือได้ การฟังซ้ำควบคู่ภาพของผู้เล่นจริงช่วยให้สังเกตหน้าที่เครื่องเด่น เครื่องประกอบจังหวะ และเสียงที่ประสานกัน

เมื่อพบการจัดวงที่ต่างจากตัวอย่างในบทความ ไม่จำเป็นต้องสรุปว่าฝ่ายใดผิด เพราะวงหนึ่งมีรูปแบบย่อยและปรับเครื่องตามงานได้ ให้ใช้ชื่อชุดการแสดงและข้อมูลจากคณะผู้บรรเลงเป็นหลัก แล้วกลับมาตรวจหนังสือหรือแหล่งวิชาการสำหรับรายละเอียดเฉพาะวง

สรุป

หากถามว่าเครื่องดนตรีไทยมีกี่ประเภท คำตอบในกรอบการแบ่งตามวิธีทำให้เกิดเสียงคือ 4 กลุ่ม ได้แก่ ดีด สี ตี และเป่า ตัวอย่างเช่น จะเข้ ซอ ระนาด และขลุ่ยช่วยให้เห็นความต่างของวิธีเล่น

หากถามถึงประเภทของวง ควรเปลี่ยนกรอบคำตอบเป็นรูปแบบการจัดเครื่องร่วมกัน วงปี่พาทย์ วงเครื่องสาย และวงมโหรีเป็นชื่อสำคัญที่กรมศิลปากรและ Thai PBS กล่าวถึง โดยเครื่องและจำนวนที่ใช้จริงอาจต่างไปตามรูปแบบวง

การเริ่มจากแหล่งอ้างอิงและการฟังเสียงจริงช่วยลดความสับสนเรื่องประวัติและตัวเลข เมื่อเข้าใจเกณฑ์แบ่งประเภทแล้ว ผู้อ่านจะสำรวจเครื่องดนตรี เพลง และการแสดงแต่ละแบบได้อย่างมีบริบท

ไม่อยากพลาดบทความใหม่จาก NaniTalk
เพิ่มเว็บไซต์นี้เป็นแหล่งข้อมูลที่ชื่นชอบบน Google เพื่อให้มีโอกาสเห็นเนื้อหาจากเรามากขึ้น
กดเพื่ออ่านต่อ

NaniTalk S.

เป็นนักเขียนที่ขยันขันแข็งและมุ่งมั่นที่จะผลิตเนื้อหาที่มีคุณภาพ เรียนรู้และเติบโตอยู่เสมอ เชื่อว่าเนื้อหาที่ดีสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อโลกได้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Back to top button