รีวิวซีรีส์ฝรั่ง

[รีวิว-เรื่องย่อ] The Night Agent ซีซั่น 3 สายลับที่ดีที่สุดบน Netflix

  • The Night Agent ซีซั่น 3 เปิดตัว 19 กุมภาพันธ์ 2026 บน Netflix พร้อมภารกิจใหม่ที่ชนกับรัฐบาลตัวเอง
  • ตัวร้ายซีซั่นนี้คือ “คู่ผัวตัวเมีย” ระดับทำเนียบขาว ซึ่งทำให้ธีมการเมืองแหลมคมกว่าเดิมมาก
  • ตัวละครใหม่อย่าง Isabel และ The Father เป็นไฮไลต์ที่ขโมยซีนได้อย่างไม่ต้องขอโทษใคร
  • ผู้กำกับ Shawn Ryan รู้จังหวะดีมาก ข้อมูลจากซีซั่นก่อนถูกร้อยเรียงเข้ากับเนื้อเรื่องใหม่อย่างกลมกล่อม ไม่มีความรู้สึก “บ้านซีซั่น 1 คืออะไรนะ”

Peter Sutherland ได้รับคำสั่งสุดท้ายจากแม่ก่อนเธอจะจากไปว่า “ทำสิ่งที่ถูกต้อง แม้มันจะยาก” และนั่นคือดีเอ็นเอของซีรีส์นี้ตั้งแต่ต้น The Night Agent ซีซั่น 3 ที่เพิ่งปล่อยลง Netflix เมื่อ 19 กุมภาพันธ์ 2026 พิสูจน์ว่าซีรีส์สายลับของ Shawn Ryan ยังไม่มีสัญญาณอิ่มตัว และซีซั่นนี้อาจเป็นบทที่ดีที่สุดของ Peter มาถึงตอนนี้

เรื่องเปิดมาด้วยแฟลชแบ็กวัยเด็กของ Peter (กาเบรียล บาสโซ) ก่อนจะตัดมาที่ภารกิจในสาธารณรัฐโดมินิกัน ที่เขาเพิ่งปิดเคสล็อคคู่สามีภรรยาอดีตพนักงานเพนตากอนที่หันมาขายข้อมูลเพราะรู้สึกว่าตัวเองถูกระบบทอดทิ้ง ฉากสั้นๆ นั้นสื่อสารได้ชัดมากว่าซีซั่นนี้จะพูดถึง ความแตกแยกระหว่างผู้มีอำนาจกับคนที่เชื่อใจพวกเขา ไม่ว่าจะเป็นพ่อกับลูก รัฐบาลกับประชาชน หรือหน่วยงานกับเจ้าหน้าที่ระดับล่าง

ซีซั่น 3 สร้างเส้นเรื่องหลักรอบเงินทุนผิดกฎหมายที่เชื่อมโยงไปถึงองค์กรก่อการร้าย LFS และ Jacob Monroe (หลุยส์ เฮิร์ธัม) นายหน้าข่าวกรองที่ Peter ต้องแสร้งทำงานด้วยตั้งแต่ปลายซีซั่น 2 แต่สิ่งที่ทำให้เรื่องมันส์กว่าเดิมคือตัวร้ายตัวจริงซีซั่นนี้ไม่ใช่คนนอก มันคือคนในทำเนียบขาวเลยทีเดียว ธีมครอบครัวที่แตกร้าวถูกทอแทรกทุกที่ ตั้งแต่นักข่าว Isabel ที่ห่างเหินพ่อ ไปจนถึงนักฆ่าลึกลับที่เลี้ยงเด็กที่ไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของตัวเอง

The Night Agent Season 3 #1

Isabel รับบทโดย เฆเนซิส โรดริเกซ (Genesis Rodriguez) เป็นนักข่าวที่ไม่ใช่แค่หน้าสวยมาช่วยพระเอก แต่มีโมทีฟและบาดแผลของตัวเองที่ขับเคลื่อนการตัดสินใจตลอดซีซั่น ส่วน The Father นักฆ่าลึกลับที่รับบทโดย สตีเฟน มอเยอร์ (Stephen Moyer) เป็นตัวละครที่ซับซ้อนที่สุดในซีซั่น เขาน่ากลัว แต่ก็มีด้านที่ทำให้รู้สึกเห็นใจ ฉากที่เขาสอบสวน Peter ถือเป็นหนึ่งในฉากดีที่สุดของซีรีส์ทั้งหมด

Jacob Monroe ไม่ได้เป็นแค่ตัวร้ายสองมิติในซีซั่นนี้ Shawn Ryan กล้าพา Jacob ไปในทิศทางที่ไม่มีใครคาดถึง และนั่นทำให้ซีรีส์รู้สึกสดใหม่แม้จะมาถึงซีซั่นที่สามแล้ว ความเปราะบางทางจิตใจของตัวร้ายในซีซั่นนี้คือจุดแข็งที่ทำให้เนื้อหาลึกกว่าซีรีส์สายลับทั่วไป ซึ่งมักจะโยนผู้ร้ายเป็นเพียงอุปสรรคในเส้นทางของพระเอก

ข้อที่น่าชื่นชมมากสำหรับซีซั่น 3 คือวิธีที่ Shawn Ryan จัดการกับปัญหาที่ซีรีส์หลายเรื่องพลาด นั่นคือการ recap ข้อมูลจากซีซั่นก่อน แทนที่จะยัดฉากย้อนหลังยาวๆ กลับใช้บทสนทนาสั้นๆ ที่เป็นธรรมชาติแทรกไว้ ทำให้คนที่ไม่ได้ดูซีซั่น 1-2 มาสักพักก็จับเรื่องได้ทันทีโดยไม่รู้สึกว่ากำลังดูการบ้านอยู่ รายละเอียดเล็กน้อยที่ดูไม่สำคัญในตอนต้นก็กลับมามีความหมายในช่วงท้ายอย่างเป็นธรรมชาติ

The Night Agent Season 3 #2

ระดับโปรดักชันซีซั่นนี้ไม่ได้แค่ “พอดู” แต่ขยับใกล้เคียงกับซีรีส์สายลับระดับบนจริงๆ ฉากไล่ล่าและฉากต่อสู้ทำออกมาฉลาด ไม่ใช่แค่ระเบิดรัวๆ แต่มีการวางพื้นที่และจังหวะที่ทำให้ตึงเครียดได้โดยไม่ต้องพึ่งเอฟเฟกต์ล้นจอ สำหรับใครที่ชอบซีรีส์แนวนี้และติดตาม The Night Agent มาตั้งแต่แรก ซีซั่น 3 จะไม่ทำให้ผิดหวัง

ถ้าจะบอกว่าซีซั่นนี้สมบูรณ์แบบก็โกหก มีช่วงกลางที่จังหวะชะลอลงเล็กน้อย และบางเส้นเรื่องรองที่ถูกปิดเร็วเกินไปจนรู้สึกว่ามีศักยภาพมากกว่านั้น แต่ภาพรวมทั้ง 10 ตอนยังคงเป็นซีรีส์ที่ไม่มีตอนที่รู้สึกว่า “ข้ามได้” ซึ่งหายากมากสำหรับซีรีส์ฟอร์แมต binge-watch บน Netflix ถ้าชอบซีรีส์สายลับที่มีทั้งแอ็คชั่น, ความซับซ้อนทางการเมือง และตัวละครที่มีมิติ The Night Agent ซีซั่น 3 คือสิ่งที่ต้องกดดูทันที แล้วมาแชร์ความเห็นกันได้เลยว่า The Father ติดอันดับตัวร้ายในดวงใจไหม?

  • ประเภท: แอ็คชั่น, ทริลเลอร์, สายลับ, การเมือง
  • วันที่ออกอากาศ: 19 กุมภาพันธ์ 2569
  • นักแสดงนำ: กาเบรียล บาสโซ (Gabriel Basso), เฆเนซิส โรดริเกซ (Genesis Rodriguez), หลุยส์ เฮิร์ธัม (Louis Herthum), สตีเฟน มอเยอร์ (Stephen Moyer), อแมนดา วอร์เรน (Amanda Warren)
  • ผู้สร้าง: ชอว์น ไรอัน (Shawn Ryan)
  • ความยาว: 10 ตอน
  • ช่องทางรับชมในประเทศไทย: Netflix

Night Agent S3 สายลับแห่งปีที่ยังไม่มีใครแซง

โครงเรื่อง - 8.2
การแสดง - 8
โปรดักชัน - 8.5
ความบันเทิง - 8.8
ความคุ้มค่าในการรับชม - 8.7

8.4

The Night Agent ซีซั่น 3 คือซีซั่นที่แน่นและคมที่สุดในไตรภาค Peter Sutherland กลับมาพร้อมภารกิจใหม่ที่ฉีกทุกการคาดเดา ทั้งตัวร้ายที่มีมิติ, เส้นเรื่องครอบครัวที่แทรกอยู่ทุกมุม และฉากแอ็คชั่นที่ไม่มีช่วงเบรก Shawn Ryan พิสูจน์แล้วว่าซีรีส์นี้ไม่ได้แค่ "พอดู" แต่ดูแล้วอยากกดตอนต่อทันที

User Rating: Be the first one !

กดเพื่ออ่านต่อ

PhiRa W.

เป็นนักเขียนอิสระที่หลงใหลในสื่อบันเทิงทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ ซีรีส์ วาไรตี้ และสารคดี ผมชอบที่จะวิเคราะห์และถอดรหัสเนื้อหาเหล่านั้นออกมาในรูปแบบของรีวิวที่เข้าใจง่ายและสนุกสนาน เพื่อแบ่งปันมุมมองและประสบการณ์ให้กับผู้อ่าน

บทความที่เกี่ยวข้อง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Back to top button