เรื่องน่าสนใจ

7 วันภาษาอังกฤษ พร้อมคำแปล คำอ่าน และตัวอย่างประโยค

Key Points

  • ชื่อวันภาษาอังกฤษทั้ง 7 คำขึ้นต้นด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ เช่น Monday และ Saturday
  • ใช้ on Monday กับวันที่เจาะจง แต่ใช้ every Monday เมื่อต้องการบอกกิจวัตร
  • Wednesday และ Thursday มีเสียงที่อ่านคลาดเคลื่อนได้ง่ายเมื่อเทียบกับตัวสะกด
  • เมื่อนัดหมาย ควรระบุชื่อวันควบคู่กับวันที่เพื่อป้องกันความเข้าใจคลาดเคลื่อน

ชื่อวันทั้ง 7 วันภาษาอังกฤษปรากฏในตารางเรียน นัดหมาย และตารางงานอยู่เสมอ การจำคำแปลช่วยให้เข้าใจข้อความ แต่การสะกดและการวางชื่อวันในประโยคมีความสำคัญไม่แพ้กัน

จุดที่มักทำให้สับสนมีทั้ง Monday กับ Sunday, Wednesday ที่สะกดไม่เหมือนเสียงอ่าน และการเลือกใช้ on หรือ every ก่อนชื่อวัน ความต่างเล็กน้อยเหล่านี้เปลี่ยนความหมายจากวันนัดครั้งเดียวเป็นกิจวัตรประจำได้

เนื้อหานี้รวบรวมคำแปล คำอ่าน IPA คำย่อ และตัวอย่างประโยคที่นำไปใช้ได้ทันที พร้อมข้อสังเกตเรื่องปฏิทินเพื่อให้อ่านวันและนัดหมายได้ตรงกัน

ชื่อวันทั้ง 7 วันและคำแปลภาษาไทย

ชื่อวันทั้ง 7 วันและคำแปลภาษาไทย

ชื่อวันในภาษาอังกฤษมี 7 คำ เรียงเป็นชุดได้ตั้งแต่ Sunday ถึง Saturday แต่ปฏิทินแต่ละระบบอาจจัดคอลัมน์วันเริ่มต้นไม่เหมือนกัน ความหมายภาษาไทยของแต่ละคำมีดังนี้

  • Sunday แปลว่า วันอาทิตย์
  • Monday แปลว่า วันจันทร์
  • Tuesday แปลว่า วันอังคาร
  • Wednesday แปลว่า วันพุธ
  • Thursday แปลว่า วันพฤหัสบดี
  • Friday แปลว่า วันศุกร์
  • Saturday แปลว่า วันเสาร์

คำว่า day หมายถึงวัน ส่วนชื่อเฉพาะของวันต้องจำเป็นคำเต็ม ตัวสะกดของ Wednesday มี e อยู่ถัดจาก n แม้เสียงอ่านจะไม่สะท้อนตัวอักษรทุกตัว จึงควรจำรูปเขียนทั้งคำก่อนนำไปใช้

เมื่อจำชื่อวันได้แล้ว การเรียนชื่อเดือนจะช่วยให้อ่านวันที่ในตารางและเอกสารได้ครบขึ้น ดูต่อได้ที่ เดือนภาษาอังกฤษและไทยทั้ง 12 เดือน พร้อมคำอ่านและตัวย่อ

คำอ่านและจุดสังเกตการสะกด

คำอ่านและจุดสังเกตการสะกด

สัญลักษณ์ IPA ช่วยบอกเสียงได้แม่นกว่าการถอดเป็นอักษรไทย รายการด้านล่างใช้เสียงอังกฤษแบบสหราชอาณาจักรจาก Cambridge Dictionary ส่วนคำอ่านไทยเป็นเพียงเสียงประมาณสำหรับเริ่มฝึก

  • Sunday /ˈsʌn.deɪ/ อ่านใกล้เคียงว่า ซันเดย์
  • Monday /ˈmʌn.deɪ/ อ่านใกล้เคียงว่า มันเดย์
  • Tuesday /ˈtjuːz.deɪ/ อ่านใกล้เคียงว่า ทิวส์เดย์
  • Wednesday /ˈwenz.deɪ/ อ่านใกล้เคียงว่า เวนส์เดย์
  • Thursday /ˈθɜːz.deɪ/ อ่านใกล้เคียงว่า เธิร์ซเดย์
  • Friday /ˈfraɪ.deɪ/ อ่านใกล้เคียงว่า ฟรายเดย์
  • Saturday /ˈsæt.ə.deɪ/ อ่านใกล้เคียงว่า แซเทอร์เดย์

Wednesday มีตัว d อยู่ในคำ แต่เสียงอ่านมาตรฐานที่แสดงข้างต้นไม่ออกเสียง d แยก ส่วน Thursday เริ่มด้วยเสียง /θ/ ซึ่งออกเสียงโดยวางลิ้นใกล้ฟันบน เสียงไทยที่เขียนแทนจึงเป็นเพียงการประมาณ และสำเนียงอเมริกันอาจต่างจาก IPA บางคำในรายการ

การฟังเสียงพร้อมดูสัญลักษณ์ช่วยให้จับจังหวะได้ดีกว่าการยึดคำอ่านไทยอย่างเดียว ลองฟัง เสียงและตัวอย่างการใช้ Monday ใน Cambridge Dictionary แล้วค้นชื่อวันอื่นตามตัวสะกดของคำนั้น

ใช้ชื่อวันในประโยคด้วย on, every, next และ last

ใช้ชื่อวันในประโยคด้วย on, every, next และ last

เมื่อพูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดในวันใดวันหนึ่ง ใช้ on นำหน้าชื่อวัน เช่น I have an English class on Monday. แปลว่า มีเรียนภาษาอังกฤษวันจันทร์ และ The shop is closed on Sunday. แปลว่า ร้านปิดวันอาทิตย์

ถ้ากล่าวถึงกิจวัตร ใช้ every ตามด้วยชื่อวันโดยไม่ต้องใส่ on เช่น I study English every Friday. อีกแบบหนึ่งใช้ชื่อวันเติม s เพื่อบอกสิ่งที่ทำเป็นประจำ เช่น I study English on Fridays. ทั้งสองประโยคสื่อถึงการทำซ้ำเป็นประจำ

คำว่า this, next และ last วางหน้าชื่อวันได้โดยไม่เติม on เช่น this Wednesday, next Tuesday และ last Friday ตัวอย่างประโยคสำหรับจำโครงสร้างมีดังนี้

“The meeting is on Wednesday.”

แปลว่า “มีประชุมวันพุธ”

รูปแบบ on Monday, next Monday และ last Monday ปรากฏในตัวอย่างของ Cambridge Dictionary เช่นกัน จึงควรสังเกตคำที่อยู่หน้าชื่อวันก่อนเลือกใช้บุพบท

คำย่อและการเขียนชื่อวันให้ถูกต้อง

คำย่อและการเขียนชื่อวันให้ถูกต้อง

ชื่อวันภาษาอังกฤษเป็นชื่อเฉพาะ จึงขึ้นต้นด้วยตัวพิมพ์ใหญ่แม้อยู่กลางประโยค เช่น The event starts on Friday. การเขียน saturday หรือ monday ด้วยตัวพิมพ์เล็กไม่ใช่รูปแบบมาตรฐานของภาษาอังกฤษทั่วไป

คำย่อสามตัวอักษรที่พบได้บ่อยในปฏิทินมีดังนี้

  • Sun ใช้แทน Sunday
  • Mon ใช้แทน Monday
  • Tue ใช้แทน Tuesday
  • Wed ใช้แทน Wednesday
  • Thu ใช้แทน Thursday
  • Fri ใช้แทน Friday
  • Sat ใช้แทน Saturday

บางปฏิทินใช้ Tues หรือ Thurs แทน Tue หรือ Thu และบางแห่งใส่จุดท้ายคำย่อ รูปแบบเหล่านี้ขึ้นกับคู่มือของผู้จัดทำ จึงควรยึดรูปแบบเดียวกันตลอดเอกสารหรือทำตามระบบที่กำลังใช้งาน

คำว่า weekday ใช้เรียกวันธรรมดาในบริบททั่วไป ส่วน weekend ใช้เรียกช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ แต่วันทำงานและวันหยุดของแต่ละประเทศหรือสถานที่ทำงานอาจจัดไม่เหมือนกัน จึงไม่ควรใช้ชื่อวันเพียงอย่างเดียวเพื่อสรุปตารางของผู้อื่น

บอกวันนัดหมายให้ตรงกับปฏิทิน

บอกวันนัดหมายให้ตรงกับปฏิทิน

ปฏิทินบางแบบวาง Sunday ไว้คอลัมน์แรก ขณะที่บางแบบเริ่มด้วย Monday ก่อนอ่านตารางควรดูหัวคอลัมน์และรูปแบบวันที่ในระบบนั้นให้ชัด โดยเฉพาะเมื่อใช้ตารางร่วมกับคนที่ตั้งค่าภาษาและภูมิภาคต่างกัน

คำว่า next Friday หรือ วันศุกร์หน้า อาจถูกตีความต่างกันเมื่อผู้ส่งและผู้รับอ่านข้อความคนละวัน การระบุชื่อวันพร้อมวันที่ในข้อความนัดหมายช่วยลดความกำกวม เช่น เขียนชื่อวัน เดือน และตัวเลขวันที่ให้ครบตามรูปแบบที่ทั้งสองฝ่ายเข้าใจ

ก่อนส่งคำเชิญหรือกำหนดส่งงาน ให้ตรวจว่าชื่อวันตรงกับวันที่ในปฏิทินอีกครั้ง หากมีผู้ร่วมงานต่างเขตเวลา ควรใส่เวลาและเขตเวลาเพิ่มด้วย วิธีนี้ช่วยให้ตารางเรียน การเดินทาง และการประชุมสื่อสารได้ตรงกันมากขึ้น

สรุป

ชื่อวันภาษาอังกฤษทั้ง 7 วันมีคำแปลไทยที่จำได้เป็นชุด ตั้งแต่ Sunday วันอาทิตย์, Monday วันจันทร์ ไปจนถึง Saturday วันเสาร์ การฝึกเขียนและพูดควบคู่กันช่วยลดการสลับลำดับและสะกดผิด

จุดที่ควรจำเป็นพิเศษ ได้แก่ การขึ้นต้นชื่อวันด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ การใช้ on กับวันนัดที่ระบุชัด และการละ on เมื่อใช้ every, next หรือ last นอกจากนี้ IPA ยังช่วยแยกเสียงอ่านออกจากคำถอดเสียงไทยได้

ลองเลือกชื่อวันหนึ่งคำแล้วแต่งประโยคเกี่ยวกับตารางเรียนหรือนัดหมายของสัปดาห์นี้ หากมีวิธีจำหรือประโยคฝึกภาษาอังกฤษที่ใช้ได้ผล สามารถแบ่งปันไว้ในความคิดเห็นเพื่อเป็นตัวอย่างให้ผู้อ่านคนอื่นได้

ไม่อยากพลาดบทความใหม่จาก NaniTalk
เพิ่มเว็บไซต์นี้เป็นแหล่งข้อมูลที่ชื่นชอบบน Google เพื่อให้มีโอกาสเห็นเนื้อหาจากเรามากขึ้น

กดเพื่ออ่านต่อ

NaniTalk S.

เป็นนักเขียนที่ขยันขันแข็งและมุ่งมั่นที่จะผลิตเนื้อหาที่มีคุณภาพ เรียนรู้และเติบโตอยู่เสมอ เชื่อว่าเนื้อหาที่ดีสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อโลกได้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Back to top button