เรื่องน่าสนใจ

เดือนภาษาอังกฤษและไทยทั้ง 12 เดือน พร้อมคำอ่านและตัวย่อ

Key Points

  • เดือนภาษาอังกฤษทั้ง 12 เดือนเรียงจาก January ถึง December
  • คำอ่านภาษาไทยเป็นแนวช่วยจำเสียง และควรฟังเสียงจริงประกอบเมื่อทำได้
  • ตัวย่อภาษาอังกฤษมีหลายรูปแบบ โดย May และ June มักเขียนเต็ม และ September อาจใช้ Sep หรือ Sept
  • วันที่แบบอังกฤษมักเขียนวันก่อนเดือน ส่วนแบบอเมริกันมักเขียนเดือนก่อนวัน

การจำ เดือนภาษาอังกฤษ ให้ครบทั้ง 12 เดือนช่วยให้เขียนวันที่ อ่านตารางเวลา นัดหมาย และกรอกแบบฟอร์มได้คล่องขึ้น ชื่อเดือนภาษาอังกฤษเรียงจาก January ไปจนถึง December และแต่ละคำมีคำแปลภาษาไทยกับคำอ่านที่ผู้เรียนมักใช้เป็นแนวช่วยจำ

นอกจากชื่อเต็มแล้ว ยังมีตัวย่อที่พบได้บ่อยในปฏิทิน ตารางเรียน และเอกสาร เช่น Jan แทน January หรือ Oct แทน October อย่างไรก็ตาม รูปแบบตัวย่ออาจต่างกันตามคู่มือหรือระบบที่ใช้ โดย Cambridge Dictionary อธิบายการเขียนวันที่และรูปแบบตัวย่อของเดือน

บทความนี้รวมชื่อเดือนภาษาอังกฤษและไทยทั้ง 12 เดือน คำอ่านไทยโดยประมาณ ตัวย่อภาษาอังกฤษและภาษาไทย รวมถึงวิธีเขียนวันที่แบบ British English และ American English เพื่อให้เลือกใช้ได้ถูกบริบท คำอ่านเป็นเพียงตัวช่วยเทียบเสียง ไม่ใช่การถอดเสียงสากลแบบเดียวที่ใช้ได้กับทุกสำเนียง

เดือนภาษาอังกฤษทั้ง 12 เดือน

เดือนภาษาอังกฤษทั้ง 12 เดือน

ตารางต่อไปนี้เรียงเดือนตามลำดับในหนึ่งปี พร้อมคำแปลภาษาไทยและคำอ่านไทยโดยประมาณ การแบ่งพยางค์ช่วยให้อ่านตามได้ง่าย แต่เสียงจริงอาจแตกต่างเล็กน้อยระหว่างสำเนียงอังกฤษและอเมริกัน หากต้องการฟังเสียงตัวอย่าง สามารถเปิด Cambridge Pronunciation ของ January และค้นหาชื่อเดือนอื่นในพจนานุกรมเดียวกันได้

ลำดับเดือนภาษาอังกฤษภาษาไทยคำอ่านไทยโดยประมาณ
1Januaryมกราคมแจน-ยู-อะ-รี
2Februaryกุมภาพันธ์เฟ็บ-รู-อะ-รี
3Marchมีนาคมมาร์ช
4Aprilเมษายนเอ-พริล
5Mayพฤษภาคมเม
6Juneมิถุนายนจูน
7Julyกรกฎาคมจู-ไล
8Augustสิงหาคมออ-กัสท์
9Septemberกันยายนเซพ-เท็ม-เบอร์
10Octoberตุลาคมอ็อค-โท-เบอร์
11Novemberพฤศจิกายนโน-เว็ม-เบอร์
12Decemberธันวาคมดิ-เซ็ม-เบอร์

ชื่อเดือนภาษาอังกฤษเขียนขึ้นต้นด้วยตัวพิมพ์ใหญ่เมื่อใช้ในประโยค เช่น January ไม่ใช่ january ส่วนชื่อเดือนภาษาไทยใช้รูปคำตามปกติ เช่น มกราคม กุมภาพันธ์ และมีนาคม การจำเป็นชุดจะช่วยลดการสลับคำที่มีเสียงใกล้กัน เช่น June กับ July หรือ September กับ December

บทความที่เกี่ยวข้อง

จำเดือนให้แม่นด้วยการเรียงจาก January ถึง December แล้วตรวจทั้งการสะกด ตัวพิมพ์ใหญ่ และคำอ่านก่อนนำไปใช้จริง

ถ้าต้องการฝึกคำศัพท์ที่ใช้บอกตำแหน่งและทิศทางในภาษาอังกฤษ สามารถอ่าน 30 คำศัพท์ภาษาอังกฤษใช้บอกทิศทางได้คล่องปรื๋อ ต่อได้ เพราะการเรียนรู้คำศัพท์เป็นกลุ่มและนำไปใช้ในประโยคช่วยให้จำได้นานกว่าการท่องคำแปลแยกคำ

คำอ่านเดือนภาษาอังกฤษ

คำอ่านเดือนภาษาอังกฤษ

คำอ่านไทยในตารางเป็นการถอดเสียงแบบเข้าใจง่าย ไม่ได้แทนเสียงภาษาอังกฤษทุกตำแหน่ง ตัวอย่างเช่นเสียงใน January และ February มีพยางค์เบาที่ผู้เรียนอาจออกเสียงไม่เหมือนกันตามสำเนียง จึงควรใช้คำอ่านเพื่อเริ่มต้น แล้วฟังเสียงจากพจนานุกรมหรือเจ้าของภาษาเพื่อปรับจังหวะและการเน้นคำ

เดือนที่มีเสียงสั้นจำง่าย เช่น May อ่านใกล้เคียง “เม” และ June อ่านใกล้เคียง “จูน” ส่วน March มีเสียงท้ายคล้าย “ช” และ April มีเสียงขึ้นต้นคล้าย “เอ” ตามด้วยคำว่า “พริล” การแบ่งคำอ่านด้วยขีดช่วยให้เห็นจังหวะ แต่เวลาออกเสียงจริงไม่จำเป็นต้องหยุดทุกขีด

คำที่มักต้องฝึกเพิ่มคือ January, February, August, September, October, November และ December เพราะมีหลายพยางค์และเสียงเบาแทรกอยู่ Cambridge Dictionary มีหน้าคำอ่านแยกตามคำและสำเนียง จึงเหมาะสำหรับตรวจเสียงก่อนใช้ในการสนทนาหรือการนำเสนอ

หากต้องเขียนคำอ่านให้ผู้อื่นอ่านตาม ควรระบุว่าเป็น “คำอ่านโดยประมาณ” และไม่ตัดสินว่าการถอดเสียงแบบหนึ่งถูกเพียงแบบเดียว สำเนียงและความเร็วในการพูดทำให้เสียงบางส่วนลดรูปได้ โดยเฉพาะในคำที่ใช้บ่อยและพูดต่อเนื่องกัน

ตัวย่อเดือนภาษาอังกฤษ

ตัวย่อเดือนภาษาอังกฤษ

ตัวย่อเดือนภาษาอังกฤษช่วยประหยัดพื้นที่ในปฏิทิน ตารางเวลา หัวตาราง และแบบฟอร์ม แต่ควรตรวจรูปแบบของระบบก่อนใช้ เพราะบางที่ใช้จุดท้ายคำ เช่น Jan. ขณะที่บางที่ใช้เพียง Jan และบางคู่มือเลือกใช้ September เป็น Sep หรือ Sept

เดือนตัวย่อที่พบบ่อยหมายเหตุการใช้
JanuaryJanมักพบเป็น Jan หรือ Jan.
FebruaryFebมักพบเป็น Feb หรือ Feb.
MarchMarมักพบเป็น Mar หรือ Mar.
AprilAprมักพบเป็น Apr หรือ Apr.
MayMayมักเขียนเต็มเพราะสั้นอยู่แล้ว
JuneJun หรือ Juneคู่มือบางแบบเขียน June เต็ม
JulyJulมักพบเป็น Jul หรือ Jul.
AugustAugมักพบเป็น Aug หรือ Aug.
SeptemberSep หรือ Septเลือกแบบเดียวให้สม่ำเสมอ
OctoberOctมักพบเป็น Oct หรือ Oct.
NovemberNovมักพบเป็น Nov หรือ Nov.
DecemberDecมักพบเป็น Dec หรือ Dec.

Cambridge ยกตัวอย่างรูปแบบที่ย่อเดือนส่วนใหญ่เป็น Jan, Feb, Mar, Apr, Jul, Aug, Sept, Oct, Nov และ Dec และระบุว่า May กับ June มักไม่ย่อในรูปแบบดังกล่าว ดังนั้นตารางนี้จึงแยก “รูปแบบที่พบในปฏิทินหรือระบบดิจิทัล” ออกจาก “กฎของคู่มือภาษา” เพื่อไม่ให้ผู้เรียนคิดว่ามีมาตรฐานเดียวในทุกบริบท

ในการเขียนเอกสาร ควรเลือกว่าจะใช้จุดหรือไม่ใช้จุด แล้วใช้ให้เหมือนกันทั้งเอกสาร หากเป็นช่องกรอกข้อมูลที่กำหนดให้ใช้รหัสสามตัวอักษร ให้ทำตามคำแนะนำของระบบ เช่น May, Jun และ Sep แต่อย่าเปลี่ยนรูปแบบไปมาระหว่างบรรทัด เพราะทำให้ตารางดูไม่เป็นระบบ

ตัวย่อเดือนภาษาไทย

ตัวย่อเดือนภาษาไทย

ภาษาไทยมีตัวย่อเดือนที่ใช้กันทั่วไปในเอกสาร ปฏิทิน และการเขียนวันที่ โดยมักใช้พยัญชนะหรือตัวอักษรจากชื่อเดือนร่วมกับจุด ตัวอย่างเช่น มกราคมใช้ ม.ค. และกันยายนใช้ ก.ย. จุดเป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบตัวย่อ จึงควรเขียนให้ครบเมื่อบริบทต้องการความชัดเจน

เดือนภาษาไทยตัวย่อ
มกราคมม.ค.
กุมภาพันธ์ก.พ.
มีนาคมมี.ค.
เมษายนเม.ย.
พฤษภาคมพ.ค.
มิถุนายนมิ.ย.
กรกฎาคมก.ค.
สิงหาคมส.ค.
กันยายนก.ย.
ตุลาคมต.ค.
พฤศจิกายนพ.ย.
ธันวาคมธ.ค.

เมื่อต้องเขียนวันที่ไทย เช่น 5 ม.ค. 2569 ผู้อ่านไทยมักเข้าใจได้ทันที แต่ถ้าเป็นเอกสารที่มีผู้รับสารต่างชาติ ควรเขียนชื่อเดือนภาษาอังกฤษเต็มหรือใช้รูปแบบที่กำหนดในเอกสารแทนการผสมตัวย่อสองภาษาในบรรทัดเดียว

ความแตกต่างระหว่างตัวย่อไทยกับอังกฤษยังช่วยเตือนว่าอย่าแปลแบบตัวต่อตัวโดยไม่ดูบริบท เช่น ม.ค. ไม่ใช่รหัสภาษาอังกฤษ และ Jan ไม่ควรใช้แทนมกราคมในเอกสารที่กำหนดให้ใช้ภาษาไทยทั้งหมด

เขียนวันที่ภาษาอังกฤษอย่างไร

เขียนวันที่ภาษาอังกฤษอย่างไร

รูปแบบวันที่ภาษาอังกฤษมีความต่างระหว่างภูมิภาคและคู่มือ Cambridge Grammar อธิบายว่า British English มักเรียงวัน เดือน ปี เช่น 15 March 2026 ส่วน American English มักเรียงเดือน วัน ปี เช่น March 15, 2026 ชื่อเดือนในทั้งสองแบบขึ้นต้นด้วยตัวพิมพ์ใหญ่

การใช้ตัวเลขล้วน เช่น 03/04/2026 อาจทำให้สับสน เพราะบางคนอ่านเป็น 3 เมษายน ขณะที่บางคนอ่านเป็น 4 มีนาคม หากเอกสารมีผู้รับสารหลายประเทศ ควรเขียนชื่อเดือนเป็นคำ เช่น 3 April 2026 หรือ April 3, 2026 และตรวจว่าคู่มือขององค์กรต้องการเครื่องหมายจุด ลูกน้ำ หรือรูปแบบ ordinal เช่น 3rd หรือไม่

เดือน February มีจำนวนวันปกติ 28 วัน และเพิ่มเป็น 29 วันใน leap year ส่วนเดือนอื่นมี 30 หรือ 31 วันตามปฏิทิน การมีวันที่ 29 กุมภาพันธ์ช่วยชดเชยเศษเวลาที่โลกใช้โคจรรอบดวงอาทิตย์ โดย NASA อธิบายว่า leap year ทำให้ปีนั้นมี 366 วัน

ก่อนส่งอีเมล ใบสมัคร หรือกำหนดการ ควรตรวจสามเรื่อง ได้แก่ ลำดับวันกับเดือน การสะกดชื่อเดือน และปีที่ใช้ หากต้องการต่อยอดคำศัพท์เกี่ยวกับวันในสัปดาห์ อ่าน 7 วันภาษาอังกฤษ คำแปล คำอ่าน และวิธีใช้ในประโยค เพื่อฝึกเขียนวันที่ให้เป็นประโยคสมบูรณ์

สรุป

เดือนภาษาอังกฤษทั้ง 12 เดือนเรียงจาก January, February, March, April, May, June, July, August, September, October, November ไปจนถึง December โดยแต่ละเดือนมีชื่อภาษาไทยและคำอ่านไทยโดยประมาณที่ช่วยเริ่มต้นการจำได้

ตัวย่อภาษาอังกฤษควรเลือกตามคู่มือหรือระบบที่ใช้งาน เช่น Jan, Feb, Mar, Apr, Jul, Aug, Sep หรือ Sept, Oct, Nov และ Dec ขณะที่ May กับ June มักเขียนเต็มในหลายรูปแบบ ส่วนตัวย่อไทยใช้รูปแบบอย่าง ม.ค. ก.พ. และ ธ.ค. พร้อมจุดตามธรรมเนียมการเขียน

เมื่อเขียนวันที่ ให้ดูว่าผู้รับสารคุ้นกับ British English หรือ American English และหลีกเลี่ยงวันที่ตัวเลขล้วนถ้าอาจตีความได้สองแบบ การเขียนชื่อเดือนเต็มพร้อมตรวจการสะกดจะช่วยให้วันที่ชัดเจนและลดความผิดพลาดในการสื่อสาร

ไม่อยากพลาดบทความใหม่จาก NaniTalk
เพิ่มเว็บไซต์นี้เป็นแหล่งข้อมูลที่ชื่นชอบบน Google เพื่อให้มีโอกาสเห็นเนื้อหาจากเรามากขึ้น

กดเพื่ออ่านต่อ

NaniTalk S.

เป็นนักเขียนที่ขยันขันแข็งและมุ่งมั่นที่จะผลิตเนื้อหาที่มีคุณภาพ เรียนรู้และเติบโตอยู่เสมอ เชื่อว่าเนื้อหาที่ดีสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อโลกได้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Back to top button