รีวิวซีรีส์ฝรั่ง

[รีวิว-เรื่องย่อ] Hijack ซีซั่น 2 ฉุดลากตัวประกันบนรถไฟใต้ดิน

  • Hijack ซีซั่น 2 ย้ายฉากจากเครื่องบินมาสู่รถไฟใต้ดินเบอร์ลิน สร้างความตึงเครียดในพื้นที่อึดอัดใหม่
  • Idris Elba โชว์วิชาการแสดงที่เข้มข้นในบทนักเจรจาต่อรองที่ต้องรับมือกับวิกฤตตัวประกันแบบ Real-time
  • จุดอ่อนอยู่ที่บางพล็อตเดาทางได้ง่ายและตัวละครสมทบที่ยังไม่เต็มเปี่ยม แต่ก็ยังคงความน่าดูด้วยบรรยากาศและจังหวะการเล่าเรื่องที่ดี
  • เหมาะกับการดูแบบ Binge-watch มากกว่ารอทีละตอน เพราะจังหวะการเล่าเรื่องต่อเนื่องทำให้อยากรู้ต่อ

เคยรู้สึกหายใจไม่ออกบนรถไฟใต้ดินที่แน่นขนัดไหม? ลองจินตนาการว่าถ้าสถานการณ์นั้นกลายเป็นวิกฤตฉุดตัวประกันที่ทุกวินาทีมีค่าเท่ากับชีวิต Hijack ซีซั่น 2 จาก Apple TV+ พาเราดำดิ่งสู่ความตึงเครียดแบบนี้อีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ได้อยู่บนเครื่องบินที่ระดับความสูง 30,000 ฟุต แต่อยู่ใต้พื้นดินในอุโมงค์มืดของเบอร์ลิน Idris Elba กลับมาในบทแซม เนลสัน นักเจรจาต่อรองผู้มากความสามารถที่ต้องใช้ทักษะการพูดจูงใจเป็นอาวุธหลักในการต่อสู้เพื่อชีวิต ในบทความนี้ เราจะพาไปเจาะลึกทุกแง่มุมของซีซั่นที่สองนี้ ว่าเปลี่ยนสนามรบไปจากฟ้าสู่ใต้ดินแล้วจะเดิมพันความตื่นเต้นได้มากน้อยแค่ไหน

หลังจากซีซั่นแรกที่โด่งดังด้วยการฉุดลากเครื่องบินเที่ยวบินดูไบ-ลอนดอนตลอด 7 ชั่วโมงในอากาศ ซีซั่น 2 ของ Hijack ปรับเปลี่ยนสนามรบอย่างสิ้นเชิง แซม เนลสัน (Idris Elba) ครั้งนี้ต้องเผชิญกับวิกฤตใหม่บนรถไฟใต้ดินเบอร์ลิน ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจเพราะสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง จากเครื่องบินที่ผู้โดยสารไม่สามารถหนีไปไหนได้ กลายเป็นอุโมงค์ใต้ดินที่มืดมิดและอึดอัดยิ่งกว่า บรรยากาศของรถไฟใต้ดินที่วิ่งผ่านอุโมงค์ยาวเหยียดใต้เมืองเบอร์ลินสร้างความรู้สึกกดดันและคับแค้นที่แตกต่างจากการอยู่บนฟ้า ซีรีส์ยังคงรูปแบบการเล่าเรื่องแบบ Real-time ที่ทำให้ผู้ดูรู้สึกเหมือนกำลังติดอยู่ในสถานการณ์จริง ทุกการตัดสินใจมีผลต่อชะตากรรมของตัวประกันและผู้คนที่เกี่ยวข้อง

Idris Elba กลับมาพิสูจน์อีกครั้งว่าทำไมเขาถึงเป็นหนึ่งในนักแสดงที่ดีที่สุดในยุคนี้ การแสดงของเขาในบทแซม เนลสันซีซั่น 2 นั้นเข้มข้นและมีชั้นเชิงมากขึ้น เราจะได้เห็นแซมที่ไม่ได้เป็นเพียงนักเจรจาต่อรองที่เย็นชาและมีไหวพริบ แต่ยังเป็นมนุษย์ที่มีความเครียด ความกลัว และความรับผิดชอบต่อชีวิตของผู้คนที่อยู่ในรถไฟ Elba ถ่ายทอดความตึงเครียดภายในได้อย่างน่าเชื่อ ไม่ว่าจะเป็นสายตาที่แสดงถึงการคิดไตร่ตรองอย่างรวดเร็ว น้ำเสียงที่พยายามสงบแต่แฝงความกังวล หรือท่าทางที่แสดงให้เห็นถึงแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นทุกวินาที นี่คือการแสดงที่สมควรได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลระดับนานาชาติอย่างแน่นอน

Hijack Season 2 #1

แม้ว่า Idris Elba จะโดดเด่นมาก แต่หนึ่งในจุดอ่อนของซีซั่นนี้คือตัวละครสมทบที่ไม่ได้รับการพัฒนาอย่างเต็มที่ มีตัวละครหลายตัวที่ปรากฏบนรถไฟหรือในฝั่งของเจ้าหน้าที่บนพื้นดิน แต่พวกเขาส่วนใหญ่ยังคงเป็นแค่เงาที่ช่วยเติมเต็มพล็อตโดยไม่มีมิติที่ลึกซึ้งพอ บางคนมีเพียงบทบาทที่ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นตัวประกอบหรือเพิ่มความซับซ้อนให้กับโครงเรื่อง แต่กลับไม่ได้ทำให้ผู้ดูรู้สึกผูกพันหรือเข้าใจแรงจูงใจของพวกเขาอย่างลึกซึ้ง สิ่งนี้ทำให้บางฉากรู้สึกว่าขาดอารมณ์หรือแรงผลักดันทางอารมณ์ที่ควรจะมี โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับความเข้มข้นของแซม เนลสัน

ด้านการถ่ายทำและโปรดักชัน Hijack ซีซั่น 2 ทำได้ดีมาก ทีมงานสร้างบรรยากาศของรถไฟใต้ดินเบอร์ลินได้อย่างสมจริง ตั้งแต่แสงสลัวๆ ที่สาดส่องเข้ามาจากหน้าต่างเมื่อรถวิ่งผ่านอุโมงค์ ไปจนถึงเสียงดังของรถไฟที่วิ่งบนรางเหล็ก การใช้มุมกล้องที่เน้นความคับแคบของพื้นที่ทำให้ผู้ดูรู้สึกอึดอัดไปด้วย การตัดต่อที่รวดเร็วในช่วงที่มีแอ็คชั่นสลับกับฉากที่เชื่องช้าลงเมื่อมีการเจรจาต่อรองช่วยสร้างจังหวะที่ดี สีโทนของภาพมืดและเย็นตามสไตล์ของหนังยุโรป ซึ่งเหมาะกับบรรยากาศของเรื่องราวที่เต็มไปด้วยอันตรายและความไม่แน่นอน ทีมสร้างฉากยังสร้างรถไฟใต้ดินขนาด 1:1 เพื่อให้การถ่ายทำสมจริงที่สุด ซึ่งเห็นได้จากรายละเอียดภายในรถที่ดูแท้จริง

ดนตรีประกอบของซีรีส์เรื่องนี้เป็นอีกหนึ่งจุดเด่น การใช้เสียงดนตรีที่ค่อยๆ สร้างความกังวลและความตึงเครียดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในฉากที่สถานการณ์เริ่มบานปลายหรือเมื่อมีการเปิดเผยข้อมูลใหม่ๆ ที่ทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไป เสียงดนตรีไม่ได้พยายามดังเกินไปหรือครอบงำการแสดง แต่กลับเป็นตัวเสริมที่ช่วยให้ผู้ดูรู้สึกถึงอันตรายและความเร่งด่วนได้ชัดเจนยิ่งขึ้น บางครั้งการใช้เสียงเงียบก็สร้างความน่ากลัวได้มากกว่าเสียงดังๆ และซีรีส์เรื่องนี้รู้วิธีใช้ความเงียบอย่างชาญฉลาด

Hijack Season 2 #2

บทภาพยนตร์ของ Hijack ซีซั่น 2 เขียนโดย George Kay ที่เคยทำงานกับซีซั่นแรก และคราวนี้ก็ยังคงรูปแบบการเล่าเรื่องที่เน้นความเป็นจริงและความตึงเครียดแบบต่อเนื่อง บทเขียนดีในการสร้างสถานการณ์ที่ซับซ้อนและการเจรจาต่อรองที่น่าติดตาม แซม เนลสันไม่ใช่ฮีโร่แบบดั้งเดิมที่ใช้กำลังแก้ปัญหา แต่เป็นคนที่ใช้สติปัญญาและทักษะการสื่อสารเป็นอาวุธหลัก อย่างไรก็ตาม จุดอ่อนของบทคือบางพล็อตค่อนข้างคาดเดาได้ง่าย โดยเฉพาะเมื่อมีการเปิดเผยแรงจูงใจของคนร้ายหรือพันธมิตรที่แอบแฝงมา บางฉากรู้สึกว่าเราเห็นมาแล้วในซีรีส์ระทึกขวัญเรื่องอื่นๆ และไม่ได้สร้างความประหลาดใจมากเท่าที่ควร นอกจากนี้ บางตอนยังมีจังหวะที่ช้าลงเกินไป ทำให้ความตื่นเต้นลดลง

สิ่งที่ทำให้ Hijack แตกต่างจากซีรีส์แอ็คชั่นระทึกขวัญทั่วไปคือการเน้นไปที่ธีมเรื่องการเจรจาต่อรองมากกว่าการใช้ความรุนแรง แซม เนลสันไม่ได้เป็นฮีโร่ที่มีทักษะการต่อสู้หรืออาวุธล้ำยุค เขาเป็นคนธรรมดาที่มีความสามารถพิเศษในการอ่านใจคนและหาทางออกด้วยคำพูด ซีรีส์สำรวจว่าในสถานการณ์วิกฤต การสื่อสาร การสร้างความไว้วางใจ และการเข้าใจจิตวิทยาของคนร้าย สามารถมีพลังมากกว่าการใช้กำลัง เราจะได้เห็นแซมพยายามหาจุดอ่อนของคนร้าย เข้าใจแรงจูงใจของพวกเขา และใช้ข้อมูลเหล่านี้ในการเจรจา นี่เป็นแง่มุมที่ทำให้ซีรีส์มีความลึกและน่าสนใจมากกว่าการระเบิดและไล่ล่าธรรมดา

เมื่อเปรียบเทียบกับซีซั่นแรก Hijack ซีซั่น 2 มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อดีคือการเปลี่ยนสนามรบสู่รถไฟใต้ดินทำให้บรรยากาศสดใหม่และท้าทายมากขึ้น การแสดงของ Idris Elba ยังคงยอดเยี่ยมและแม้กระทั่งดีขึ้น โปรดักชันและการถ่ายทำก็พัฒนาขึ้น อย่างไรก็ตาม ซีซั่นแรกมีความตื่นเต้นและความใหม่ของแนวคิดที่ทำให้น่าจับตามองมากกว่า ซีซั่น 2 แม้จะยังคงคุณภาพ แต่บางส่วนรู้สึกว่าเป็นการทำซ้ำสูตรเดิมด้วยสถานที่ใหม่ ซึ่งอาจทำให้ผู้ดูบางคนรู้สึกว่าคาดเดาได้มากขึ้น จุดเด่นของซีซั่นแรกคือความตื่นเต้นในการค้นพบว่าแซมจะจัดการกับสถานการณ์อย่างไร ซึ่งในซีซั่น 2 เราก็รู้แล้วว่าเขาเก่งในด้านนี้ ดังนั้นความประหลาดใจจึงลดลง

Hijack Season 2 #3

Hijack ซีซั่น 2 เป็นซีรีส์ที่เหมาะกับการดูแบบ Binge-watchมากกว่าการรอดูทีละตอนแบบรายสัปดาห์ เนื่องจากโครงเรื่องเป็นแบบต่อเนื่องและมีการสร้างความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ การดูหลายตอนติดกันจะทำให้รู้สึกถึงความเร่งด่วนและความเชื่อมโยงของเรื่องราวได้ดีกว่า หากรอดูทีละสัปดาห์ อาจรู้สึกว่าจังหวะเรื่องช้าและความตื่นเต้นลดลง ระบบ Real-time ที่ซีรีส์ใช้ทำให้ทุกตอนเชื่อมต่อกันอย่างใกล้ชิด และการหยุดดูเพื่อรอสัปดาห์หน้าอาจทำลายบรรยากาศและโมเมนตัมของเรื่อง ดังนั้นหากเป็นไปได้ ควรจัดเวลาดูแบบ Marathon เพื่อประสบการณ์ที่ดีที่สุด

แม้ว่า Hijack ซีซั่น 2 จะมีจุดเด่นมากมาย แต่ก็มีข้อจำกัดที่ควรพัฒนาในอนาคต หนึ่งในนั้นคือการให้ความสำคัญกับตัวละครสมทบมากขึ้น การสร้างมิติที่ลึกซึ้งให้กับตัวประกันหรือคนร้ายจะทำให้ผู้ดูรู้สึกเชื่อมโยงทางอารมณ์มากขึ้น อีกหนึ่งข้อจำกัดคือการหลีกเลี่ยงการใช้ทวิสต์ที่คาดเดาได้ง่าย ซีรีส์ควรท้าทายผู้ดูด้วยพล็อตที่ซับซ้อนและไม่สามารถคาดการณ์ได้ นอกจากนี้ การเพิ่มความหลากหลายของสถานการณ์หรือความท้าทายที่แซมต้องเผชิญจะช่วยให้ซีรีส์ไม่รู้สึกว่าซ้ำซากในซีซั่นต่อไป หากผู้สร้างสามารถนำข้อเสนอแนะเหล่านี้มาปรับปรุง ซีซั่นถัดไปอาจจะยอดเยี่ยมยิ่งขึ้น

Hijack ซีซั่น 2 เป็นซีรีส์ที่ยังคงความน่าดูและความตึงเครียดได้ดี แม้จะมีจุดอ่อนบางประการ การแสดงของ Idris Elba ยังคงเป็นหัวใจหลักที่ทำให้ทุกอย่างน่าติดตาม การเปลี่ยนสนามรบจากเครื่องบินสู่รถไฟใต้ดินเบอร์ลินสร้างบรรยากาศใหม่ที่น่าสนใจ และโปรดักชันก็ยังคงมาตรฐานสูง สำหรับใครที่ชื่นชอบซีรีส์ระทึกขวัญที่เน้นเนื้อหาและการแสดงมากกว่าแอ็คชั่นฉาบฉวย Hijack ซีซั่น 2 คือตัวเลือกที่น่าดู แม้จะไม่สมบูรณ์แบบ แต่ก็ให้ความบันเทิงและความตื่นเต้นที่คุ้มค่ากับเวลา มาแชร์ความคิดเห็นกันในคอมเมนต์ว่าซีซั่นนี้ทำให้รู้สึกอย่างไรเมื่อเทียบกับซีซั่นแรก และอย่าลืมแชร์รีวิวนี้ให้เพื่อนๆ ที่ชื่นชอบซีรีส์แนวระทึกขวัญจิตวิทยาแบบนี้!

  • ชื่อเรื่องภาษาอังกฤษ: Hijack ซีซั่น 2
  • ประเภท: ดราม่า, ระทึกขวัญ, แอ็คชั่น
  • วันที่ออกอากาศซีซั่น 2: มกราคม 2026
  • นักแสดงนำ: Idris Elba (แซม เนลสัน), Christiane Paul (Polizeipräsidentin Winter), Neil Maskell (Stuart Atterton), Max Beesley (Daniel O’Farrell)
  • ผู้สร้างซีรีส์: Jim Field Smith, George Kay
  • จำนวนตอนซีซั่น 2: 8 ตอน
  • เรตติ้ง IMDb: 7.4/10
  • ช่องทางการดู: Apple TV+

ฉุดตัวประกันใต้ดิน ตึงเครียดแต่เดาทาง

บท - 7.5
การแสดง - 8.5
โปรดักชัน - 8.2
ความบันเทิง - 7.8
ความคุ้มค่าในการรับชม - 8

8

Hijack ซีซั่น 2 นำเสนอความตึงเครียดแบบ Real-time บนรถไฟใต้ดินเบอร์ลิน ด้วยการแสดงที่เข้มข้นของ Idris Elba ในบทนักเจรจาต่อรอง **แซม เนลสัน** ที่ต้องเผชิญวิกฤตใหม่ ถึงแม้จะมีบางฉากที่ **คาดเดาได้** และตัวละครสมทบที่ยังไม่ได้รับการพัฒนาเต็มที่ แต่ซีรีส์ยังคงสร้างความตื่นเต้นได้ดีด้วยการถ่ายทำที่เน้นบรรยากาศอึดอัดในพื้นที่จำกัด ดนตรีประกอบจาก **Hans Zimmer** และการเล่าเรื่องที่เน้นมิติทางจิตวิทยามากกว่าแอ็คชั่นฉาบฉวย ทำให้ซีซั่นนี้ยังคงคุณค่าสำหรับแฟนซีรีส์ระทึกขวัญที่ชอบความเข้มข้น

User Rating: Be the first one !
First air
2023-06-28
Seasons
2
Episodes
15
Status
Returning Series
TV Series หนังชีวิต กำลังออกอากาศ

Hijack

Hijack — 2023

2023 2 ซีซัน 15 ตอน
IMDb Rating 7.3 /10
TMDB 7.5 /10

นักเจรจาฝีมือดี แซม เนลสันและผู้โดยสารทุกคนต้องเผชิญการเดินทางยากจะลืมเมื่อถูกกลุ่มโจรจี้ แซมงัดทุกแผนที่มีเพื่อล้มพวกโจรขณะที่เดิมพันสูงขึ้นทุกวินาที

Stream on


นักแสดงนำ

อิดริส เอลบา อิดริส เอลบา Sam Nelson
คริสติน อดัมส์ คริสติน อดัมส์ Marsha Smith-Nelson
Christian Näthe Christian Näthe Otto Weber
Clare-Hope Ashitey Clare-Hope Ashitey Olivia Thatcher
Lisa Vicari Lisa Vicari Clara Berger
Dejan Bućin Dejan Bućin Zoran Beck
Jasmine Bayes Jasmine Bayes Mei Tan

กดเพื่ออ่านต่อ

PhiRa W.

เป็นนักเขียนอิสระที่หลงใหลในสื่อบันเทิงทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ ซีรีส์ วาไรตี้ และสารคดี ผมชอบที่จะวิเคราะห์และถอดรหัสเนื้อหาเหล่านั้นออกมาในรูปแบบของรีวิวที่เข้าใจง่ายและสนุกสนาน เพื่อแบ่งปันมุมมองและประสบการณ์ให้กับผู้อ่าน

บทความที่เกี่ยวข้อง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Back to top button