รีวิวซีรีส์ฝรั่ง

[รีวิว-เรื่องย่อ] กฎหมายของลิเดีย | Lidia Poët ซีซั่น 3 บทอำลาทนายหญิง

  • ซีซั่นสุดท้ายของซีรีส์อิตาลีที่ปิดจบด้วย 6 ตอน เดินเรื่องรอบคดีของ Grazia Fontana เพื่อนสนิทของลิเดีย
  • Matilda De Angelis ยังเป็นหัวใจของซีรีส์ ถ่ายทอดลิเดียที่ดื้อรั้นและเต็มไปด้วยเสน่ห์ได้อย่างลงตัว
  • สูตรการสืบสวนเดิมทำให้ซีซั่นนี้คาดเดาได้ง่าย จังหวะของแต่ละตอนแทบซ้ำรอยเดิม
  • ประเด็นสิทธิสตรีและฉากพิจารณาคดีในช่วงท้ายช่วยประคองให้บทอำลายังมีน้ำหนัก

ถ้าต้องเอ่ยชื่อซีรีส์อิตาลีบน Netflix ที่แฟน ๆ ยังลุ้นให้ไปต่อแม้เรตติ้งจะไม่หวือหวา The Law According to Lidia Poët น่าจะอยู่ในหัวของคนดูหลายคน ผ่านมาสองซีซั่นที่พาทนายหญิงคนแรกของอิตาลีเข้าห้องพิจารณาคดีพร้อมโจทย์ยากไม่เคยซ้ำ บัดนี้ซีซั่น 3 ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการแล้วว่าเป็นซีซั่นสุดท้าย ทิ้งคำถามหนักกว่าทุกครั้งที่ผ่านมาว่าเรื่องราวของลิเดีย โปเอต์ ควรจะปิดฉากด้วยสารอะไร

ซีซั่นนี้เลื่อนเส้นเวลามายังเดือนเมษายน ปี 1887 ช่วงที่ เอ็นรีโก (Enrico) พี่ชายของลิเดีย ก้าวเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรและกำลังผลักดันกฎหมายที่จะเปิดทางให้น้องสาวทำงานในฐานะทนายความได้อย่างเป็นทางการ ขณะเดียวกันลิเดียต้องรับคดีส่วนตัวที่สุดในชีวิต นั่นคือคดีของ Grazia Fontana เพื่อนสนิทที่ถูกตั้งข้อหาฆ่าสามีผู้ทำร้ายร่างกายเธอมานาน เธอยอมรับว่าเป็นคนลงมือ แต่ยืนยันว่าทำไปเพื่อป้องกันชีวิตของตัวเอง

บทความนี้จะพาไปสำรวจว่า กฎหมายของลิเดีย ซีซั่น 3 เป็นบทสรุปที่คู่ควรกับตัวละครในตำนานนี้หรือไม่ อะไรคือจุดที่ซีซั่นนี้ทำได้ดี และอะไรคือจุดที่ทำให้แฟน ๆ หลายคนรู้สึกว่ายังไม่ถึงกับเต็มอิ่ม พร้อมวิเคราะห์การแสดงของ Matilda De Angelis ที่ยังคงเป็นสมอเรือของซีรีส์จนวินาทีสุดท้าย

The Law According to Lidia Poët’ Season 3 #1

ฉากเปิดของซีซั่นสุดท้ายวางรากฐานไว้น่าสนใจกว่าที่ซีรีส์ทำมาตลอด ด้วยคดีการเสียชีวิตของ นักกายกรรมห้อยโหน ที่ตั้งคำถามถึงความตั้งใจของผู้รับ ว่าเขาตั้งใจจับหรือปล่อยให้เธอร่วงลงมาจริง ๆ ถ้าผู้สร้าง Guido Iuculano และ Davide Orsini เลือกเล่าคดีนี้ให้สุดทาง ก็น่าจะเป็นโจทย์ที่ทดสอบความสามารถทางวิชาชีพของลิเดียอย่างแท้จริง ปัญหาคือซีรีส์เลือกใส่ ชู้สาวผู้อิจฉา และ เข็มฉีดยา เข้ามา ทำให้คดีเปิดตัวกลับมีหน้าตาเหมือนคดีอื่นในซีรีส์ทันที

สูตรการสืบสวนเริ่มฟ้องตัวเองตั้งแต่ไม่กี่ตอนผ่านไป รูปแบบเดิม ๆ ที่ลิเดียเผชิญหน้ากับผู้ต้องสงสัย ทะเลาะกับพี่ชาย เจอวัตถุหรือคำพูดสำคัญก่อนจบตอน แล้วเผยไต๋ทั้งหมดต่อหน้าคนร้าย ถูกใช้ซ้ำเกินไปจนคนดูเดาจังหวะได้ตั้งแต่ต้นตอน ช่วงสืบสวนกลายเป็นเหมือน table read (ซ้อมอ่านบทรอบโต๊ะกลม) ที่เน้นบทพูดของนักแสดงมากกว่าบรรยากาศหรือความตึงเครียด ทั้งที่ซีรีส์พยายามจะสื่อว่าตัวเอกมีเวลาน้อย

แกนหลักที่ช่วยยกซีซั่นให้ไม่จืดคือ คดีของ Grazia Fontana ซึ่งรับบทโดย Liliana Bottone เธอยอมรับว่าเป็นคนแทงสามี แต่ยืนยันว่าเป็น การป้องกันตัว เพราะหากไม่ทำเช่นนั้น อาจถูกสังหารเสียเอง ประเด็นคือถ้าคนที่ขึ้นบัลลังก์จำเลยเป็นฝ่ายชาย ศาลและสังคมก็มักใจอ่อน แต่พอเป็นผู้หญิง หน้าหนังสือพิมพ์กลับกลายเป็นเวทีประจานตัวละคร ชายชาวเมืองพากันสบประมาทและเรียกร้องโทษประหารราวกับสิ่งน้อยกว่านั้นคือความอยุติธรรมต่อพวกเขา

ไอเดียของการจบซีรีส์ด้วยการพิจารณาคดีของผู้หญิงโดยคณะลูกขุนชายล้วนคือทางเลือกที่ตรงแก่นเรื่องมาก ตัวละคร Lidia Poët ในชีวิตจริงกว่าจะได้รับการรับรองเป็นทนายความอย่างเป็นทางการ ต้องรอจนปี 1920 ในวัย 65 ปี ซีซั่นนี้เลือกเล่าเหตุการณ์ในปี 1887 แล้วใช้คดีของ Grazia ชี้ชวนให้คิดถึงอนาคต ไม่ใช่แค่ของลิเดียคนเดียว แต่ของผู้หญิงโดยรวม น่าเสียดายที่ซีรีส์กลับไม่เชื่อมั่นในทางเลือกของตัวเองพอ ปล่อยให้มีฉากกระโดดเวลาแบบ dreamlike (เหมือนฝัน) ที่เก้ ๆ กัง ๆ และทำให้จังหวะสะดุด

แม้คดีของ Grazia จะทำงานในระดับแนวคิดได้ดีกว่าการเดินเรื่อง แต่สารของมันก็ทรงพลังพอที่จะพาซีรีส์ข้ามข้อจำกัดไปได้ โดยเฉพาะช่วงสรุปคำแถลงปิดคดีของเอ็นรีโก ที่เขียนโดยลิเดีย ในตัวมันเองเป็นช่วงเวลาที่กินใจ สื่อให้เห็นว่าภาระที่ผู้หญิงในยุคนั้นต้องแบก ไม่ใช่แค่เรื่องการได้สิทธิ แต่คือการต้องต่อสู้เพื่อให้ เสียง ของพวกเธอถูกพิจารณาในห้องที่ถูกออกแบบมาสำหรับผู้ชายเท่านั้น

การแสดงของ Matilda De Angelis ยังคงเป็นเหตุผลสำคัญที่แฟน ๆ ยังเปิดดูจนจบ นักแสดงอิตาลีคนนี้มีเสน่ห์ในแบบที่เรียกว่า movie-star presence (เสน่ห์ของดาราภาพยนตร์) ทำให้แม้แต่บทที่อ่อนก็ยังดูได้เพลิน เธอเคยพิสูจน์ตัวเองแล้วใน Citadel: Diana ว่าเป็นนักแสดงที่ควรค่าแก่บทที่ใหญ่กว่านี้ กับลิเดีย เธอเจอตัวละครที่ควรจะยอดเยี่ยม แต่ปัญหาคือบทไม่ได้มอบความยุติธรรมให้กับทั้งบุคคลในประวัติศาสตร์และนักแสดงระดับนี้อย่างเต็มที่

จุดที่น่าเสียดายที่สุดคือซีรีส์ไม่เคยจินตนาการลิเดียที่อยู่นอกเหนือจากเส้นเรื่องของคดีแต่ละตอน ผู้หญิงที่อุทิศทั้งชีวิตเพื่อสิทธิสตรีคนนี้ ต้องมีความคิดเห็นต่อการเมือง ศิลปะ และวิทยาศาสตร์ของยุคสมัยตัวเอง ปี 1887 ของอิตาลีไม่ได้นิ่งเงียบ Francesco Crispi เพิ่งเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีพร้อมนโยบายต่างประเทศที่แข็งกร้าว ขณะที่แผ่นดินไหว ลิกูเรียปี 1887 (Liguria earthquake) ขนาด 6.8 ถึง 6.9 ริกเตอร์คร่าชีวิตตั้งแต่หลายร้อยถึงหลายพันคนและก่อให้เกิดคลื่นสึนามิสูงสองเมตร

เหตุการณ์สำคัญของปีเดียวกันยังมี การรบที่โดกาลี (Battle of Dogali) เมื่อวันที่ 26 มกราคม ที่ทหารอิตาลีถูกกองกำลังเอธิโอเปียภายใต้การนำของ Ras Alula Engida โจมตีเกือบสูญสิ้น Emil Berliner จดสิทธิบัตรเครื่องเล่นแผ่นเสียงกราโมโฟน (gramophone) และ Heinrich Hertz ค้นพบคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (electromagnetic waves) ทั้งหมดนี้คือบริบทที่ซีรีส์สามารถดึงมาใช้ให้ลิเดียดูเป็นผู้หญิงที่ตื่นตัวกับโลกรอบตัวได้อย่างลงตัว แต่ผู้สร้างเลือกจำกัดบทพูดของเธอไว้แค่กรอบของคดีฆาตกรรมและความรัก

The Law According to Lidia Poët’ Season 3 #2

ผลที่ตามมาคือซีรีส์กลายเป็นทั้ง crime drama (ดราม่าอาชญากรรม) และ love story (เรื่องราวความรัก) มากกว่าจะเป็นภาพของปัญญาชนหญิงที่ปฏิเสธการถูกจำกัด ในด้านความสัมพันธ์ ซีซั่นนี้วางลิเดียไว้ในสามเหลี่ยมที่กำลังคลี่คลาย ระหว่าง Pierluigi Fourneau ซึ่งได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นอัยการฝั่งตรงข้ามในคดีของ Grazia กับ Jacopo Barberis ที่กลับจากโรมเพื่อทำข่าวคดี สามเหลี่ยมนี้ไม่ได้เป็นแค่ดราม่าโรแมนซ์ แต่เป็นโครงสถาปัตย์ให้เห็นว่าระบบที่ตัวละครต้องอยู่ในนั้น ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับชีวิตที่พวกเขากำลังใช้

จุดสว่างเล็ก ๆ ที่สร้างความประทับใจจริงคือฉากที่ผู้หญิงคนหนึ่งส่งสัญญาณถึงคู่รักด้วยทักษะการร้องเพลง เป็นจังหวะสั้น ๆ ที่แสดงให้เห็นว่าซีรีส์ทำได้ดีกว่านี้ถ้าใช้เวลาสำรวจความเป็นมนุษย์ของตัวละครแทนการเร่งพล็อตคดี งานภาพยังคงเก็บบรรยากาศของ ตูริน (Turin) ยุคปลายศตวรรษที่ 19 ได้สวย เสื้อผ้าของลิเดียเปลี่ยนทุกฉากและยังมีกลิ่นอายตะวันออกแทรกมาในซีซั่นนี้ เป็นตัวเลือกด้านสไตล์ที่สร้างบุคลิกเฉพาะให้ซีรีส์ไม่ซ้ำกับดราม่าประวัติศาสตร์อิตาลีเรื่องอื่นอย่าง The Leopard ที่เคยออกมาก่อนหน้า

กฎหมายของลิเดีย ซีซั่น 3 ปิดฉากด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ฝั่งหนึ่งคือความโล่งใจที่ซีรีส์เลือกจบตัวเองด้วยศักดิ์ศรีแทนการยืดยาว ประเด็นของมันไม่เคยล้าสมัย และการต่อสู้เพื่อให้เสียงของผู้หญิงได้รับการพิจารณาในระบบที่ไม่ได้ถูกสร้างมาให้เธอ ยังเป็นสาระที่สะท้อนกับโลกปัจจุบัน อีกฝั่งหนึ่งคือความรู้สึกว่ายังขาดอีกนิด ถ้าผู้สร้างกล้าแหกสูตรเดิม ๆ และอนุญาตให้ลิเดียแสดงความคิดต่อโลกรอบตัวมากกว่านี้ ซีรีส์อาจเป็นดราม่าประวัติศาสตร์ที่คนจดจำไปอีกนาน สำหรับใครที่ติดตามมาตั้งแต่ต้น บทอำลาครั้งนี้ยังคู่ควรแก่การเปิดดู โดยเฉพาะถ้าชอบซีรีส์ดราม่าประวัติศาสตร์ที่ผสมผสานคดีสืบสวนกับการเมืองเรื่องเพศสภาพ มาแชร์ในคอมเมนต์กันว่าตอนจบของลิเดียถึงใจพอหรือยัง และถ้าเคยรับชมซีรีส์อิตาลีเรื่องอื่นอย่าง Motorvalley อย่าลืมแชร์รีวิวนี้ให้เพื่อน ๆ ที่ชื่นชอบดราม่าประวัติศาสตร์ได้อ่านต่อด้วย

  • ชื่อเรื่องในภาษาไทย: กฎหมายของลิเดีย
  • ชื่อเรื่องในภาษาอังกฤษ: The Law According to Lidia Poët (La Legge di Lidia Poët)
  • ประเภท: ดราม่า, อาชญากรรม, ประวัติศาสตร์
  • วันที่ออกฉาย: 15 เมษายน 2569
  • จำนวนตอน: 6 ตอน
  • นักแสดงนำ: มาทิลดา เด แองเจลิส (Matilda De Angelis), เอดัวร์โด สการ์เปตตา (Eduardo Scarpetta), ปิแอร์ ลุยจิ ปาซิโน (Pier Luigi Pasino), ซารา ลัซซาโร (Sara Lazzaro), จานมาร์โก เซารีโน (Gianmarco Saurino), ลิเลียนา บ็อตโตเน (Liliana Bottone), นินนี บรูสเคตตา (Ninni Bruschetta)
  • ผู้สร้าง: กุยโด อิอูคูลาโน (Guido Iuculano), ดาวิเด ออร์ซินี (Davide Orsini)
  • ผู้กำกับ: เลติเซีย ลามาร์ตีเร (Letizia Lamartire), ปิปโป เมซซาเปซา (Pippo Mezzapesa), จาโคโป บอนวิชินี (Jacopo Bonvicini)
  • ผู้ผลิต: มัตเตโอ โรเวเร (Matteo Rovere) จากค่าย Groenlandia (Banijay Group)
  • ช่องทางการดูในประเทศไทย: Netflix

บทอำลาที่ชนะด้วยประเด็น แต่พ่ายให้กับสูตรเดิม

โครงเรื่อง - 7
การแสดง - 8.6
โปรดักชัน - 8.2
ความบันเทิง - 6.5
ความคุ้มค่าในการรับชม - 7.3

7.5

ซีซั่นสุดท้ายของ The Law According to Lidia Poët เข้มข้นตรงคดีของ Grazia และโครงสร้างห้องพิจารณาคดีที่สะท้อนระบบชายเป็นใหญ่ แต่สูตรการสืบสวนเดิมทำให้ 6 ตอนนี้คาดเดาได้ง่าย โชคดีที่การแสดงของ Matilda De Angelis และน้ำหนักของประเด็นสิทธิสตรีช่วยประคองให้บทอำลายังคงสมศักดิ์ศรีกับตัวละครในตำนานคนนี้

User Rating: Be the first one !
กฏหมายของลิเดีย
7.5
TV Series หนังชีวิต อาชญากรรม สงครามและการเมือง จบแล้ว
2023 3 ซีซัน 18 ตอน
7.5 /10 IMDB
7.4 /10 TMDB

ลิเดีย โพเอต สืบคดีฆาตกรรมในขณะที่ต้องดิ้นรนต่อสู้เพื่อให้ได้ทำงานด้านกฎหมาย ซีรีส์ย้อนยุคชวนติดตามเรื่องนี้ได้แรงบันดาลใจจากเรื่องจริงของนักกฎหมายหญิงคนแรกของอิตาลี


นักแสดง

Matilda De Angelis Matilda De Angelis Lidia Poët
Sara Lazzaro Sara Lazzaro Teresa Barberis
Eduardo Scarpetta Eduardo Scarpetta Jacopo Barberis
Pier Luigi Pasino Pier Luigi Pasino Enrico Poët
Nika Perrone Nika Perrone Azzurra

กดเพื่ออ่านต่อ

PhiRa W.

เป็นนักเขียนอิสระที่หลงใหลในสื่อบันเทิงทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ ซีรีส์ วาไรตี้ และสารคดี ผมชอบที่จะวิเคราะห์และถอดรหัสเนื้อหาเหล่านั้นออกมาในรูปแบบของรีวิวที่เข้าใจง่ายและสนุกสนาน เพื่อแบ่งปันมุมมองและประสบการณ์ให้กับผู้อ่าน

บทความที่เกี่ยวข้อง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Back to top button