รีวิวซีรีส์ฝรั่ง

[รีวิว-เรื่องย่อ] สเตรนเจอร์ ธิงส์: เรื่องเล่าจากปี 85 | Stranger Things: Tales From ’85 (2026)

  • ซีรีส์แอนิเมชันนี้เล่าเหตุการณ์ปี 1985 ระหว่างซีซัน 2 และ 3 โดยนำเอาเงื่อนไขเดิมจากจักรวาลหลักมาใช้ซ้ำ ทำให้ขาดความประหลาดใจสำหรับผู้ติดตาม Stranger Things มาก่อน
  • จุดแข็งยังคงอยู่ที่บรรยากาศย้อนยุค ความสัมพันธ์ของตัวละคร และโทนความลึกลับที่สร้างเอกลักษณ์ของแฟรนไชส์นี้ไว้ได้ในระดับหนึ่ง
  • ตัวละครใหม่อย่าง Nkki ช่วยเติมลมหายใจใหม่เข้าไปในทีมเดิมที่ดูเหมือนจะวนเวียนอยู่กับรูปแบบเดิม แต่ยังไม่เพียงพอที่จะยกระดับให้ทัดเทียมซีรีส์ต้นฉบับ
  • โทนความสยองขวัญถูกปรับให้เบาลงเหมาะกับผู้ชมที่อายุน้อยกว่า กลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ไม่เลวสำหรับเด็ก ๆ ก่อนเข้าสู่ซีรีส์หลักในภายหลัง

หลังจากจบซีซันหลักของ Stranger Things ไปแค่ไม่กี่เดือน แฟน ๆ ก็ได้รับข่าวดีว่ากลุ่มเด็กฮอว์กินส์กลับมาอีกครั้งในรูปแบบแอนิเมชัน สำหรับคนที่คิดถึงบรรยากาศสืบสวนลึกลับแบบยุค 80 Stranger Things: Tales From ’85 ถูกวางตัวให้เติมเต็มช่องว่างระหว่างซีซัน 2 และ 3 แต่คำถามสำคัญคือผลงานชิ้นนี้สร้างสรรค์สิ่งใหม่หรือแค่นำเสนอความคุ้นเคยในรูปแบบใหม่

ความรู้สึกแรกหลังจากดูจบคือความสงสัยว่าทำไมต้องสร้างซีรีส์แอนิเมชันชุดนี้ขึ้นมาเมื่อโครงเรื่องยังคงเดินวนเวียนรอบภัยคุกคามจาก Upside Down ที่ทีมเคยเผชิญมาแล้วในซีรีส์หลัก การพบว่าปัญหาแก้ได้ด้วยวิทยาศาสตร์และการทำงานเป็นทีมเหมือนที่เคยผ่านตา ทำให้ช่วงเวลาหลายตอนรู้สึกเหมือนการเล่าซ้ำมากกว่าการผจญภัยครั้งใหม่ สำหรับใครที่ติดตาม Stranger Things มาตลอด การรับชมซีรีส์นี้อาจให้ความรู้สึกเหมือนกำลังย้อนกลับไปดูฉากที่คุ้นเคยแต่ในรูปแบบวาดภาพ ซึ่งถ้ามองในแง่ดีคือการท่องเที่ยวความทรงจำ แต่ถ้ามองในแง่รีวิวอย่างจริงจังก็ยากที่จะปฏิเสธว่าผลงานขาดองค์ประกอบความแปลกใหม่ที่ควรมีในงานแยกจากซีรีส์หลัก

Stranger Things Tales From '85 1

แม้เนื้อหาจะซ้ำซาก แต่สิ่งที่ช่วยให้ซีรีส์แอนิเมชันนี้ไม่น่าเบื่อจนเกินไปคือบรรยากาศและเสน่ห์เฉพาะตัวที่แฟรนไชส์ Stranger Things สร้างไว้ การได้เห็นตัวละครชุดเดิม Eleven Mike Dustin Lucas Max และ Will กลับมารวมตัวกันอีกครั้งในปี 1985 ยังคงสร้างความรู้สึกอบอุ่นและคิดถึงให้กับผู้ชม โทนการเล่าเรื่องแบบย้อนยุคที่เต็มไปด้วยวอล์กี้ทอร์กี้ ความรักวัยรุ่น และความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนยังคงเป็นจุดขายที่ยังพอใช้ได้ นอกจากนี้ฉากที่อยู่ในโลกกลับด้าน Upside Down ยังถูกวาดออกมาได้น่าสนใจพอสมควร ถือเป็นหนึ่งในผลงานด้านภาพที่ทีมงานสามารถทำได้ดีกว่าส่วนอื่น ๆ ของซีรีส์

จุดที่น่าจดจำที่สุดของซีรีส์ชุดนี้อยู่ที่การแนะนำตัวละครใหม่ชื่อ Nkki เธอเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ของกลุ่มและไม่ได้ถูกยืมมาจากทีมนักแสดงต้นฉบับ ความสดใหม่ที่เธอนำเข้ามาช่วยลดความรู้สึกซ้ำจำเจของตัวละครเดิมที่ดูเหมือนจะเดินตามบทบาทเดิม ๆ จากซีรีส์หลักได้ระดับหนึ่ง ถ้าหากซีรีส์มีตัวละครใหม่หรือแนวทางที่แตกต่างแบบนี้มากกว่านี้ Tales From ’85 อาจจะมีโอกาสกลายเป็นผลงานที่โดดเด่นและทัดเทียมกับซีรีส์ต้นฉบับได้มากกว่านี้ แต่อย่างไรก็ตามการมีตัวละครเดียวที่แตกต่างยังไม่เพียงพอที่จะเปลี่ยนแปลงโครงสร้างพื้นฐานที่ยังคงเล่าแบบเดิมซ้ำ ๆ

Stranger Things Tales From '85 2

อีกประเด็นที่สำคัญคือซีรีส์แอนิเมชันชุดนี้ถูกปรับโทนให้เหมาะสมกับผู้ชมที่อายุน้อยกว่าซีรีส์หลักอย่างชัดเจน ฉากสยองขวัญและความรุนแรงถูกลดระดับลงอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ผู้ชมที่เป็นเด็ก ๆ สามารถรับชมได้โดยไม่รู้สึกหวาดกลัวจนเกินไป ในมุมหนึ่งนี่ถือเป็นจุดบวกเพราะกลายเป็นประตูทางเข้าที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก ๆ ก่อนที่จะโตพอที่จะรับชม Stranger Things ฉบับคนจริงในอนาคต แต่ในมุมของแฟนตัวจริงที่คาดหวังความเข้มข้นระดับเดียวกับซีรีส์หลัก การลดความดิบลงนี้อาจทำให้รู้สึกว่าขาดรสชาติและความทรงจำที่เคยมีจากการดูซีรีส์ต้นฉบับ

Stranger Things: Tales From ’85 ไม่ใช่ซีรีส์แอนิเมชันที่แย่จนเกินไป แต่ก็ไม่ใช่ผลงานที่ควรตั้งหน้าตั้งตารอคอยหากเคยดูซีรีส์หลักมาแล้ว สำหรับแฟนพันธุ์แท้ที่คิดถึงบรรยากาศฮอว์กินส์ การรับชมครั้งเดียวอาจช่วยคลายความคิดถึงได้บ้าง แต่ถ้าคาดหวังเนื้อหาสดใหม่หรือปมลึกลับที่ซ่อนอยู่แบบที่ซีรีส์หลักเคยให้ ผลงานชิ้นนี้อาจทำให้ผิดหวัง หากต้องการแนะนำ Stranger Things ให้กับเด็ก ๆ ในบ้าน ซีรีส์ชุดนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่อ่อนโยนและเข้าใจง่าย แต่ถ้าเป็นแฟนตัวจริงที่รอคอยการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ การบ่มเวลาและไปดูซีรีส์อื่น ๆ ใน รายการแนะนำซีรีส์ อาจเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่า อย่าลืมแบ่งปันความคิดเห็นหลังจากรับชมจบใน comment เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองกัน

  • ชื่อเรื่องในภาษาไทย: สเตรนเจอร์ ธิงส์: เรื่องเล่าจากปี 85
  • ประเภท: แอนิเมชัน, ไซไฟ, ระทึกขวัญ, ลึกลับ
  • วันที่ออกฉาย: 23 เมษายน 2026
  • ผู้ดำเนินงาน: เอริก โรเบิลส์ (Eric Robles) และ ดัฟเฟอร์ บราเธอร์ส (Duffer Brothers)
  • ผู้ประพันธ์ดนตรี: แบรด บรีก (Brad Breeck)
  • ช่องทางการดูในประเทศไทย: Netflix

ซีรีส์แอนิเมชันที่คุ้นเคยเกินไป แต่ก็ยังมีเสน่ห์ของฮอว์กินส์

โครงเรื่อง - 5.5
การแสดง - 6.5
โปรดักชัน - 6
ความบันเทิง - 5.8
ความคุ้มค่าในการรับชม - 5.5

5.9

สำหรับคนคิดถึง Stranger Things การได้กลับมาเจอ Eleven Mike Dustin Lucas Max และ Will ในรูปแบบแอนิเมชันช่วยเติมเต็มความคิดถึงได้ระดับหนึ่ง แต่เนื้อหาที่วนกลับไปสู่ภัยคุกคามจาก Upside Down รูปแบบเดิม ๆ ทำให้ขาดความรู้สึกตื่นเต้นและความคาดหมายไม่ได้ที่ซีรีส์หลักเคยมอบให้ นอกจากนี้โทนความสยองขวัญที่เบาลงยังดูเหมือนถูกปรับให้เข้ากับผู้ชมเด็กมากกว่าแฟน ๆ ตัวจริง แม้ตัวละครใหม่อย่าง Nkki จะช่วยให้มีลูกเล่นเพิ่มขึ้น แต่โดยรวมแล้วผลงานยังอยู่ในระดับดูได้ครั้งเดียวสำหรับแฟนพันธุ์

User Rating: Be the first one !
First air
2026-04-23
Seasons
2
Episodes
10
Status
Returning Series
TV Series แอนนิเมชั่น จิตนิมิตแนววิทยาศาสตร์ ลึกลับ กำลังออกอากาศ
2026 2 ซีซัน 10 ตอน
IMDb Rating 5.8 /10
TMDB 7.6 /10

ฤดูหนาวที่ฮอว์กินส์ปี 1985 ขอต้อนรับสู่เมืองที่ซุกซ่อนความลับไว้มากมาย งานนี้แก๊งผู้กล้าขวัญใจแฟนๆ ร่วมกันไขปริศนาครั้งใหม่ และต่อกรกับภัยร้ายสายพันธุ์ที่ไม่เคยพบเจอ

Stream on


นักแสดงนำ

Brooklyn Davey Norstedt Brooklyn Davey Norstedt Eleven (voice)
Jolie Hoang-Rappaport Jolie Hoang-Rappaport Max (voice)
Luca Diaz Luca Diaz Mike (voice)
Elisha Williams Elisha Williams Lucas (voice)
Braxton Quinney Braxton Quinney Dustin (voice)
Benjamin Plessala Benjamin Plessala Will (voice)
Odessa A'zion Odessa A'zion Nikki (voice)

กดเพื่ออ่านต่อ

PhiRa W.

เป็นนักเขียนอิสระที่หลงใหลในสื่อบันเทิงทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ ซีรีส์ วาไรตี้ และสารคดี ผมชอบที่จะวิเคราะห์และถอดรหัสเนื้อหาเหล่านั้นออกมาในรูปแบบของรีวิวที่เข้าใจง่ายและสนุกสนาน เพื่อแบ่งปันมุมมองและประสบการณ์ให้กับผู้อ่าน

บทความที่เกี่ยวข้อง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Back to top button