รีวิวซีรีส์ฝรั่ง

[รีวิว-เรื่องย่อ] House of the Dragon ซีซั่น 3 ศึกมังกรกลางทะเลที่ไร้เดิมพัน

เรือรบที่พุ่งชนกันกลางทะเล มังกรสามตัวพ่นไฟสาดแสงส้มแดงไปทั่วท้องฟ้า ทหารนับร้อยที่ถูกยิงด้วยธนูและสังหารกลางสมรภูมิ ภาพทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ House of the Dragon ซีซั่น 3 ตอนแรกยัดเยียดใส่ผู้ชมตั้งแต่ฉากเปิดเรื่อง มันคือศึกกลางทะเลที่ถูกออกแบบมาให้ยิ่งใหญ่และสะเทือนอารมณ์ พร้อมการตายของตัวละครสำคัญที่ในทางทฤษฎีควรทำให้คนดูอ้าปากค้าง แต่เมื่อเครดิตท้ายตอนขึ้น สิ่งที่เหลืออยู่กลับไม่ใช่ความตื่นตะลึง หากเป็นความรู้สึกว่างเปล่าที่บอกไม่ถูกว่าทำไมหัวใจถึงไม่เต้นแรงตาม

ตลอดความยาวของตอนแรกใน ซีรีส์ ฟอร์มยักษ์จาก HBO เรื่องนี้ ผู้ชมจะถูกจับยัดเข้าไปในแอ็กชันที่รุนแรงและรวดเร็วแบบแทบไม่ได้พักหายใจ ภาพ close-up และ quick cut ถาโถมใส่สายตาอย่างต่อเนื่องจนแทบไม่มีพื้นที่ให้อารมณ์ได้ตกตะกอน เสียงคำรามของมังกร เสียงเหล็กกระทบกัน เสียงระเบิด ทั้งหมดนี้ดังกระหึ่มจนความรู้สึกของผู้ชมถูกกลบไปหมด นี่คือตอนที่พยายามตะโกนว่า “ข้าอลังการ” ซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยลืมไปว่าความอลังการจะไร้ความหมายทันทีถ้าคนดูไม่ได้รู้สึกร่วมไปกับมัน

ระยะห่างระหว่างซีซั่นที่ยาวนานก็เป็นอีกปัจจัยที่กัดกร่อนแรงดึงดูดของตอนนี้ เพราะกว่าที่ซีซั่น 3 จะออกอากาศ ผู้ชมจำนวนมากอาจจำไม่ได้แล้วว่าความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครแต่ละตัวจบลงตรงไหนใน House of the Dragon ซีซั่น 2 เมื่อความผูกพันทางอารมณ์ที่เคยมีถูกเวลาเจือจาง ฉากการตายที่ควรจะสะเทือนขวัญจึงกลายเป็นเพียงกลไกเดินเรื่องที่คอยบอกใบ้ว่ารีนิราจะลุกขึ้นมาแก้แค้นอย่างไรในตอนหน้า มากกว่าจะเป็นช่วงเวลาที่ทำให้คนดูช็อกและจดจำ

House of the Dragon 3 #1

ไม่มีใครปฏิเสธว่าโปรดักชันของ House of the Dragon ยังคงเป็นมาตรฐานสูงสุดของ ซีรีส์ฝรั่ง แนวแฟนตาซีในเวลานี้ มังกรสามตัวที่บินวนอยู่เหนือสมรภูมิถูกสร้างด้วย CGI ที่สมจริงและให้ความรู้สึกถึงขนาดอันมหึมา เรือไม้ที่แตกกระจายเมื่อชนกัน การยิงธนูที่สาดลงมาเป็นระลอก ควันไฟและเถ้าถ่านที่ลอยคละคลุ้ง ทั้งหมดนี้คือองค์ประกอบของศึกใหญ่ที่ถูกประกอบขึ้นอย่างประณีต

แต่สิ่งที่ทำให้การต่อสู้กลางทะเลในตอนนี้รู้สึก “แค่โอเค” แทนที่จะเป็น “มหากาพย์” ไม่ใช่ปัญหาที่งานสร้าง แต่อยู่ที่วิธีการนำเสนอ จังหวะการตัดต่อที่เร็วและถี่เกินไปทำให้สมองแทบประมวลผลไม่ทันว่าอะไรกำลังเกิดขึ้น ภาพ close-up ของตัวละครและมังกรถูกยัดเข้ามาแบบที่แทบไม่เว้นช่องว่างให้ผู้ชมได้ถอนหายใจ เปรียบเหมือนมีคนมากระชากคอเสื้อแล้วสั่งให้ตื่นเต้นโดยไม่เคยถามว่าพร้อมจะตื่นเต้นหรือยัง

การเปรียบเทียบกับเกม Assassin’s Creed IV: Black Flag ที่นักวิจารณ์หลายสำนักยกขึ้นมาไม่ใช่เรื่องเกินจริง เพราะศึกเรือในเกมนั้นให้ความรู้สึกถึงพื้นที่และจังหวะที่แม่นยำกว่า ในทางกลับกัน ฉากต่อสู้ในตอนนี้กลับอัดแน่นด้วยภาพและเสียงจนเกินขีดที่ผู้ชมจะซึมซับ กลายเป็นประสบการณ์ที่ล้าแทนที่จะเร้าใจ

House of the Dragon 3 #2

ท่ามกลางพายุไฟและความโกลาหล จังหวะที่เงียบที่สุดของตอนนี้กลับทรงพลังที่สุด เมื่ออีมอนด์ (Aemond) เดินเข้าหาอลิเซนต์และประกบริมฝีปากลงบนริมฝีปากมารดาของตัวเอง จูบที่เต็มไปด้วยความผิดเพี้ยนของอำนาจและความปรารถนาที่ถูกบิดเบือน สิ่งที่ทำให้ฉากนี้ตราตรึงไม่ใช่ความช็อกของเนื้อหา แต่คือการแสดงของโอลิเวีย คุก (Olivia Cooke)

ในเวลาไม่กี่วินาที ใบหน้าของเธอสื่อสารทุกอย่างที่ตอนนี้ขาดหายไป นั่นคือความเป็นธรรมชาติ ความอึดอัดที่ปนตลกร้าย และความสับสนของตัวละครที่ถูกผลักเข้าไปในสถานการณ์เหนือความคาดหมาย เธอไม่ได้แค่แสดง เธอเป็นตัวละครที่มีเลือดเนื้อและหัวใจ สิ่งนี้ช่างแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับโทนโดยรวมของตอนที่ตัวละครส่วนใหญ่รู้สึกเหมือนหมากบนกระดานที่ถูกขยับไปตามแผนการเล่าเรื่อง โดยไม่ทิ้งร่องรอยความเป็นมนุษย์ไว้มากพอให้ผู้ชมรู้สึกผูกพัน

ซีรีส์แฟนตาซี ที่ดีมักรู้จักจังหวะของตัวเอง รู้ว่าเมื่อใดควรเร่งและเมื่อใดควรผ่อน เพื่อให้ผู้ชมได้พักหายใจและซึมซับอารมณ์ก่อนจะพุ่งเข้าสู่พายุลูกต่อไป แต่ตอนแรกของซีซั่น 3 กลับมองไม่เห็นความจริงข้อนี้

ฉากที่ Sheepstealer มังกรตัวมหึมาป้อนแกะย่างให้รีนา (Rhaena) เป็นมุกภาพที่แยบยลและน่ารักในแบบที่จักรวาล Game of Thrones แทบไม่เคยมี แต่มันผ่านไปเร็วราวกับแอนิเมชันทดสอบที่ไม่ควรค่าแก่การเสียเวลา กับอีกฉากที่อลิส (Alys) สารภาพกับแอดดัม (Addam) ฮิวจ์ (Hugh) และอุล์ฟ (Ulf) ว่า “ข้าเป็นแม่มด” ตามด้วยปฏิกิริยาของอุล์ฟที่วิ่งหนีเหมือนลูกแมวตกใจ จังหวะนี้ควรเป็นมุกตลกที่ทำให้ผู้ชมหลุดขำ แต่กลับกลายเป็นความเงอะงะเพราะการตัดต่อที่ผิดจังหวะอย่างสิ้นเชิง การเปลี่ยนไปยังฉากต่อไปมาเร็วเกินไปจนอารมณ์ขันที่กำลังจะก่อตัวถูกตัดจบทิ้งอย่างไร้เยื่อใย

House of the Dragon 3 #3

ประเด็นที่น่ากังวลที่สุดของตอนนี้ไม่ใช่แค่การตัดต่อหรือจังหวะ แต่คือการที่มันรู้สึกเหมือนไม่มีอะไรเป็นเดิมพันอย่างแท้จริง แม้จะมีตัวละครสำคัญตายและมีผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมาก แต่อารมณ์ที่ผู้ชมได้รับกลับไม่ใช่ความเสียใจหรือความโกรธ หากเป็นความคิดที่ลอยไปข้างหน้าว่า “แล้วรีนิราจะเอาคืนยังไง”

นี่คือปัญหาเชิงโครงสร้างที่เกิดจากการที่ซีรีส์เลือกจะใช้ตอนแรกเป็นเพียงฉากเซ็ตอัปให้กับเรื่องราวที่กำลังจะตามมา แทนที่จะทำให้แต่ละช่วงเวลามีน้ำหนักของมันเอง เมื่อตัวละครกลายเป็นเพียงเครื่องมือปูทางสู่อนาคต ไม่ใช่เป้าหมายที่ผู้ชมผูกพันในปัจจุบัน ความตายของใครก็ตามจึงรู้สึกเหมือนแค่การหมุนเกียร์ในเครื่องจักรของพล็อต แทนที่จะเป็นโศกนาฏกรรมที่ควรค่าแก่การร้องไห้

สำหรับแฟน ๆ ที่เติบโตมากับจักรวาล Westeros และเคยสัมผัสกับความโหดร้ายที่เปี่ยมด้วยความหมายในยุคแรกของ Game of Thrones การกลับมาครั้งนี้จึงอาจรู้สึกเหมือนได้กินอาหารจานเดิมที่ขาดเครื่องปรุง แม้หน้าตาจะสวยงาม แต่รสชาติกลับจืดชืดอย่างน่าผิดหวัง ส่วนซีรีส์สปินออฟอีกเรื่องอย่าง A Knight of the Seven Kingdoms ที่เลือกเดินคนละโทนกับซีรีส์หลัก ก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าบางครั้งการย่อส่วนลงและให้ความสำคัญกับความเป็นมนุษย์ของตัวละคร กลับสร้างประสบการณ์ที่น่าจดจำมากกว่าการอัด CGI มหึมาใส่หน้าผู้ชม

House of the Dragon ซีซั่น 3 EP1 คือตัวอย่างของซีรีส์ที่เชื่อว่าภาพและเสียงที่ยิ่งใหญ่จะกลบทุกอย่างได้ แต่มันกลับลืมไปว่าหัวใจของ Game of Thrones ไม่เคยอยู่ที่มังกรหรือสงคราม แต่อยู่ที่ตัวละครที่ผู้ชมรักและเกลียดอย่างสุดใจ

House of the Dragon 3 #5

House of the Dragon ซีซั่น 3 EP1 เป็นตอนที่เหมาะกับผู้ชมที่ต้องการเสพภาพสงครามแฟนตาซีอลังการโดยไม่สนใจว่าจะรู้สึกอะไรกับตัวละครหรือไม่ หากสิ่งที่มองหาใน 100 ซีรีส์ฝรั่ง คือมังกรพ่นไฟใส่กันกลางทะเล การต่อสู้แบบตัวต่อตัว และโปรดักชันระดับฮอลลีวูด ตอนนี้ก็พร้อมเสิร์ฟสิ่งเหล่านั้นเต็มจอ

แต่ถ้าสิ่งที่โหยหาคือความผูกพันกับตัวละคร น้ำหนักของความสูญเสีย และความรู้สึกว่าเดิมพันในเรื่องนี้มีความหมายมากกว่าแค่การปูทางไปตอนหน้า ตอนแรกของซีซั่น 3 อาจทำให้รู้สึกเคว้งคว้างอย่างบอกไม่ถูก โอลิเวีย คุกแบกตอนนี้ไว้บนบ่าด้วยการแสดงที่ทรงพลังในเวลาไม่กี่นาที แต่มันไม่เพียงพอจะชดเชยการตัดต่อที่รวบรัด จังหวะตลกที่ถูกตัดตอน จังหวะเล่าที่ขาดพื้นที่ให้อารมณ์ และเดิมพันที่เบาบางจนแทบจับต้องไม่ได้

ใครที่ยังรักจักรวาลนี้และพร้อมให้โอกาสซีซั่น 3 ได้พิสูจน์ตัวเองในตอนต่อ ๆ ไป การทนดูตอนแรกให้จบอาจเป็นการลงทุนที่สมเหตุสมผล เพราะบ่อยครั้งซีรีส์ฟอร์มยักษ์มักใช้ตอนแรกเป็นเพียงใบปิดโรงก่อนจะเผยของจริงในตอนถัดไป แต่ถ้าหลังจากดูจบแล้วรู้สึกว่านี่ไม่ใช่สิ่งที่คาดหวังจาก House of the Dragon อีกต่อไป ก็ไม่มีความผิดอะไรที่จะถอยออกมารอดูรีวิวตอนต่อไปก่อนตัดสินใจ แชร์ความคิดเห็นเกี่ยวกับตอนนี้ในคอมเมนต์ได้เลย ซีซั่นนี้เริ่มต้นอย่างนี้ ทำให้รู้สึกอย่างไรกับทิศทางของสงครามกลางเมืองทาร์แกเรียน

เปิดศึกมังกรกลางทะเลที่อลังการ แต่เดิมพันยังไม่ถึงใจ

โครงเรื่อง - 6
การแสดง - 7
โปรดักชัน - 7.8
ความบันเทิง - 5.8
ความคุ้มค่าในการรับชม - 5.5

6.4

House of the Dragon ซีซั่น 3 ตอนแรก เปิดฉากด้วยศึกกลางทะเลที่ดึงมังกรถึงสามตัวเข้ามาสู่สนามรบ ทั้งการพ่นไฟ สาดธนู และเรือรบชนกันอย่างดุเดือด พร้อมการตายของตัวละครสำคัญ งานสร้างยังคงมาตรฐานสูงของ HBO แต่ปัญหากลับอยู่ที่การตัดต่อที่ฉับไวเกินไปจนอารมณ์ร่วมถูกบั่นทอน จังหวะขำขันที่ควรสร้างสมดุลให้ตอนนี้กลับถูกตัดจบแบบเสียของ และระยะห่างระหว่างซีซั่นที่ยาวนานทำให้ความรู้สึกผูกพันกับตัวละครลดลง ท่ามกลางความวุ่นวายของสงคราม กลับเป็น อลิเซนต์ (Alicent) ที่แสดงโดย โอลิเวีย คุก (Olivia Cooke) ซึ่งขโมยซีนไปด้วยสีหน้าและแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความอึดอัด ซับซ้อน และมีเสน่ห์เฉพาะตัว

User Rating: Be the first one !
First air
2022-08-21
Seasons
3
Episodes
26
Status
Returning Series
TV Series จิตนิมิตแนววิทยาศาสตร์ หนังชีวิต บู๊, ผจญภัย กำลังออกอากาศ
2022 3 ซีซัน 26 ตอน
IMDb Rating 8.3 /10
TMDB 8.3 /10

เรื่องราวช่วง 200 ปีก่อนเรื่อง "มหาศึกชิงบัลลังก์" ซีรีส์ฟอร์มยักษ์เรื่องนี้บอกเล่าเรื่องของตระกูลทาร์แกเรียน

Stream on


นักแสดงนำ

Matt Smith Matt Smith Prince Daemon Targaryen
Emma D'Arcy Emma D'Arcy Princess Rhaenyra Targaryen
โอลิเวีย คุก โอลิเวีย คุก Queen Alicent Hightower
Steve Toussaint Steve Toussaint Lord Corlys 'The Sea Snake' Velaryon
Rhys Ifans Rhys Ifans Ser Otto Hightower
Fabien Frankel Fabien Frankel Ser Criston Cole
Ewan Mitchell Ewan Mitchell Prince Aemond Targaryen
Tom Glynn-Carney Tom Glynn-Carney King Aegon II Targaryen

กดเพื่ออ่านต่อ

PhiRa W.

เป็นนักเขียนอิสระที่หลงใหลในสื่อบันเทิงทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ ซีรีส์ วาไรตี้ และสารคดี ผมชอบที่จะวิเคราะห์และถอดรหัสเนื้อหาเหล่านั้นออกมาในรูปแบบของรีวิวที่เข้าใจง่ายและสนุกสนาน เพื่อแบ่งปันมุมมองและประสบการณ์ให้กับผู้อ่าน

บทความที่เกี่ยวข้อง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Back to top button