รีวิวซีรีส์ฝรั่ง

[รีวิว-เรื่องย่อ] My Life With the Walter Boys ซีซั่น 3 ซีรีส์วัยรุ่นที่หมดพลัง

  • ซีซั่น 3 ดำเนินเรื่องด้วยสูตรสำเร็จ ปัญหาทุกอย่างถูกสร้างและแก้ไขแบบขอไปที ไร้การพัฒนาทางอารมณ์ที่จับต้องได้
  • เอริน คาร์พลัค (Erin Karpluk) ในบทฮันนาห์คือจุดสว่างเพียงจุดเดียว ด้วยการแสดงที่มีชีวิตชีวาและเป็นธรรมชาติ
  • บทสนทนาเชิงอารมณ์ทั้งเรื่องฟังดูปลอม แข็งทื่อ และไม่สามารถดึงคนดูให้รู้สึกร่วมไปกับตัวละครได้
  • ซีรีส์ได้รับการต่ออายุซีซั่น 4 บน Netflix สะท้อนความนิยมที่สวนทางกับคุณภาพ

My Life With the Walter Boys เดินทางมาถึงซีซั่นที่ 3 บน Netflix โดยยังคงเล่าเรื่องราวของแจ็กกี้ ฮาวเวิร์ด (Nikki Rodriguez) เด็กสาวที่สูญเสียพ่อแม่และต้องย้ายจากนิวยอร์กมาอยู่กับครอบครัววอลเตอร์ในเมืองเล็ก ๆ รัฐโคโลราโด ซีรีส์แนว Coming-of-Age เรื่องนี้ได้รับการต่ออายุสำหรับซีซั่น 4 เรียบร้อยแล้ว สะท้อนว่าฐานผู้ชมยังคงติดตามอย่างเหนียวแน่น แม้คุณภาพของเนื้อหาจะยิ่งถดถอยลงตามจำนวนซีซั่นที่เพิ่มขึ้น

คำถามที่ตามหลอกหลอนตั้งแต่ต้นจนจบซีซั่นนี้คือ ทำไม ซีรีส์ วัยรุ่นถึงต้องดำเนินเรื่องราวแบบไร้เหตุผลถึงเพียงนี้ ตัวละครหลักทุกตัวล้วนเป็นวัยรุ่น แต่สิ่งที่ขาดหายไปอย่างน่าใจหายคือ “ดราม่า” ที่แท้จริง อุปสรรคและปัญหาทั้งหมดที่ถูกหยิบยกขึ้นมาล้วนเป็นเพียงข้ออ้างบางเบาเพื่อให้เครื่องจักรของเรื่องเดินหน้าต่อไปเท่านั้น

“I like to stay busy” อเล็กซ์ (Ashby Gentry) เอ่ยกับแจ็กกี้ และประโยคนี้คือคำนิยามที่สะท้อนตัวตนของซีรีส์ทั้งเรื่องได้อย่างเจ็บแสบที่สุด My Life With the Walter Boys รู้จักวิธีทำให้ตัวเองยุ่งอยู่ตลอดเวลา แต่มันคือความยุ่งแบบว่างเปล่า ยุ่งแบบที่ไม่มีอะไรให้น่าจดจำเลยสักวินาที

ปัญหาหนักที่สุดของ ซีรีส์ฝรั่ง เรื่องนี้อยู่ที่วิธีจัดการกับอุปสรรคและปมขัดแย้งของตัวละคร ทุกอย่างถูกแนะนำขึ้นมาอย่างขอไปทีและถูกคลี่คลายอย่างขอไปทีไม่แพ้กัน เนธาน (Corey Fogelmanis) มีอาการชักเล็กน้อยและต่อต้านการกินยา แต่บทพูดซาบซึ้งเพียงประโยคเดียวก็เปลี่ยนใจเขาได้ทันทีโดยไม่มีกระบวนการใด ๆ รองรับ

โคล (Noah LaLonde) ต้องการกลับไปแข่งรถทั้งที่แจ็กกี้กลัวเสียเขาไปเพราะความอันตรายในสนามแข่ง บทพูดซาบซึ้งอีกหนึ่งประโยคก็เพียงพอจะคลายความกังวลของทุกฝ่ายได้อย่างง่ายดาย ปัญหาที่ควรจะใช้เวลาหลายตอนในการคลี่คลายกลับถูกจัดการภายในเวลาไม่กี่นาที

วิล (Johnny Link) เชื่อว่าตัวเองเป็นต้นเหตุของอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับจอร์จ (Marc Blucas) ผู้เป็นพ่อ และกลัวการย้ายไปอยู่เมืองอื่นกับภรรยา ปมทางจิตใจที่หนักหน่วงนี้ถูกจัดการด้วยบทพูดสั้น ๆ ว่า “มันไม่ใช่ความผิดของนาย ไปใช้ชีวิตของนายเถอะ” หลังจากนั้นราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทุกอย่างเดินหน้าต่อราวกับปมนี้ไม่เคยมีอยู่จริง

ไคลีย์ (Mya Lowe) รู้สึกอึดอัดกับความสนใจที่ได้รับจากการคบกับดีแลน (Kolton Stewart) แต่แทนที่บทจะขยี้ประเด็นนี้ให้ลึกขึ้น ซีรีส์กลับเลือกที่จะไม่พูดถึงมันอีกเลยหลังจากผ่านไปไม่กี่ฉาก กลยุทธ์ “เงียบแล้วคนดูจะลืมเอง” คือแนวทางที่ถูกใช้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าตลอดทั้งซีซั่น

หัวใจของ ดราม่า ในเรื่องควรจะเป็นความสัมพันธ์ระหว่างโคลกับแจ็กกี้ที่ดำเนินมาแบบร้อน ๆ หนาว ๆ ตั้งแต่ซีซั่นแรก ในซีซั่น 3 ช่วงแรกของทั้งคู่เต็มไปด้วยฮอร์โมนและอารมณ์ทางเพศที่พุ่งพล่าน จนกระทบต่อการใช้ชีวิตด้านอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นการเรียนหรือการงาน ทุกอย่างดูเหมือนจะถูกวางไว้เพียงเพื่อเป็น “การบอกใบ้ล่วงหน้า” ว่าความสัมพันธ์นี้จะไปไม่รอด

กระทั่งจังหวะที่โคลตัดสินใจเลิกรากับแจ็กกี้ วิธีการที่เขาเลือกกลับไม่ใช่การพูดความจริง แต่เป็นการโกหกที่ออกแบบมาให้เธอร้องไห้และเจ็บปวด ทั้งที่การสนทนาอย่างตรงไปตรงมาจะให้ผลลัพธ์ที่มีน้ำหนักและมีมิติมากกว่า เหตุผลเดียวที่อธิบายการตัดสินใจของตัวละครในจุดนี้ได้คือ เมลานี ฮาลซอล (Melanie Halsall) ผู้สร้างเรื่องต้องการยืดอายุของพล็อตรักสามเส้าให้ยาวออกไปอีก

ฉากที่แคทเธอรีน (Sarah Rafferty) บอกกับจอร์จว่าเธอจะกลับไปนอนในห้องชั้นบนก็ต่อเมื่อเขาเดินขึ้นบันไดได้อย่างสบาย เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงความล้มเหลวในการสร้างน้ำหนักทางอารมณ์ ช่วงเวลาที่ควรจะเต็มไปด้วยความหมายและความอบอุ่นกลับถูกถ่ายทอดออกมาแบบเรียบเฉย ไม่ต่างจากเหตุการณ์พื้น ๆ อื่น ๆ ในเรื่อง

ด้านงานภาพและบรรยากาศเมืองเล็ก ๆ แบบ โรแมนติก ชนบทอเมริกันยังคงถ่ายทอดออกมาได้สวยงามตามมาตรฐานการผลิตของ Netflix ท้องทุ่งกว้างและแสงแดดอ่อนในยามเย็นยังคงเป็นองค์ประกอบที่ดูดีเมื่อมองผ่านจอ แต่นั่นคือทั้งหมดที่ซีรีส์เรื่องนี้พอจะอวดได้

เมื่อกล้องเคลื่อนจากวิวทิวทัศน์มาจับที่ตัวละคร ทุกสิ่งก็พังทลายลงในพริบตา บรรดานักแสดงหลักส่วนใหญ่ดูเหมือนถูกล่ามโซ่ไว้กับแนวทางการแสดงที่ตายด้าน ไร้ชีวิตชีวา ไร้พลัง ราวกับว่าทุกคนกำลังอ่านบทที่จำมาแบบสด ๆ โดยไม่เคยผ่านการซักซ้อม ข้อยกเว้นเดียวคือเอริน คาร์พลัค (Erin Karpluk) ในบทฮันนาห์ ตัวละครสมทบที่ปรากฏตัวเพียงไม่กี่ฉาก เธอเคลื่อนไหวร่างกายอย่างมีชีวิตชีวา แสดงท่าทางที่ไร้การควบคุมแบบเป็นธรรมชาติ ทุกครั้งที่เธออยู่บนจอซีรีส์ก็เหมือนได้รับประกายไฟที่จุดให้ทั้งเฟรมสว่างขึ้น และเมื่อเธอเดินออกไป ทุกอย่างก็กลับคืนสู่ความหมองหม่นดังเดิม

ฉากในงานเกมมิงอีเวนต์ที่เต็มไปด้วย “ซอมบี้” ที่ถูกปล่อยออกมาวิ่งไล่ล่ายังดูมีชีวิตชีวาและเปี่ยมพลังมากกว่าตัวละครนำของเรื่องเสียอีก นั่นอาจเป็นคำอุปมาที่ไม่ได้ตั้งใจแต่แม่นยำที่สุดของซีซั่นนี้

My Life With the Walter Boys ซีซั่น 3 เหมาะกับแฟนพันธุ์แท้ที่ติดตามมาตั้งแต่ซีซั่นแรกและพร้อมให้อภัยทุกข้อบกพร่องเท่านั้น หากเป็นผู้ชมทั่วไปที่กำลังมองหาซีรีส์วัยรุ่นที่มีชั้นเชิงทางการเล่าเรื่อง ตัวละครที่มีมิติ และดราม่าที่จับต้องได้ นี่คือหนึ่งในตัวเลือกที่ควรหลีกเลี่ยงอย่างยิ่ง การมีอยู่ของซีซั่น 4 อาจเป็นข่าวดีของใครบางคน แต่สำหรับสายดูซีรีส์ที่จริงจังแล้ว มันเป็นเพียงเครื่องยืนยันว่าความนิยมกับคุณภาพไม่จำเป็นต้องเดินไปด้วยกันเสมอไป

  • ชื่อเรื่อง: My Life With the Walter Boys ซีซั่น 3
  • ประเภท: ดราม่า, โรแมนติก, Coming-of-Age
  • วันที่ออกฉาย: สิงหาคม 2569
  • นักแสดงนำ: นิกกี โรดริเกซ (Nikki Rodriguez), โนอาห์ ลาลอนด์ (Noah LaLonde), แอชบี เจนทรี (Ashby Gentry), คอรีย์ โฟเกลมานิส (Corey Fogelmanis), ซาราห์ แรฟเฟอร์ตี (Sarah Rafferty), มาร์ค บลูคัส (Marc Blucas), จอห์นนี ลิงก์ (Johnny Link), มายา โลว์ (Mya Lowe), โคลตัน สจ๊วต (Kolton Stewart), เอริน คาร์พลัค (Erin Karpluk)
  • ผู้สร้าง: เมลานี ฮาลซอล (Melanie Halsall)
  • จำนวนตอน: 10 ตอน
  • ช่องทางการดูในประเทศไทย: Netflix

ซีรีส์วัยรุ่นที่ดำเนินเรื่องแบบขอไปที ไร้พลัง ไม่มีอะไรให้น่าจดจำ

โครงเรื่อง - 2.5
การแสดง - 3.5
โปรดักชัน - 4.5
ความบันเทิง - 2
ความคุ้มค่าในการรับชม - 1.5

2.8

My Life With the Walter Boys ซีซั่น 3 คือบทพิสูจน์ว่าซีรีส์วัยรุ่นบน Netflix ไม่จำเป็นต้องมีคุณภาพก็สามารถอยู่รอดและต่อยอดซีซั่นต่อไปได้ ด้วยบทพูดที่ฟังดูปลอมและแข็งทื่อ ปมปัญหาที่ถูกสร้างและแก้ไขอย่างเร่งรีบไร้น้ำหนัก รวมถึงแนวทางการกำกับการแสดงที่ตายด้าน สิ่งเดียวที่พอจะช่วยกู้หน้าของซีซั่นนี้ได้คือการปรากฏตัวของเอริน คาร์พลัค ที่นำพาพลังงานอันเปี่ยมล้นมาสู่จอเพียงไม่กี่ฉาก นอกนั้นคือความว่างเปล่าที่ยากจะหาคำใดมาบรรยาย

User Rating: Be the first one !
First air
2023-12-07
Seasons
3
Episodes
30
Status
Returning Series
TV Series หนังชีวิต กำลังออกอากาศ
2023 3 ซีซัน 30 ตอน
IMDb Rating 6.8 /10
TMDB 7.8 /10

หลังเผชิญโศกนาฏกรรมพลิกชีวิต สาววัยรุ่นจึงย้ายมาอยู่ในเมืองเล็กๆ กับผู้ปกครองตามกฎหมายที่มีครอบครัวใหญ่โต จนได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เกี่ยวกับความรัก ความหวังและมิตรภาพ

Stream on


นักแสดงนำ

Nikki Rodriguez Nikki Rodriguez Jackie Howard
Noah LaLonde Noah LaLonde Cole Walter
Ashby Gentry Ashby Gentry Alex Walter
Johnny Link Johnny Link Will Walter
Corey Fogelmanis Corey Fogelmanis Nathan Walter
Connor Stanhope Connor Stanhope Danny Walter
Sarah Rafferty Sarah Rafferty Katherine Walter
Marc Blucas Marc Blucas George Walter

กดเพื่ออ่านต่อ

PhiRa W.

เป็นนักเขียนอิสระที่หลงใหลในสื่อบันเทิงทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ ซีรีส์ วาไรตี้ และสารคดี ผมชอบที่จะวิเคราะห์และถอดรหัสเนื้อหาเหล่านั้นออกมาในรูปแบบของรีวิวที่เข้าใจง่ายและสนุกสนาน เพื่อแบ่งปันมุมมองและประสบการณ์ให้กับผู้อ่าน

บทความที่เกี่ยวข้อง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Back to top button