อาชญากรรม

เสี่ยอ้วน ยืนยันโอนเงิน 7 ล้านให้น้องสปายและพ่อสปายจริง

ตำรวจนำตัวนายปัญญา ยิ่งดัง หรือ เสี่ยอ้วน อายุ 39 ปี มาให้พยานชี้ตัวยืนยัน ต่อมาเสี่ยอ้วนได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่มารอทำข่าวว่า เสียใจในสิ่งที่เกิดขึ้น และเงิน 7 ล้านมีการโอนจริง หลักฐานอยู่ในสลิป อยู่ในเฟซบุ๊ก ซึ่งโอนให้กับพ่อของน้องสปาย และก็ตัวน้องสปาย เขาชีจรรย์เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ปืนขัด 3 นัดยิงไม่ออก

แม่น้องสปาย

ขณะที่แม่ของสปาย กล่าวถึงประเด็นที่ เสี่ยอ้วนระบุได้ให้เงินครอบครัวน้องสปาย 7 ล้านว่า ครอบครัวไม่มีเคยหลอกลวง ลูกสาวไม่ยอมที่จะแต่งงานด้วย เพราะไม่สามารถทนความป่าเถื่อนของเสี่ยอ้วนได้ ในกรณีที่เสี่ยอ้วนกล่าวอ้างนั้น ทำให้ครอบครัวรู้สึกเสียใจและบอบช้ำมาก

ยืนยันว่าครอบครัวได้รับการโอนเงินจากเสี่ยอ้วนจริง เป็นเงิน 1 ล้านบาท ซึ่งก่อนหน้านั้นได้ปฏิเสธ แต่เสี่ยอ้วนต้องการที่จะโอนให้โดยเสน่หา เพราะจะนำเงินดังกล่าวไปซื้อรถและได้ซื้อไปแล้ว อีกทั้งหลังจากเกิดเหตุเงินจำนวนดังกล่าวก็ถูกใช้ไปกับการจัดงานศพให้ลูกสาว

ซึ่งขณะนี้บัญชีทางการเงินของครอบครัวมี 3 ธนาคาร คือ 1.ธนาคาร ธ.ก.ส.เป็นบัญชีของตน 2.บัญชีธนาคารธนชาต เป็นบัญชีของพ่อสปาย และ 3.เป็นบัญชีธนาคารธนชาต ซึ่งเป็นของสปายที่เปิดได้เพียง 1 เดือนแล้วถูกยิงเสียชีวิต ยังคงมีเงิน 300,000 บาท ทั้งหมดสามารถตรวจสอบได้ที่พนักงานสอบสวน และคงจะไปพิสูจน์กันในชั้นศาล

“กรณีที่เสี่ยอ้วนอ้างว่าครอบครัวได้ไปหลอกให้โอนเงินนั้น ยืนยันไม่เป็นความจริง ฉันและลูกสาวไม่เคยคิดที่จะหลอกใคร แต่ยืนยันว่าพฤติกรรมการใช้ความรุนแรงต่างหากที่ไม่สามารถจะทำให้สปายยอมรับที่จะไปแต่งงานได้ เพราะก่อนที่จะออกจากที่ทำงาน เสี่ยอ้วนได้เข้าไปบีบคอสปายถึงในกลุ่มเพื่อนที่นั่งเล่นกันอยู่ สปายจึงตัดสินใจออกจากงานที่ทำกับเสี่ยอ้วนและไปเริ่มต้นใหม่ที่นครปฐม และภายหลังที่ลาออกเสี่ยอ้วนก็เคยโทรศัพท์มาหา เพื่อต้องการที่จะให้กลับไปทำงาน แต่เสี่ยอ้วนไม่ยอมและยังคงโทรมาตลอด”

แม่ของสปายยังกล่าวอีกว่า กรณีที่เสี่ยอ้วนอ้างว่าได้สร้างบ้านให้ที่กาฬสินธุ์ ยืนยันว่าบ้านหลังนี้เป็นน้ำพักน้ำแรงของครอบครัว อีกทั้งเป็นเงินที่ได้จากการถูกรางวัลฉลากกินแบ่งรัฐบาลเป็นเงิน 200,000 บาท เงินที่พ่อของตนตายจากเงินฌาปนกิจ 400,000 บาท และเงินขายโรงสีเล็กเป็นเครื่องจักรอีก 90,000 บาท ก่อนนำมาใช้ปรับปรุงบ้านใหม่ อีกทั้งบ้านหลังนี้ได้ก่อสร้างแล้วเสร็จก่อนที่สปายจะไปทำงานกับเสี่ยอ้วนอีก ดังนั้นที่อ้างว่ามาสร้างบ้านให้ตนนั้น ไม่รู้ว่าเป็นที่ไหน ดังนั้นเมื่อเสี่ยอ้วนอ้างว่าเป็นการนำเงินมาสร้างที่บ้านน้องสปายยืนยันว่าไม่เป็นความจริง

แม่น้องฟอส

ส่วนกรณีแม่น้องฟอสออกมาบอกว่าตัดญาติกันนั้น ยิ่งรู้สึกเสียใจ เพราะการสูญเสียทั้งสปายและฟอส ไม่มีใครต้องการให้เกิดขึ้น เป็นความเจ็บปวดอยู่แล้ว แต่เมื่อออกมาพูดเช่นนั้น ก็แล้วแต่ใครที่จะคิด เพราะไม่รู้ว่าจะอธิบายอย่างไร เนื่องจากทั้งสองคนก็เสียชีวิตไปแล้ว อีกทั้งสังคมก็มองว่าเรื่องนี้สปายเป็นต้นเหตุ แต่ต้องการให้มองย้อนไปว่า เสี่ยอ้วนมีสิทธิอะไรที่จะต้องมาฆ่าลูกทั้งสองคน

เสี่ยอ้วนอยากฆ่ายกครัว

ส่วนกรณีที่เสี่ยอ้วนออกมาบอกว่าต้องการที่จะยิงแม่มากกว่านั้น ยิ่งทำให้รู้สึกเสียใจและกลัวมาก เพราะเสี่ยอ้วนมีทั้งเงินและอิทธิพล แต่เมื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมก็ขอให้ตำรวจดำเนินการลงโทษให้ถึงที่สุด สิ่งสำคัญที่สุดในข่าวขณะนี้ก็ขอให้สงสารและนึกถึงแม่ คนตายไปแล้วไม่สามารถพูดได้ แต่คนที่เป็นฆาตกรมาให้ข้อมูล เชื่อว่าความจริงก็คือความจริงที่จะเห็นในไม่ช้า

ผีเข้าอาสาสมัครตำรวจ

นอกจากนี้มีข้อมูลในวงตำรวจ สภ.นาจอมเทียนว่า ในช่วงคุมตัวเสี่ยอ้วนไปทำแผน มีอาสาสมัครตำรวจ สภ.นาจอมเทียน เกิดชักเป็นลม กลุ่มอาสาตกใจ และเพ้อพูดว่า “ทำไมต้องมาฆ่าฉัน” ทั้งที่เจ้าตัวไม่เคยพูดสำเนียงอีสาน เพราะเป็นคนภาคกลาง จนเพื่อนต้องนำตัวส่งโรงพยาบาลตรวจร่างกาย

ซึ่งเจ้าตัวยืนยันว่า ตัวเองไม่เคยเป็นเป็นโรคลมชัก ร่างกายแข็งแรงมาตลอดและไม่เคยเกิดอาการแบบนี้ และไม่ทราบว่าเกิดจากอะไรพอไปถึงโรงพยาบาล อาการก็หายเป็นปกติ หมอก็ตรวจร่างกาย ก็ไม่มีอะไรผิดปกติ ส่วนเรื่องความเชื่อว่าวิญญาณผู้ตายมาเข้าสิงก็อาจเป็นไปได้ แต่ส่วนตัวก็ยืนยันไม่เคยเป็นแบบนี้ จิตแข็ง แต่คิดว่าวิญญาณน้องทั้งสองอาจมารับรู้ว่าจับคนร้ายได้แล้ว

เปิดบ้านน้องสปาย

Tags

บทความที่เกี่ยวข้อง