ภาพยนตร์

แนะนำ 10 หนัง GTH/GDH ที่ทำรายได้มากที่สุด น่าดูสนุก ๆ ที่คุณไม่ควรพลาด!

วันนี้เราจะมาแนะนําหนัง GTH/GDH สนุก ๆ น่าดู ที่คุณไม่ควรพลาด ต้องหามาดูให้ได้ซักครั้ง มาดูกันว่ามีเรื่องไหนบ้างที่ควรดู รับรองว่าถูกใจคนชอบดูหนังเพราะคัดสรรมาให้ แต่เรื่องเด็ด ๆ ดัง ๆ

พี่มาก..พระโขนง (2556)

ณ สยามประเทศ ในยุคที่ยังมีสงคราม ชาวบ้านจำนวนมากต้องถูกเกณฑ์ไปรบ มาก (มาริโอ้ เมาเร่อ) จำต้องทิ้งเมียของเขาที่กำลังท้องแก่ไว้ที่บ้านเพื่อเข้าร่วมศึก ระหว่างสงครามมากได้พบและช่วยชีวิตเพื่อทหารเกณฑ์ 4 คนคือ เต๋อ (ณัฏฐพงษ์ ชาติพงศ์) เผือก (พงศธร จงวิลาส) ชิน (อัฒรุต คงราศรี) และ เอ (กันตพัฒน์ เพิ่มพูนพัชรสุข) จนท้ายที่สุดทั้งห้าก็กลายมาเป็นเพื่อนสนิทกัน เมื่อสงครามยุติ มาก จึงชวนให้ทั้ง 4 ไปเยี่ยมบ้านของเขาที่พระโขนง เมื่อถึงพระโขนง มากแนะนำให้เพื่อนรู้จักกับ “นาค” (ดาวิกา โฮร์เน่) เมียสาวแสนสวยของเขา และยังมี แดง ลูกชายวัยแรกเกิดของมากด้วย เต๋อ เผือก ชิน และ เอ ตัดสินใจอยู่ที่พระโขนงสักระยะโดยอาศัยที่บ้านหลังเก่าฝั่งตรงข้ามบ้านมาก

  • แนว: Comedy ,Horror ,Romance
  • รายได้: 1,000 ล้านบาท
  • ความยาว : 1 ชั่วโมง 55 นาที
  • IMDb: 7.3/10

ไอฟาย..แต๊งกิ้ว..เลิฟยู้ (2557)

เพลง (ปรีชญา พงษ์ธนานิกร) ติวเตอร์ภาษาอังกฤษสาว ต้องพบกับเรื่องราวอันสุดแสนจะน่าปวดหัว เมื่อลูกศิษย์ชาวต่างชาติของเธอตัดสินใจทิ้ง ยิม (ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์) แฟนหนุ่มคนไทยไปอเมริกา แต่ด้วยความที่ ยิม ฟังภาษาอังกฤษไม่ออก เธอจึงอัดคลิปเสียงบอกเลิกใส่ธัมป์ไดรว์แล้วขอร้องให้ เพลง ช่วยไปเปิดแปลให้ ยิม ฟัง

เมื่อ ยิม รู้ว่าถูกบอกเลิกก็โมโหมาก เขาพาลโวยวายใส่เพลงว่าเป็นคนสอนภาษาอังกฤษให้แฟนเขาจนเป็นต้นเหตุให้เธอทิ้งเขาไป ต่อมาไม่นาน ยิม ตัดสินใจไปสมัครเรียนภาษาอังกฤษกับ เพลง โดยหวังจะตามไปง้อแฟนที่อเมริกา เพลง ไม่อยากรับสอนแต่สุดท้ายก็ต้องจำใจยอม ทั้งคู่ใช้ร้านกาแฟเป็นที่เรียนหนังสือ แต่ด้วยความที่ยิมเป็นเพียงช่างเทคนิกในโรงงาน ระดับความรู้ภาษาอังกฤษของ ยิม จึงต่ำมาก เพลง จึงต้องพยายามงัดสารพัดวิธีออกมาสอน ยิมไม่ว่าจะเป็นการฝึกออกเสียง การใช้เหตุการณ์สมมุติหรือแม้แต่การให้อ่านหนังสือนิทาน การสอนเป็นไปอย่างยากลำบาก กระนั้น ยิม ก็ยังคงพยายามฝึกตัวเองอย่างไม่ท้อถอยจน เพลง เริ่มเห็นความตั้งใจในตัวเขา

ในขณะเดียวกัน เพลง ก็ไปตกหลุมรักกับ คุณพฤกษ์ (ภพธร สุนทรญาณกิจ) ลูกศิษย์ คอร์สภาษาอังกฤษเพื่อธุรกิจ หนุ่มหล่อ ชาติตระกูลดีผู้ซึ่งเป็นดั่งชายในฝันของผู้หญิงทุกคน ด้วยความเป็นคนโรแมนติก คุณพฤกษ์ มักจะขยันหาอะไรมาทำเซอร์ไพรส์ เพลง อยู่บ่อย ๆ จนบางที เพลง ก็แอบขำในความพยายามของ คุณพฤกษ์ จนในที่สุดทั้งสองก็ตกลงเป็นแฟนกัน ทว่าระหว่างที่การเรียนการสอนของ เพลง และ ยิม ค่อย ๆ ผ่านไปในแต่ละวัน ทั้งคู่ต่างก็ค่อย ๆ ได้เรียนรู้นิสัยและตัวตนที่แท้จริงของกันและกัน จนทำให้คนซึ่งเคยดูเหมือนเกลียดกันในตอนแรก กลับค่อย ๆ พอกพูนความรู้สึกดี ๆ ต่อกันขึ้นเรื่อย ๆ โดยไม่ทันรู้ตัว แล้วความสัมพันธ์ระหว่างติวเตอร์และลูกศิษย์คู่นี้จะลงเอยเช่นไร?

  • แนว: Comedy ,Romance
  • รายได้: 330.1 ล้านบาท
  • ความยาว : 1 ชั่วโมง 57 นาที
  • IMDb: 7.0/10

ATM เออเร่อ เออรัก (2555)

เรื่องราวของ เสือ (เต๋อ ฉันทวิชช์) กับ จิ๊บ (ไอซ์ ปรีชญา) พนักงานในแผนกเอทีเอ็มภาคตะวันออกจึงแอบลักลอบคบกันอย่างลับ ๆ มาเป็นเวลา 5 ปี โดยที่ไม่มีใครระแคะระคาย จนกระทั่ง วันหนึ่งเรื่องแดงขึ้นมาว่ามีชายหญิงในแผนกคู่หนึ่งแอบฝ่าฝืนกฎข้อนี้ ซึ่งพอจับได้ จิ๊บในฐานะหัวหน้าแผนกเลยจำใจต้องไล่คนใดคนหนึ่งออก เหตุการณ์นี้ทำให้เธอตัดสินใจบอกเลิกกับ เสือ แต่เสือเสนอทางออกใหม่คือแต่งงานกัน โดยที่ให้จิ๊บลาออกแทน โดยที่เขาจะดูแลเธอเอง แต่ด้าน จิ๊บ อ้างความเป็นหัวหน้า ไม่มีใครยอมใคร จนเกิดสงครามจิตย่อม ๆ ในที่ทำงาน

จนกระทั่งเกิดเรื่องใหญ่ เมื่อจู่ ๆ ตู้เอทีเอ็มที่ชลบุรีเกิดแฮงก์จ่ายเงินเกินไป 130,000 บาท จิ๊บดวงซวยได้รับมอบหมายจากหัวหน้าฝ่ายให้ไปตามหาตัวคนที่กดเงินเกินไปภายใน 2 อาทิตย์ ไม่เช่นนั้นจะถูกริบเท็นเยียร์โบนัส แต่เธอได้พลิกวิกฤตวางกับดักให้ เสือ มาติดกับ โดยบอกว่าเธอต้องไปทำภารกิจนี้กับลูกชายหัวหน้าฝ่าย (โจ๊ก กรภพ) สองต่อสอง ทำให้เสือต้องรีบตัดหน้าอาสาไปทำแทน ซึ่งถ้างานไม่สำเร็จเสือต้องเป็นคนลาออก

ต่อมา เสือ ได้รู้ว่าโดน จิ๊บ หลอกเขาเต็มเปา เพราะเธอโดดลงสนามตามเงินแข่งกับเสือ แมตซ์นี้ทำให้ “คู่รัก” กลายมาเป็น “คู่แข่ง” ไล่ล่าหาตัวผู้ที่กดเงินเกินจาก เอทีเอ็ม ซึ่งเหล่าเหยื่อที่รู้ตัวว่ากำลังถูกตามจากธนาคาร แต่ละคนก็งัดสารพัดวิธีที่จะยื้อไม่ยอมคืนเงินกลับมาง่าย ๆ เลยยิ่งทำให้มิชชั่นการตามเงินครั้งนี้ยิ่งดูเวรี่อิมพอสสิเบิ้ลเข้าไปอีก ทำให้ต้องมาลุ้นว่า สงครามของหนุ่มสาวออฟฟิศคู่นี้จะลงเอยอย่างไร และใครจะเป็นผู้ชนะ?

  • แนว: Comedy ,Romance
  • รายได้: 152.5 ล้านบาท
  • ความยาว : 2 ชั่วโมง 3 นาที
  • IMDb: 7.1/10

รถไฟฟ้า มาหานะเธอ (2552)

สภาพจราจรในปี 2552 ยังเป็นปัญหาหนักอกของคนกรุงเทพฯ ด้วยแม้จะมีถนน สะพาน ทางด่วนใหม่ ๆ ผุดขึ้นหลายต่อหลายสายผิวจราจรเหล่านั้นก็ยังติดขัด และไม่เพียงพอต่อความต้องการ ถนนใน กทม. ก็เหมือนหนุ่มหล่อแสนดี ที่มีน้อยและไม่เคยเพียงพอต่อความต้องการ

เหมยลี่ (ศิริน หอวัง) เป็นสาวอายุ 30 ปีที่มีพฤติกรรมป่วนประจำตัวอย่างหนึ่ง คือ การเมาในงานแต่งงานเพื่อน เพราะมันช่างตอกย้ำซ้ำเติมชีวิตโสดสนิทไร้ชายใดมาแผ้วพานของลี่ วันหนึ่งหลังลากสังขารกลับจากการส่งเพื่อนสาวสุดซี้เข้าห้องหอ ลี่ขับรถเสยเข้ากับแผงโจ๊กในตลาดโต้รุ่ง ส่งผลให้รถเก๋งคันงามของเธอถูกป๊าผู้ต่อต้านแอลกอฮอลล์ทุกชนิดขายทิ้ง โทษฐานเมาแล้วขับ

ชีวิตที่ไม่มีชายหนุ่ม คอยไปรับไปส่งอย่างลี่ จึงต้องออกไปผจญการจราจรสุดโหดของเมืองบางกอกเพียงลำพัง แต่ละวันลี่ต้องปากกัดตีนถีบ ขึ้นมอเตอร์ไซค์ ต่อรถตู้ โบกแท๊กซี่ โหนรถเมล์ ฯลฯ สารพันความเมื่อยล้าจากการเดินทางแบบเมก้าฮิต ทำให้เวลานอนของลี่แปรปรวน คืนหนึ้งลี่ตื่นขึ้นมากลางดึกและแอบขึ้นไปกินเบียร์บนดาดฟ้า โชคดีปนร้าย ลี่บังเอิญไปเจอลูกจ้างชายหญิงกำลังแสดง “หนังสด” กันอยู่ กลายเป็นคดีอื้อฉาวกลางดึกที่นำพาให้ลี่ได้พบกับ ลุง (ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์) วิศวกร Maintenance แห่งรถไฟฟ้า BTS

การที่ได้ พบกับผู้ชายชื่อแปลกคนนี้แบบไม่เมา ในคืนต่อมาทำให้ลี่เริ่มรู้สึกแปลก ๆ ขึ้นมาเป็นครั้งแรกในสามสิบฝน ในหัวลี่อัดแน่นด้วยคำถาม “ผู้ชายที่ทั้งขาว ทั้งหล่อ ทั้งเท่ ไหงถึงมาซ่อนตัวทำงานรถไฟฟ้ากะดึกอยู่อย่างนี้” ลี่รู้สึกราวลุง คือ ขุมทรัพย์ที่เธอบังเอิญไปพบลายแทงเข้า หากเธอไม่ลงมือทำอะไร ไม่ทำในสิ่งที่ใจต้องการ เธออาจกลายเป็นหญิงโสดคนสุดท้ายในกรุงเทพมหานคร ลี่ตัดสินใจทำในสิ่งที่ผู้หญิงทุกคนเคยคิดแต่ไม่กล้าลงมือ นั่นคือ การจีบผู้ชายก่อน แต่ ทุกอย่างมันก็ไม่ง่ายสำหรับมือใหม่หัดจีบอย่างลี่ ไหนจะเวลาไม่ตรงกัน จนเหมือนอยู่คนละโลก ไหนจะถูก เพลิน (อังศุมาลิน สิรภัทรศักดิ์เมธา) สาวน้อยข้างบ้านหักหลัง แปรพักตร์จากครูไปเป็นคู่แข่งความรัก ไหนลุงจะมีถ่านไฟเก่าเป็นถึงนางเอกละครหลังข่าวอันดับหนึ่ง แต่ไม่ว่าจะต้องผจญภัยอุปสรรคไหน ๆ ลี่ก็ไม่คิดถอดใจ

  • แนว: Comedy ,Romance
  • รายได้: 147 ล้านบาท
  • ความยาว : 2 ชั่วโมง 6 นาที
  • IMDb: 7.2/10

แฟนฉัน (2546)

ภาพแห่งอดีต จริง ๆ แล้วมันไม่เคยจากไปไหน มันอาจจะซุกอยู่ที่ซอกหนึ่ง ในลิ้นชักความทรงจำ และอยู่อย่างนั้นมาตลอด จนความทรงจำใหม่ ๆ เข้ามาทับ เข้ามาซ้อน ดันมันไปจนสุดลิ้นชัก แต่เมื่อใดก็ตามที่ได้ยินเพลงอย่างนี้แว่วมา หรือเห็นรูปภาพสีเหลือง ๆ แดง ๆ เก่า ๆ ความทรงจำในครั้งนั้น ก็เหมือนถูกมือซน ๆ หยิบมันออกมาปลุกให้กลับมามีชีวิต… อีกครั้งหนึ่ง

ทุกคนคงมีภาพความทรงจำในวัยเด็กกันทั้งนั้น เหมือนกันในรูปแบบ ต่างกันในรายละเอียด มีสิ่งที่ชอบเล่นเหมือนกัน ผู้ชายอาจจะมีขี่จักรยาน เป่ากบ ผู้หญิงอาจจะมีกระโดดยาง เล่นขายของ …แต่ผมมีทั้งสองแบบ บางคนอาจจะขลุกอยู่หน้าจอทีวี กับลีลาสุดเท่ของยอดมนุษย์ หรือจอมยุทธจากหนังจีนกำลังภายใน ในขณะที่บางคนอาจจะชอบใช้ชีวิตนอกบ้าน เที่ยวเล่นจนตัวดำ ออกจากบ้านตั้งแต่เช้า กลับมาอีกทีก็เมื่อฟ้ามืด …แต่ผมเป็นทั้งสองแบบ บางคนอาจจะมีเพื่อนเป็นแก๊งค์ลิงทะโมนอยู่กลุ่มใหญ่ ที่พากันดื้อซนจนแม่ ๆ เอือมที่จะด่า ในขณะที่อีกคนกลับมีเพื่อนน้อยมาก เพื่อนที่ซี้ที่สุดอาจจะมีแค่คนเดียว และเป็นเด็กผู้หญิงแก่นกะโหลกด้วยก็มี …และผมก็มีทั้งสองแบบ

น้อยหน่า คือชื่อเด็กผู้หญิงคนนั้น เธอเป็นเพื่อนผมมาตั้งแต่ยังเล็ก เพราะบ้านเราอยู่ติดกัน แถมละแวกบ้านเรา ยังไม่ค่อยมีเด็กวัยเดียวกันอีก เราจึงเล่นด้วยกัน ถึงแม้ว่ามันจะเป็นการละเล่นแบบผู้หญิง พวกกระโดดยาง เล่นขายของก็ตาม ผมก็สนุกที่จะเล่นกับเธอ จนกระทั่ง…ผมเริ่มโต เริ่มอยากเล่นแบบเด็กผู้ชายที่มันโลดโผนบ้าง ถึงขนาดไปขอเข้าแก๊งค์เด็กผู้ชาย ที่เป็นคู่อริกับน้อยหน่าก็ยอม พวกมันยื่นคำขาด ให้ผมพิสูจน์ความเป็นลูกผู้ชายให้มันเห็น ลูกผู้ชายที่เข้มแข็ง สามารถเอาชนะศัตรูได้ และศัตรูของพวกมันก็คือน้อยหน่า และเด็ก ๆ ผู้หญิงละแวกนั้น …ผมยอมทำ นั่นทำให้น้อยหน่าโกรธผม และอาจจะถึงขั้นเกลียดเลยก็ได้ และที่สำคัญก็คือ ผมไม่มีโอกาสได้ขอโทษเธอ เพราะไม่กี่วันต่อมา เธอก็ย้ายบ้านไปที่อื่น คนละจังหวัดกัน และไม่ได้เจอเธออีกเลย

วันนี้ เธอส่งการ์ดงานแต่งงานมาให้ที่บ้านผม สิบกว่าปีที่เราไม่ได้เจอกัน เธอยังจำเพื่อนคนแรกของเธอได้ ลิ้นชักของเธอคงเป็นระเบียบกว่าของผมเยอะ ไม่รู้ว่าเธอจะเปลี่ยนไปแค่ไหน หรือว่าเห็นหน้าผมแล้วเธออาจจะงง ว่าไอ้ชายหนุ่มคนนี้ เป็นคนเดียวกับเด็กชายคู่หูเธอคนนั้นหรือเปล่า แต่ผมก็จะไปงานแต่งงานเธอ เพื่อนซี้เมื่อสิบขวบของผม…แน่ ๆ

  • แนว: Comedy ,Romance
  • รายได้: 137 ล้านบาท
  • ความยาว : 1 ชั่วโมง 50 นาที
  • IMDb: 8.0/10

กวน มึน โฮ (2553)

ชายหนุ่มหญิงสาวคู่หนึ่งก็เลือกที่จะไปเที่ยวเกาหลีด้วยเหตุผลที่ไม่ซ้ำใคร ทั้งคู่ไม่ได้ไปด้วยกัน แต่กลับพร้อมกัน ชายหนุ่ม (ฉันทวิชช์ ธนะเสวี) ผู้ชายที่จะไปย่ำแดนกิมจิด้วยรองเท้าแตะคีบ และเสื้อยืดย้วย ๆ บวกกางเกงขาสั้น เขาเป็นคนเดียวในกรุ๊ปทัวร์ที่ไม่มีครอบครัวหรือคนรักมาด้วย บางทีที่นั่งว่างเปล่าข้าง ๆ อาจเป็นสาเหตุให้เขาเมามายขนาดนี้ในวันเดินทาง หลังล้อเครื่องแตะพื้นผิวท่าอากาศยานกรุงโซล โปรแกรมเที่ยวตามรหัสนรก 6-7-8 (ตื่นนอน – กินข้าว – ล้อหมุน) ก็เริ่มต้นขึ้น ชายหนุ่มจำทนฟังมุขฝืดของไกด์อยู่ครึ่งค่อนวัน ยอมสวมบทตากล้องจำเป็นให้กับคู่หวานแหววชักรูปกับป้ายบ้า ๆ บอ ๆ เป็นรอบที่ร้อย คืนนั้นชายหนุ่มเลยต้องพึ่งเหล้าโซจูย้อมใจ เข้าทำนอง ดื่มเพื่อลืมทัวร์ แต่เรื่องกลับกลายเป็นว่า เขามาเมาสลบอยู่หน้าเกสท์เฮาส์แห่งหนึ่งในชุดคลุมอาบน้ำโรงแรม!

เช้าวันรุ่งขึ้น ชายหนุ่มลุกพรวดขึ้นมาหมิ่นเหม่เวลาล้อหมุน หญิงสาว (หนึ่งธิดา โสภณ) ที่ยืนอยู่ตรงนั้นร้องโวยวาย เพราะต้องการทวงเสื้อหนาวที่เธอเสียสละให้เขาใช้คลุมกายคืน ชายหนุ่มผู้หลงทิศจึงบังคับแกมตีมึนให้หญิงสาวพาไปส่งที่โรงแรม แต่เพราะหลงทางเสียเวลา หลงเสพสุราเสียอนาคต ชายหนุ่มตกรถพลาดทัวร์สุดเนิร์ด จนต้องมาเกาะสอยห้อยตามหญิงสาวที่ตั้งใจมาทัวร์เดี่ยวตะลุยโลเกชั่นซีรีย์สสุดฮิตของเกาหลีแทน

ชายหนุ่มอดสงสัยไม่ได้ว่า ทำไมหญิงสาวถึงมาเที่ยวคนเดียว เธอตอบง่าย ๆ ว่า เที่ยวคนเดียวไม่ต้องเกรงใจใคร อยากไปไหนก็ไป ไม่ต้องทะเลาะกับใครด้วย อาจเพราะความคะนอง หรือ ความเหงาทำงานเต็มที่ก็สุดจะเดา อยู่ ๆ ชายหนุ่มก็ยื่นข้อเสนอ งั้นเรามาเที่ยวด้วยกันมั้ย ถ้าเธอไม่ชอบเที่ยวกับคนรู้จัก เราก็ไม่ต้องรู้จักกัน ไม่รู้ชื่อ ไม่รู้ข้อมูลส่วนตัว เขายิ้มร่าพลางสรุป เราจะเป็นแค่คนแปลกหน้าสองคนที่ไปเที่ยวด้วยกัน

อาจเพราะความมึนจากฤทธิ์เหล้าโซจูที่เธอกระดกหมดถ้วย หรือ ความทะเล้นของชายหนุ่มที่ทำให้หญิงสาวอบอุ่นใจ เธอจึงตอบตกลง โอเค พอกลับเมืองไทยเราก็ไม่เจอกันแล้ว เพราะฉะนั้นอยู่ที่นี่เราจะเป็นตัวของตัวเองกันให้สุด ๆ เขาและเธอ คนสองคนที่ไม่รู้จัก แต่เที่ยวด้วยกัน กินพร้อมกัน นอนห้องเดียวกัน คุยกันได้ทุกเรื่อง แลกความลับที่สุดในชีวิตซึ่งกันและกัน เขาและเธอ คนแปลกหน้าที่รู้ใจกันดีที่สุด เขาและเธอ คนสองคนที่ไม่รู้จัก แต่ “รักกัน”

  • แนว: Comedy ,Romance
  • รายได้: 120 ล้านบาท
  • ความยาว : 2 ชั่วโมง 10 นาที
  • IMDb: 7.5/10

ลัดดาแลนด์ (2554)

บ้าน หนึ่งในปัจจัย 4 ในฝันที่ทุกคนอยากเป็นเจ้าของ ธีร์ (สหรัถ สังคปรีชา) ก็เช่นกัน เขาก็เหมือนหนุ่มสาวอีกนับแสนนับล้านคนในกรุงเทพฯ ที่ไม่มีปัญญาซื้อบ้าน ลำพังเงินเดือนพนักงานออฟฟิศธรรมดา ๆ ของ ธีร์ การเก็บหอมรอมริบหาเงินมาดาวน์บ้านเป็นภาระสาหัสเกินไป ทุกวันนี้ ธีร์ เช่าอพาร์ตเมนต์เป็นที่อยู่ มันเป็นปมด้อยที่ทำให้เขารู้สึกผิดต่อทุกคนในครอบครัว ป่าน (ปิยธิดา มิตรธีรโรจน์) ภรรยาที่แม่ยายพร่ำกรอกหูอยู่ตลอดเวลาว่าเขากระจอกเกินไปสำหรับเธอ แนน (สุทัตตา อุดมศิลป์) ลูกสาววัยรุ่น ที่ ธีร์ ไม่เคยได้อยู่ร่วมชายคาเพราะส่งไปให้แม่ยายช่วยเลี้ยงดู นัท (อธิพิชญ์ ชุติวัฒน์ขจรชัย) ลูกชายวัย 5 ขวบ ที่ยังเดียงสาพอจะเห็นพ่ออย่างเขาเป็นฮีโร่

ในวัยย่าง 40 ธีร์ คิด ว่าตัวเองคงเป็นสามี เป็นพ่อ เป็นหัวหน้าครอบครัวที่ไม่เอาไหนหากไม่สามารถมีบ้านสักหลังไว้เป็นหลัก ประกันความสุขของครอบครัว โอกาสมาถึงเมื่อ ธีร์ ได้รับข้อเสนอ เป็นตำแหน่งผู้ช่วยฝ่ายการตลาดที่บริษัทแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ ด้วยเงินเดือนที่มากขึ้นและค่าที่ดินที่ถูกลง บ้านเดี่ยวหลังใหญ่แบบในหนังโฆษณาก็ไม่ใช่ฝันที่เกินเอื้อมอีกต่อไป ธีร์ ตัดสินใจทิ้งชีวิตเก่าเพื่อไปตั้งรกรากในบ้านที่เขาเฟ้นแล้วเฟ้นอีกว่าดีที่สุดโดยไม่ฟังคำทัดทานของทั้งเมียและลูก ธีร์ เชื่อว่าครอบครัวของเขาจะมีความสุขมากกว่าที่ หมู่บ้านลัดดาแลนด์

บนโต๊ะอาหารในบ้านหลังใหม่ที่อบอวลไปด้วยความอบอุ่น ธีร์ ยิ้ม อย่างภาคภูมิ ที่ในที่สุดครอบครัวของเขาก็ได้มาอยู่กันพร้อมหน้าโดยไม่รู้ว่าในค่ำคืน เดียวกันนั้นเอง มีเด็กรับใช้ชาวพม่าของบ้านหลังหนึ่งในหมู่บ้านถูกฆาตกรรมอย่างทารุณ คนร้ายสาดเธอด้วยน้ำกรดจนใบหน้าแหลกเหลวแล้วทุบตีเธอจนตายก่อนนำศพไปยัดไว้ ในตู้เย็น หมู่บ้านไหน ๆ ก็มีคนตาย แต่ไม่ใช่ทุกหมู่บ้านจะได้ประสบกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นใน “ลัดดาแลนด์”

  • แนว: Drama ,Horror ,Mystery
  • รายได้: 117 ล้านบาท
  • ความยาว : 2 ชั่วโมง 5 นาที
  • IMDb: 6.3/10

ฉลาดเกมส์โกง (2560)

ฉลาดเกมส์โกง เรื่องราวของเด็กฉลาด กับภารกิจโกงข้อสอบ เปลี่ยนกระดาษคำตอบให้เป็นเงินล้าน… ขอต้อนรับทุกคนเข้าสู่ “ธุรกิจกลางสนามสอบ” ของ ลิน (ชุติมณฑน์ จึงเจริญสุขยิ่ง) นักเรียนทุนเจ้าของเกรดเฉลี่ย 4.00 ทุกปีการศึกษา ธุรกิจที่มีจุดเริ่มต้นจากการช่วยเพื่อนสนิทอย่าง เกรซ (อิษยา ฮอสุวรรณ) เด็กกิจกรรมตัวยงแต่ผลการเรียนย่ำแย่ และ พัฒน์ (ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ) เด็กบ้านรวยที่คิดว่าเงินซื้อได้ทุกอย่าง ด้วยการแชร์คำตอบกลางห้องสอบ จนกลายเป็นวงการลอกขนาดใหญ่ ที่นักเรียนหลายคนในโรงเรียนยินดีจ่ายค่าตอบแทนแบบสูงลิบ แลกกับการได้รับคำตอบจากอัจฉริยะอย่างลิน เงินในบัญชีของลินเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

จากธุรกิจการโกงสอบในโรงเรียน จากหลักหมื่นเป็นหลักแสน จนวันหนึ่งเธอก็มีโอกาสที่จะอัพเงินในบัญชีให้แตะหลักล้าน เมื่อพัฒน์และเกรซยื่นข้อเสนอสุดท้าทายให้เธอ นั่นคือการโกงข้อสอบ STIC ซึ่งเป็นการสอบเพื่อใช้คะแนนยื่นเข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลก ที่นักเรียนทุกประเทศต้องสอบในเวลาเดียวกัน โอกาสในการลอกให้รอดเท่ากับศูนย์ แต่ลินก็ยอมเสี่ยงเพื่อแลกกับเงินล้าน ด้วยการบินไปสอบในประเทศที่เวลาเร็วกว่าเมืองไทย เพื่อที่จะได้เห็นข้อสอบก่อน และส่งคำตอบกลับมาให้ลูกค้าในเมืองไทย ปัญหาเดียวก็คือเธอต้องการคนฉลาดอีกหนึ่งคนมาช่วยให้ภารกิจการโกงครั้งนี้สำเร็จ และคน ๆ นั้นก็คือ แบงค์ (ชานน สันตินธรกุล) นักเรียนทุนคู่แข่งของเธอ ผู้เกลียดการโกงเป็นชีวิตจิตใจ ลินจะทำอย่างไรให้แบงค์ตกลงร่วมมือกับเธอ และเกมส์โกงข้ามโลกนี้จะจบลงอย่างไร

  • แนว: Comedy ,Crime ,Drama ,Thriller
  • รายได้: 112.15 ล้านบาท
  • ความยาว : 2 ชั่วโมง 10 นาที
  • IMDb: 7.6/10

แฟนเดย์ ..แฟนกันแค่วันเดียว (2559)

“เด่นชัย” (เต๋อ ฉันทวิชช์) เจ้าหน้าที่ไอทีสุดเนิร์ดประจำออฟฟิศวัย 30 ผู้จะมีตัวตนในสายตาพนักงานคนอื่น แค่เวลาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์เสีย ในชั่วโมงทำงานที่แสนเร่งรีบไม่มีใครสนใจ แม้แต่จะจำชื่อของเด่นชัย จนเขาแอบน้อยใจอยู่บ่อย ๆ จนกระทั่งวันที่เขาได้ไปซ่อมปรินเตอร์ให้ “นุ้ย” (มิว นิษฐาน) มาร์เก็ตติ้งสาวคนสวยผู้จดจำชื่อจริงของเขาได้ เด่นชัยตกหลุมรักความน่ารักและจริงใจของนุ้ยที่ทำให้เขารู้สึกเหมือนมีตัวตนขึ้นมา แต่ก็ทำได้เพียงเฝ้าเก็บรายละเอียดและดูแลเธออยู่ห่าง ๆ เพราะรู้ดีว่าหมาอย่างเขาคงได้แค่แหงนมองเครื่องบิน

แต่แล้ว เมื่อบริษัทของเด่นชัยพาพนักงานไปเที่ยวเอาท์ติ้งยังสกีรีสอร์ทที่ฮอกไกโด เด่นชัยได้ขอพรกับระฆังแห่งความรักของรีสอร์ทให้เขาได้เป็นแฟนกับนุ้ยแค่วันเดียวก็ยังดี โชคชะตาเล่นตลกเมื่อนุ้ยประสบอุบัติเหตุจากสกีจนหมดสติ พอนุ้ยฟื้นก็กลับมีอาการ “โรคความจำเสื่อมชั่วคราว” ที่เรียกกันว่าโรค TGA ซึ่งเป็นโรคความจำเสื่อมที่จะมีอาการอยู่เพียงแค่ 1 วันเท่านั้น…

เด่นชัยคิดว่านี่เป็นโอกาสเดียวที่คนอย่างเขาจะได้ใกล้ชิดกับนุ้ย เขาตัดสินใจสวมรอยหลอกนุ้ยว่าทั้งสองเป็นแฟนกัน และอยู่เที่ยวต่อกันเพียงสองคน เด่นชัยตั้งใจว่าจะพานุ้ยไปเที่ยวในทุก ๆ ที่ที่เธออยากไปในฮอกไกโด ใช้เวลาสุดพิเศษของเขากับเธอในฐานะแฟน แม้ว่ามันจะเป็นการเป็นแฟนกันเพียงแค่วันเดียวก็ตาม…

  • แนว: Drama ,Romance
  • รายได้: 110.91 ล้านบาท
  • ความยาว : 2 ชั่วโมง 15 นาที
  • IMDb: 7.7/10

ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ (2547)

เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นเมื่อ ธรรม์ (อนันดา เอเวอริ่งแฮม) ช่างภาพหนุ่มวัย 25 ปี ไปร่วมงานแต่งงานของ ต้น เพื่อนสนิทสมัยเรียนของเขา ธรรม์ดื่มเหล้าจนเมา ขากลับ เจน แฟนสาวของเขาจึงอาสาขับให้ ระหว่างทางเกิดเรื่องราวไม่คาดฝันเมื่อเจนขับรถชนร่างของหญิงสาวคนหนึ่งเต็มแรง ร่างนั้นกระเด็นข้ามรถไปนอนนิ่งอยู่ที่ด้านหลัง รถเสียหลักพุ่งเข้าชนป้ายโฆษณาข้างทางทันที เมื่อตั้งสติได้ ธรรม์ตัดสินใจบอกให้เจนขับหนีจากที่เกิดเหตุ เจนลังเลด้วยความกลัวแต่ในที่สุดก็ตัดสินใจเหยียบคันเร่ง ขับหนีออกจากที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็ว

หลังจากวันนั้นเหตุการณ์แปลกประหลาดก็เริ่มต้นขึ้นเมื่อธรรม์พบว่ารูปรับปริญญาที่เขาไปรับถ่ายให้รุ่นน้องคนหนึ่ง เกิดแสงเงาประหลาดขึ้นมากมาย แสงเหล่านั้นปรากฏในหลายลักษณะ บางรูปดูเหมือนว่ามีใครมาบังหน้ากล้อง ทั้งที่ตอนถ่ายก็ไม่มีใคร และเมื่อนำฟิล์มมาดูก็พบว่ามีแสงเงาเช่นกัน ธรรม์แปลกใจมากว่าทำไมถึงมีรูปเสียมากมายขนาดนี้

เมื่อเจนได้เห็นรูปเหล่านั้น เธอพบว่ารูปหนึ่งในจำนวนนั้นเห็นเงาในภาพปรากฏคล้ายใบหน้าของผู้หญิงมาก เธอเริ่มหวาดกลัวและเริ่มบอกให้ธรรม์กลับไปสืบดูเรื่องหญิงสาวที่ถูกรถชน ธรรม์ไม่เชื่อเจน คิดว่าเป็นรูปเสียธรรมดา แต่เมื่อเขาขยายรูปดูก็พบว่าเงานั้นคล้ายใบหน้าของหญิงสาวจนน่ากลัว

หลังจากนั้นทั้งคู่ก็ไปทำบุญบริจาคโลงศพที่มูลนิธิร่วมกตัญญู เจนสังเกตเห็นว่าที่บอร์ดรูปอุบัติเหตุนั้นมีรูปหนึ่งที่ปรากฏเงาคล้ายกับที่มีในรูปธรรม์ เป็นแสงเงาออกมาจากร่างของผู้เสียชีวิต เจนยิ่งเชื่อว่าเงาที่ปรากฏในภาพต่าง ๆ เป็นวิญญาณจริง ๆ เธอตัดสินใจขับรถไปดูที่เกิดเหตุทันที

เมื่อไปถึงพบว่าคนงานกำลังซ่อมแซมป้ายโฆษณาที่คืนนั้นเจนขับชนอยู่ ธรรม์แกล้งไปสอบถามและได้คำตอบว่าคืนนั้นมีคนเมาขับรถมาชนป้าย และไม่มีใครบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแม้แต่น้อย รวมทั้งเมื่อตรวจสอบจากโรงพยาบาลและโรงพักก็พบว่าไม่มีรายงานอุบัติเหตุแจ้งเข้ามาเลย ทุกอย่างที่เกิดขึ้นราวกับหญิงสาวในคืนนั้นไม่มีตัวตน ทั้งคู่แปลกใจมาก เงาประหลาดยังคงปรากฏในภาพถ่ายของธรรม์ จนเขาและเจนตัดสินใจเดินทางไปสอบถามเกี่ยวกับรูปวิญญาณจากนิตยสารที่ชอบลงเรื่องราวเกี่ยวกับรูปพวกนี้ ทั้งคู่พบว่าหลายรูปที่ลงในหนังสือนั้นเกิดจากการปลอมแปลง แต่ก็มีหลายรูปที่พวกเขาเองก็ไม่แน่ใจ โดยเฉพาะรูปที่ถ่ายจากกล้องโพลารอยด์

ไม่นานเจนก็เริ่มพบเงื่อนงำบางอย่างในภาพ เธอพบว่าในรูปรับปริญญาที่ธรรม์ถ่ายให้รุ่นน้อง เงาวิญญาณปรากฏในตำแหน่งเดียวกันหลายรูป นั่นคือบริเวณหน้าต่างของห้อง ๆ หนึ่งในตึกวิทยาศาสตร์ เธอบอกธรรม์ถึงสิ่งที่เธอค้นพบแต่ธรรม์ไม่เชื่อ เธอจึงตัดสินใจไปสืบดูด้วยตนเอง เธอหยิบกล้องโพลารอยด์ไปถ่ายรูปในห้องนั้นด้วย และพบว่าเธอถ่ายติดเงาประหลาดในห้องนั้นจริง ๆ เธอตกใจมาก ฉับพลันรูปใบหนึ่งที่แขวนอยู่บริเวณกำแพงที่เธอถ่ายติดเงาวิญญาณตกลงมา เธอพบว่าเป็นรูปถ่ายของหญิงสาวคนหนึ่ง

หลังจากนั้นทั้งธรรม์และเจนได้เดินทางไปสืบหาความจริงเกี่ยวกับหญิงสาวคนนี้ว่าเธอคือใคร และเธอเกี่ยวข้องกับกลุ่มของธรรม์อย่างไร

  • แนว: Horror ,Mystery ,Thriller
  • รายได้: 107.1 ล้านบาท
  • ความยาว : 1 ชั่วโมง 37 นาที
  • IMDb: 7.1/10

NaniTalk

Nanitalk.com เว็บไซต์ที่รวม ข่าวทันทุกเหตุการณ์ ข่าวไอที เรื่องน่าสนใจ ข่าวบันเทิง ข่าวต่างประเทศ BNK48 ข่าวโซเชียล ท่องเที่ยว สุขภาพ อาหาร วันสำคัญ ดวง เกม อีกมากมาย

บทความที่เกี่ยวข้อง

Back to top button