เรื่องน่าสนใจ

ปรากฏการณ์ วันพระจันทร์สีเลือด ความเชื่อโบราณไม่เชื่ออย่าลบหลู่!

จันทรุปราคา (Lunar Eclipse) คือ เกิดจากปรากฏการณ์ที่ดวงอาทิตย์ โลก และดวงจันทร์โคจรมาอยู่ในระนาบเดียวกัน โดยโลกจะอยู่ในตำแหน่งกลางระหว่างดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ โดยดวงจันทร์จะโคจรเข้าไปอยู่ในเงาของโลก ซึ่งเงาของโลกที่เกิดขึ้นมีทั้ง “เงามืด” คือส่วนที่มืดที่สุด เนื่องจากโลกบดบังดวงอาทิตย์จนหมดสิ้น และ “เงามัว” คือส่วนที่ไม่ได้มืดสนิท เพราะโลกบดบังแค่ดวงอาทิตย์บางส่วน

การเกิดจันทรุปราคา

  1. จันทรุปราคาเต็มดวง (Total Lunar Eclipse) คือ ดวงจันทร์ทั้งดวงเคลื่อนที่เข้าไปอยู่ในเงามืดของโลก จะมองเห็นดวงจันทร์เป็นสีส้มหรือสีแดงอิฐ
  2. จันทรุปราคาบางส่วน (Partial Lunar Eclipse) คือ ดวงจันทร์เคลื่อนที่ผ่านเงามืดของโลกเพียงบางส่วน จะมองเห็นดวงจันทร์มีลักษณะเว้าแหว่ง
  3. จันทรุปราคาเงามัว (Penumbral Lunar Eclipse) คือ ดวงจันทร์จะเคลื่อนที่ผ่านเข้าไปในเงามัวของโลก โดยไม่ผ่านเงามืด ยังคงมองเห็นดวงจันทร์เต็มดวง แต่ความสว่างลดน้อยลง สังเหตเห็นความเปลี่ยนแปลงค่อนข้างยาก
จันทรุปราคา Lunar Eclipse
การเกิดจันทรุปราคา (ภาพจาก สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ)

พระจันทร์สีเลือดเกิดจาก

ทุกคนคงจะทราบดีว่าเมื่อเกิดปรากฏการณ์จันทรุปราคาเต็มดวง ดวงจันทร์จะเปลี่ยนจากสีขาวนวลเป็นสีแดงอิฐภาษาอังกฤษเรียกว่า Blood Moon หรือ พระจันทร์สีเลือด

เราต้องเข้าใจก่อนว่าปกติแล้วดวงจันทร์ไม่มีแสงในตัวเอง แต่ที่คนบนโลกเห็นเป็นสีขาวนั้นก็เพราะว่าแสงจากดวงอาทิตย์ (แสงขาว) ส่องไปกระทบพื้นผิวดวงจันทร์ทุกช่วงความยาวคลื่น ทำให้ผู้สังเกตที่อยู่บนโลกเห็นดวงจันทร์เป็นสีขาวนวลนั้นเอง

แต่ในวันที่เกิดปรากฏการณ์จันทรุปราคา ดวงอาทิตย์ โลก และดวงจันทร์จะโคจรมาอยู่ในระนาบเดียวกัน มีโลกอยู่ตรงกลางระหว่างดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ เมื่อดวงจันทร์โคจรเข้าไปในเงามืดทั้งดวง เงาของโลกจะบังดวงจันทร์จนมิด ซึ่งความเป็นจริงแล้วดวงจันทร์ไม่ควรปรากฏแสงใด คนบนโลกน่าจะเห็นดวงจันทร์ดับไปเนื่องจากดวงจันทร์ไม่มีแสงในตัวเอง

พระจันทร์สีเลือด คือ สิ่งที่ทำให้พระจันทร์สีเลือดเกิดจาก “ชั้นบรรยากาศโลก” เป็นตัวกลางให้แสงอาทิตย์ผ่านก่อนที่จะถึงดวงจันทร์ ซึ่งทำให้แสงที่มีช่วงความยาวคลื่นสั้น เช่น แสงสีน้ำเงินและแสงสีเขียว กระเจิงในชั้นบรรยากาศโลก เหลือเพียงแสงที่มีความยาวคลื่นที่ยาวกว่า เช่น แสงสีส้มและแสงสีแดง จะหักเหไปตกกระทบผิวของดวงจันทร์และสะท้อนมายังโลก จึงมองเห็นดวงจันทร์เป็นสีแดงระหว่างเกิดปรากฏการณ์จันทรุปราคาเต็มดวงนั่นเอง

พระจันทร์สีเลือดเกิดจาก
พระจันทร์สีเลือดเกิดจาก (ภาพจาก สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ)

ช่วงเวลาการเกิดพระจันทร์สีเลือดวัน 28 กรกฎาคม 2561

  • 00.14 น. เริ่มเกิดจันทรุปราคาเงามัว
  • 01.24 น. เริ่มเกิดจันทรุปราคาบางส่วน
  • 02.30 น. เริ่มเกิดจันทรุปราคาเต็มดวง
  • 03.21 น. กึ่งกลางคราส
  • 04.13 น. สิ้นสุดปรากฏการณ์จันทรุปราคาเต็มดวง
  • 05.19 น. สิ้นสุดปรากฏการณ์จันทรุปราคาบางส่วน
การเกิดพระจันทร์สีเลือด
ช่วงเวลาการเกิดพระจันทร์สีเลือด (ภาพจาก สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ)

รูปพระจันทร์สีเลือด

รูปพระจันทร์สีเลือด 1
รูปพระจันทร์สีเลือด (ภาพจาก สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ)
รูปพระจันทร์สีเลือด 2
รูปพระจันทร์สีเลือด (ภาพจาก สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ)
รูปพระจันทร์สีเลือด 3
รูปพระจันทร์สีเลือด (ภาพจาก สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ)

พระจันทร์สีเลือดตำนานความเชื่อโบราณ

ชาวอินคา

เชื่อว่าพระจันทร์สีเลือด เป็นผลพวงมาจากปิศาจเสือจากัวร์ผู้ชั่วร้าย ได้ทำการจู่โจมและกลืนกินพระจันทร์เข้าไป ส่งผลทำให้พวกเขาเชื่อว่าปิศาจจากัวร์จะลามมาสู่โลก ชาวอินคาจึงร่วมใจกันตะโกนคำรามและโบกหอกไปมา หวังเพื่อขู่ให้ปิศาจตนนี้เกรงกลัวจนหนีไป

ชนเผ่าตอนเหนือแคลิฟอร์เนีย

เชื่อว่าพระจันทร์มีบริวารนางสนมถึง 20 นางพร้อมกับสัตว์เลี้ยงอีกนานาชนิด โดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นสิงโตและงู และเมื่อไหร่ก็ตามที่ดวงจันทร์ไม่นำอาหารมาเลี้ยง จะก่อให้เกิดความเกรี้ยวกราดต่อสัตว์เลี้ยง ทำการจู่โจมบาดเจ็บสาหัสนองเลือดเป็นสีแดง และจะหยุดได้ก็ต่อเมื่อนางสนมบริวารเข้ามาช่วยเหลือเอาไว้

ชาววิคคา

เชื่อว่าพระจันทร์มีพลังทางด้านจิตวิญญาณวิเศษ บันดาลสิ่งมหัศจรรย์ให้เกิดขึ้น และในระหว่างที่เกิดปรากฏการณ์ ชาววิคคาจะสัมผัสได้ถึงความสงบขั้นสูงสุด สามารถรับรู้ทุกสิ่งได้ในระดับที่เหนือกว่าการเข้าฌาน

ชาวเมโสโปเตเมีย

ในโบราณ มองปรากฏการณ์พระจันทร์สีเลือดเป็นการรุกรานจากฝั่งยมโลก นำโดยจอมทัพปิศาจ 7 ตน และจะกลายมาเป็นคำทำนายที่ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตบนโลก นำมาเปรียบเทียบเหมือนกับทำนายเหตุการณ์ ผู้ประสงค์ร้ายหวังล้มบัลลังก์กษัตริย์ และในช่วงเกิดคราสจะนำตัวกษัตริย์ไปหลบซ่อนจนกว่าจะผ่านพ้นคราสไป

ฮินดู

จันทรุปราคาคือผลจากพระราหูดื่มน้ำยาเพื่อชีวิตอันเป็นอมตะ จากการที่ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ตัดหัวพระราหู แต่ด้วยผลจากความเป็นอมตะส่วนหัวยังมีชีวิตอยู่ จนนำไปสู่การล้างแค้นไล่กินร่างเทพเทวดาต่างๆ จนกลายเป็นราหูอมจันทร์

ชาวไวกิ้ง

เชื่อว่าเป็นปรากฏการณ์ของฝูงหมาป่า ที่ทำการไล่ล่าดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ จนทำให้ดวงดาวทั้งสองโคจรมาพาดผ่านกันบนท้องฟ้า และจันทรุปราคาจะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อหมาป่าสามารถกลืนกินหนึ่งในดาวที่ส่องแสงได้

ศาสนาคริสต์

ส่วนใหญ่แล้วจะมองว่าพระจันทร์สีเลือดคือสัญญาณบ่งบอกถึงจุดจบของโลก หรือการมาเกิดใหม่ของพระเจ้าคริสต์ โดยมีจุดเชื่อมโยงปรากฏในข้อความพระคัมภีร์ Joel 2:30 ว่า “ข้าจักแสดงอภินิหารทั้งบนสวรรค์และบนโลก เลือดและไฟและคลื่นควัน พระอาทิตย์จักมืดมิด และดวงจันทร์จักกลายเป็นสีเลือด ก่อนจะเกิดการมาถึงของพระผู้เป็นเจ้า”

ตำราโหราศาสตร์

ผู้คนเชื่อว่าดวงจันทร์ควบคุมในเรื่องของอารมณ์ และนักโหราศาสตร์เชื่อว่าจันทรุปราคาจะก่อให้เกิดการเริ่มต้นชำระล้างอารมณ์และจิตใจ กำจัดภาระทางอารมณ์ที่ไม่ดีออกไป

เวียดนาม

จันทรุปราคาเกิดจากการที่กบหรือเขียดตัวใดตัวหนึ่งกลืนดวงอาทิตย์ ซึ่งสอดคล้องกับคำว่า shih ในภาษาเตี๊ยงเหวียด ที่แปลได้ตรงตัวเลยว่า กิน

ประเทศไทย

จากความเชื่อที่มีโดยพื้นฐานส่วนใหญ่ จะบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงลางร้ายที่จะเกิดขึ้นภายในบ้านเมือง หากเกิดพระจันทร์สีเลือดแดงก่ำในยามค่ำคืน อาจจะมีบุคคลเสียชีวิตอย่างไม่ทราบสาเหตุ

พระราหู
พระราหู (ภาพจาก watsawangarom999)

บทสวดพระจันทร์สีเลือด

ทางไสยศาสตร์บางคนก็จะถือโอกาสปล่อยของ ประลองวิชา ส่วนใครที่มีของขลังสายพราย สายมนต์ดำ สายคงกระพันชาตรี ก็มักจะนิยมนำออกมาปลุกเสกในคืนวันพระจันทร์สีเลือด ในสมัยโบราณใครปลูกไม้ผลแล้วไม่ค่อยออกผล มักจะนิยมไปเคาะ ๆ ตามต้นต่าง ๆ เพื่อให้ต้นไม้ต้นนั้นออกลูกออกผล

การไหว้ขอพรพระราหู มักจะนิยมไหว้ด้วยของดำ 8 หรือ 12 อย่าง ของคาว เช่น ไก่ดำ หรือ ซุปไก่ ของหวาน หรือ ผลไม้ เช่น ขนมเปียกปูน, ข้าวเหนียวดำ, องุ่นดำ, เฉาก๊วย เครื่องดื่ม เช่น กาแฟดำ, น้ำอัดลมสีดำ พร้อมจุดธูปดำ 12 ดอก ตามกำลังพระราหูบูชา โดยจัดโต๊ะตั้งเครื่องเซ่นสังเวยหันไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ (ทิศพายัพ) จากนั้นสวด และกล่าวคำบูชาขอพร

(ตั้งนะโม 3 จบ)

พระคาถาสุริยะบัพพา

กุสเสโตมะมะ กุสเสโตโต ลาลามะมะ
โตลาโม โทลาโมมะมะ โทลาโมมะมะ
โทลาโมตัง เหกุติมะมะ เหกุติฯ

พระคาถาจันทบัพพา

ยัตถะตังมะมะ ตังถะยะ ตะวะตัง
มะมะตัง วะติตัง เสกามะมะ
กาเสตัง กาติยังมะมะ ยะติกาฯ

กล่าวคำถวายเครื่องสังเวย คำถวายเครื่องสังเวยพระราหู

นะโมเม พระราหูเทวานัง ธูปะทีปะ
จะปุปผัง สักการะวันทะนัง สูปะพะยัญชะนะ
สัมปันนัง โภชะ นานัง
สาลีนัง สะปะริวารัง อุทะกังวะรัง
อาคัจฉันตุ ปะริภุญชันตุ สัพพะทา
หิตายะ สุขายะ พระราหูเทวา
มะหิทธิกา เตปิ อัมเห
อะนุรัก ขันตุ อาโรคะ
เยนะ สุเขมะจะฯ

ข้าแต่พระราหูผู้ยิ่งใหญ่ ข้าพเจ้า (ชื่อนามสกุล วันเดือนปีเกิด)
ขอบูชาพระราหูด้วยของดำ (8 หรือ 12) อย่าง
ขอให้อิทธิพลของพระราหูจงส่งผลดีแก่ดวงชะตาของข้าพเจ้า
ขอให้หน้าที่การงานก้าวหน้า ค้าขายรุ่งเรืองมีกำไร
ขอให้มีสุขภาพที่แข็งแรงปราศจากโรคร้ายใด ๆ
ขอให้เดินทางปลอดภัยไร้อุบัติเหตุ
ขอพรพระราหูโปรดเมตตาบันดาลให้ข้าพเจ้าบังเกิดโชคลาภ
ขอให้พรสำเร็จแก่ข้าพเจ้า (อธิฐานเรื่องอื่น ๆ ที่ปรารถนา)

เมื่อธูปใกล้หมดควรลาของไหว้ (สวด : เสสัง มังคะลา ยาจามิ) แล้วนำมารับประทานเพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนรับประทานของไหว้ควรท่องคาถา “คะ พุท ปัน ทู ธัม วะ คะ” ตามแบบฉบับของวัดศีรษะทอง ต้นตำรับการไหว้พระราหู

ที่มา – สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ

Tags

บทความที่เกี่ยวข้อง