
Key Points
- ลานีญาเป็นช่วงเย็นของ ENSO ซึ่งเกิดจากปฏิสัมพันธ์ระหว่างมหาสมุทรกับบรรยากาศในแปซิฟิกเขตร้อน
- ลมตะวันออกที่แรงขึ้นพัดน้ำอุ่นไปทางตะวันตกและเอื้อให้น้ำเย็นผุดขึ้นทางตะวันออก
- ฝนและอุณหภูมิเปลี่ยนตามภูมิภาคและฤดูกาล จึงใช้ทำนายฝนรายจังหวัดโดยตรงไม่ได้
- การติดตามต้องดูอุณหภูมิน้ำทะเลต่อเนื่องร่วมกับสัญญาณบรรยากาศ ไม่ใช่อุณหภูมิรายวัน
ลานีญาเป็นชื่อของช่วงหนึ่งในแบบแผนภูมิอากาศขนาดใหญ่ของมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อน ช่วงนี้อุณหภูมิน้ำทะเลบางบริเวณเย็นกว่าค่าเฉลี่ย พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของลม เมฆ และฝนที่เชื่อมโยงกันระหว่างทะเลกับบรรยากาศ
ผลของลานีญาอาจปรากฏในหลายภูมิภาค แต่ไม่ได้ทำให้ทุกพื้นที่มีฝนมากหรืออากาศเย็นลงเหมือนกัน รูปแบบที่เห็นบ่อยเป็นแนวโน้มตามฤดูกาล ความแรงและตำแหน่งของผลกระทบเปลี่ยนได้ในแต่ละเหตุการณ์
บทความนี้อธิบายกลไกของลานีญา วิธีที่นักวิทยาศาสตร์ติดตาม และข้อควรระวังเมื่อนำแนวโน้มระดับโลกมาอธิบายสภาพอากาศในประเทศไทย โดยอ้างอิงข้อมูลจาก NOAA และแหล่งพยากรณ์ที่ตรวจสอบได้

ลานีญาคืออะไร และเกี่ยวข้องกับ ENSO อย่างไร
ลานีญาเป็นช่วงที่ผิวน้ำทะเลบริเวณศูนย์สูตรของมหาสมุทรแปซิฟิกตอนกลางและตะวันออกเย็นกว่าค่าเฉลี่ย โดยมีการเปลี่ยนแปลงของลมและฝนในเขตร้อนเกิดควบคู่กัน นักวิทยาศาสตร์จัดลานีญา เอลนีโญ และช่วงเป็นกลางไว้ในแบบแผนเดียวกันที่เรียกว่า ENSO
จุดสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการพบทะเลเย็นลง แต่เป็นความเชื่อมโยงของมหาสมุทรกับบรรยากาศ เช่น ลมค้า เมฆ และฝนที่เปลี่ยนไปด้วย คำว่า “ลานีญา” ไม่ได้หมายถึงพายุลูกหนึ่งหรืออากาศหนาวช่วงสั้นในประเทศไทย
NOAA Ocean Service อธิบายความสัมพันธ์ของสองช่วงไว้ว่า
“El Niño and La Niña are two opposing climate patterns that break these normal conditions.” — NOAA Ocean Service, แปลความ: ทั้งสองเป็นรูปแบบภูมิอากาศคนละด้านที่ทำให้สภาพปกติของแปซิฟิกเปลี่ยนไป
การเปลี่ยนแปลงในแปซิฟิกส่งผลต่อการก่อตัวของเมฆและการเคลื่อนของกระแสลม จึงทำให้โอกาสเกิดฝนหรืออุณหภูมิแบบต่าง ๆ ขยับไปจากค่าเฉลี่ยในบางพื้นที่ ผลที่เห็นจริงยังขึ้นกับฤดูกาลและปัจจัยภูมิอากาศอื่นร่วมด้วย

กลไกการเกิดลานีญาในมหาสมุทรแปซิฟิก
ในภาวะปกติ ลมค้าตามแนวศูนย์สูตรพัดจากตะวันออกไปตะวันตก พาน้ำอุ่นที่ผิวมหาสมุทรจากฝั่งอเมริกาใต้ไปสะสมทางเอเชีย เมื่อผิวน้ำอุ่นเคลื่อนไป น้ำเย็นจากส่วนลึกจึงผุดขึ้นมาทดแทนบริเวณแปซิฟิกฝั่งตะวันออก
ในช่วงลานีญา ลมตะวันออกมักแรงกว่าปกติ น้ำอุ่นจึงถูกพัดไปทางตะวันตกมากขึ้น ขณะเดียวกันการผุดขึ้นของน้ำเย็นบริเวณฝั่งตะวันออกของแปซิฟิกเพิ่มขึ้น ทำให้อุณหภูมิระหว่างสองด้านของมหาสมุทรต่างกันชัดเจนกว่าเดิม
ความต่างของอุณหภูมิน้ำทะเลมีผลต่อบริเวณที่อากาศลอยตัว เมฆฝนก่อตัว และความกดอากาศ โดย เกณฑ์ลานีญาของ NOAA Climate.gov ระบุสัญญาณที่พบร่วมกัน เช่น ลมตะวันออกแรงขึ้น ฝนเพิ่มแถบอินโดนีเซีย และเมฆฝนลดลงในแปซิฟิกเขตร้อนฝั่งตะวันออก
กระบวนการนี้เป็นปฏิสัมพันธ์ต่อเนื่องระหว่างทะเลกับบรรยากาศ ไม่ใช่ผลจากน้ำทะเลเย็นเพียงอย่างเดียว NOAA Ocean Service อธิบายด้วยว่าเมื่อน้ำเย็นจากส่วนลึกผุดขึ้นบริเวณชายฝั่งแปซิฟิก น้ำดังกล่าวมีสารอาหารมากขึ้นและส่งผลต่อสิ่งมีชีวิตทะเลในบริเวณนั้น

ผลของลานีญาต่อฝนและอุณหภูมิในแต่ละภูมิภาค
ลานีญาเปลี่ยนโอกาสของรูปแบบฝนและอุณหภูมิตามภูมิภาค ไม่ได้กำหนดอากาศทุกวันให้เป็นแบบเดียวกัน บางพื้นที่อาจชื้นขึ้น ขณะที่อีกพื้นที่แห้งลง และความสัมพันธ์เหล่านี้อาจเด่นต่างกันตามฤดูกาล
ในแปซิฟิกเขตร้อน NOAA ระบุแนวโน้มฝนเพิ่มขึ้นเหนืออินโดนีเซียและฝั่งตะวันตกของมหาสมุทร ส่วนเมฆและฝนอาจลดลงทางตะวันออก สำหรับประเทศไทย ไม่ควรนำแนวโน้มกว้างนี้ไปสรุปว่าทุกจังหวัดจะมีฝนหรือน้ำท่วมมากขึ้น เพราะมรสุม พายุ และสภาพพื้นที่ก็มีส่วนกำหนดฝนที่เกิดจริง
ในช่วงฤดูหนาวของสหรัฐฯ ลานีญามักสัมพันธ์กับภาคใต้ที่อุ่นและแห้งกว่าปกติ ขณะที่ทางเหนือและแคนาดามีแนวโน้มหนาวหรือชื้นขึ้น ตามคำอธิบายของ NOAA Ocean Service รูปแบบเหล่านี้เป็นผลที่พบได้บ่อย ไม่ใช่คำรับรองว่าแต่ละปีจะเกิดเหมือนกันทุกพื้นที่
ความเปลี่ยนแปลงของลมและอุณหภูมิทะเลยังเกี่ยวข้องกับฤดูพายุหมุนเขตร้อนในบางมหาสมุทร NOAA ระบุว่าลานีญาอาจเอื้อต่อฤดูเฮอริเคนแอตแลนติกที่รุนแรงขึ้น แต่การเกิดพายุแต่ละลูกยังขึ้นกับสภาพแวดล้อมและปัจจัยเฉพาะหน้าอีกหลายอย่าง

ลานีญาต่างจากเอลนีโญและช่วง ENSO-neutral อย่างไร
ลานีญาและเอลนีโญเป็นช่วงเย็นและช่วงอุ่นของแบบแผน ENSO ตามลำดับ ช่วง ENSO-neutral หมายถึงยังไม่เข้าเกณฑ์ของสองช่วงนี้ ไม่ได้แปลว่าทะเลและอากาศหยุดเปลี่ยนแปลง หรือจะไม่มีฝนหนักและภัยธรรมชาติ
เกณฑ์ที่ NOAA Climate.gov เผยแพร่ พิจารณาอุณหภูมิน้ำทะเลบริเวณ Niño 3.4 ในแปซิฟิกศูนย์สูตร โดยช่วงลานีญามีค่าเฉลี่ยเย็นกว่าปกติอย่างน้อย 0.5 องศาเซลเซียส และคงอยู่หรือคาดว่าจะคงอยู่ต่อเนื่องห้าช่วงสามเดือนที่เหลื่อมกัน พร้อมมีสัญญาณบรรยากาศที่สอดคล้องกัน
การดูค่าเพียงวันเดียวหรือเดือนเดียวจึงยังไม่พอจะสรุปว่าเกิดลานีญา NOAA อธิบายว่าแบบแผน ENSO เปลี่ยนช่วงอย่างไม่สม่ำเสมอโดยเฉลี่ยทุกสองถึงเจ็ดปี และเหตุการณ์เอลนีโญหรือลานีญามักกินเวลาประมาณเก้าถึงสิบสองเดือน บางครั้งอาจยาวนานกว่านั้น
หากต้องการเข้าใจช่วงอุ่นที่อยู่ตรงข้ามกัน อ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความ เอลนีโญ (El Niño) คืออะไร โดยควรจำไว้ว่าทั้งสองเป็นส่วนของ ENSO และไม่ใช่ปฏิทินที่สลับกันตามกำหนดตายตัว

ติดตามลานีญาและเตรียมรับมืออย่างไร
การติดตามสถานะควรเริ่มจากประกาศล่าสุดของ NOAA Climate Prediction Center ซึ่งรายงานอุณหภูมิน้ำทะเลและสัญญาณบรรยากาศเป็นระยะ ควรดูวันที่เผยแพร่และช่วงเวลาที่พยากรณ์ เพราะสถานะ ENSO และแนวโน้มอาจเปลี่ยนได้เมื่อมีข้อมูลใหม่
เมื่อวางแผนสำหรับประเทศไทย ให้ใช้ข้อมูล ENSO เป็นเพียงฉากหลังประกอบกับพยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัยในพื้นที่ แนวโน้มระดับมหาสมุทรไม่ได้ระบุได้เองว่าฝนจะตกวันไหนหรือจังหวัดใดจะเกิดน้ำท่วม
หากพื้นที่มีความเสี่ยงฝนหนักหรือน้ำท่วม ควรติดตามประกาศท้องถิ่น เตรียมเอกสารและของจำเป็นให้พ้นน้ำ และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ สามารถอ่านแนวทางเตรียมบ้านเพิ่มเติมได้ที่บทความ วิธีเตรียมตัวรับมือน้ำท่วมบ้าน
ภาคเกษตรและธุรกิจที่อ่อนไหวต่ออากาศควรปรับแผนจากพยากรณ์ตามฤดูกาลและข้อมูลในพื้นที่ของตน ไม่ใช้คำว่า “ลานีญา” เป็นเหตุผลเดียวในการตัดสินใจ การตรวจประกาศซ้ำก่อนลงมือช่วยให้รับมือกับการเปลี่ยนแปลงได้ตรงสถานการณ์กว่า
สรุป
ลานีญาเป็นช่วงเย็นของ ENSO ที่เกิดจากปฏิสัมพันธ์ระหว่างอุณหภูมิน้ำทะเล ลม และฝนในแปซิฟิกเขตร้อน ลมตะวันออกที่แรงขึ้นพาน้ำอุ่นไปทางตะวันตกและเอื้อให้น้ำเย็นผุดขึ้นทางตะวันออก
ผลของลานีญาเป็นแนวโน้มที่ต่างกันตามภูมิภาคและฤดูกาล ไม่ได้แปลว่าทุกพื้นที่จะมีฝนมากหรืออากาศหนาวเหมือนกัน การติดตามจึงต้องดูทั้งค่าทะเลและสัญญาณบรรยากาศ รวมถึงข้อมูลพยากรณ์ที่อัปเดต
สำหรับการเตรียมตัวในไทย ควรยึดประกาศจากหน่วยงานพยากรณ์และเตือนภัยในพื้นที่เป็นหลัก หากมีความเสี่ยงฝนหนักหรือน้ำท่วม ให้ทำตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ และทบทวนแผนเมื่อมีข้อมูลใหม่