
- มอญซ่อนผ้าคือการละเล่นของคนไทย ไม่ใช่ของชาวมอญ แต่ตั้งชื่อตามการหยอกล้อเพื่อนชาวมอญที่มีประเพณีซ่อนผ้าและไม่เล่นตุ๊กตา
- กติกาการเล่นง่ายและสนุก ผู้เล่นนั่งล้อมวง คนหนึ่งถือผ้าเดินรอบวงและซ่อนผ้าไว้ข้างหลังผู้เล่นคนใดคนหนึ่ง จากนั้นวิ่งไล่จับกัน
- มีความหมายเชิงสัญลักษณ์ลึกซึ้ง ผ้าที่ชาวมอญซ่อนไว้แสดงถึงการเก็บรักษาศิลปวิทยาการและเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมหลังสูญเสียเอกราช
- ควรได้รับการอนุรักษ์ เพื่อรักษามรดกทางวัฒนธรรมและสอนคนรุ่นใหม่ถึงความสัมพันธ์ระหว่างชนชาติไทยกับชาวมอญ
เคยสงสัยกันไหมว่าทำไมเกมโปรดในวัยเด็กของหลายคนถึงมีชื่อแปลก ๆ ว่า “มอญซ่อนผ้า” และมีเนื้อเพลงที่ร้องไปว่า “มอญซ่อนผ้า ตุ๊กตาอยู่ข้างหลัง ไว้โน้นไว้นี่ ฉันจะตีก้นเธอ” ฟังดูแล้วเหมือนจะเป็นเรื่องของชาวมอญ แต่ความจริงกลับซ่อนเรื่องราวที่น่าสนใจกว่าที่คิด การละเล่นชนิดนี้ไม่ได้มาจากชาวมอญจริง ๆ แต่เป็นการละเล่นของเด็กไทยที่คิดขึ้นเพื่อล้อเลียนและเย้าแหย่เพื่อนฝูงชาวมอญ ที่มีประเพณีพิเศษในการซ่อนผ้าและไม่เล่นตุ๊กตา
บทความนี้จะพาทุกคนไปสำรวจประวัติความเป็นมา ของมอญซ่อนผ้า เรียนรู้กติกาการเล่น ที่สนุกสนาน ไปจนถึงความหมายลึกซึ้ง ที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังชื่อและวิธีการเล่น ซึ่งสะท้อนถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างคนไทยกับชาวมอญในอดีต พร้อมทำความเข้าใจว่าทำไมการละเล่นนี้ถึงได้รับการอนุรักษ์และสืบทอดมาจนถึงทุกวันนี้ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย

มอญซ่อนผ้า คืออะไร?
มอญซ่อนผ้า คือ การละเล่นพื้นบ้านไทย โบราณที่นิยมเล่นกันในหมู่เด็ก ๆ โดยเฉพาะในสมัยก่อน การเล่นนี้มีลักษณะเป็นเกมวิ่งไล่จับที่ใช้ผ้าหรือตุ๊กตาผ้าเป็นอุปกรณ์หลัก ผู้เล่นจะนั่งล้อมวงกันและร้องเพลงประกอบ ขณะที่ผู้เล่นคนหนึ่งที่รับบทเป็น “มอญ” จะถือผ้าเดินรอบวงและแอบซ่อนผ้าไว้ข้างหลังผู้เล่นคนใดคนหนึ่ง
สิ่งที่น่าสนใจคือ แม้ว่าการละเล่นนี้จะมีชื่อว่า “มอญซ่อนผ้า” แต่จากการค้นคว้าของนักวิชาการและการสอบถามผู้เฒ่าผู้แก่ชาวมอญหลายท่าน พบว่าการละเล่นนี้ไม่ใช่การละเล่นของชาวมอญจริง ๆ แต่เป็นการละเล่นที่คนไทยคิดขึ้นมาเอง โดยอาศัยความคุ้นเคยและความสัมพันธ์อันดีระหว่างคนไทยกับชาวมอญในอดีต
การตั้งชื่อนี้มาจากการหยอกล้อและเย้าแหย่กันอย่างเป็นมิตร เนื่องจากชาวมอญมีวัฒนธรรมพิเศษในการซ่อนผ้าจริง ๆ และมีข้อห้ามทางศาสนาที่ไม่ให้ลูกหลานเล่นตุ๊กตา คนไทยจึงนำจุดเด่นนี้มาสร้างเป็นการละเล่นที่สนุกสนาน ซึ่งสะท้อนถึงความสนิทสนมและการอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืนของทั้งสองชนชาติ
ประวัติความเป็นมาของมอญซ่อนผ้า
ที่มาของชื่อและความสัมพันธ์ระหว่างไทย-มอญ
การละเล่นมอญซ่อนผ้ามีรากฐานมาจากความสัมพันธ์ที่แนบแน่นระหว่างคนไทยกับชาวมอญ ตั้งแต่สมัยอยุธยาเป็นต้นมา ชาวมอญเป็นชนชาติหนึ่งที่มีอารยธรรมเก่าแก่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเคยมีอาณาจักรมอญที่เจริญรุ่งเรืองในดินแดนพม่าและบางส่วนของไทย แต่เมื่ออาณาจักรมอญเสื่อมอำนาจและถูกพม่ายึดครอง ชาวมอญจำนวนมากได้อพยพหนีภัยสงครามเข้ามาพึ่งพิงในประเทศไทย
ตามข้อมูลจาก องค์ บรรจุน นักเขียนและนักอนุรักษ์วัฒนธรรมมอญ ได้อธิบายว่า การละเล่นมอญซ่อนผ้านี้ไม่ใช่การละเล่นของชาวมอญ แต่คาดว่าเป็นการละเล่นที่คนไทยคิดขึ้นมา ด้วยความคุ้นเคยระหว่างกันเป็นอย่างดี คนไทยจึงหยิบยกเอาจุดอ่อนหรือลักษณะเด่นของมอญขึ้นมาล้อเล่นและเย้าแหย่กันอย่างเป็นกันเอง
เหตุผลที่เลือกใช้คำว่า “มอญซ่อนผ้า” มาจากความจริงที่ว่า ชาวมอญซ่อนผ้าจริง ๆ และมีข้อห้ามที่สั่งสอนลูกหลานมาแต่โบราณว่า“ไม่ให้เล่นตุ๊กตา” อย่างเด็ดขาด โดยไม่มีเหตุผลที่ชัดเจน แต่เป็นประเพณีที่ปฏิบัติสืบทอดกันมาอย่างเคร่งครัด การซ่อนผ้านี้มีความหมายลึกซึ้งกว่าที่คิด เพราะชาวมอญใช้ผ้าห่อเก็บรักษาศิลปวิทยาการ ต่าง ๆ ไว้ เช่น ดนตรี นาฏศิลป์ สถาปัตยกรรม และภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม
ความหมายเชิงสัญลักษณ์
นอกจากจะเป็นการละเล่นที่สนุกสนานแล้ว ชื่อ “มอญซ่อนผ้า” ยังมีความหมายเชิงสัญลักษณ์ที่ลึกซึ้ง เพราะแท้จริงแล้ว สิ่งที่มอญซ่อนไว้ในผ้านั้นคือมรดกทางวัฒนธรรมทั้งหมดของชาติพันธุ์ เมื่อชาวมอญสูญเสียเอกราชไปแล้วกว่า 200 ปี พวกเขาจำเป็นต้องเก็บรักษาเอกลักษณ์และภูมิปัญญาของตนเอาไว้ภายในชุมชน รอคอยวันที่จะได้ฟื้นฟูความเป็นมอญอีกครั้ง
การซ่อนผ้าผี การห้ามเล่นตุ๊กตา และการรักษาประเพณีต่าง ๆ ล้วนเป็นวิธีการที่ชาวมอญใช้ในการอนุรักษ์อัตลักษณ์ของตนเองท่ามกลางการถูกครอบงำและพลัดถิ่นฐาน สำหรับชาวมอญ ผ้าไม่ได้เป็นเพียงผืนผ้าธรรมดา แต่เป็นสัญลักษณ์ของความหวัง ความภาคภูมิใจ และการรอคอยวันที่จะได้เผยแพร่วัฒนธรรมของตนอย่างเปิดเผยอีกครั้ง
กติกาและวิธีการเล่นมอญซ่อนผ้า
อุปกรณ์ที่ใช้
การเล่นมอญซ่อนผ้าไม่ต้องใช้อุปกรณ์ที่ซับซ้อนหรือมีราคาแพง เพียงแค่มี:
- ผ้า 1 ผืน นำมาพับและมัดเป็นก้อนกลม ๆ คล้ายตุ๊กตา มีชายสำหรับถือ หรือจะใช้ตุ๊กตาผ้าจริง ๆ ก็ได้
- ลานกว้าง สำหรับให้ผู้เล่นนั่งล้อมวงและวิ่งไล่กัน
- ผู้เล่นอย่างน้อย 10 คนขึ้นไป โดยอาจเป็นเด็กชายหรือเด็กหญิงก็ได้
วิธีการเล่น
- เลือกผู้เล่นคนหนึ่งขึ้นมาสวมบทบาทเป็น “มอญ” ส่วนคนที่เหลือให้นั่งล้อมเป็นวงกลม โดยหันหน้าเข้าข้างในวง
- ร้องเพลง “มอญซ่อนผ้า” ร่วมกัน เนื้อเพลงที่ใช้ร้องคือ:
“มอญซ่อนผ้า ตุ๊กตาอยู่ข้างหลัง ไว้โน้นไว้นี่ ฉันจะตีก้นเธอ”
- ขณะที่ทุกคนร้องเพลง ผู้ที่เป็นมอญจะถือผ้าแล้วเดินหรือวิ่งรอบวงไปเรื่อย ๆ โดยทำท่าว่ายังมีผ้าอยู่ในมือ เพื่อไม่ให้ผู้เล่นคนอื่นรู้ตัว
- มอญจะวางผ้าลงข้างหลังผู้เล่นคนใดคนหนึ่งอย่างแอบ ๆ โดยเลือกจุดที่ผู้นั่งสามารถเอื้อมมือไปหยิบได้
- ผู้นั่งต้องใช้มือคลำไปข้างหลังตัวเองตลอดเวลาเพื่อตรวจสอบว่ามีผ้าอยู่หรือไม่ ถ้าพบผ้า ต้องรีบหยิบผ้าขึ้นมาแล้ววิ่งไล่ตีมอญ ก่อนที่มอญจะวิ่งกลับมานั่งแทนที่ของตนได้สำเร็จ
- ถ้ามอญวิ่งกลับมานั่งได้ทัน ก่อนที่จะถูกตี ผู้ที่ถูกวางผ้าจะต้องเป็นมอญคนใหม่ และเริ่มเกมใหม่อีกครั้ง แต่ถ้าถูกตีทัน มอญเดิมต้องเล่นต่อ
ทักษะที่ได้จากการเล่น
การเล่นมอญซ่อนผ้าไม่ได้เป็นเพียงการละเล่นที่สนุกสนานเท่านั้น แต่ยังช่วยฝึกทักษะหลายด้าน ให้กับเด็ก ๆ ได้แก่:
- การสังเกต ผู้เล่นต้องระวังและสังเกตพฤติกรรมของมอญอยู่ตลอดเวลา
- ความคล่องแคล่วว่องไว การวิ่งไล่จับช่วยพัฒนาทักษะการเคลื่อนไหว
- การทำงานเป็นทีม ผู้เล่นต้องช่วยเหลือและเตือนกันและกัน
- ความสนุกสนานและมิตรภาพ เสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อน ๆ
มอญซ่อนผ้ากับการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย
สถานะในปัจจุบัน
แม้ว่ามอญซ่อนผ้าจะเป็นการละเล่นที่มีมาแต่โบราณ แต่ในปัจจุบันการเล่นของเด็ก ๆ ลดน้อยลงอย่างมาก เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของสังคมและเทคโนโลยี เด็กยุคใหม่หันไปสนใจเกมออนไลน์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มากกว่าการละเล่นพื้นบ้าน การเห็นเด็ก ๆ เล่นมอญซ่อนผ้าในปัจจุบันมักเกิดจากการผลักดันของผู้ใหญ่เพื่อวัตถุประสงค์ในการอนุรักษ์วัฒนธรรม มากกว่าความสมัครใจของเด็กเอง
อย่างไรก็ตาม การละเล่นนี้ยังคงได้รับการบันทึกไว้ในสารานุกรมการละเล่นของกระทรวงวัฒนธรรม และได้รับการส่งเสริมให้มีการเล่นในงานวัฒนธรรมต่าง ๆ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีชุมชนมอญอาศัยอยู่ เช่น บ้านหนองขาว ตำบลหนองขาว อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ที่ยังคงรักษารูปแบบการละเล่นดังกล่าวให้เยาวชนรุ่นหลังได้สืบทอดต่อไป
ความสำคัญในการอนุรักษ์
การละเล่นพื้นบ้านอย่างมอญซ่อนผ้าเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่มีคุณค่า เพราะสะท้อนถึง:
- ความสัมพันธ์ระหว่างชนชาติ แสดงให้เห็นถึงความสนิทสนมและการอยู่ร่วมกันอย่างสันติของคนไทยกับชาวมอญ
- ภูมิปัญญาท้องถิ่น การละเล่นที่เกิดจากการสังเกตและเรียนรู้วัฒนธรรมของกันและกัน
- การสอนคุณธรรม ผ่านการเล่นที่ต้องอาศัยความซื่อสัตย์และการเคารพกติกา
การอนุรักษ์มอญซ่อนผ้าจึงไม่ได้เป็นเพียงการรักษาเกมเด็ก ๆ ไว้เท่านั้น แต่เป็นการเชื่อมโยงอดีตกับปัจจุบัน และทำให้คนรุ่นใหม่เข้าใจถึงรากเหง้าทางวัฒนธรรมของตนเอง รวมถึงเรียนรู้ถึงความหลากหลายของชนชาติที่อยู่ร่วมกันในประเทศไทย
มอญซ่อนผ้ากับเกมคล้ายกันในต่างประเทศ
น่าสนใจว่าการละเล่นแบบมอญซ่อนผ้ามีรูปแบบคล้ายคลึงกับเกมที่เล่นกันในหลายประเทศทั่วโลก แสดงให้เห็นว่ามนุษย์มีความคิดสร้างสรรค์ที่คล้ายกันในการสร้างเกมให้เด็ก ๆ เล่น
ตัวอย่างเช่น ในประเทศสหรัฐอเมริกา มีเกมที่เรียกว่า “Duck, Duck, Goose” ซึ่งมีกติกาคล้ายกับมอญซ่อนผ้ามาก ผู้เล่นจะนั่งล้อมวงกัน มีคนหนึ่งเดินรอบวงและแตะศีรษะของผู้เล่นคนอื่น ๆ พร้อมกับพูดว่า “Duck… Duck… Duck…” จนกระทั่งเลือกคนหนึ่งและพูดว่า “Goose!” ผู้ถูกเลือกต้องลุกขึ้นวิ่งไล่จับ ต่างกันตรงที่ใช้การแตะศีรษะแทนการวางผ้า
การที่มีเกมรูปแบบคล้ายกันในหลายวัฒนธรรม แสดงให้เห็นว่าเกมวิ่งไล่จับประเภทนี้เป็นกิจกรรมที่เป็นสากล และเป็นที่นิยมของเด็ก ๆ ทั่วโลก เพราะช่วยสร้างความสนุกสนานและพัฒนาทักษะทางกาย
ทิ้งท้าย
มอญซ่อนผ้า คือการละเล่นพื้นบ้านไทยที่มีเอกลักษณ์และมีความหมายลึกซึ้ง ไม่เพียงแค่เป็นเกมวิ่งไล่จับธรรมดา ๆ แต่ยังเป็นสะพานเชื่อมโยงประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมระหว่างคนไทยกับชาวมอญที่อยู่ร่วมกันมายาวนาน การตั้งชื่อ “มอญซ่อนผ้า” สะท้อนถึงความสัมพันธ์อันดีที่เกิดจากการหยอกล้อกันอย่างเป็นมิตร ในขณะเดียวกันก็ซ่อนความหมายที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับการอนุรักษ์เอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชาวมอญ ที่ต้องซ่อนศิลปวิทยาการไว้ในผ้าระหว่างการสูญเสียเอกราช
แม้ว่าในยุคปัจจุบันการละเล่นนี้จะถูกเล่นน้อยลง แต่ความพยายามในการอนุรักษ์และสืบทอดยังคงดำเนินต่อไป เพื่อให้คนรุ่นใหม่ได้เข้าใจถึงภูมิปัญญาและวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของบรรพบุรุษ การเล่นมอญซ่อนผ้าไม่ได้เป็นเพียงการหาความสนุกสนาน แต่เป็นบทเรียนเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ความสัมพันธ์ระหว่างชนชาติ และการเคารพในความแตกต่างทางวัฒนธรรม
หากมีโอกาส ลองชวนเพื่อน ๆ หรือครอบครัวมาเล่นมอญซ่อนผ้ากัน เพื่อสัมผัสกับความสนุกสนานและรื้อฟื้นความทรงจำอันดีงาม พร้อมทั้งร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมไทยให้คงอยู่สืบไป


![[รีวิว-เรื่องย่อ] โจรกรรมจิงเกิลเบล | Jingle Bell Heist (2025)](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2025/11/Review-Jingle-Bell-Heist-2025.webp)
![[รีวิว-เรื่องย่อ] ซันไชน์ | Sunshine (2025)](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2025/11/Review-Sunshine-2025.webp)