เรื่องน่าสนใจ

วิธีเรียกลำดับญาติคนจีนแบบแต้จิ๋ว ตั้งแต่กง กิ๋ม อี๊ เตี๋ย

  • ลำดับญาติของคนจีนแบ่งเป็น 2 ฝั่ง ฝั่งพ่อและฝั่งแม่มีคำเรียกที่แตกต่างกัน สะท้อนความสำคัญของสายเลือดและการสืบทอดตระกูล โดยฝั่งพ่อมีรายละเอียดมากกว่า ส่วนฝั่งแม่ใช้คำเรียกที่กระชับกว่า
  • วัฒนธรรมจีนให้ความสำคัญกับวงศ์ตระกูล อิทธิพลจากลัทธิขงจื้อที่เน้นครอบครัวเป็นรากฐานของสังคม ทำให้ชาวจีนมีระบบเรียกญาติที่ละเอียดเพื่อแสดงความเคารพและให้เกียรติแต่ละคนตามลำดับขั้น
  • คำเรียกสำคัญที่ควรจำ กง (ปู่/ตา), ม่า (ย่า/ยาย), เฮีย (พี่ชาย), เจ๊ (พี่สาว), กู๋ (ลุง/น้าฝั่งแม่), อี๊ (ป้า/น้าฝั่งแม่), กิ๋ม (สะใภ้), เตี๋ย (เขย)
  • การเรียกถูกต้องคือการสืบทอดวัฒนธรรม นอกจากแสดงความเคารพแล้ว ยังเป็นการรักษามรดกทางวัฒนธรรมให้คงอยู่ โดยเฉพาะในยุคที่คนรุ่นใหม่เริ่มห่างไกลจากรากเหง้า

เคยสงสัยไหมว่าทำไมตรุษจีนถึงเป็นช่วงเวลาแห่งการรวมญาติที่สำคัญที่สุดของปี? หรือทำไมเวลาไปงานบ้านญาติเชื้อสายจีนต้องท่องจำคำว่า “กง” “กิ๋ม” “อี๊” “เตี๋ย” ให้ขึ้นใจ? นั่นเพราะสังคมจีนให้ความสำคัญกับวงศ์ตระกูลและญาติพี่น้องมากเป็นพิเศษ มีระบบเรียกญาติที่ละเอียดและซับซ้อนกว่าภาษาไทยหลายเท่า

ในประเทศไทย ชาวไทยเชื้อสายจีนมีจำนวนมาก โดยเฉพาะจีนแต้จิ๋ว จีนกวางตุ้ง และจีนไหหลำ ซึ่งแต่ละกลุ่มมีวิธีเรียกญาติที่แตกต่างกันเล็กน้อย บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจลำดับญาติของคนจีนโดยเฉพาะจีนแต้จิ๋วที่เป็นกลุ่มใหญ่ที่สุด พร้อมเจาะลึกความหมายทางวัฒนธรรมที่แฝงอยู่เบื้องหลังระบบญาติที่ดูซับซ้อนนี้

ความสำคัญของวงศ์ตระกูลในวัฒนธรรมจีน

รากฐานจากคำสอนขงจื้อ

ลัทธิขงจื้อได้หล่อหลอมความคิดของชาวจีนมานานกว่า 2,000 ปี โดยเน้นย้ำว่าครอบครัวเป็นรากฐานของสังคม หลักคำสอนของขงจื้อให้ความสำคัญกับ “ความสัมพันธ์ทั้งห้า” ซึ่งรวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างพ่อกับลูก พี่กับน้อง และเครือญาติต่างๆ ความกตัญญูต่อบรรพบุรุษและความรับผิดชอบต่อวงศ์ตระกูลถือเป็นคุณธรรมสำคัญที่สุดในสังคมจีน

การบูชาบรรพบุรุษและการรักษาสายสกุลให้ดำรงอยู่เป็นหน้าที่ศักดิ์สิทธิ์ของลูกหลาน จึงไม่แปลกที่ชาวจีนจะมีระบบเรียกญาติที่ละเอียดและซับซ้อน เพราะทุกคนในตระกูลมีบทบาทและความสำคัญของตัวเอง ระบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพื่อให้งงเท่านั้น แต่สะท้อนให้เห็นถึงความเคารพและการให้เกียรติแต่ละคนตามฐานะและลำดับในครอบครัว

ความแตกต่างระหว่างฝั่งพ่อและฝั่งแม่

สิ่งที่ทำให้ลำดับญาติของคนจีนดูซับซ้อนกว่าไทย คือการแยกญาติออกเป็น 2 ฝั่งอย่างชัดเจน ได้แก่ ฝั่งพ่อ (父系) และฝั่งแม่ (母系) โดยมีคำเรียกที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ในขณะที่ภาษาไทยเราใช้คำว่า “ตา” เรียกทั้งพ่อของพ่อและพ่อของแม่ แต่ภาษาจีนแต้จิ๋วจะเรียก พ่อของพ่อว่า “กง” (ปู่) และพ่อของแม่ว่า “กง” เช่นกัน แต่จะใช้คำนำหน้าแตกต่างกัน

ความแตกต่างนี้ไม่ได้เกิดจากความสับสน แต่สะท้อนให้เห็นถึงการให้ความสำคัญกับสายเลือดและการสืบทอดตระกูล ฝั่งพ่อถือเป็นสายหลักที่สืบทอดนามสกุล ในขณะที่ฝั่งแม่ก็มีความสำคัญในฐานะเครือญาติ ระบบนี้ช่วยให้ทุกคนในครอบครัวรู้ว่าตัวเองมีความสัมพันธ์กับคนอื่นอย่างไร

ลำดับญาติฝั่งพ่อ สายเลือดผู้สืบทอดตระกูล

ลำดับญาติฝั่งพ่อ สายเลือดผู้สืบทอดตระกูล

ชั้นปู่ย่า

ปู่ (พ่อของพ่อ) เรียกว่า “กง” หรือ “อากง” ซึ่งเป็นคำที่คุ้นหูที่สุดในหมู่คนไทยเชื้อสายจีน ย่า (แม่ของพ่อ) เรียกว่า “ม่า” หรือ “อาม่า” คำเหล่านี้ใช้กันอย่างแพร่หลายในครอบครัวจีนแต้จิ๋ว และมักจะได้ยินในช่วงตรุษจีนเมื่อลูกหลานมาไหว้ผู้ใหญ่

สำหรับปู่ย่าทวด หรือชั้นที่สูงขึ้นไป จะเพิ่มคำว่า “เหล่า” หรือ “เล่า” นำหน้า เช่น เหล่ากง (ปู่ทวด) เหล่าม่า (ย่าทวด) ซึ่งแสดงถึงความเคารพและการยกย่องบรรพบุรุษที่อยู่ในรุ่นที่สูงขึ้นไป

ชั้นพ่อแม่และพี่น้องของพ่อ

พ่อ เรียกว่า “ป๊า” “อาป๊า” หรือ “อาเตี๋ย” ขึ้นอยู่กับแต่ละครอบครัว พี่ชายของพ่อ (ลุง) เรียกว่า “แปะ” หรือ “อาแปะ” และภรรยาของลุงคือ “อึ้ม” หรือ “อาอึ้ม” ส่วนน้องชายของพ่อ (อา) เรียกว่า “เจ็ก” หรือ “อาเจ็ก” และภรรยาของอาคือ “ซิ่ม” หรือ “อาซิ่ม”

สำหรับพี่สาวหรือน้องสาวของพ่อ (ป้า) เรียกว่า “โกว” หรือ “อาโกว” และสามีของป้าเรียกว่า “เตี๋ย” หรือ “อาเตี๋ย” โดยคำว่า “เตี๋ย” นี้จะใช้เรียกเขยทุกประเภทไม่ว่าจะเป็นฝั่งพ่อหรือฝั่งแม่ก็ตาม

ชั้นพี่น้อง

พี่ชาย เรียกว่า “เฮีย” ซึ่งเป็นคำที่คนไทยรู้จักดี พี่สาว เรียกว่า “เจ๊น้องชาย เรียกว่า “ตี๋” และน้องสาว เรียกว่า “หมวย” คำเหล่านี้ใช้กันอย่างแพร่หลายในครอบครัวจีนแต้จิ๋ว

สำหรับภรรยาของพี่ชาย (พี่สะใภ้) หรือน้องชาย (น้องสะใภ้) เรียกว่า “ซิ่ม” หรือ “อาซิ่ม” ส่วนสามีของพี่สาว (พี่เขย) หรือน้องสาว (น้องเขย) เรียกว่า “เตี๋ย

ลำดับญาติฝั่งแม่ เครือญาติฝั่งมารดา

ลำดับญาติฝั่งแม่ เครือญาติฝั่งมารดา

ชั้นตายาย

ตา (พ่อของแม่) เรียกว่า “กง” หรือ “อากง” เช่นเดียวกับปู่ แต่บางครอบครัวอาจใช้คำเพิ่มเติมเพื่อแยกความแตกต่าง ยาย (แม่ของแม่) เรียกว่า “ม่า” หรือ “อาม่า” แม่ เรียกว่า “ม้า” “หม่าม้า” หรือ “อม้า”

พี่น้องของแม่

สิ่งที่น่าสนใจของญาติฝั่งแม่คือการใช้คำเรียกที่กระชับแต่ครอบคลุม พี่ชายและน้องชายของแม่ (ลุงและน้าชาย) ต่างใช้คำเดียวกันคือ “กู๋” หรือ “อากู๋” ภรรยาของพวกเขาเรียกว่า “กิ๋ม” หรือ “อากิ๋ม”

ในทำนองเดียวกัน พี่สาวและน้องสาวของแม่ (ป้าและน้าหญิง) ต่างใช้คำเดียวกันคือ “อี๊” หรือ “อาอี๊” สามีของพวกเขาเรียกว่า “เตี๋ย” เช่นเดียวกับเขยฝั่งพ่อ

ความง่ายของระบบนี้ช่วยให้จำได้ไม่ยาก เพราะไม่ต้องแยกว่าเป็นพี่หรือน้อง แต่สิ่งที่สำคัญคือต้องรู้ว่าเป็นฝั่งแม่ เพื่อใช้คำเรียกที่ถูกต้อง

ลำดับพี่น้องในครอบครัว ตั่ว หยี่ ซา ซี้

นอกจากลำดับญาติของคนจีนแล้ว ยังมีระบบการเรียกลำดับพี่น้องที่น่าสนใจ ได้แก่:

  • คนโต (คนที่ 1): ตั่ว
  • คนที่ 2: หยี่
  • คนที่ 3: ซา
  • คนที่ 4: สี่ หรือ ซี้
  • คนที่ 5: โหงว
  • คนที่ 6: ลัก
  • คนที่ 7: ชิก
  • คนที่ 8: โป่ย
  • คนที่ 9: เก๋า
  • คนสุดท้าย: โซ่ย หรือ โซ้ย

ระบบนี้ใช้เรียกตามลำดับเกิดในครอบครัว ช่วยให้รู้ว่าใครเป็นพี่ใครเป็นน้อง โดยเฉพาะในครอบครัวใหญ่ที่มีพี่น้องหลายคน การใช้ลำดับนี้จะทำให้การเรียกชื่อมีความชัดเจนและแสดงความเคารพตามอาวุโส

ทำไมต้องเรียกให้ถูกต้อง?

เกียรติและความเคารพในสังคมจีน

การเรียกลำดับญาติให้ถูกต้องไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการจำคำศัพท์ แต่สะท้อนถึงความเคารพและการให้เกียรติผู้อื่น ในวัฒนธรรมจีนที่ได้รับอิทธิพลจากลัทธิขงจื้อ การเคารพผู้อาวุโสและผู้ใหญ่ถือเป็นคุณธรรมพื้นฐาน การเรียกญาติผิด อาจทำให้ดูไม่มีมารยาทหรือไม่ได้รับการอบรมอย่างดี

นอกจากนี้ การรู้จักเรียกญาติอย่างถูกต้องยังแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจและความเอาใจใส่ต่อวัฒนธรรมของครอบครัว โดยเฉพาะในช่วงตรุษจีนหรืองานรวมญาติใหญ่ๆ การเรียกญาติถูกต้องจะทำให้ผู้ใหญ่มีความยินดีและประทับใจ

การสืบทอดวัฒนธรรม

ในยุคสมัยที่ความเป็นจีนของคนรุ่นใหม่เริ่มจางหายไป การรักษาระบบเรียกญาติให้คงอยู่ถือเป็นการสืบทอดวัฒนธรรมที่สำคัญ หลายครอบครัวพยายามสอนลูกหลานให้รู้จักเรียกญาติอย่างถูกต้อง เพื่อไม่ให้วัฒนธรรมนี้สูญหายไปจากสังคมไทย

การเรียนรู้ลำดับญาติไม่ได้ยากอย่างที่คิด หากเข้าใจหลักการพื้นฐานและฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสำคัญที่มีการรวมญาติกัน จะเป็นโอกาสดีในการฝึกฝนและทำความคุ้นเคยกับระบบนี้

เคล็ดลับการจำลำดับญาติให้ขึ้นใจ

แยกฝั่งพ่อและฝั่งแม่ให้ชัด

วิธีที่ดีที่สุดในการจำคือแยกฝั่งพ่อและฝั่งแม่ออกจากกันอย่างชัดเจน จำว่าฝั่งพ่อมีรายละเอียดมากกว่า มีการแยกพี่น้องของพ่อออกเป็นลุง (แปะ) และอา (เจ็ก) ส่วนฝั่งแม่ใช้คำเดียวกันทั้งพี่และน้อง คือ กู๋ สำหรับผู้ชาย และอี๊ สำหรับผู้หญิง

จำคำสำคัญก่อน

เริ่มจากคำที่ใช้บ่อยและสำคัญที่สุด เช่น กง (ปู่/ตา), ม่า (ย่า/ยาย), เฮีย (พี่ชาย), เจ๊ (พี่สาว), กิ๋ม (ป้าสะใภ้/น้าสะใภ้), เตี๋ย (เขย) เมื่อจำคำเหล่านี้ได้แล้ว ค่อยๆ ขยายไปยังญาติอื่นๆ

ใช้ผังครอบครัว

การวาดผังครอบครัวหรือดูตัวอย่างผังญาติของคนจีนจะช่วยให้เข้าใจภาพรวมได้ดีขึ้น ปัจจุบันมีหลายเว็บไซต์และแอปพลิเคชันที่มีผังญาติจีนให้ศึกษา สามารถนำมาใช้เป็นเครื่องมือช่วยจำได้

ฝึกฝนในชีวิตจริง

โอกาสที่ดีที่สุดในการฝึกฝนคือช่วงตรุษจีนหรืองานรวมญาติ ก่อนไปงาน ให้ทบทวนว่าจะพบญาติคนไหนบ้าง และควรเรียกอย่างไร การฝึกฝนจริงในสถานการณ์จริงจะทำให้จำได้ดีและคงทนกว่าการท่องแบบทฤษฎี

ความแตกต่างระหว่างจีนแต้จิ๋ว กวางตุ้ง และไหหลำ

แม้ว่าลำดับญาติของคนจีนจะมีหลักการพื้นฐานเหมือนกัน แต่คำเรียกจะแตกต่างกันไปตามกลุ่มภาษา จีนแต้จิ๋วที่กล่าวถึงในบทความนี้เป็นกลุ่มใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีประชากรมากที่สุดจนคำเรียกของแต้จิ๋วกลายเป็นมาตรฐานที่คนไทยทั่วไปรู้จัก

จีนกวางตุ้งและจีนไหหลำมีคำเรียกบางคำที่แตกต่างไป แต่โครงสร้างและหลักการยังคงเหมือนกัน กลุ่มจีนฮากกา (จีนแคระ) ก็มีระบบเรียกญาติที่แตกต่างออกไปอีก ดังนั้นหากแต่งงานเข้าครอบครัวที่เป็นจีนกลุ่มอื่น อาจต้องเรียนรู้คำเรียกเพิ่มเติมให้เหมาะสมกับประเพณีของครอบครัวนั้นๆ

ทิ้งท้าย

ลำดับญาติของคนจีนที่ดูซับซ้อนนั้นสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของครอบครัวและวงศ์ตระกูลในวัฒนธรรมจีน ซึ่งได้รับอิทธิพลจากคำสอนของขงจื้อที่เน้นย้ำเรื่องความกตัญญู ความรับผิดชอบ และความเคารพในลำดับขั้น การเรียนรู้และใช้คำเรียกญาติอย่างถูกต้องไม่ได้เป็นเพียงการแสดงความเคารพผู้อาวุโสเท่านั้น แต่ยังเป็นการสืบทอดมรดกทางวัฒนธรรมที่มีคุณค่าให้คงอยู่สืบไป

ไม่ว่าจะเป็นการเรียก กง ม่า เฮีย เจ๊ กู๋ อี๊ กิ๋ม หรือเตี๋ย แต่ละคำล้วนมีความหมายและความสำคัญ การเข้าใจระบบนี้จะช่วยให้การพบปะญาติในช่วงตรุษจีนราบรื่นและอบอุ่นมากขึ้น หากกำลังเตรียมตัวไปรวมญาติ ลองทบทวนลำดับญาติให้ดี และอย่าลืมฝึกฝนก่อนถึงวันสำคัญนะ!

กดเพื่ออ่านต่อ

NaniTalk S.

เป็นนักเขียนที่ขยันขันแข็งและมุ่งมั่นที่จะผลิตเนื้อหาที่มีคุณภาพ เรียนรู้และเติบโตอยู่เสมอ เชื่อว่าเนื้อหาที่ดีสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อโลกได้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Back to top button