รีวิวซีรีส์เกาหลี

[รีวิว-เรื่องย่อ] อ่านใจปีศาจ | Through the Darkness (2022) ซีรีส์โปรไฟล์เลอร์เกาหลีจากเรื่องจริง

  • สร้างจากอัตชีวประวัติของ ควอน อิล ยง โปรไฟล์เลอร์คนแรกของเกาหลีใต้
  • โทนช้า เน้นวิเคราะห์พฤติกรรมมากกว่าไล่ล่า ฆาตกรเปิดตัวตั้งแต่ต้น
  • ความขัดแย้งระหว่างโปรไฟล์เลอร์กับตำรวจสืบสวนแบบดั้งเดิมเป็นจุดขาย
  • คิม นัม กิล (Kim Nam-gil) แสดงได้กลมกล่อมและมีเสน่ห์

Through the Darkness ไม่ใช่ซีรีส์สืบสวนที่พาลุ้นแบบหายใจไม่ทั่วท้อง แต่เป็นการเดินทางเข้าไปในจิตใจคนร้ายแบบช้า ๆ ที่เข้มข้นกว่าการไล่ล่าเสียอีก สร้างจากอัตชีวประวัติของโปรไฟล์เลอร์คนแรกของเกาหลีใต้ ซีรีส์เรื่องนี้ใช้เวลา 12 ตอนในการพิสูจน์ว่าความเข้าใจพฤติกรรมมนุษย์นั้นน่ากลัวกว่าปืนและกุญแจมือ

ใครที่เคยติดตามผลงานของ คิม นัม กิล ในซีรีส์แอ็กชั่นมาก่อน อาจต้องปรับสมองก่อนรับชม เพราะบทนี้ไม่มีการไล่ล่าบนท้องถนน ไม่มีการปะทะกำลัง และไม่มีฉากบู๊ให้ลุ้น มีเพียงการนั่งวิเคราะห์เอกสาร สอบสวนคนร้ายในห้องสี่เหลี่ยม และการถกเถียงกันภายในสำนักงานสืบสวนที่เต็มไปด้วยควันบุหรี่และความไม่เข้าใจ

คำถามหลักที่บทความนี้ตอบคือ ทำไมซีรีส์ที่ดูเหมือนไม่มีอะไรจึงกลับมีพลังมากพอให้คนดูอยากขอ ซีซั่น 2 แม้จะรู้ว่าไม่น่ามี

Through the Darkness (2022) #1

Through the Darkness หรือ อ่านใจปีศาจ สร้างจากหนังสืออัตชีวประวัติของ ควอน อิล ยง โปรไฟล์เลอร์คนแรกของเกาหลีใต้ ที่เขียนร่วมกับ โค นา มู นักเขียนอดีตนักข่าว ซีรีส์ไม่ได้สร้างคดีจากจินตนาการแต่ดึงเอาประสบการณ์ในสนามจริงมาเล่าผ่านตัวละคร ซง ฮา ยอง รับบทโดย คิม นัม กิล (Kim Nam-gil) ซึ่งหมายความว่าแม้บทจะดูเรียบง่ายแต่กลับมีน้ำหนักจากข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจริงในอดีต

ซีรีส์เรื่องนี้เป็น slowburn อย่างแท้จริง ไม่มีการตัดต่อกระซวกกระชาก ไม่มีทวิสต์ซ้อนทวิสต์ และไม่พยายามกระตุ้นอะดรีนาลีนทุกนาที ตรงกันข้าม มันเล่าเรื่องตามลำดับเวลาแบบสารคดี ฆาตกรเปิดเผยตัวตั้งแต่ตอนต้น จากนั้นพาเข้าไปสู่คำถามว่าทำไม และต่อไปจะทำอะไร วิธีเล่าแบบนี้อาจทำให้คนที่คาดหวังแบบซีรีส์สืบสวนเร็ว ๆ รู้สึกเนือย แต่ถ้าอดทนรอจะพบว่าความตึงเครียดเกิดจากการวิเคราะห์จิตใจที่ละเอียดอ่อนมากกว่าการไล่ล่าบนท้องถนน

หนึ่งในจุดขายสำคัญคือความขัดแย้งระหว่าง ซง ฮา ยอง กับ กุก ยอง ซู รับบทโดย จิน ซอน คิว (Jin Seon-kyu) ที่เป็นโปรไฟล์เลอร์รุ่นบุกเบิก กับตำรวจสืบสวนแบบดั้งเดิม ฝ่ายหลังมองว่าการวิเคราะห์พฤติกรรมเป็นเรื่องลึกลับ จนล้อว่าพวกเขาเป็นแชมัน ในขณะที่โปรไฟล์เลอร์เน้นว่าทำไม ตำรวจดั้งเดิมเน้นว่าใคร ซีรีส์ไม่ได้เอนเอียงไปฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจนหมด แต่ให้มุมมองทั้งสองด้านอย่างสมดุล จนเห็นว่าความล้มเหลวของแต่ละฝ่ายมาจากกรอบความคิดที่ต่างกันต่างหาก

Through the Darkness (2022) #2

ถ้าคาดหวังว่าตำรวจจะสืบสวนจนเจอเบาะแสแล้วจับฆาตกรได้อย่างงดงาม อาจผิดหวัง หลายคดีในเรื่องจบลงด้วยการที่คนร้ายถูกจับได้โดยบังเอิญมากกว่าการตามรอยอัจฉริยะ นี่ไม่ใช่ข้อบกพร่องของบท แต่เป็นการสะท้อนความเป็นจริงของงานสืบสวนในยุคนั้น ที่ระบบยังไม่พร้อมรับกับวิธีคิดใหม่ จุดนี้ทำให้ Through the Darkness แตกต่างจากซีรีส์สืบสวนทั่วไปที่มักสร้างภาพลวงว่าทุกคดีมีการสืบสวนอันชาญฉลาดเสมอ

หลายคนปรับอะไรกับซีรีส์เรื่องนี้กับ Mindhunter ซีรีส์ของ Netflix ที่ว่าด้วยโปรไฟล์เลอร์เช่นกัน ใช่ ทั้งคู่มีฉากสอบสวนในคุก การขับรถสองตำรวจ และการวิเคราะห์จิตเวทยา แต่ Mindhunter ดำเนินเรื่องแบบอเมริกันที่มีจังหวะและดนตรีประกอมชัดเจน ในขณะที่ Through the Darkness เลือกโทนสารคดีเกาหลีที่เยือกเย็นกว่า ไม่มีดนตรีมาช่วยปลุกอารมณ์ ความตึงเครียดเกิดจากความเงียบและสายตาของนักแสดงแทน ใครที่ชอบ Mindhunter อาจรู้สึกว่าเรื่องนี้เนือยกว่า แต่ถ้ามองในแง่ความตั้งใจเล่าเรื่องตามอัตชีวประวัติอย่างตรงไปตรงมา มันกลับมีคุณค่าตรงนี้แหละ

คิม นัม กิล (Kim Nam-gil) แสดงเป็น ซง ฮา ยอง ด้วยสายตาที่อ่อนล้าแต่แฝงความเด็ดเดี่ยว เขาไม่ได้เล่นเป็นพระเอกแอ็กชั่น แต่เป็นคนที่ใช้สมองและความอดทนในการเผชิญหน้ากับความชั่วร้าย นอกจากนี้ คิม โซ จิน (Kim So-jin) ในบท ยุน แท กู ก็โดดเด่นด้วยการออกเสียงที่ชัดเจน ช้า แต่ดุดัน ทำให้ตัวละครตำรวจหญิงมีมิติและน่าเชื่อถือ การถ่ายภาพไม่ได้อลังการแต่เลือกใช้โทนสีและแสงที่ทึบเพื่อสะท้อนยุค 2000s ต้นยุคได้อย่างเป็นธรรมชาติ

Through the Darkness (2022) #3

ความช้าของซีรีส์อาจทดสอบความอดทนของคนดูที่คุ้นชินกับการเล่าเรื่องแบบตะกุกตะกัก บางตอนรู้สึกว่าอาจตัดทอนได้อีกเล็กน้อยโดยไม่เสียความเข้าใจ นอกจากนี้ เนื่องจากดำเนินเรื่องตาม timeline อย่างตรงไปตรงมา บางช่วงอาจรู้สึกซ้ำซากสำหรับผู้ชมที่ต้องการความแปลกใหม่ในรูปแบบการเล่าเรื่อง

เหมาะกับคนที่ชอบ ซีรีส์สืบสวนเกาหลี แนวจิตวิทยา ไม่เร่งรีบ และอยากรู้ว่าการทำงานของโปรไฟล์เลอร์เป็นจริงอย่างไร ไม่เหมาะกับคนที่ต้องการแอ็กชั่น การไล่ล่า หรือทวิสต์ปลายเรื่อง เพราะซีรีส์ไม่ได้มีให้ตั้งแต่ต้น

Through the Darkness หรือ อ่านใจปีศาจ เป็นซีรีส์ที่ต้องใช้ความอดทนในการรับชม แต่ถ้าผ่านพ้นความช้าในตอนต้นไปได้จะพบว่ามันมีความเข้มข้นในแบบที่ไม่ต้องพึ่งพล็อตลวง การแสดงของ คิม นัม กิล และทีมนักแสดงสมทบ รวมถึงความตั้งใจในการเล่าเรื่องตามอัตชีวประวัติโดยไม่ปรุงแต่งมากเกินไป ทำให้มันคุ้มค่าสำหรับคนที่มองหาซีรีส์อาชญากรรมที่เล่าเรื่องตรง ๆ แต่แทงใจคนดูได้ลึก

  • ชื่อเรื่องในภาษาไทย: อ่านใจปีศาจ / ผู้อ่านหัวใจแห่งความชั่วร้าย
  • ชื่อภาษาอังกฤษ: Through the Darkness / Those Who Read the Hearts of Evil
  • ประเภท: อาชญากรรม, สืบสวน, ดราม่า
  • วันที่ออกฉาย: 14 มกราคม 2022
  • นักแสดงนำ: คิม นัม กิล (Kim Nam-gil), จิน ซอน คิว (Jin Seon-kyu), คิม โซ จิน (Kim So-jin)
  • ผู้กำกับ: ปัค โบ รัม (Park Bo-ram)
  • จำนวนตอน: 12 ตอน
  • เรตติ้ง IMDb: 8.0/10

อ่านใจปีศาจ ซีรีส์สืบสวนจากเรื่องจริงที่ช้าแต่เข้ม

โครงเรื่อง - 8.8
การแสดง - 9
โปรดักชัน - 8.2
ความบันเทิง - 7.8
ความคุ้มค่าในการรับชม - 8.5

8.5

ซีรีส์ที่เล่าเรื่องโปรไฟล์เลอร์ผ่านมุมมองสารคดีมากกว่าทริลเลอร์แบบดั้งเดิม แม้จะไม่มีทวิสต์ถี่ยิบแต่แทงใจด้วยความจริงของกระบวนการสืบสวน

User Rating: Be the first one !
อ่านใจปีศาจ
8.0
TV Series อาชญากรรม หนังชีวิต ลึกลับ จบแล้ว

อ่านใจปีศาจ

악의 마음을 읽는 자들 (2022)

2022 1 ซีซัน 12 ตอน
8.0 /10 IMDB
7.7 /10 TMDB

ฮายองเป็นนักวิเคราะห์พฤติกรรมอาชญากร ภายนอกดูเย็นชาแต่เขารู้วิธีเข้าใจและมองคนได้ทะลุปรุโปร่งมากกว่าใคร เขาเลือกมาเป็นโปรไฟเลอร์ที่ให้ผู้เสียหายและครอบครัวมาก่อนเสมอและดูแลรับผิดชอบพวกเขาจนถึงที่สุด ยองซูเป็นหัวหน้าเรื่องทีมวิเคราะห์พฤติกรรมทางอาชญากรรมและทำตัวเหมือนเป็นหัวหน้าหน่วยพิสูจน์หลักฐานผู้รู้ว่าอำนาจแท้จริงคืออะไร เขาตระหนักถึงความสำคัญของจิตวิทยาอาชญากรมาตั้งแต่ต้น เขาจึงได้ก่อตั้งทีมวิเคราะห์พฤติกรรมทางอาชญากรรมกับฮายอง อย่างที่คาดเหตุฆาตกรรมน่าสะพรึงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และสุดท้ายทีมวิเคราะห์พฤติกรรมทางอาชญากรรมก็เป็นที่ต้องการ


นักแสดง

김남길 김남길 Song Ha-young
김소진 김소진 Yoon Tae-goo
จินซอนคยู จินซอนคยู Kook Young-soo
려운 려운 Jung Woo-joo
이대연 이대연 Baek Jun-shik

กดเพื่ออ่านต่อ

PhiRa W.

เป็นนักเขียนอิสระที่หลงใหลในสื่อบันเทิงทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ ซีรีส์ วาไรตี้ และสารคดี ผมชอบที่จะวิเคราะห์และถอดรหัสเนื้อหาเหล่านั้นออกมาในรูปแบบของรีวิวที่เข้าใจง่ายและสนุกสนาน เพื่อแบ่งปันมุมมองและประสบการณ์ให้กับผู้อ่าน

บทความที่เกี่ยวข้อง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Back to top button