รีวิวหนังเกาหลี

[รีวิว-เรื่องย่อ] Dark Figure of Crime (2018) หนังเกาหลีสืบสวนจากเรื่องจริงที่เล่นกับจิตใจ

  • Dark Figure of Crime เป็นหนังสืบสวนอาชญากรรมเกาหลีจากเรื่องจริง ที่เล่าเรื่องผ่านการต่อสู้ทางปัญญาระหว่างนักสืบกับฆาตกรต่อเนื่อง แทนที่จะเป็นการไล่ล่าหรือมีฉากแอคชั่นหวือหวา
  • การแสดงของคิมยุนซอกและจูจีฮุนคือจุดขายหลัก โดยเฉพาะจูจีฮุนที่สร้างบทฆาตกรให้มีมิติน่ากลัวและได้รับรางวัลนักแสดงนำชายจากหลายเวที
  • หนังนำเสนอประเด็น dark figure of crime หรืออาชญากรรมที่ไม่ถูกรายงาน ซึ่งเป็นประเด็นสังคมที่หนังแนวนี้หลายเรื่องมักมองข้าม
  • จังหวะช้าและเน้นบทสนทนาอาจไม่เหมาะกับคนที่ชอบหนังเร็วหรือมีฉากช็อก แต่เหมาะกับผู้ชมที่ต้องการประสบการณ์รับชมที่ลึกซึ้งและต้องใช้สมองตลอดเวลา

บางครั้งหนังสืบสวนก็ไม่จำเป็นต้องมีฉากไล่ล่าระทึกหรือการเปิดโปงคดีแบบพลิกคว่ำเพื่อดึงความสนใจ แค่มีชายสองคนนั่งเผชิญหน้ากันในห้องสอบสวนและแลกเปลี่ยนคำพูดที่แฝงนัยยะอันตราย ก็อาจทำให้ผู้ชมรู้สึกอึดอัดและอยากรู้ผลตอบแบบเดาไม่ได้มากกว่าหนังแอคชั่นหลายเรื่องเสียอีก Dark Figure of Crime หรือชื่อเกาหลี 암수살인 (Amsusarin) คือหนังที่เลือกเดินเส้นทางนี้โดยเฉพาะ โดยอิงจากคดีจริงในปูซานที่ถูกนำเสนอผ่านรายการสารคดีสืบสวน และกลายเป็นผลงานที่ทำให้ผู้ชมต้องกลับมาคิดถึงความหมายของคำว่า “ความยุติธรรม” อีกครั้งหลังจบเรื่อง

คนที่ติดตามหนังเกาหลีแนวอาชญากรรมคงคุ้นชินกับการร่วมมือกันของนักแสดงคุณภาพสองรุ่น แต่การที่ คิมยุนซอก (Kim Yoon-seok) และ จูจีฮุน (Ju Ji-hoon) มาประชันบทในหนังที่ไม่มีเอฟเฟกต์อลังการหรือโมเมนต์ช็อกแบบตะขอเกี่ยวใจ กลับเป็นการทดสอบฝีมือที่แท้จริงของทั้งคู่ หนังไม่ได้ต้องการให้ใครยิ้มแย้มหรือรู้สึกคลายเครียด แต่ต้องการสื่อสารว่าความชั่วร้ายบางอย่างไม่ได้อยู่ที่การกระทำรุนแรง แต่อยู่ที่ความสามารถในการหลอกลวงและเล่นเกมจิตที่คนทั่วไปเดาไม่ออก

สิ่งที่น่าจับตาคือหนังไม่ได้มุ่งเน้นให้ผู้ชมรู้สึก “สนุก” แบบหนังระทึกขวัญทั่วไป แต่ต้องการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับปรากฏการณ์ที่เรียกว่า dark figure of crime หรืออาชญากรรมที่ไม่ถูกรายงาน ไม่มีผู้เสียหายมาฟ้องร้อง ไม่มีศพให้ตรวจสอบ และไม่มีตำรวจสืบสวน มันเป็นมิติที่หนังหลายเรื่องมองข้ามไป และหนังเรื่องนี้เลือกที่จะขุดคุ้ยเรื่องนั้นออกมาอย่างไม่ลดราวาศอก

จุดแข็งที่สุดของ Dark Figure of Crime อยู่ที่การตั้งโจทย์ที่ไม่ได้มุ่งแค่การจับฆาตกร แต่เป็นการพิสูจน์ว่าฆาตกรทำจริง คัง แทโอ ถูกจับกุมและตัดสินจำคุกในคดีฆ่าแฟนสาวอยู่แล้ว เมื่อเขาติดต่อนักสืบ คิม ฮยองมิน เพื่อสารภาพคดีอื่น เป้าหมายที่แท้จริงของเขากลับไม่ใช่การชำระล้างบาป แต่เป็นการใช้ระบบกฎหมายเป็นช่องโหว่เพื่อให้ตัวเองพ้นผิดในคดีที่ถูกตัดสิน หนังจึงไม่ได้เล่าเรื่องตามสูตร “ตามล่า จับตัว สืบสวน” แต่เป็นการดำเนินเรื่องแบบก้าวกระดดระหว่างความจริงที่คังบอก หลักฐานที่คิมตามหา และกับดักที่ฆาตกรวางไว้ล่วงหน้า

สิ่งที่หนังทำได้ดีคือการไม่ให้ตัวละครใดตัวละครหนึ่งเป็นตัวแทนความถูกต้องเสมอไป คิม ฮยองมิน เองก็มีช่องโหว่ เขาตกหลุมรักกับข้อมูลที่คังให้มาโดยไม่สงสัยในตอนแรก จนกระทั่งถูกหลอกและเกือบเสียชื่อเสียง ความพ่ายแพ้ครั้งนั้นไม่ได้ทำให้เขาอ่อนแอลง แต่กลับเปิดโอกาสให้ผู้ชมได้เห็นกระบวนการคิดและการเรียนรู้จากความผิดพลาดของตัวละคร ซึ่งทำให้ตอนจบที่เขาหาพยานมัดตัวคังได้รู้สึกน่าพอใจและสมเหตุสมผลมากกว่าถ้าตัวเอกเป็นคนที่ไม่เคยพลาดมาก่อน

นอกจากนี้ หนังยังเลือกหยิบยื่นประเด็น dark figure of crime หรืออาชญากรรมที่ไม่มีใครรู้ว่าเกิดขึ้น เพราะไม่มีผู้เสียหายรายงาน ไม่มีศพ ไม่มีหลักฐาน และไม่มีตำรวจสืบสวน ประเด็นนี้ถูกหยิบยื่นออกมาไม่มากจนรู้สึกเหมือนสารคดี แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้ผู้ชมนึกถึงความจริงว่าสถิติอาชญากรรมที่เราเห็นนั้นอาจเป็นแค่ส่วนน้อยของปัญหาที่แท้จริง

การประชันบทระหว่าง คิมยุนซอก (Kim Yoon-seok) และ จูจีฮุน (Ju Ji-hoon) คือหัวใจของเรื่องนี้อย่างแท้จริง คิมยุนซอก ในบท คิม ฮยองมิน นักสืบมือวางที่ต้องมาเผชิญหน้ากับจิตใจที่แกร่งกว่าที่เคยเจอ แสดงให้เห็นถึงความอดทนและความเชื่อมั่นในความถูกต้องที่ค่อย ๆ สั่นคลอนแล้วกลับมาหนักแน่นอีกครั้ง การแสดงของเขาไม่ใช่แบบตะโกนโวยวาย แต่เป็นการใช้สายตาและท่าทีที่ยับยั้งชั่งใจ ซึ่งเขาทำได้อย่างมีระดับ

อีกด้านหนึ่ง จูจีฮุน ในบท คัง แทโอ ฆาตกรต่อเนื่องที่ดูเหมือนจะเปิดเผยทุกอย่าง แต่จริง ๆ แล้วซ่อนความคิดที่ลึกกว่านั้นไว้หลายชั้น จูจีฮุนแสดงให้เห็นถึงความเป็นคนสองบุคลิกได้อย่างน่ากลัว เขาสามารถสลับจากท่าทีสุภาพชายที่ยอมรับความผิด ไปเป็นคนที่หลอกลวงและเยาะเย็นผู้อื่นได้ในเวลาไม่กี่วินาที ผลงานในเรื่องนี้ทำให้เขาได้รับรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมจากหลายเวที เช่น Korean Film Producers Association Awards, Chunsa Film Art Awards และ Buil Film Awards ซึ่งเป็นการพิสูจน์ว่าบทนี้ไม่ใช่แค่ตัวร้ายธรรมดา แต่เป็นงานแสดงที่ต้องใช้พลังงานและการควบคุมอารมณ์สูงมาก

นักแสดงสมทบอย่าง จินซอนกยู (Jin Seon-kyu) ในบท สืบ โจ คู่หูของคิม ก็ช่วยเติมเต็มมิติให้กับทีมสืบสวน โดยเฉพาะในช่วงที่คิมต้องเผชิญกับความผิดหวังจากการถูกคังหลอกครั้งแรก ความสัมพันธ์ระหว่างคิมและโจเป็นส่วนผสมที่ทำให้หนังไม่รู้สึกเหงาจนเกินไป และยังช่วยให้ผู้ชมได้เห็นมุมมองของคนที่ทำงานในระบบตำรวจซึ่งต้องเจอกับกฎเกณฑ์และข้อจำกัดมากมาย

คิม แท-คยุน (Kim Tae-kyun) ผู้กำกับ ใช้เวลา 5 ปีในการเขียนบทหลังจากดูรายการสารคดีสืบสวน Unanswered ตอนที่ 869 และยังสัมภาษณ์นักสืบที่ทำคดีจริงเพื่อให้บทมีน้ำหนัก การใช้เวลานานขนาดนั้นสะท้อนให้เห็นว่าทีมงานตั้งใจจะเล่าเรื่องนี้อย่างละเอียดและไม่รีบเร่ง ผลที่ออกมาคือหนังที่มีจังหวะช้า แต่ไม่น่าเบื่อ เพราะทุกฉากที่คิม ฮยองมิน สืบสวนหรือเผชิญหน้ากับ คัง แทโอ ล้วนมีข้อมูลใหม่ที่ผู้ชมต้องประมวลผลตลอดเวลา

งานกำกับภาพของ ฮวัง กี-ซอก (Hwang Ki-suk) เลือกใช้โทนสีมืดและหม่น โดยเฉพาะฉากในห้องสอบสวนหรือที่เกิดเหตุยามค่ำคืน แสงสว่างมีน้อยและไม่ค่อยให้ความรู้สึกปลอดภัย ซึ่งสอดคล้องกับธีมของหนังที่ว่าความจริงมักถูกซ่อนอยู่ในที่มืด การตัดต่อโดย คิม ซัน-มิน (Kim Sun-min) ก็ไม่ได้พยายามตัดให้ดูเร็วหรือตื่นเต้นเกินจำเป็น แต่ปล่อยให้ความตึงเครียดค่อย ๆ สะสมจนถึงจุดที่ตัวละครและผู้ชมรู้สึกกดดันพร้อมกัน

เพลงประกอบของ มก ยอง-จิน (Mok Young-jin) ไม่ได้ดังหรือโดดเด่นจนล้ำฉาก แต่ช่วยเสริมบรรยากาศให้หนักอึ้งและจริงจังตามที่หนังต้องการ โดยรวมแล้วงานสร้างทุกส่วนทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีโดยไม่แย่งซีนนักแสดงนำ

หนังไม่ได้ต้องการให้ใครรู้สึก “สนุก” แบบหนังระทึกขวัญทั่วไป แต่ต้องการให้เห็นว่าความชั่วร้ายบางอย่างไม่ได้อยู่ที่การกระทำรุนแรง แต่อยู่ที่ความสามารถในการหลอกลวงและเล่นเกมจิตที่คนทั่วไปเดาไม่ออก

แม้ Dark Figure of Crime จะมีจุดแข็งเรื่องบทและการแสดง แต่ก็มีข้อจำกัดที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ประการแรกคือจังหวะการเล่าเรื่องที่ช้าและเน้นบทสนทนาอาจไม่ตอบโจทย์คนที่ชอบหนังมีจังหวะเร็วหรือมีฉากแอคชั่น บางช่วงอาจรู้สึกว่าหนังซ้ำกับตัวเองในแง่ที่ตัวละครคุยกัน สืบหาหลักฐาน แล้วกลับมาเผชิญหน้ากันอีกครั้ง ซึ่งถ้าผู้ชมไม่ได้สนใจรายละเอียดของคดี อาจรู้สึกว่าบทสนทนาบางช่วดยาวเกินไป

ประการที่สอง เนื่องจากหนังอิงจากเรื่องจริงและต้องการสื่อสารประเด็นทางสังคม บางส่วนอาจรู้สึกว่ามีน้ำหนักทางศีลธรรมและกฎหมายมากไปหน่อย โดยเฉพาะช่วงที่คิม ฮยองมิน ต้องต่อสู้กับระบบและพยายามหาพยานที่เชื่อถือได้ ซึ่งถ้าหนังตัดบางส่วนที่ไม่จำเป็นออกไป ความยาว 110 นาทีอาจลดลงและทำให้จังหวะกระชับขึ้นได้อีก

นอกจากนี้ ตัวละครเหยื่อบางคนในเรื่องได้รับการเล่าถึงน้อยมาก จนบางครั้งผู้ชมอาจสับสนว่าเหยื่อแต่ละคนเกี่ยวข้องกันอย่างไร ซึ่งอาจเป็นเจตนาของผู้กำกับที่ต้องการให้ผู้ชมรู้สึกเหมือนนักสืบที่ต้องค่อย ๆ ต่อจิ๊กซอว์ แต่ในทางปฏิบัติก็อาจทำให้บางคนหลงลืมรายละเอียดของคดีแต่ละคดีได้ง่ายเหมือนกัน

Dark Figure of Crime ไม่ใช่หนังที่เหมาะกับการดูเพลิน ๆ ขณะทำอย่างอื่นไปด้วย เพราะบทสนทนาแทบทุกประโยคมีนัยยะและหลักฐานที่ต้องจับตาดู ถ้าตั้งใจรับชมและสนใจกระบวนการสืบสวนสอบสวนแบบตำรวจญี่ปุ่นหรือเกาหลี หนังเรื่องนี้จะให้ประสบการณ์ที่คุ้มค่า เพราะนอกจากจะได้เห็นการแสดงที่ดีแล้ว ยังได้เรียนรู้ว่าคดีจริงบางคดีไม่ได้มีโครงสร้างแบบในหนังฮอลลีวูดที่ตัวร้ายมักจะถูกจับได้อย่างง่ายดาย

สำหรับคนที่ติดตามผลงานของคิมยุนซอกมาตั้งแต่ The Chaser หนังเรื่องนี้อาจรู้สึกว่าช้ากว่าและไม่มีฉากไล่ล่าที่ระทึกใจเท่า แต่ถ้ามองว่านี่เป็นหนังคนละประเภทกัน โดยเน้นที่จิตวิทยามากกว่ากายภาพ ก็จะพบว่ามันคืออีกด้านหนึ่งของความสามารถของนักแสดงคนนี้ ส่วนคนที่ติดตามจูจีฮุนมาจากซีรีส์หรือหนังแฟนตาซี จะได้เห็นอีกมุมหนึ่งของเขาที่แสดงได้น่ากลัวและมีเสน่ห์ในแบบที่ไม่ต้องพึ่งเครื่องสำอางหรือเอฟเฟกต์พิเศษ

ผู้ที่ชื่นชอบหนังเกาหลีแนวสืบสวนอาชญากรรมสามารถหาแนวทางการรับชมเพิ่มเติมได้จากบทความ 20 หนังอาชญากรรมเกาหลีสุดเข้มข้น บนเว็บไซต์ nanitalk.com ซึ่งรวมผลงานที่มีเนื้อหาลึกลับและตื่นเต้นในแบบเดียวกัน รวมถึง 55 ซีรีส์เกาหลีแนวฆาตกรต่อเนื่อง สืบสวน ระทึกขวัญ สำหรับใครที่อยากต่อยอดความสนุกแนวนี้ในรูปแบบซีรีส์ยาว ๆ หรือจะดู 40 ซีรีส์สืบสวนเกาหลีพากย์ไทย ก็มีตัวเลือกที่หลากหลายไม่แพ้กัน

Dark Figure of Crime เป็นหนังที่เหมาะกับผู้ชมที่ชอบหนังสืบสวนอาชญากรรมแบบจริงจัง ไม่เน้นฉากบู๊ แต่เน้นการวิเคราะห์จิตใจคนและกระบวนการสืบสวนที่ใช้เวลาและความอดทน ถ้าชอบหนังเกาหลีแนว Memories of Murder หรือ The Chaser แต่อยากลองอะไรที่เงียบกว่าและใช้สมองมากกว่า เรื่องนี้ตอบโจทย์แน่นอน แต่ถ้าต้องการหนังที่มีตอนจบพลิกล็อกหรือฉากไล่ล่าตื่นเต้น อาจจะต้องข้ามเรื่องนี้ไป เพราะความสนุกของมันอยู่ที่การลุ้นว่าความจริงจะชนะการหลอกลวงได้หรือไม่ ไม่ใช่การเอาชีวิตรอดจากสถานการณ์อันตราย

การแสดงของคิมยุนซอกและจูจีฮุนเป็นสิ่งที่ทำให้หนังมีชีวิต แม้บทจะมีช่วงที่รู้สึกยืดยาดไปบ้าง แต่พลังงานที่ทั้งคู่ใส่ลงไปในการต่อสู้ทางปัญญาครั้งนี้คุ้มค่ากับการติดตาม หนังไม่ได้พยายามเป็นมหากาพย์หรือผลงานระดับตำนาน แต่มันสำเร็จในฐานะหนังที่เล่าเรื่องจากเรื่องจริงอย่างตรงไปตรงมา ไม่ romanticize ฆาตกร และไม่ทำให้ตัวเอกดูเหมือนฮีโร่ที่ไร้ที่ติ นั่นแหละคือความซื่อสัตย์ของงานที่ทำให้มันจดจำได้

หนังสืบสวนที่ไม่ต้องพึ่งแอคชั่นแต่กดดันจนหายใจไม่ทั่วท้อง

โครงเรื่อง - 8.2
การแสดง - 9
โปรดักชัน - 7.8
ความบันเทิง - 7.5
ความคุ้มค่าในการรับชม - 8

8.1

Dark Figure of Crime คือหนังอาชญากรรมเกาหลีที่เลือกเล่าเรื่องผ่านการต่อสู้ทางปัญญาระหว่างนักสืบ คิม ฮยองมิน (คิมยุนซอก) กับฆาตกรต่อเนื่อง คัง แทโอ (จูจีฮุน) ผู้ถูกจับในคดีหนึ่งแล้วกลับสารภาพว่ามีเหยื่ออีกหกคน แต่เขากลับใช้ข้อมูลเป็นเครื่องมือหลอกลวงเพื่อให้ตัวเองพ้นผิดในคดีอื่น งานนี้ไม่มีฉากไล่ล่าหวือหวา แต่แทนที่ด้วยบทสนทนาและการวางกับดักทางจิตใจที่ทำให้ผู้ชมต้องลุ้นตามตลอด 110 นาที ด้วยการแสดงที่หนักแน่นของทั้งคู่และการกำกับที่ไม่รีบเล่า จึงเป็นประสบการณ์รับชมที่เหมาะกับคนชอบหนังสืบสวนลึกลับมากกว่าหนังบู๊ล้างผลาญ

User Rating: Be the first one !
Released
2018-10-03
Runtime
111 min
Status
Released
Movie อาชญากรรม หนังชีวิต Released

Dark Figure of Crime

암수살인 — 2018

IMDb Rating 6.7 /10
MYDRAMALIST 7.7 /10
Tomatometer 80 %

ทริลเลอร์อาชญากรรมที่ว่าด้วยการเผชิญหน้าทางจิตวิทยาอย่างเข้มข้น ระหว่างนักสืบผู้มุ่งมั่น กับฆาตกรที่ออกมาสารภาพการฆาตกรรมหลายศพ เกมแห่งความจริงและเล่ห์เหลี่ยมเริ่มต้นขึ้น ท่ามกลางความคลุมเครือว่าใครกันแน่ที่ควบคุมสถานการณ์อยู่


นักแสดงนำ

김윤석 김윤석 Kim Hyeong-min
주지훈 주지훈 Kang Tae-oh
문정희 문정희 Kim Soo-min
จินซอนคยู จินซอนคยู Detective Jo
Jeong Jong-jun Jeong Jong-jun Chief of Crime Department
허진 허진 Ji-hee's Grandmother
김중기 김중기 Lawyer
김영웅 김영웅 Jeong-bong

กดเพื่ออ่านต่อ

PhiRa W.

เป็นนักเขียนอิสระที่หลงใหลในสื่อบันเทิงทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ ซีรีส์ วาไรตี้ และสารคดี ผมชอบที่จะวิเคราะห์และถอดรหัสเนื้อหาเหล่านั้นออกมาในรูปแบบของรีวิวที่เข้าใจง่ายและสนุกสนาน เพื่อแบ่งปันมุมมองและประสบการณ์ให้กับผู้อ่าน

บทความที่เกี่ยวข้อง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Back to top button