รีวิวหนังเกาหลี

[รีวิว-เรื่องย่อ] Memories of the Sword (2015) หนังเกาหลีย้อนยุคที่นักแสดงแบกทั้งเรื่อง

  • หนังที่รวมสามนักแสดงระดับท็อปของเกาหลีอย่าง อี บยอง-ฮอน จอน โดย-ยอน และ คิม โก-อึน ไว้ในเรื่องเดียว
  • ภาพและงานสร้างงดงามสมทุนสร้างระดับบล็อกบัสเตอร์ แต่บทรกไปด้วยการหักมุมซ้ำซ้อน
  • คนที่ดูหนังเพื่อ ดราม่า และการแสดงมีแนวโน้มจะชอบมากกว่าคนที่หวังฉากแอ็กชันมันระห่ำ
  • เรื่องราวแก้แค้นในยุคโครยอที่ถูกห่อหุ้มด้วยเปลือกหนังกำลังภายใน แต่แก่นแท้คือหนังครอบครัว

Memories of the Sword หรือชื่อเกาหลีว่า 협녀: 칼의 기억 (Hyeomnyeo: Karui Gieok) คือ หนังเกาหลี ย้อนยุคที่ออกฉายในปี 2015 กำกับโดย พัค ฮึง-ชิก (Park Heung-sik) ภายใต้ทุนสร้างมหาศาล 1 หมื่นล้านวอน แต่กลับทำรายได้เพียง 2.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น ตัวเลขนั้นสะท้อนอะไรบางอย่างก่อนกดดูเสียอีก

หนังเรื่องนี้รวมนักแสดงแถวหน้าของเกาหลีไว้ถึงสามคน ได้แก่ อี บยอง-ฮอน (Lee Byung-hun) ในบทยู-แบ็ก แม่ทัพผู้ทรงอำนาจ จอน โดย-ยอน (Jeon Do-yeon) ในบทซอล-รัง นักดาบตาบอดผู้เก็บงำความลับ และ คิม โก-อึน (Kim Go-eun) ในบทฮง-อี เด็กสาวผู้ถูกเลี้ยงดูมาเพื่อการแก้แค้นเพียงอย่างเดียว ตัวละครทั้งสามโคจรมาพบกันท่ามกลางฉากหลังยุคโครยอ ที่ซึ่งความถูกผิดไม่ได้ถูกตัดสินด้วยดาบเพียงอย่างเดียว

คำถามสำคัญที่หนังตั้งไว้ไม่ใช่ว่าใครจะชนะในศึกครั้งสุดท้าย แต่อยู่ที่ว่าเมื่อความจริงทั้งหมดถูกเปิดเผย มันจะทำลายหรือปลดปล่อยคนที่เฝ้าตามหามันต่างหาก นี่คือ หนัง ที่พยายามจะเป็นทั้งมหากาพย์ดาบและโศกนาฏกรรมครอบครัวไปพร้อมกัน ผลลัพธ์กลับกลายเป็นสิ่งที่ซับซ้อนเกินกว่าตัวหนังจะควบคุมได้ แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นล้มเหลวเสียทีเดียว

Memories of the Sword (2015) #1

งานภาพของ Memories of the Sword อยู่ในระดับที่ยากจะปฏิเสธว่ามันสวย องค์ประกอบภาพของยุคโครยอถูกจัดวางอย่างประณีต ทั้งฉากตลาด โรงน้ำชา และลานประลองดาบล้วนถูกดีไซน์ให้มีมิติและบรรยากาศของช่วงเวลานั้นอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นสีสันของเครื่องแต่งกายหรือแสงเงาในฉากกลางคืน ทุกเฟรมถูกคิดมาแล้วว่าต้องออกมาดูดี

แต่สิ่งที่หนังลืมคิดคือการจัดลำดับความสำคัญระหว่างภาพกับเรื่อง เมื่อ พัค ฮึง-ชิก ใส่ใจกับความงามของแต่ละช็อตมากเกินไป จังหวะการเล่าเรื่องก็เริ่มเสียสมดุล ฉากต่อสู้ที่ดูดีหลายฉากกลับถูกตัดให้สั้นหรือจบกลางคันเพื่อรักษาองค์ประกอบภาพ ทิ้งให้ผู้ชมรู้สึกว่ากำลังจะถึงจุดพีกแต่ก็ถูกเบรกทุกครั้ง

ปัญหาหลักของบทคือการพยายามยัดเยียดการหักมุมซ้อนการหักมุมมากเกินไป โครงเรื่องเริ่มต้นเรียบง่ายด้วยแนวทางแก้แค้นแบบตรงไปตรงมา แต่เมื่อหนังเดินหน้า ความลับถูกซ้อนทับเข้าไปอีกชั้นแล้วชั้นเล่า จนถึงจุดที่น้ำหนักของ ดราม่า ครอบครัวแย่งซีนจากแก่นแท้ของหนังดาบที่ควรเป็น สิ่งที่ควรเป็นจุดแข็งกลับกลายเป็นจุดอ่อนเพราะหนังเลือกจะไม่หยุดไขปริศนาแม้ในเวลาที่ควรปล่อยให้ผู้ชมได้ซึมซาบอารมณ์

การหักมุมที่ดีควรทำให้คนดูรู้สึกว่าเรื่องราวถูกต่อเติมให้สมบูรณ์ขึ้น แต่ Memories of the Sword กลับใช้การหักมุมเป็นเครื่องมือในการถ่วงเรื่อง จนบางครั้งรู้สึกเหมือนกำลังดูละครเวทีที่เปลี่ยนบทกลางองก์ไปมา

Memories of the Sword (2015) #2

หากจะถามว่าทำไม Memories of the Sword ถึงยังเป็นหนังที่ดูได้และมีช่วงเวลาที่ตราตรึง คำตอบเดียวชัดเจนคือการแสดงของสามนักแสดงนำ อี บยอง-ฮอน (Lee Byung-hun) ในบทยู-แบ็ก ถ่ายทอดตัวร้ายที่มีเลเยอร์ซ้อนทับระหว่างความทะเยอทะยานและความรักที่พังทลายได้อย่างมีมิติ ยิ่งในช่วงครึ่งหลังที่เขาและจอน โดย-ยอน ประชันบทบาทกันในฉากดราม่าเข้มข้น ยิ่งตอกย้ำว่าเขาคือหนึ่งในนักแสดงเกาหลีที่ไว้ใจได้เสมอ

จอน โดย-ยอน (Jeon Do-yeon) ในบทซอล-รัง หรือ วอล-โซ คือตัวละครที่แบกน้ำหนักทางอารมณ์ของเรื่องไว้เกือบทั้งหมด เธอรับบทเป็นนักดาบตาบอดผู้เก็บงำความลับที่คนดูค่อย ๆ ค้นพบไปพร้อมกับฮง-อี บทนี้ต้องการทั้งความแข็งแกร่งทางกายภาพและความเปราะบางทางจิตใจไปพร้อมกัน ซึ่งเธอทำได้อย่างน่าทึ่ง โดยเฉพาะการสื่ออารมณ์ผ่านดวงตาที่ “มองไม่เห็น” แต่กลับถ่ายทอดความรู้สึกได้มากกว่าตัวละครที่ตามองเห็นเสียอีก

คิม โก-อึน (Kim Go-eun) ตอนนั้นยังอยู่ในช่วงต้นของอาชีพการแสดง แต่ก็พิสูจน์ให้เห็นว่าเธอไม่ใช่นักแสดงที่จะหายไปหลังจากแจ้งเกิดไม่นาน บทฮง-อี หรือ ซอล-ฮี ถูกดึงไปในหลายทิศทางพร้อมกัน ทั้งความเคียดแค้น ความรัก ความสับสน และภาระในการเป็นผู้สืบทอดเจตจำนงของคนรุ่นก่อน การที่เธอยังคงรักษาสมดุลของตัวละครท่ามกลางบทที่รกไปด้วยปมได้ ถือเป็นสัญญาณว่าเธอจะก้าวต่อไปได้อีกไกล ซึ่งเวลาก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วจากผลงาน ซีรีส์เกาหลี และภาพยนตร์ที่ตามมาหลังจากนั้น

Memories of the Sword (2015) #3

สิ่งที่น่าเสียดายที่สุดของ Memories of the Sword คือการที่มันมีองค์ประกอบของหนังกำลังภายในที่ดีเกือบทุกอย่าง แต่กลับไม่สามารถประกอบมันเข้าด้วยกันให้ถึงที่สุดได้ ฉากต่อสู้ในเรื่องถูกออกแบบท่าทางอย่างสวยงาม มีทั้งการฟันที่เฉียบคมและการเคลื่อนไหวที่อ่อนช้อยตามสไตล์ Wuxia ดั้งเดิมของเกาหลี

ทว่าปัญหาอยู่ที่จังหวะการตัดต่อ หลายครั้งที่การต่อสู้ถูกขัดจังหวะด้วยการตัดไปที่ตัวละครอื่นหรือถูกทำให้จบลงอย่างกะทันหันเพื่อเหตุผลทางดราม่า ผู้กำกับดูเหมือนจะหลงใหลในคุณค่าทางสุนทรียะของฉากต่อสู้มากกว่าจะสนใจว่ามันควรให้ความบันเทิงหรือขับเคลื่อนเรื่องราวอย่างไร

ในองก์สุดท้ายที่ควรจะเป็นจุดไคลแมกซ์ของทั้งเรื่อง ฉากการต่อสู้กลับถูกเร่งให้จบลงอย่างรวดเร็ว ทั้งที่ก่อนหน้านั้นหนังใช้เวลายืดเยื้อไปกับการเปิดเผยความลับซ้ำแล้วซ้ำเล่า การตัดสินใจแบบนี้ทำให้คนดูรู้สึกเหมือนถูกโกง หลังจากที่อดทนรอมาทั้งเรื่องเพื่อดูศึกตัดสินที่สมศักดิ์ศรี สิ่งที่ได้กลับเป็นเพียงการปะทะที่ผ่านไปอย่างรีบเร่ง

สำหรับคนที่กำลังมองหา ดูอะไรดี ในหมวด ดราม่า ย้อนยุคที่มีงานภาพสวยและนักแสดงชั้นนำ เรื่องนี้อาจยังเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ แต่ถ้าคาดหวังฉากต่อสู้ที่สะใจแบบหนังกำลังภายในเต็มรูปแบบ อาจต้องปรับความคาดหวังลงมาสักหน่อย

Memories of the Sword คือหนังที่มีทรัพยากรทุกอย่างพร้อมจะเป็นหนังยอดเยี่ยม นักแสดงระดับท็อป งานสร้างระดับพรีเมียม ดนตรีประกอบที่ช่วยเสริมบรรยากาศได้ดี และพล็อตแก้แค้นที่มีศักยภาพในการสร้างอารมณ์ร่วมสูง แต่การตัดสินใจของผู้กำกับที่เลือกให้ความสำคัญกับภาพและปริมาณของจุดหักมุมเหนือจังหวะการเล่าเรื่อง กลับทำให้ทั้งหมดนี้ทำงานได้ต่ำกว่าที่ควรจะเป็น

ผู้ชมที่รักงานแสดงและอินกับการแสดงออกทางอารมณ์ของตัวละครในสถานการณ์บีบคั้นจะได้รับประสบการณ์ที่ดีจากหนังเรื่องนี้ เพราะการแสดงของสามนักแสดงนำคือสิ่งที่ยกระดับบทที่รุงรังให้ยังดูมีคุณค่าพอจะติดตาม แต่ผู้ชมที่หวังจะเห็นฉากต่อสู้ด้วยดาบที่ดุเดือดและต่อเนื่องแบบ ระทึกขวัญ (Thriller) กำลังภายใน อาจต้องมองหาที่อื่น เพราะสงครามที่แท้จริงของเรื่องนี้เกิดในใจของตัวละคร ไม่ใช่ในสนามรบ

  • ชื่อเรื่องภาษาเกาหลี: 협녀: 칼의 기억 (Hyeomnyeo: Karui Gieok / นักดาบหญิง: ความทรงจำแห่งดาบ)
  • ประเภท: แอ็กชัน, ย้อนยุค, ดราม่า, กำลังภายใน
  • วันที่ออกฉาย: 13 สิงหาคม 2558
  • นักแสดงนำ: อี บยอง-ฮอน (Lee Byung-hun), จอน โดย-ยอน (Jeon Do-yeon), คิม โก-อึน (Kim Go-eun)
  • นักแสดงสมทบ: อี กยอง-ยอง (Lee Geung-young), คิม แท-อู (Kim Tae-woo), อี จุน-โฮ (Lee Jun-ho), คิม ซู-อัน (Kim Soo-an), คิม ยอง-มิน (Kim Young-min), ซอง ยู-บิน (Sung Yu-bin), มุน ซอง-กึน (Moon Sung-keun), แพ ซู-บิน (Bae Soo-bin)
  • ผู้กำกับ: พัค ฮึง-ชิก (Park Heung-sik)
  • ความยาว: 2 ชั่วโมง 1 นาที
  • ทุนสร้าง: 1 หมื่นล้านวอน
  • รายได้: 2.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • เรตติ้ง Rotten Tomatoes: นักวิจารณ์ 75% | ผู้ชม 57%

หนังดาบเกาหลีที่โปรดักชันสวยแต่บทซับซ้อนเกินตัวตน

โครงเรื่อง - 6.8
การแสดง - 8.6
โปรดักชัน - 8.4
ความบันเทิง - 7
ความคุ้มค่าในการรับชม - 7.2

7.6

Memories of the Sword คือภาพยนตร์ย้อนยุคเกาหลีที่รวมสามนักแสดงระดับพระกาฬไว้ในเรื่องเดียว ทั้ง อี บยอง-ฮอน จอน โดย-ยอน และ คิม โก-อึน ต่างถ่ายทอดบทบาทในโลกของความแค้นและความลับได้อย่างมีน้ำหนัก งานสร้างและงานภาพอยู่ในมาตรฐานสูงสมทุนสร้างระดับบล็อกบัสเตอร์ แต่น่าเสียดายที่บทภาพยนตร์เลือกเดินทางซับซ้อนเกินความจำเป็นด้วยการซ้อนหักมุมครั้งแล้วครั้งเล่า จนทำให้จังหวะการเล่าเรื่องเสียสมดุลและฉากแอ็กชันซึ่งเป็นจุดขายของหนังถูกผลักให้เป็นเพียงองค์ประกอบรอง หนังเรื่องนี้จึงเหมาะกับผู้ชมที่ให้คุณค่ากับการแสดงและอารมณ์ดราม่า มากกว่าคนที่มองหาประสบการณ์แอ็กชันมันระห่ำเต็มรูปแบบ

User Rating: Be the first one !
Released
2015-08-13
Runtime
120 min
Status
Released
Movie หนังชีวิต ประวัติศาสตร์ บู๊ Released
IMDb Rating 6.3 /10
Metascore 47 /100
Tomatometer 75 %

รัชสมัยโครยอ ราษฎรเดือดร้อน-ตกทุกข์ได้ยาก เพราะราชสำนัก ไม่ใส่ใจนำพา, พุงชัน ซัลหรางและด็อกกี่ 3 มือกระบี่แห่งแผ่นดิน จึงรวบรวมราษฎร และสมัครพรรคพวก ต่อต้านราชสำนัก เพื่อที่จะได้ดูแล-ใส่ใจราษฎร แต่ด็อกกี่ มักใหญ่ใฝ่สูง ทรยศพวกพ้อง พุงชัน+ครอบครัว และสมัครพรรคพวก ถูกฆ่าตาย ส่วนซัลหรางได้หนีไปหลบซ่อน 18 ปีให้หลัง ด็อกกี่ที่ได้เปลี่ยนชื่อเป็นยู่เบค กลายเป็นแม่ทัพใหญ่ คุมกองกำลังทหารทั้งหมด คิดช่วงชิงบัลลังก์ขณะที่ซัลหราง ที่รู้สึกตัวว่าผิดมาตลอด ก็ซุ่มฝึกฝนนักฆ่าของตน เพื่อสังหาร ด็อกกี่ (หรือยู่เบค) เพื่อชดเชยความผิดที่ได้ทำไว้…. นักฆ่าที่ซัลหรางซุ่มฝึกฝนมาตลอด 18 ปีนั้น เป็นใคร จะทำการสำเร็จหรือไม่ ติดตามได้ใน ศึกจอมดาบชิงบัลลังก์


นักแสดงนำ

이병헌 이병헌 Yu-baek / Duk-gi
전도연 전도연 Sul-rang / Wol-so
김고은 김고은 Hong-yi / Sul-hee
배수빈 배수빈 Poong-chun
성유빈 성유빈 Gam-cho
이준호 이준호 Yull
이경영 이경영 Teacher
김태우 김태우 Jon-bok

กดเพื่ออ่านต่อ

PhiRa W.

เป็นนักเขียนอิสระที่หลงใหลในสื่อบันเทิงทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ ซีรีส์ วาไรตี้ และสารคดี ผมชอบที่จะวิเคราะห์และถอดรหัสเนื้อหาเหล่านั้นออกมาในรูปแบบของรีวิวที่เข้าใจง่ายและสนุกสนาน เพื่อแบ่งปันมุมมองและประสบการณ์ให้กับผู้อ่าน

บทความที่เกี่ยวข้อง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Back to top button