รีวิวซีรีส์ญี่ปุ่น

[รีวิว-เรื่องย่อ] You Can’t Expense This! เมื่อบัญชีคืองานสืบสวน

  • ซีรีส์ ญี่ปุ่น แนวใหม่ที่เปลี่ยนใบเบิกจ่ายให้เป็นเครื่องมือสืบสวนพฤติกรรมมนุษย์ในออฟฟิศ แตกต่างจากซีรีส์ออฟฟิศทั่วไปอย่างสิ้นเชิง
  • มิคาโกะ ทาเบะ แบกทั้งเรื่องด้วยคาแรกเตอร์นักบัญชีผู้เงียบขรึมที่มอบเดดแพนฮาได้อย่างแม่นยำทุกจังหวะ ส่วน ไซริ อิโตะ เติมสีสันให้กับแผนกบัญชีได้อย่างลงตัว
  • จุดอ่อนสำคัญคือโครงสร้างแบบซ้ำเดิมทั้ง 10 ตอนและเส้นเรื่องโรแมนติกที่ขาดความละเมียดละไม ทำให้ความน่าสนใจลดลงในครึ่งหลัง
  • เหมาะกับแฟน ซีรีส์ญี่ปุ่น แนวสโลว์ไลฟ์ที่ชื่นชอบเรื่องราวในออฟฟิศเบา ๆ แต่ไม่เหมาะกับคนที่มองหาคอเมดี้หัวเราะดังหรือซีรีส์ที่มีจุดหักมุมตื่นเต้น

ถ้ามีคนบอกว่าสามารถทำ ซีรีส์ ทั้งเรื่องจากใบเบิกจ่ายค่ากาแฟกับค่าดินสอได้ คงไม่มีใครเชื่อ แต่ You Can’t Expense This! หรือชื่อภาษาญี่ปุ่นว่า これは経費で落ちません! (Kore wa Keihi de Ochimasen!) คือบทพิสูจน์ว่าแนวคิดที่ฟังดูเพี้ยนที่สุดกลับกลายเป็นคอนเซปต์ที่สร้างสรรค์ที่สุดเรื่องหนึ่งของโทรทัศน์ญี่ปุ่น ซีรีส์ความยาว 10 ตอนจาก NHK ที่ออกอากาศครั้งแรกในปี 2019 และเพิ่งถูกนำมาเผยแพร่บน Netflix เรื่องนี้หยิบเอางานบัญชีที่ใคร ๆ ต่างมองว่าน่าเบื่อมาปัดฝุ่นใหม่ให้กลายเป็นเครื่องมือสืบสวนพฤติกรรมมนุษย์ในสำนักงานอย่างแยบยล

หัวใจของเรื่องอยู่ที่ โมริวากะ ซานาโกะ รับบทโดย มิคาโกะ ทาเบะ (Mikako Tabe) พนักงานแผนกบัญชีของบริษัทผลิตสบู่แห่งหนึ่ง ผู้มีชีวิตที่สมบูรณ์แบบในสายตาของตัวเอง นั่นคืองบดุลที่ลงตัว ปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์ที่น้อยที่สุด และการไม่ต้องเข้าร่วมกิจกรรมไร้สาระใด ๆ ของออฟฟิศ แต่โชคร้ายสำหรับซานาโกะ เธอทำงานร่วมกับคนอื่น และนั่นคือจุดเริ่มต้นของหายนะ เมื่อใบเบิกจ่ายที่ดูผิดสังเกตเริ่มปรากฏขึ้นทีละใบ ซานาโกะพบว่าตัวเองกำลังสวมบทนักสืบโดยไม่ทันตั้งตัว ทุกใบเสร็จคือเบาะแส ทุกค่าใช้จ่ายที่น่าสงสัยคือประตูสู่ความลับของเพื่อนร่วมงาน

สิ่งที่น่าทึ่งคือซีรีส์เรื่องนี้ไม่ได้ใช้บัญชีเป็นเพียงลูกเล่นเก๋ ๆ แต่ใช้มันเป็นเลนส์สำหรับส่องดูชีวิตของมนุษย์เงินเดือนธรรมดา ๆ ได้อย่างลึกซึ้ง ในแต่ละตอน ผู้ชมจะได้พบกับพนักงานที่มีเหตุผลเบื้องหลังการเบิกจ่ายแตกต่างกันไป บางคนโกงอย่างหน้าตาเฉย บางคนหลงผิดคิดว่าตัวเองทำถูก บางคนใช้เงินบริษัทเยียวยาชีวิตส่วนตัวที่พังทลาย และทุกครั้งที่ซานาโกะต้องตัดสินว่าใบเบิกนั้นผ่านหรือไม่ผ่าน จริง ๆ แล้วเธอกำลังตัดสินใจบางอย่างที่ใหญ่กว่านั้น นั่นคือกฎของบริษัทควรยืดหยุ่นให้กับความเป็นมนุษย์มากแค่ไหน นี่คือชั้นเชิงที่ซ่อนอยู่ภายใต้เปลือกนอกแสนเบาสบายของ ซีรีส์ญี่ปุ่น แนวออฟฟิศเรื่องนี้

กลไกหลักของ You Can’t Expense This! เป็นอะไรที่เฉียบแหลมอย่างไม่น่าเชื่อ ใบเบิกจ่ายมาถึงแผนกบัญชี ซานาโกะสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง และสิ่งที่เริ่มต้นจากตัวเลขในกระดาษค่อย ๆ เผยให้เห็นตัวตนของพนักงานที่อยู่เบื้องหลัง คล้ายกับนักสืบกำลังสืบคดี เพียงแต่เชอร์ล็อก โฮล์มส์ ถูกแทนที่ด้วยผู้หญิงที่กำลังจ้องใบเบิกค่ากาแฟแล้วถามว่า “บริษัทจ่ายเงินให้เที่ยวบาร์หรือคะ” ทุกตอนจะวนเวียนอยู่กับใบเบิกจ่ายที่แตกต่างกัน ตั้งแต่ใบแจ้งหนี้จากบริษัทดีไซน์ที่แพงเกินจริง ค่าอาหารกลางวันที่เบิกเกินราคาหลายเท่า ไปจนถึงค่าใช้จ่ายในงานสัมมนาผู้หญิงที่มีจุดประสงค์แอบแฝง

แนวคิดนี้ทำให้ซีรีส์เรื่องนี้ ไม่ใช่แค่คอเมดี้ แต่เป็นคอเมดี้ที่แฝงความเห็นเกี่ยวกับวัฒนธรรมองค์กรอย่างแนบเนียน สิ่งที่ซานาโกะค้นพบระหว่างการตรวจสอบไม่ใช่แค่ตัวเลขที่ผิดพลาด แต่คือลำดับชั้นของอำนาจ ความกดดันในที่ทำงาน การประนีประนอมทางจริยธรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่พนักงานทุกคนต้องเผชิญ และคำถามว่าเราควรรับผิดชอบต่อสถาบันที่อาจไม่เคยเข้าใจชีวิตของเรามากแค่ไหน นี่คือมิติที่ทำให้ซีรีส์เรื่องนี้มีค่ามากกว่าแค่การเป็นคอเมดี้แก้เบื่อ และเมื่อใดก็ตามที่มันเริ่มขุดลึกลงไปในประเด็นเหล่านี้ นั่นคือช่วงเวลาที่ You Can’t Expense This! สว่างวาบขึ้นมาอย่างแท้จริง

ใบเบิกจ่ายไม่เคยโกหก คนต่างหากที่โกหกว่าทำไมถึงใช้เงินแบบนั้น นี่คือหลักการพื้นฐานที่ทำให้แผนกบัญชีกลายเป็นหน่วยสืบสวนที่ทรงพลังที่สุดในออฟฟิศ

มิคาโกะ ทาเบะ (Mikako Tabe) คือทรัพย์สินล้ำค่าที่สุดของซีรีส์เรื่องนี้ การแสดงของเธอในบทซานาโกะนั้นยอดเยี่ยมด้วยความเรียบง่ายที่ควบคุมไว้ทุกกระเบียดนิ้ว ซานาโกะเป็นตัวละครที่เก็บตัว ปฏิบัติจริง และส่งสายตามองเพื่อนร่วมงานด้วยสีหน้าเดียวกับคนที่กำลังคิดในใจว่า “ยื่นใบลาออกตอนนี้คงง่ายกว่าอยู่ต่อ” ทาเบะเข้าใจเป็นอย่างดีว่าซานาโกะไม่จำเป็นต้องแสดงออกเกินจริงเพื่อให้ตลก ความจริงจังของเธอนั่นแหละคือมุก การจับผู้หญิงที่ใช้ชีวิตแบบสเปรดชีตเดินได้มาโยนใส่ไว้ในออฟฟิศที่เต็มไปด้วยมนุษย์ยุ่งเหยิง แล้วเฝ้าดูเธอพยายามใช้ตรรกะของบัญชีอธิบายพฤติกรรมมนุษย์ คือความบันเทิงที่ลงตัว

ด้าน ไซริ อิโตะ (Sairi Ito) ในบทซาซากิ มายุ คือคู่หูที่เติมสีสันให้กับแผนกบัญชีได้อย่างพอดิบพอดี ตรงข้ามกับซานาโกะที่ดูเหมือนสเปรดชีตที่เพิ่งได้สติ มายุเป็นตัวละครที่ดูออกว่าเคยคุยกับมนุษย์มาก่อนจริง ๆ ความแตกต่างระหว่างสองคนนี้ทำให้แม้แต่ฉากในแผนกบัญชีที่ควรจะน่าเบื่อที่สุดในโลกกลับมีชีวิตชีวาขึ้นมาได้อย่างน่าประหลาด งานแสดงสมทบจาก มิตสึรุ ฟุกิโคชิ (Mitsuru Fukikoshi), โนริโกะ เองุจิ (Noriko Eguchi) และ เร็น คิริยามะ (Renn Kiriyama) ก็ช่วยเติมเต็มให้ออฟฟิศแห่งนี้ค่อย ๆ พัฒนาจนกลายเป็นระบบนิเวศเล็ก ๆ ที่มีชีวิตเป็นของตัวเอง แต่ละแผนกมีลำดับความสำคัญของตัวเอง พนักงานซ่อนข้อมูลจากแผนกบัญชี และทุกคำขอเบิกจ่ายดูเหมือนจะเปิดโปงเรื่องราวดราม่าย่อยของแผนกนั้น ๆ ได้เสมอ

เส้นเรื่องโรแมนติกระหว่างซานาโกะกับ ยามาดะ ไทโย รับบทโดย ไดกิ ชิเงโอกะ (Daiki Shigeoka) พนักงานฝ่ายขายผู้กระตือรือร้น กลับเป็นองค์ประกอบที่ให้ผลลัพธ์เหวี่ยงไปมาที่สุด ในเชิงแนวคิด มันคือการจับคู่ที่ลงตัว ผู้หญิงที่สร้างโลกอันเป็นระเบียบสมบูรณ์แบบไว้รอบตัว ต้องมาพบกับผู้ชายที่ไม่ยอมเข้าช่องใด ๆ เลย แต่ในทางปฏิบัติ ความพยายามไม่ลดละของไทโยบางครั้งให้ความรู้สึกเหนื่อยล้า ความลังเลของซานาโกะที่ควรจะเป็นความเขินอายน่ารัก กลับกลายเป็นผู้หญิงที่สื่อสารขอบเขตของตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า ขณะที่บทประพันธ์ยืนอยู่ข้างหลังไทโยพร้อมป้ายที่เขียนว่า “ลุยต่อ ราชัน” ความรักไม่ควรต้องผ่านการตรวจสอบบัญชี

10 ตอนเริ่มรู้สึกยาวนานอย่างน่าประหลาดใจ เมื่อซีรีส์วนกลับมาใช้กลไกเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า ใบเบิกจ่าย ความสงสัย การสืบสวน ความยุ่งเหยิงของมนุษย์ การคลี่คลาย วนใหม่ โครงสร้างที่ตายตัวนี้ให้ความรู้สึกสบายใจและผ่อนคลายสำหรับผู้ชมที่ชอบ ซีรีส์ญี่ปุ่น Netflix แนวเอพิโซดิกที่ไม่ต้องตามเนื้อเรื่องต่อเนื่อง แต่มันก็ทำให้สมาธิของผู้ชมเริ่มหลุดลอยในครึ่งหลัง ความเบาบางคือทั้งเสน่ห์และข้อจำกัด ความขัดแย้งในเรื่องไม่เคยรุนแรงถึงขั้นทำให้ลุ้นระทึก ซึ่งแปลว่า You Can’t Expense This! เป็นซีรีส์ที่เหมาะกับการเปิดทิ้งไว้เป็นเพื่อน แต่ก็หมายความว่าหลายตอนผ่านไปโดยไม่ทิ้งอะไรให้จดจำเลยเช่นกัน

มีบางช่วงที่อดคิดไม่ได้ว่า ถ้าสักครั้งมีคนเบิกเฮลิคอปเตอร์สักลำ หรือเรือดำน้ำสัก 40 ล้านเยน เรื่องน่าจะสนุกกว่านี้มาก แต่ซีรีส์เรื่องนี้เลือกที่จะอยู่กับความธรรมดาของมนุษย์เงินเดือนอย่างซื่อตรง ซึ่งก็น่านับถือในแง่ศิลปะ แต่มันทำให้วิธีการเล่าเรื่องแบบ “slice of life” ค่อย ๆ กลายเป็น “crumb of life” ไปในที่สุด ผู้ชมจะเริ่มรู้สึกตัวอีกทีว่าตัวเองกำลังจ้องแถบแสดงเวลาคงเหลือบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ

ในแง่ของโปรดักชัน You Can’t Expense This! เป็นงานสร้างของโทรทัศน์ระบบบรอดคาสต์ญี่ปุ่นที่ตรงไปตรงมา ไม่มีอะไรให้ตื่นตาตื่นใจ สำนักงานที่ดูใช้งานได้จริง การถ่ายทำแบบมาตรฐาน และโปรดักชันดีไซน์ที่แทบไม่แสดงความทะเยอทะยานทางภาพเลยสักนิด ซึ่งอาจไม่ใช่ปัญหาสำหรับการรับชมแบบรายสัปดาห์ทางโทรทัศน์ แต่เมื่อต้องนั่งดูรวดเดียว 10 ตอนบน แนะนำซีรีส์ Netflix ความซ้ำซากทางภาพก็เริ่มเด่นชัดขึ้นเรื่อย ๆ ออฟฟิศเริ่มรู้สึกไม่ใช่แค่ฉากหลังอีกต่อไป แต่มันเหมือนที่ที่เผลอหลุดเข้าไปทำงานแบบไม่ได้ตั้งใจ

กระนั้นก็ตาม มีช่วงเวลาที่งานกำกับของ นากาจิมะ ซาโตรุ (Nakajima Satoru) และ มัตสึนากะ โยอิจิ (Matsunaga Yoichi) เปล่งประกายผ่านคอเมดี้เงียบ ๆ และปฏิกิริยาของตัวละคร การจับภาพสีหน้าของซานาโกะในจังหวะที่เธอกำลังพยายามทำความเข้าใจว่าเพื่อนร่วมงานคิดอะไรอยู่ คือสิ่งที่กล้องทำได้อย่างแม่นยำ ดนตรีประกอบโดย ยาสุดะ โทชิยูกิ (Yasuda Toshiyuki) ก็ให้บรรยากาศที่เข้ากับโทนเรื่องได้ดี แม้จะไม่มีธีมไหนโดดเด่นเป็นพิเศษ แต่ก็ไม่รบกวนอรรถรสในการรับชมแต่อย่างใด

You Can’t Expense This! คือซีรีส์ที่มีคอนเซปต์บรรเจิดแต่ติดอยู่ในโครงสร้างที่ท้ายที่สุดแล้วซ้ำซากเกินกว่าที่แนวคิดอันมีเสน่ห์ของมันสมควรได้รับ งานแสดงที่สุดยอดของ มิคาโกะ ทาเบะ ในบทโมริวากะ ซานาโกะ คือเสาหลักที่ประคองทั้งเรื่องเอาไว้ไม่ให้จม ไซริ อิโตะ ก็เป็นตัวเสริมที่ลงตัว และแนวคิดการใช้ใบเบิกจ่ายเป็นเครื่องมือเปิดโปงเรื่องราวของมนุษย์นั้นเป็นอะไรที่สร้างสรรค์อย่างแท้จริง แต่มันกลับถูกจำกัดไว้ในสูตรสำเร็จที่ไม่ยอมพัฒนาไปไหน

สำหรับแฟน รีวิวซีรีส์ญี่ปุ่น และผู้ที่ติดตาม ซีรีส์ญี่ปุ่นพากย์ไทย ที่ชื่นชอบเรื่องราวในออฟฟิศแบบเบา ๆ ไม่ต้องตามเนื้อเรื่องต่อเนื่อง และมองหาซีรีส์ที่ดูเพลิน ๆ ก่อนนอน You Can’t Expense This! อาจเป็นตัวเลือกที่น่ารักเกินคาด แต่หากกำลังมองหาซีรีส์คอเมดี้ที่หัวเราะได้เต็มเสียง หรือดราม่าออฟฟิศที่เข้มข้นถึงทรวง นี่อาจไม่ใช่รายการที่ควรหยิบมาดูเป็นอันดับแรก มีซีรีส์เวิร์กเพลสที่คมกว่าและตลกกว่าอยู่มากมาย และน่าเสียดายที่ของดีในเรื่องนี้ถูกเบิกจ่ายไปกับตอนที่ยืดเยื้อเกินจำเป็น

  • ชื่อเรื่อง: You Can’t Expense This! (ชื่อญี่ปุ่น: これは経費で落ちません! / Kore wa Keihi de Ochimasen!)
  • แนว: เวิร์กเพลส, คอเมดี้, ดราม่า
  • จำนวนตอน: 10 ตอน (ตอนละประมาณ 48 นาที)
  • ปีที่ออกอากาศ: 26 กรกฎาคม ถึง 27 กันยายน 2019 ทาง NHK
  • นักแสดงนำ: มิคาโกะ ทาเบะ (Mikako Tabe), ไดกิ ชิเงโอกะ (Daiki Shigeoka), ไซริ อิโตะ (Sairi Ito), เร็น คิริยามะ (Renn Kiriyama), โนริโกะ เองุจิ (Noriko Eguchi), มิตสึรุ ฟุกิโคชิ (Mitsuru Fukikoshi)
  • ผู้กำกับ: นากาจิมะ ซาโตรุ (Nakajima Satoru), มัตสึนากะ โยอิจิ (Matsunaga Yoichi)
  • ผู้เขียนบท: วาตานาเบะ จิโฮะ (Watanabe Chiho), ฟุจิฮิระ ฮิซาโกะ (Fujihira Hisako), ฮิรุตะ นาโอมิ (Hiruta Naomi)
  • บทประพันธ์ต้นฉบับ: นวนิยายโดย อาโอกิ ยูโกะ (Aoki Yuko)
  • ภาษา: ญี่ปุ่น (มีคำบรรยายภาษาไทย)
  • ช่องทางการดูในประเทศไทย: Netflix

ซีรีส์ญี่ปุ่นแนวออฟฟิศสุดสร้างสรรค์ที่เก็บความคมไว้ใต้เปลือกบัญชี

โครงเรื่อง - 6.8
การแสดง - 8.2
โปรดักชัน - 5.8
ความบันเทิง - 5.5
ความคุ้มค่าในการรับชม - 6.2

6.5

You Can't Expense This! คือซีรีส์ญี่ปุ่น 10 ตอนจาก NHK ที่นำเสนอคอนเซปต์สุดบรรเจิดด้วยการเปลี่ยนแผนกบัญชีให้กลายเป็นหน่วยสืบสวนพฤติกรรมมนุษย์ผ่านใบเบิกจ่าย มิคาโกะ ทาเบะ แสดงนำได้อย่างแม่นยำในบทนักบัญชีผู้เงียบขรึมที่ใช้ความเข้มงวดทางการเงินไขปมปัญหาของเพื่อนร่วมงาน แม้โครงสร้างเอพิโซดิกจะซ้ำเดิมจนน่าเบื่อในครึ่งหลังและเส้นเรื่องโรแมนติกจะขาดความละเมียดละไม แต่สำหรับแฟนซีรีส์ญี่ปุ่นแนวสโลว์ไลฟ์ที่มองหาความแปลกใหม่ในโลกออฟฟิศ นี่คือตัวเลือกที่เปี่ยมเสน่ห์เกินคาด

User Rating: Be the first one !
First air
2019-07-26
Seasons
1
Episodes
10
Status
Ended
TV Series ตลก หนังชีวิต จบแล้ว

สาวบัญชีไขปมลับ

これは経費で落ちません! — 2019

2019 1 ซีซัน 10 ตอน
IMDb Rating 5.4 /10
TMDB 8 /10

พนักงานบัญชีสาวสุดเป๊ะของบริษัทสบู่ ใช้สมองอันเฉียบแหลมไขกลปริศนาการเงินที่ซ่อนเร้นในตัวเลข

Stream on


นักแสดงนำ

มิคาโกะ ทาเบะ มิคาโกะ ทาเบะ Sanako Moriwaka
重岡大毅 重岡大毅 Taiyo Yamada
伊藤沙莉 伊藤沙莉 Mayu Sasaki
桐山漣 桐山漣 Shuichi Yamazaki
松井愛莉 松井愛莉 Kirika Nakajima
韓英恵 韓英恵 Mitsuki Kagami
角田晃広 角田晃広 Akihiro Yoshimura
片瀬那奈 片瀬那奈 Oriko Minase

กดเพื่ออ่านต่อ

PhiRa W.

เป็นนักเขียนอิสระที่หลงใหลในสื่อบันเทิงทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ ซีรีส์ วาไรตี้ และสารคดี ผมชอบที่จะวิเคราะห์และถอดรหัสเนื้อหาเหล่านั้นออกมาในรูปแบบของรีวิวที่เข้าใจง่ายและสนุกสนาน เพื่อแบ่งปันมุมมองและประสบการณ์ให้กับผู้อ่าน

บทความที่เกี่ยวข้อง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Back to top button