รีวิวหนังฝรั่ง

[รีวิว-เรื่องย่อ] The X-Files: I Want to Believe – Vrach Frankenshteyn Director’s Cut ที่ลับคมความโหด

  • ฉบับ Director’s Cut ของ The X-Files: I Want to Believe (2008) ตัดใหม่โดยคริส คาร์เตอร์ เหลือ 98 นาที และคืนฉากสยองที่เคยถูกหั่นออกเพื่อให้ได้เรต PG-13
  • เส้นเรื่องรักของมัลเดอร์กับสกัลลีถูกตัดทิ้ง เหลือแกนศรัทธาปะทะเหตุผลที่แข็งแรงขึ้น และทำให้หนังยืนได้แบบ Monster of the Week
  • งานสร้างเหนือความคาดหมาย ทั้งโลเคชัน แสงเงา และจังหวะตัดต่อ แต่บทองก์สามยังพึ่งความบังเอิญและทางลัดแบบฉบับเดิม
  • เหมาะกับแฟนแฟรนไชส์สาย สยองขวัญ ไซไฟ ส่วนคนดูทั่วไปอาจรู้สึกว่าได้แค่หนังสืบสวนกลาง ๆ ที่จบแบบคันใจ

สิบแปดปีผ่านไปนับตั้งแต่วันที่ The X-Files: I Want to Believe เข้าโรงฉายพร้อมเสียงตอบรับที่ไม่ดังก้องนัก คริส คาร์เตอร์ ผู้สร้างและผู้กำกับยังไม่ยอมทิ้งงานชิ้นนี้ เขาเคยยื่นเวอร์ชัน Extended ใส่ดีวีดีมาแล้วรอบหนึ่ง และในปี 2026 เขากลับมาเปิดกล่องตัดต่ออีกครั้ง ปล่อยเวอร์ชันใหม่ที่ใช้ชื่อ Vrach Frankenshteyn ลงสตรีมมิงบน Hulu คำถามเดิมที่คนดูตั้งไว้ตั้งแต่ปี 2008 จึงถูกหยิบกลับมาถามใหม่ว่า การชำแหละและประกอบร่างใหม่คราวนี้ช่วยให้หนังดีขึ้นจริงหรือไม่

ความกระชับเป็นสิ่งที่เห็นชัดตั้งแต่นาทีแรกของเวอร์ชันนี้ ความยาวถูกหั่นจากฉบับโรงหนัง 103 นาทีและฉบับ Extended 108 นาที ลงมาเหลือ 98 นาที พร้อมกับการนำองค์ประกอบสยองขวัญที่คาร์เตอร์เคยจำใจตัดออกไปเพื่อให้ได้เรต PG-13 กลับมาใส่คืน โทนของหนังจึงเข้มขึ้น มืดขึ้น และชวนขนลุกกว่าเดิม กระทั่งความโหดที่เพิ่มมาแม้จะได้แค่ระดับกลางถึงเกือบ R

บทความนี้พาไปดูเวอร์ชันลับคมความโหดผ่านประสบการณ์การดูจริง ตั้งแต่จังหวะการเล่า บรรยากาศงานสร้าง เคมีของนักแสดง ไปจนถึงปมตอนจบที่ยังเป็นแผลเดิม และปิดท้ายด้วยคำตัดสินว่าใครควรเสียเวลาร้อยนาทีกับเรื่องนี้

สำหรับผู้ไม่คุ้นประวัติของ หนังฝรั่ง เรื่องนี้ The X-Files: I Want to Believe เข้าฉายครั้งแรกเมื่อปี 2008 ห่างจากตอนจบของ ซีรีส์ฝรั่ง The X-Files อยู่หกปี และห่างจากภาพยนตร์ภาคแรก The X-Files: Fight the Future ถึงสิบปี ภาคแรกทำรายได้และกระแสแรงกว่ามาก ส่วนฉบับปี 2008 กลับทำเอาผู้ชมรู้สึกเฉย ๆ จนคาร์เตอร์ต้องเก็บมาขัดเกลาอีกหลายรอบ คำว่า Vrach Frankenshteyn ที่ต่อท้ายชื่อเข้ามา ทำหน้าที่เป็นคำใบ้ถึงสิ่งที่ฆาตกรในเรื่องกำลังทำอยู่ ดั่งเงาของหมอแฟรงเกนสไตน์

เรื่องราวเปิดขึ้นด้วยเหตุการณ์สองชุดสลับกัน หญิงคนหนึ่งถูกชายสองคนสะกดรอยและลักพาตัวจากบ้านอันเปล่าเปลี่ยวในเวสต์เวอร์จิเนีย ขณะที่หน่วยค้นหาของ FBI ตามชายประหลาดผู้หนึ่งเดินลุยทุ่งหิมะไปพบแขนขาดในที่ว่างเปล่า ต่อจากนั้นคนดูจึงได้เจอกับดานา สกัลลี อดีตสายสืบ FBI ที่ผันตัวมาเป็นหมอ เธอกำลังหาทางรักษาเด็กคนไข้โรคหายาก เมื่อมอสลีย์ ดรัมมี นายตำรวจ FBI มาขอร้องให้เธอช่วยตามตัวฟอกซ์ มัลเดอร์ คู่หูเก่าที่กำลังหลบซ่อนตัวจากหมายจับ แลกกับคำสัญญาว่าจะล้างข้อกล่าวหาทั้งหมดให้

เงื่อนไขของการกลับมาอยู่ที่การช่วยไขปมของบาทหลวงโจ อดีตพระที่เคยต้องโทษคดีล่วงละเมิดเด็ก ซึ่งอ้างว่ามีพลังจิตนำทางหน่วยงานให้เจอเจ้าหน้าที่ที่หายตัวไป มีเพียงมัลเดอร์เท่านั้นที่เชื่อ ส่วนตัวร้ายของเรื่องเป็นคู่ฆาตกรลักพาตัวเหยื่อไปทำศัลยกรรมเถื่อนกลางป่า เหตุผลเบื้องหลังการผ่าตัดเป็นจุดที่พาเรื่องชนเข้ากับธีมแฟรงเกนสไตน์ตามชื่อ ขณะเดียวกันสกัลลีต้องสู้กับคณะบาทหลวงของโรงพยาบาลคาทอลิกที่เธอทำงานอยู่ ซึ่งคัดค้านการรักษาแบบสเต็มเซลล์ที่เธอคิดค้นให้คนไข้เด็ก แกนเรื่องจึงวางศรัทธาของมัลเดอร์ไว้ตรงข้ามวิทยาศาสตร์ของ FBI และวางวิทยาศาสตร์ของสกัลลีไว้ตรงข้ามศรัทธาของโบสถ์ คนที่ติดตามแนวสืบสวนไขคดีต่อเนื่องอย่าง Imperfect Women จะพบว่าโครงเรื่องเปิดหัวมาใกล้เคียงกัน ก่อนที่ The X-Files จะพาเส้นเรื่องหลุดออกนอกตรรกะตำรวจทันทีที่พลังจิตและการผ่าตัดเถื่อนเข้ามาเกี่ยวข้อง

การเปลี่ยนแปลงที่ถูกพูดถึงมากที่สุดของฉบับ Vrach Frankenshteyn ได้แก่การเฉือนความสัมพันธ์ฉันคนรักระหว่างมัลเดอร์กับสกัลลีออกไปเกือบสิ้น ทั้งที่ฉบับปี 2008 วางตำแหน่งของหนังไว้ว่าเป็นเวทีพบกันใหม่ของคู่ขวัญ ฉากเซ็กซ์และความเปลือยเปล่าไม่มีเหลือในเวอร์ชันนี้ แฟนสายจิ้นย่อมต้องผิดหวัง แต่การตัดครั้งนี้กลับปลดล็อกให้แกนเรื่องที่แท้จริงได้ยืนโดดเด่น ได้แก่กลไกคนเชื่อกับคนไม่เชื่อ ซึ่งเป็นเส้นเดียวที่ยึดโครงเรื่องอันรกรุงรังนี้ไว้ไม่ให้พังกลางทาง หลังการผ่าตัดครั้งนี้ หนังกลายเป็น thriller แบบ Monster of the Week ดูจบได้ในตัว ไม่ต้องแบกตำนานเอเลียนและยูเอฟโอของซีรีส์หลัก

ในแง่ฝีมือการผลิต หนังเรื่องนี้ทำได้ดีกว่าชื่อเสียงที่ติดตัวมา การเลือกโลเคชัน งานภาพ และการจัดแสงหม่น ๆ สร้างบรรยากาศอึมครึมชวนหดหู่ได้ตรงกับเนื้อเรื่อง การตัดต่อที่ฉับไวพาจังหวะของเรื่องเดินหน้าแบบกลางค่อนข้างเร็ว ตลอด 98 นาทีแทบไม่มีช่วงยืดเยื้อให้เบื่อ ความเร่งรีบนี้ไม่ได้แลกมาด้วยการทิ้งธีมศรัทธาและเหตุผลซึ่งยังถูกทอไว้ตลอดทาง

คนที่เพิ่งชมหนังตระกูลแฟรงเกนสไตน์ช่วงสองปีหลัง ไม่ว่าจะเป็นฉบับของกีเยร์โม เดล โตโร (Guillermo del Toro) หรือ The Bride! ผลงานของแม็กกี จิลเลนฮาล (Maggie Gyllenhaal) จะเห็นธีมชำแหละเนื้อสร้างร่างในมุมใหม่ของเวอร์ชันนี้ ส่วนแฟนซีรีส์ดั้งเดิมอดเปรียบเทียบกับตอน The Post-Modern Prometheus ปี 1997 ตอนที่ได้รางวัล Emmy และถูกยกย่องเป็นหนึ่งในตอนที่ดีที่สุดของซีรีส์ไม่ได้ และคนที่ชอบ thriller จิตวิทยาที่ค่อย ๆ บีบอย่าง The Beast in Me จะได้กลิ่นความหวาดระแวงแบบเดียวกันจากเส้นเรื่องของมัลเดอร์

คาร์เตอร์ยังแพ้ปัญหาเก่าของตัวเองอยู่ บทองก์สามคลี่คลายด้วยความบังเอิญ จุดสะดวกของบท และทางลัดที่โผล่มาอย่างขาดที่มาที่ไป ความเลอะเทอะของเรื่องซึ่งติดตัวมาตั้งแต่ฉบับแรกถูกเก็บกวาดได้เพียงบางส่วน เพราะหนังอายุสิบแปดปีจะถูกซ่อมให้หายสนิทได้ต้องถ่ายใหม่เพิ่ม ซึ่งเป็นต้นทุนที่ไม่มีใครแบกรับ ความโหดที่ใส่คืนมาอย่างฉากเลือดระดับกลางถึงเกือบ R ช่วยให้โทน สยองขวัญ เข้มขึ้นจริง แต่หัวใจของปัญหาอยู่ที่โครงเรื่อง ไม่ใช่ความจัดจ้านของภาพ ฉบับนี้จึงดีขึ้นแค่ระดับรกน้อยลง ไม่ใช่สะอาดหมดจด

แก่นของเวอร์ชันนี้ไม่ได้อยู่ที่ความโหดที่ถูกคืนกลับมา แต่อยู่ที่การปล่อยให้ศรัทธากับเหตุผลชนกันเต็มแรง ส่วนที่พังตั้งแต่ปี 2008 ยังพังอยู่ เพียงแต่กลบกลืนขึ้นกว่าเดิม

บิลลี คอนนอลลี (Billy Connolly) รับบทบาทบาทหลวงโจได้อย่างสีสันจัดจ้าน ตัวละครประหลาดที่แบกปมหนักหน่วงในมือของเขากลายเป็นจุดดึงดูดสายตาที่สุดของเรื่อง ยืนยันฝีมือนักแสดงประกอบระดับหัวแถวของวงการ ด้านกิลเลียน แอนเดอร์สัน (Gillian Anderson) และเดวิด ดูคอฟนี (David Duchovny) กลับเข้าไปในตัวละครเดิมได้ลื่นไหลราวกับไม่เคยห่าง ส่วนอแมนดา พีต (Amanda Peet) ในบทเอเจนต์วิตนีย์กับอัลวิน จอยเนอร์ (Alvin Joiner) หรือ Xzibit ในบทมอสลีย์ ดรัมมี ช่วยประคองเส้นคดีให้เดินหน้าต่อเนื่อง

The X-Files: I Want to Believe ฉบับโรงหนังไม่ใช่หนังแย่ เพียงกลาง ๆ และ Vrach Frankenshteyn ขยับมันขึ้นมาเป็นกลางบวกจนแนะนำให้กดดูได้แบบไม่รู้สึกเสียเวลา แฟนแฟรนไชส์ที่โตมากับซีรีส์จะได้กลับไปเยี่ยมคู่ขวัญที่คิดถึง และได้ชมฉากสยองที่ไม่เคยได้ดู ส่วนคนทั่วไปที่มองหา หนัง สืบสวนสยองขวัญสักเรื่องดูเพลิน ๆ อาจจบเรื่องด้วยความรู้สึกกลาง ๆ และคันคาใจกับปมท้ายเรื่อง ฉบับนี้จึงเหมาะกับแฟนตัวจริงและสายสะสม Director’s Cut มากกว่าคนดูขาจรที่ต้องการความแปลกใหม่

  • ชื่อเรื่อง: The X-Files: I Want to Believe – Vrach Frankenshteyn
  • ประเภท: ไซไฟ, ลึกลับ, ระทึกขวัญ
  • ผู้กำกับ: คริส คาร์เตอร์ (Chris Carter)
  • นักแสดงนำ: กิลเลียน แอนเดอร์สัน (Gillian Anderson), เดวิด ดูคอฟนี (David Duchovny), บิลลี คอนนอลลี (Billy Connolly), อแมนดา พีต (Amanda Peet), อัลวิน จอยเนอร์ (Alvin Joiner)
  • ความยาว: 98 นาที (ฉบับโรงหนัง 103 นาที, ฉบับ Extended 108 นาที)

Director's Cut ที่ลับคมความโหดของ The X-Files ฉบับจอเงิน

โครงเรื่อง - 7
การแสดง - 8
โปรดักชัน - 8.2
ความบันเทิง - 7.2
ความคุ้มค่าในการรับชม - 7

7.5

The X-Files: I Want to Believe – Vrach Frankenshteyn เป็น Director's Cut ของหนังปี 2008 ที่คริส คาร์เตอร์ตัดเหลือ 98 นาที คืนฉากสยองระดับเกือบ R และตัดเส้นรักของมัลเดอร์กับสกัลลีออก แกนเรื่องศรัทธาปะทะเหตุผลจึงเด่นชัดขึ้น งานสร้างกับบรรยากาศแข็งแรง บิลลี คอนนอลลีแจ้งเกิดในบทบาทบาทหลวงโจ ส่วนบทองก์สามยังคงพึ่งพาความบังเอิญแบบฉบับเดิม ผลลัพธ์กลายเป็นหนังระดับกลางที่ขยับขึ้นเป็นกลางบวก คุ้มค่าแก่แฟนแฟรนไชส์

User Rating: Be the first one !
Released
2008-07-24
Runtime
104 min
Status
Released
Movie ลึกลับ นิยายวิทยาศาสตร์ ระทึกขวัญ Released
IMDb Rating 5.9 /10
Metascore 47 /100
Tomatometer 32 %

Stream on


นักแสดงนำ

David Duchovny David Duchovny Fox Mulder
จิลเลี่ยน แอนเดอร์สัน จิลเลี่ยน แอนเดอร์สัน Dana Scully
Amanda Peet Amanda Peet Dakota Whitney
Billy Connolly Billy Connolly Joseph Crissman
Xzibit Xzibit Mosley Drummy
Mitch Pileggi Mitch Pileggi Walter Skinner
Callum Keith Rennie Callum Keith Rennie Janke Dacyshyn
Adam Godley Adam Godley Father Ybarra

กดเพื่ออ่านต่อ

PhiRa W.

เป็นนักเขียนอิสระที่หลงใหลในสื่อบันเทิงทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ ซีรีส์ วาไรตี้ และสารคดี ผมชอบที่จะวิเคราะห์และถอดรหัสเนื้อหาเหล่านั้นออกมาในรูปแบบของรีวิวที่เข้าใจง่ายและสนุกสนาน เพื่อแบ่งปันมุมมองและประสบการณ์ให้กับผู้อ่าน

บทความที่เกี่ยวข้อง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Back to top button