
- The Wrong Girls ผลงานเขียนบทและกำกับเรื่องแรกของไดแลน เมเยอร์ รวมนักแสดงสายตลกดังครบครัน ทั้งคริสเตน สจ๊วร์ต อาเลีย ชอว์แคต เซธ โรเกน และคูเมล นานจิอานี
- พล็อตพลังโทรจิตจากยาเสพติดทดลองฟังดูสุดเหวี่ยง แต่หนังแทบไม่ขยี้พลังพิเศษจนถึงองก์สาม
- จุดที่บันเทิงที่สุดของเรื่องตกอยู่กับแมวสองตัว Dio และ GG พากย์โดยเซธ โรเกน กับคูเมล นานจิอานี
- เหมาะกับแฟนตลกสายเขียวจังหวะเนิบ ๆ มากกว่าคนที่คาดหวังคอเมดี้มุกหนาแน่น
The Wrong Girls ผลงานเขียนบทและกำกับเรื่องแรกของ ไดแลน เมเยอร์ (Dylan Meyer) หนังฝรั่ง คอเมดี้สายเขียวที่อัดแน่นด้วยชื่อนักแสดงระดับแถวหน้า ทั้ง คริสเตน สจ๊วร์ต (Kristen Stewart) อาเลีย ชอว์แคต (Alia Shawkat) ลาคีธ สแตนฟิลด์ (LaKeith Stanfield) เซธ โรเกน (Seth Rogen) คูเมล นานจิอานี (Kumail Nanjiani) เคท แมคคินนอน (Kate McKinnon) และ กีนา เดวิส (Geena Davis) ไปจนถึง เคต บลานเชตต์ (Cate Blanchett) ที่มารับเชิญในบทจิ๋ว สายป่านหนาแน่นขนาดนี้ ใครเปิดโปสเตอร์ดูแล้วไม่วางมือถือลงเตรียมหัวเราะคงหายาก
ตัวเรื่องวางบนไอเดียที่ฟังแล้วชวนหัวเราะลั่น แฟรงกี้ (Frankie) กับ มอลลี่ (Molly) เพื่อนซี้ที่ใช้ชีวิตเดือนชนเดือน อยู่ดี ๆ ได้กระเป๋าเอกสารบรรจุยาเสพติดทดลองมาเพราะผู้ส่งสลับตัว พอทั้งคู่เมากัญชาไปพร้อมกัน สารในยากลับปลดล็อก พลังโทรจิต หลายรูปแบบ ทั้งพูดคุยกับแมวเลี้ยงจอมขี้ขลาดที่ปากร้ายใส่เจ้าของไม่เว้นวัน ก่อนเรื่องจะบานปลายเป็นเกมไล่ล่ากับแก๊งอาชญากรชาวยุโรปและกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ที่หมายตาเอายากลับไปทำเงิน
ฟังดูเป็นสูตรคอเมดี้ที่ควรวิ่งแบบไม่พัก แต่คำถามกลางของรีวิวนี้กลับกลายเป็นว่า ทำไมหนังถึงนั่งดูแล้วเนือย ทั้งที่บนกระดาษมีของดีครบมือ และทำไมฉากที่เรียกเสียงหัวเราะได้จริงแทบทั้งหมดถึงไปกองอยู่ที่บทแมวสองตัว บทความนี้พาไล่ดูเป็นจุด ๆ ว่า The Wrong Girls เด่นตรงไหน หลุดตรงไหน เพื่อช่วยชั่งใจก่อนควักเวลาชั่วโมงครึ่งไปกับเรื่องนี้

แฟรงกี้ (Frankie) กับ มอลลี่ (Molly) เพื่อนซี้ที่ใช้ชีวิตเดือนชนเดือนและต่างคนต่างปิดบังแผนอนาคตของตัวเอง บังเอิญได้กระเป๋าเอกสารบรรจุยาเสพติดทดลองมาครอบครอง หลัง น็อต เมทัล เฮด เดฟ (Not Metal Head Dave) ตัวละครของ ลาคีธ สแตนฟิลด์ (LaKeith Stanfield) ส่งกระเป๋าให้ผิดคนเพราะผู้รับตัวจริงหน้าตาคล้ายแฟรงกี้แบบเปี๊ยบ มุกนี้ให้สจ๊วร์ตเล่นเองทั้งสองบท หลอกตาให้เป็นเวอร์ชันที่ดูดีกว่าของตัวจริงซึ่งแฟนเก่าของแฟรงกี้กำลังควงอยู่ พล็อตสลับตัวเช่นนี้ชวนนึกถึงสูตรของ หนังหักมุม ทั่วไป แต่เรื่องนี้ไม่เล่นเกมซ่อนเงื่อนกับคนดู กลับเปิดเกมไล่ล่าตรง ๆ เมื่อแก๊งอาชญากรชาวยุโรปหมายตาเอายาไปประมูลขายให้ผู้เสนอราคาสูงสุด เพราะพลังโทรจิตระดับนี้อาจถูกนำไปใช้ในสมรภูมิรบ ขณะที่กลุ่มนักวิทยาศาสตร์ของ ดร.แชปแมน รับบทโดย เคท แมคคินนอน (Kate McKinnon) ต้องการยามาศึกษาเช่นกัน สองสาวจึงพยายามเอายาไปขายเองเพื่อปลดหนี้ ตั้งแต่งานรวมรุ่นมหาวิทยาลัยสุดเหงาที่จัดโดย มาร์ติน ฟลินน์ (Martin Flynn) ของ โทนี เฮล (Tony Hale) ไปจนถึงการติดต่อเจรจากับนักวิทยาศาสตร์ที่อาจร่วมมือด้วย
ส่วนที่จำได้แม่นหลังดูจบเพียงไม่กี่ชั่วโมงไม่ใช่ฝีมือนักแสดงนำฝั่งมนุษย์ แต่เป็นบท ดีโอ (Dio) และ จีจี (GG) แมวเลี้ยงจอมปากร้ายที่พากย์เสียงโดย เซธ โรเกน (Seth Rogen) และ คูเมล นานจิอานี (Kumail Nanjiani) สองแมวนี้มีหน้าที่ตอกย้ำเจ้าของแบบไม่ไว้หน้าว่าดูแลกันบกพร่องแค่ไหน และยังเป็นเจ้าของฉากแอ็กชันที่ตื่นเต้นที่สุดของหนังทั้งเรื่อง ตอนจีจีปลุกใจตัวเองให้เลิกขี้ขลาดแล้วบุกไปช่วยเจ้าของ ฝ่าทางอันตรายอย่างใจถึง แต่พอกระสุนนัดเดียวแล่นผ่านหูกลับหมุนตัวหนีหายวับไปในพริบตา จังหวะกลับตัวแบบนี้เรียกเสียงหัวเราะได้จริงโดยไม่ต้องฝืน
บนกระดาษไอเดียพลังโทรจิตแรงพอจะพาหนังไปได้ไกล แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงกลับตรงกันข้าม พลังพิเศษแทบไม่ถูกนำมาใช้อย่างจริงจังเลยจนเข้าสู่องก์สาม นอกจากพลังจิตขยับสิ่งของ (Telekinesis) โผล่มาประปราย กับบทสนทนากับแมวที่ไม่ถูกต่อยอดให้เป็นอะไรที่ใหญ่กว่านั้น สององก์แรกจึงเหลือเพียงการวิ่งหนีการยิงใส่และงงกันไปมาตลอดคืนแบบไร้ความเร่งด่วน ฉากที่ควรปล่อยของ เช่น ตะลุยกินบุฟเฟต์ตอนหิวจัด หรือฉากบู๊ส่งท้ายในโรงงานร้าง ลากยาวเอื่อย ๆ ปราศจากมุกเด็ดหรือประโยคคม ๆ ช่วยกู้บรรยากาศแม้แต่ประโยคเดียว ความรู้สึกโดยรวมจึงออกไปทางนั่งทนมากกว่านั่งหัวเราะ

ฝีมือการแสดงไม่ใช่ปัญหาของเรื่องนี้ สจ๊วร์ตซึ่งหลายคนจำภาพจากบทนำใน หนังแวมไพร์ ระดับปรากฏการณ์ กับชอว์แคตเล่นเป็นคู่สายเขียวได้เนียนจนเชื่อสนิท แต่ตัวละครทั้งสองถูกวางไว้ในแพตเทิร์นสำเร็จรูปของแนวสโตนเนอร์โดยไม่ยกระดับให้มีเอกลักษณ์ ปมที่ทั้งคู่ปิดบังแผนอนาคตของตัวเองไม่ยอมบอกกัน ซึ่งแหลมพอจะพาไปสู่การเติบโตของตัวละคร กลับไม่ถูกขยี้ให้คนดูรู้สึก ฝั่งตัวละครรองไม่ต่างกัน เคท แมคคินนอน ในบทนักวิทยาศาสตร์ยังวนเวียนกับลีลาประหลาดสูตรเดิมที่เดาทางได้ตั้งแต่ปรากฏตัว ขณะที่เคต บลานเชตต์ มารับเชิญในบทจิ๋วที่แฟน ๆ ต้องคอยสังเกตดี ๆ สิ่งเดียวที่กล้าสดจริง ได้แก่ มุกที่สจ๊วร์ตเล่นสองบทประชดประชันว่าเวอร์ชันที่หน้าตาเหมือนกันแต่ดูดีกว่ากำลังถูกแฟนเก่าของแฟรงกี้ควงอยู่ ตลกแบบขม ๆ แต่เป็นเพียงประกายเดียวในค่ำคืนที่เงียบสนิท
ของเล่นที่สนุกที่สุดของ The Wrong Girls กลับไม่ใช่พลังโทรจิต แต่เป็นแมวสองตัวที่พูดแทนสิ่งที่ผู้ชมอยากตะโกนใส่เจ้าของ
งานด้านโปรดักชันยังพออุ้มเรื่องไว้ได้ เพลงประกอบฝีมือ Ty Segall นักดนตรีสายไซเคเดลิกชื่อดัง กับงานภาพของ Todd Banhazl สร้างบรรยากาศลอสแองเจลิสของกลุ่มคนหนุ่มสาวที่หลงทิศได้มีชีวิต จุดที่ถ่วงจังหวะของเรื่องอย่างหนักอยู่ที่การเล่า ซึ่งตามบทวิจารณ์ของ Flickering Myth ชี้ว่าแรงบันดาลใจของเมเยอร์มาจากประสบการณ์นั่งเมากัญชากับเพื่อนสนิทที่บ้าน และอารมณ์ขำของวงเมาเก่ามักเกิดขึ้นเฉพาะคนที่อยู่ในเหตุการณ์เท่านั้น พอถ่ายทอดสู่จอใหญ่ ความหลุดเหล่านั้นจึงแปลกแยกกับคนดูอย่างเห็นได้ชัด
The Wrong Girls เหมาะกับแฟนตลกสายเขียวจังหวะเนิบ ๆ ที่อยากเห็นคริสเตน สจ๊วร์ต กับอาเลีย ชอว์แคต ปล่อยจริตเต็มพิกัด และแฟนของเซธ โรเกน กับคูเมล นานจิอานี ที่อยากฟังทั้งคู่พากย์แมวปากร้ายซึ่งเป็นช่วงเวลาดีที่สุดของเรื่อง แต่ไม่เหมาะกับคนที่คาดหวัง หนังคอมเมดี้ มุกหนาแน่น หรืออยากเห็นพลังพิเศษถูกใช้งานอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย เพราะจังหวะยืดและบทไม่กล้าปล่อยของเต็มที่ หากอยากได้งานที่เคารพเวลาคนดู เปิดเรื่องนี้ผ่าน ๆ ช่วงวันขี้เกียจ ดีกว่าจัดให้เป็นตัวเลือกหลักของสุดสัปดาห์

ท้ายที่สุด The Wrong Girls เป็นสโตนเนอร์คอเมดี้ที่ของสนุกไปกองอยู่ในปากแมวแทนที่จะอยู่ในมือนักแสดงนำ ทั้งที่ตัวหนังมีพรสวรรค์เต็มกำมือ ทั้งเคมีของสจ๊วร์ตกับชอว์แคต เสียงพากย์ของโรเกนกับนานจิอานี และไอเดียพลังโทรจิตที่ล้ำพอตัว หากบทกล้ากว่านี้และจังหวะกระชับขึ้นอีกสักสองขั้น เรื่องนี้อาจกลายเป็นคอเมดี้สายเขียวที่น่าจดจำ แต่ ณ วันที่เข้าโรง สิ่งที่ได้กลับเป็นหนังที่หัวเราะได้เป็นช่วง ๆ แล้วแอบเหลือบดูนาฬิกาบ่อยเกินจำเป็น สำหรับคนที่กำลังชั่งใจว่าจะ ดูอะไรดี ในสุดสัปดาห์นี้ ตัวเลือกอื่นใน แนะนำหนัง อาจตอบโจทย์มากกว่า และถ้าใครดูแล้วเห็นตรงหรือเห็นต่างกับรีวิวนี้ ฝากคอมเมนต์แลกเปลี่ยนความเห็นหรือแชร์บทความต่อเพื่อนที่ชวนไปดูได้เลย
- ชื่อเรื่อง: The Wrong Girls (2026) (ยังไม่มีชื่อไทยอย่างเป็นทางการ)
- ประเภท: ตลก, อาชญากรรม, ไซไฟ
- วันที่เข้าฉาย: 14 สิงหาคม 2026 (สหรัฐอเมริกา)
- ผู้กำกับและบทภาพยนตร์: ไดแลน เมเยอร์ (Dylan Meyer)
- นักแสดงนำ: คริสเตน สจ๊วร์ต (Kristen Stewart), อาเลีย ชอว์แคต (Alia Shawkat), ลาคีธ สแตนฟิลด์ (LaKeith Stanfield), เซธ โรเกน (Seth Rogen), คูเมล นานจิอานี (Kumail Nanjiani), โทนี เฮล (Tony Hale), เคท แมคคินนอน (Kate McKinnon), กีนา เดวิส (Geena Davis), เคต บลานเชตต์ (Cate Blanchett)
- ความยาว: 1 ชั่วโมง 39 นาที
สโตนเนอร์คอเมดี้พลังโทรจิตที่แพ้แมวสองตัวในบ้านตัวเอง
โครงเรื่อง - 5.8
การแสดง - 7.2
โปรดักชัน - 6.6
ความบันเทิง - 5.2
ความคุ้มค่าในการรับชม - 5.5
6.1
The Wrong Girls เป็นสโตนเนอร์คอเมดี้ผลงานเขียนบทและกำกับเรื่องแรกของไดแลน เมเยอร์ ที่จับคู่คริสเตน สจ๊วร์ต กับอาเลีย ชอว์แคต มาเล่นเป็นเพื่อนซี้สายเขียวซึ่งบังเอิญได้พลังโทรจิตจากยาเสพติดทดลอง ไอเดียตั้งต้นฟังดูสุดเหวี่ยง แต่บทกลับเดินเนือยและแทบไม่ใช้พลังพิเศษจนองก์สาม ปล่อยให้แมวสองตัวที่พากย์โดยเซธ โรเกน กับคูเมล นานจิอานี ขโมยซีนจนกลายเป็นหัวใจความตลกของเรื่อง เหมาะกับแฟนตลกสายเขียวจังหวะเนิบ ๆ มากกว่าคนที่คาดหวังมุกหนาแน่น






![[รีวิว-เรื่องย่อ] The Devil's Mouth (2026) หนังเอาชีวิตรอดในถ้ำมรณะ Prime Video](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/07/review-the-devils-mouth-2026.webp)
![[รีวิว-เรื่องย่อ] The Truthers (2026) หนังดราม่าทริลเลอร์สเปน เมื่อทฤษฎีสมคบคิดกลืนกินครอบครัว](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/07/review-the-truthers-2026.webp)
![[รีวิว-เรื่องย่อ] 72 Hours (2026) หนัง Netflix ที่มีเควิน ฮาร์ต แต่ไม่มีมุก](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/07/review-72-hours-2026.webp)