รีวิวซีรีส์ฝรั่ง

[รีวิว-เรื่องย่อ] ฆาตกรรมปริศนาที่เซเว่นไดอัลส์ | Agatha Christie’s Seven Dials (2026)

  • Seven Dials เป็นซีรีส์ลึกลับแนว cozy mystery ที่มี 3 ตอนจบ เหมาะกับการดูจบในคราวเดียว
  • การแสดงของ Mia McKenna-Bruce ในบท Bundle โดดเด่นด้วยความสดใสและน่ารัก ขณะที่ Martin Freeman และ Helena Bonham Carter เพิ่มเสน่ห์ให้เรื่อง
  • เนื้อเรื่องเบาสบายและไม่ซับซ้อนมากเหมือนผลงานอื่นของอกาธา คริสตี้ เน้นความสนุกและบรรยากาศมากกว่าความลึกซึ้ง
  • โปรดักชั่นสวยงามในสไตล์ยุค 1920s แต่เนื้อหาอาจจืดชืดไปสำหรับแฟนคลับหนังสืบสวนที่ต้องการความซับซ้อน

เคยสงสัยไหมว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อการเล่นตลกในงานปาร์ตี้กลายเป็นฆาตกรรม? Agatha Christie’s Seven Dials บน Netflix พาเราไปสัมผัสกับคดีลึกลับในยุค 1920s ที่คฤหาสน์หรูหราในอังกฤษ เมื่อชายหนุ่มคนหนึ่งตายอย่างลึกลับหลังจากเพื่อนๆ ตั้งนาฬิกาปลุกไว้ 8 เรือนเพื่อแกล้งเขา แต่เมื่อเช้ามาถึง นาฬิกาหนึ่งหายไป และเขาก็ไม่ตื่นอีกเลย เรื่องราวนี้ถูกสร้างจากนวนิยายคลาสสิกของ อกาธา คริสตี้ (Agatha Christie) ที่ออกมาในปี 1929 และถูกนำมาดัดแปลงใหม่โดย Chris Chibnall ผู้สร้าง Broadchurch และ Doctor Who ซีรีส์เรื่องนี้มีเพียง 3 ตอนที่รัดกุมเหมือนหนังยาวประมาณ 2 ชั่วโมง นำแสดงโดย Mia McKenna-Bruce, Helena Bonham Carter, และ Martin Freeman ซีรีส์นี้เน้นความสนุกสนานและบรรยากาศแนว cozy mystery มากกว่าความซับซ้อนของคดี ทำให้เป็นซีรีส์ที่เหมาะสำหรับดูจบในคราวเดียวโดยไม่ต้องคิดหนักมากนัก

เนื้อเรื่องเริ่มต้นในเดือนกันยายน 1925 ที่คฤหาสน์ Chimneys บ้านของตระกูล Caterham ซึ่ง Lady Eileen “Bundle” Brent แสดงโดย Mia McKenna-Bruce กำลังเป็นเจ้าภาพจัดงานปาร์ตี้ให้กับเพื่อนๆ กลุ่มเพื่อนหนุ่มสาวตัดสินใจเล่นตลกกับเพื่อนคนหนึ่งชื่อ Gerry Wade ที่มีชื่อเสียงในเรื่องการนอนหลับสนิท พวกเขาตั้งนาฬิกาปลุก 8 เรือนให้ดังทีละเรือนตั้งแต่ 6.30 น. เป็นต้นไป แต่เมื่อเช้ามาถึง นาฬิกาหนึ่งหายไป และ Gerry ก็ไม่ตื่นอีกเลย เขาเสียชีวิตอย่างลึกลับ Bundle ซึ่งเป็นแฟนสาวของ Gerry ไม่เชื่อว่านี่เป็นเพียงอุบัติเหตุ เธอจึงตัดสินใจสืบสวนด้วยตัวเอง

Bundle เป็นตัวละครที่แตกต่างจากนักสืบทั่วไปในผลงานของอกาธา คริสตี้ เธอไม่ใช่ Hercule Poirot ที่มีสมองเฉียบแหลม หรือ Miss Marple ที่มีประสบการณ์มากมาย แต่เธอเป็นสาวผู้ดีที่มีความอยากรู้อยากเห็นสูง และไม่ยอมรับกฎเกณฑ์ของสังคมชั้นสูงที่บอกว่าผู้หญิงควรนิ่งเฉย เธอกระตือรือร้น ฉลาด และกล้าหาญพอที่จะลงไปสืบสวนในย่านสลัมของลอนดอนเพื่อค้นหาความจริง การแสดงของ Mia McKenna-Bruce ทำให้ Bundle มีชีวิตชีวาและน่ารัก เธอถ่ายทอดความเป็นสาวที่ไม่ยอมแพ้และมีไหวพริบได้อย่างลงตัว

ในการสืบสวน Bundle ได้พบกับ องค์กรลึกลับที่ชื่อว่า Seven Dials ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีแผนการอันตรายที่อาจเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ได้ เธอต้องทำงานร่วมกับ Superintendent Battle แสดงโดย Martin Freeman นักสืบจากสกอตแลนด์ยาร์ดที่ดูตลกขบขันแต่มีความสามารถ Freeman แสดงในบท Battle ด้วยลีลาที่ตลกและน่ารัก เขามีท่าทางที่ดูเหมือนตัวตลกเล็กๆ โดยเฉพาะฉากที่เขาพยายามอธิบายการคาดเดาของตนแต่กลับถูกขัดจังหวะตลอดเวลา ซึ่งสร้างความขบขันให้กับซีรีส์

Agatha Christie's Seven Dials (2026) #1

Helena Bonham Carter แสดงในบท Lady Caterham แม่ของ Bundle ผู้ที่กำลังโศกเศร้าจากการสูญเสียสามีและลูกชาย Carter นำเสน่ห์ที่เป็นเอกลักษณ์ของเธอมาสู่บทบาทนี้ ทำให้ตัวละครมีความน่าสนใจและมีมิติ แม้จะไม่ใช่บทนำ แต่ทุกฉากที่เธอปรากฏก็สร้างความประทับใจได้

ตัวละครรองอย่าง Jimmy Thesiger แสดงโดย Edward Bluemel เป็นเพื่อนของ Bundle ที่ไม่สามารถเก็บความลับได้ ทำให้เขากลายเป็นจุดตลกของเรื่อง ขณะที่ Ronnie Devereux แสดงโดย Nabhaan Rizwan เป็นอีกหนึ่งเพื่อนที่ให้เบาะแสเกี่ยวกับองค์กร Seven Dials และ Bill Eversleigh แสดงโดย Hughie O’Donnell ทำงานที่กระทรวงต่างประเทศและช่วยเหลือ Bundle ในการสืบสวน

เนื้อเรื่องของ Seven Dials เบาสบายและไม่ซับซ้อนเหมือนผลงานอื่นๆ ของอกาธา คริสตี้ เช่น Murder on the Orient Express หรือ And Then There Were None ซีรีส์เรื่องนี้เน้นไปที่ความสนุกสนานและบรรยากาศยุค 1920s มากกว่าการไขปริศนาที่ซับซ้อน คดีนี้ไม่ได้มีการพลิกผันที่ช็อกหรือทำให้ต้องคิดมากนัก แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ซีรีส์แย่ลงเพราะมันมีจุดประสงค์ที่แตกต่างกัน Seven Dials ต้องการให้ผู้ดูมีความสนุกกับการผจญภัยของ Bundle และเพลิดเพลินกับบรรยากาศของยุค 1920s

การเขียนบทของ Chris Chibnall รัดกุมและเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ซีรีส์ 3 ตอนนี้มีความยาวรวมประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที ซึ่งทำให้มันรู้สึกเหมือนหนังยาว มากกว่าซีรีส์ Chibnall ใช้ตัวละครที่มีลักษณะแปลกประหลาดและตลกขบขันเพื่อให้เรื่องราวมีความเบาสบาย ไม่หนักหน่วง ซึ่งอาจจะไม่เหมาะกับแฟนคลับตัวยงของอกาธา คริสตี้ที่คาดหวังความซับซ้อนและความน่าสนใจในการไขคดี แต่สำหรับผู้ที่มองหาความบันเทิงที่ไม่ต้องคิดมาก Seven Dials ก็เป็นตัวเลือกที่ดี

Agatha Christie's Seven Dials (2026) #2

การกำกับของ Chris Sweeney สร้างบรรยากาศของยุค 1920s ได้อย่างสวยงาม คฤหาสน์ Chimneys ดูหรูหราและน่าประทับใจ ฉากต่างๆ ถูกถ่ายทำที่ Bristol, Bath และ Ronda ในสเปน ซึ่งให้ความรู้สึกของความเป็นยุโรปและความหรูหราของชนชั้นสูงในยุคนั้น เครื่องแต่งกาย การออกแบบฉาก และแสงสีล้วนสร้างบรรยากาศที่สอดคล้องกับช่วงเวลา ทำให้ผู้ดูรู้สึกเหมือนได้เดินทางย้อนเวลากลับไปในยุค 1920s

อย่างไรก็ตาม ซีรีส์เรื่องนี้ก็มีจุดอ่อน การพัฒนาตัวละคร ค่อนข้างจำกัด นอกจาก Bundle แล้ว ตัวละครอื่นๆ ส่วนใหญ่เป็นเพียงตัวประกอบที่ไม่ได้มีมิติมากนัก พวกเขาทำหน้าที่ของตัวเองได้ดี แต่ไม่มีความลึกซึ้งหรือความซับซ้อนที่จะทำให้ผู้ดูจดจำได้นาน ฉากบางฉากรู้สึกเร่งรีบเกินไป และบางครั้งก็รู้สึกว่าเนื้อเรื่องขาดความต่อเนื่อง

ความซับซ้อนของคดีก็เป็นอีกหนึ่งจุดที่อาจทำให้แฟนๆ ของอกาธา คริสตี้ผิดหวัง คดีนี้ไม่ได้มีการพลิกผันที่น่าประหลาดใจ หรือความซับซ้อนที่ท้าทายสมอง ทุกอย่างค่อนข้างตรงไปตรงมา และการเปิดเผยตัวฆาตกรก็ไม่ได้ทำให้ต้องตกใจหรือประหลาดใจมากนัก สำหรับผู้ที่คุ้นเคยกับผลงานของอกาธา คริสตี้ อาจจะรู้สึกว่าเรื่องนี้เบาเกินไป

แต่ถ้ามองในแง่ของความบันเทิงที่ไม่ต้องคิดมาก Seven Dials ก็ทำหน้าที่ได้ดี มันเป็นซีรีส์ที่เหมาะสำหรับดูในยามว่าง หรือเมื่อต้องการความบันเทิงที่เบาสบาย ไม่ต้องใช้สมองมาก บรรยากาศที่สวยงาม การแสดงที่น่ารัก และเนื้อเรื่องที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วทำให้มันเป็นซีรีส์ที่ดูจบได้ในคราวเดียวโดยไม่เบื่อ

Agatha Christie's Seven Dials (2026) #3

ตอนจบของซีรีส์มีการทิ้งท้ายไว้สำหรับซีซั่น 2 ซึ่งแสดงให้เห็นว่า Netflix และทีมงานมีความตั้งใจที่จะสร้างซีรีส์นี้ต่อไป Bundle ได้รับการชักชวนจาก Superintendent Battle ให้มาร่วมงานกับเขาอย่างเป็นทางการ ซึ่งเปิดโอกาสให้มีการผจญภัยใหม่ๆ ในอนาคต หากซีซั่น 2 เกิดขึ้นจริง หวังว่าทีมงานจะพัฒนาตัวละครให้มีมิติมากขึ้น และสร้างคดีที่ซับซ้อนและน่าสนใจกว่าเดิม

สำหรับใครที่ชอบซีรีส์สืบสวนแนว cozy mystery ที่เน้นบรรยากาศและความสนุกสนานมากกว่าความซับซ้อน Seven Dials เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ แต่ถ้าคาดหวังความซับซ้อนและการพลิกผันที่น่าตื่นเต้นเหมือนผลงานคลาสสิกอื่นๆ ของอกาธา คริสตี้ อาจจะต้องปรับความคาดหวังลงมาหน่อย ซีรีส์เรื่องนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความบันเทิงที่เบาสบายและดูจบได้ในวันหยุด

Agatha Christie’s Seven Dials เป็นซีรีส์สืบสวนฆาตกรรมที่เบาสบายและสนุกสนาน เหมาะสำหรับดูจบในคราวเดียวโดยไม่ต้องคิดมาก แม้จะไม่ได้ซับซ้อนเหมือนผลงานอื่นๆ ของอกาธา คริสตี้ แต่มันก็มีเสน่ห์ในแบบของตัวเอง ด้วยบรรยากาศยุค 1920s ที่สวยงาม การแสดงที่น่ารักจาก Mia McKenna-Bruce, Martin Freeman และ Helena Bonham Carter และเนื้อเรื่องที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ซีรีส์เรื่องนี้เป็นความบันเทิงที่ดีสำหรับยามว่าง แม้จะไม่ได้ทำให้ต้องตกใจหรือประทับใจอย่างลึกซึ้ง แต่มันก็ให้ความสนุกและความพอใจในระดับหนึ่ง มาแชร์ความคิดเห็นกันในคอมเมนต์ว่าซีรีส์เรื่องนี้ทำให้รู้สึกอย่างไร และอย่าลืมแชร์รีวิวนี้ให้เพื่อนๆ ที่ชื่นชอบหนังสืบสวนแนว cozy mystery!

  • ชื่อเรื่องในภาษาไทย: ฆาตกรรมปริศนาที่เซเว่นไดอัลส์
  • ชื่อเรื่องภาษาอังกฤษ: Agatha Christie’s Seven Dials
  • ประเภท: ลึกลับ, ระทึกขวัญ, ดราม่า, อาชญากรรม
  • วันที่ออกฉาย: 15 มกราคม 2026
  • จำนวนตอน: 3 ตอน (Limited Series)
  • นักแสดงนำ: Mia McKenna-Bruce, Helena Bonham Carter, Martin Freeman, Edward Bluemel, Nabhaan Rizwan
  • ผู้สร้าง/เขียนบท: Chris Chibnall (Broadchurch, Doctor Who)
  • ผู้กำกับ: Chris Sweeney (The Tourist, Back to Life)
  • ช่องทางการดูในประเทศไทย: Netflix

ฆาตกรรมปริศนาที่สนุกแต่ไม่ลึก

บท - 6.5
การแสดง - 7.2
โปรดักชัน - 7.5
ความบันเทิง - 7
ความคุ้มค่าในการรับชม - 6.8

7

Agatha Christie's Seven Dials เป็นซีรีส์สืบสวนฆาตกรรมที่เบาสบายและดูง่าย มีเพียง 3 ตอนที่รัดกุมเหมือนหนังยาว 2 ชั่วโมง นำแสดงโดย Mia McKenna-Bruce ในบท Lady Eileen "Bundle" Brent สาวผู้ดีที่ต้องสืบคดีฆาตกรรมที่งานปาร์ตี้ในคฤหาสน์ของตนเอง ร่วมกับ Martin Freeman และ Helena Bonham Carter ซีรีส์เรื่องนี้เน้นความสนุกและบรรยากาศยุค 1920s มากกว่าความซับซ้อนของคดี ตัวละครต่างๆ มีลักษณะที่น่ารักและตลก ทำให้เรื่องราวมีความเบาสบายและไม่หนักหน่วงเกินไป แม้จะไม่ได้ลึกซึ้งเหมือนผลงานอื่นๆ ของอกาธา คริสตี้ แต่ก็เป็นความบันเทิงที่เหมาะสำหรับดูในยามว่างโดยไม่ต้องคิดมาก

User Rating: Be the first one !

PhiRa W.

เป็นนักเขียนอิสระที่หลงใหลในสื่อบันเทิงทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ ซีรีส์ วาไรตี้ และสารคดี ผมชอบที่จะวิเคราะห์และถอดรหัสเนื้อหาเหล่านั้นออกมาในรูปแบบของรีวิวที่เข้าใจง่ายและสนุกสนาน เพื่อแบ่งปันมุมมองและประสบการณ์ให้กับผู้อ่าน

บทความที่เกี่ยวข้อง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Back to top button