![[รีวิว-เรื่องย่อ] เจาะชีวิตกอร์ดอน แรมซีย์ | Being Gordon Ramsay (2026)](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/02/Review-Being-Gordon-Ramsay-2026.webp)
- Being Gordon Ramsay เป็นสารคดี 6 ตอนที่เจาะลึกโปรเจกต์ขนาดใหญ่ของกอร์ดอนในการเปิดร้านอาหารหลายสาขาพร้อมกันที่ 22 Bishopsgate กรุงลอนดอน
- สารคดีนำเสนอภาพกอร์ดอนในฐานะนักกลยุทธ์และหัวหน้าครอบครัว ไม่ใช่แค่เชฟอารมณ์ร้อนอย่างที่เห็นในรายการแข่งขัน
- จุดอ่อนของซีรีส์อยู่ที่ช่วงกลางที่เนื้อหาเริ่มวนซ้ำ และขาดความกล้าในการเจาะเรื่องขัดแย้งจริงๆ
- Tana Ramsay และลูกๆ โดยเฉพาะ Tilly และ Holly ช่วยเพิ่มมิติส่วนตัวให้สารคดีดูมีอุณหภูมิมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ใครที่รู้จัก กอร์ดอน แรมซีย์ ในแบบที่กรีดร้องใส่คนในครัว บอกว่าอาหารแย่เหมือนสิ่งปฏิกูล หรือทำเด็กฝึกงานน้ำตาไหลในรายการแข่งขัน อาจจะอยากรู้ว่าชีวิตจริงของเขาเป็นยังไง สารคดี Being Gordon Ramsay (2026) บน Netflix ตอบคำถามนั้นแบบครึ่งๆ มันพาเราเข้าไปใกล้ตัวกอร์ดอนมากกว่าที่รายการอื่นเคยทำ แต่ก็ยังไม่ใกล้พอที่จะเรียกว่า “เปิดเปลือย” ทั้ง 6 ตอนนำเสนอชายคนนี้ในมุมที่งดงามแต่ระมัดระวัง เหมือนเชฟที่รู้ว่าควรจะซ่อนตรงไหนก่อนเสิร์ฟ
Being Gordon Ramsay (2026) คือ สารคดีชีวิตจริง 6 ตอนที่ติดตามกอร์ดอน แรมซีย์ในช่วงหนึ่งของชีวิตที่เขาวางเดิมพันครั้งใหญ่ด้วยการเปิดร้านอาหารหลายสาขาพร้อมกันภายในอาคาร 22 Bishopsgate หนึ่งในตึกที่โดดเด่นที่สุดของลอนดอน เรื่องนี้ดูได้บน Netflix เหมาะสำหรับคนที่ชอบสารคดีเชฟและสารคดีธุรกิจที่ผสมกันในเรื่องเดียว ใครที่เคยดู สารคดีคนดังจาก Netflix อย่าง Sean Combs: The Reckoning จะรู้ว่า Netflix ชอบทำสารคดีคนดังแนวเจาะชีวิตแบบนี้ แต่ Being Gordon Ramsay ออกไปทางเบาและนุ่มนวลกว่ามาก
หัวใจของสารคดีทั้งหมดอยู่ที่โปรเจกต์เปิดร้านอาหารในตึก 22 Bishopsgate ซึ่งไม่ใช่แค่การเปิดร้านธรรมดา แต่เป็นการเปิดพร้อมกันหลายสาขาภายในอาคารเดียว ดูวิดีโอประชุมวางแผน ทัวร์เข้าพื้นที่ก่อสร้าง ทดสอบเมนู และฟังกอร์ดอนพูดตรงๆ ว่าเขากังวลเรื่องชื่อเสียงและความเสี่ยงทางการเงินมากแค่ไหน มีความตึงเครียดแบบ ควบคุมได้ ที่วิ่งอยู่ตลอดทั้งซีซัน แต่ไม่ค่อยระเบิดออกมาเป็นดราม่าแบบที่แฟนๆ คาดหวัง สารคดีจงใจเฟรมกอร์ดอนให้เป็นนักกลยุทธ์ที่บริหารแบรนด์มากกว่าจะเป็นเชฟผู้สร้างสรรค์ ซึ่งมันน่าสนใจในแบบของมันเอง

สิ่งที่ทำให้หลายคนแปลกใจมากที่สุดน่าจะเป็นปริมาณเวลาที่กล้องใช้ไปกับ ครอบครัวของกอร์ดอน โดยเฉพาะ Tana Ramsay ภรรยาที่ปรากฏตัวบ่อยมาก และนำเสนอมุมมองที่จริงใจ บางทีก็แซวกอร์ดอนเรื่องความพยายามทุ่มเทแบบไม่มีวันหยุด ลูกๆ อย่าง Tilly และ Holly ก็ปรากฏตัวหลายครั้งและให้ภาพที่แตกต่างจากกอร์ดอนในโทรทัศน์อย่างสิ้นเชิง รวมถึงช่วงที่กอร์ดอนเล่าถึง วัยเด็กที่ยากจนและไม่มั่นคง ซึ่งให้บริบทว่าทำไมเขาถึงกดดันตัวเองและคนรอบข้างขนาดนี้ ฉากเหล่านี้ไม่ได้ดูเว่อร์หรือบีบน้ำตา แต่รู้สึกเหมือนความพยายามจะอธิบายว่ากอร์ดอนเป็นใครนอกจากแบรนด์
ในด้านภาพ Being Gordon Ramsay เลือกสไตล์สารคดียุคใหม่ที่สะอาดตาและเรียบร้อย มุมกว้างของ ขอบฟ้าลอนดอน และโครงสร้างกระจกของ 22 Bishopsgate ให้ feel แบบบริษัทระดับโลก ส่วนฟุตเทจมือถือที่ถ่ายที่บ้านก็ให้บรรยากาศที่ตัดกันแบบชัดเจน งานตัดต่อไหลลื่นและดูง่าย ไม่มีช่วงไหนที่รู้สึกว่าจับจ้องหรือซีเรียสเกินไป มีฉากหนึ่งที่โดดเด่นมากคือตอนที่กล้องหยุดอยู่นิ่งๆ กับความโกลาหลของครัวที่ก่อสร้างยังไม่เสร็จ หรือมื้อค่ำเงียบๆ ของครอบครัว แทนที่จะรีบตัดไปยังซีนดราม่าถัดไป มันปล่อยให้คนดูรู้สึก น้ำหนักของเรื่องราว ด้วยตัวเอง
กอร์ดอนในสารคดีนี้สลับไปมาระหว่างความเป็น ผู้บริหารมั่นใจ และ ผู้ก่อตั้งที่วิตกกังวล และการเปลี่ยนขั้วนั้นเองที่ทำให้สารคดีมีพื้นผิวทางอารมณ์ มีฉากที่เขาแกล้งลูกหรือถามเงียบๆ ว่าโปรเจกต์นี้มันคุ้มกับความเหนื่อยหรือเปล่า และมันดูจริงเพราะไม่ได้ถูก stage เอาไว้ นักแสดงสมทบในแง่นี้ ทั้งเชฟ นักลงทุน และสมาชิกครอบครัว ต่างช่วยให้ภาพรวมไม่เน้นแค่กอร์ดอนคนเดียวตลอด บทสนทนาเรื่องอาหารก็เข้าถึงง่ายแม้จะไม่ใช่สายอาหารจริงจัง ถือเป็นจุดแข็งที่ทำให้สารคดีดูได้โดยไม่ต้องมีพื้นฐานทำอาหาร

แต่ถ้าพูดตรงๆ Being Gordon Ramsay ก็ยังติดกับดักที่สารคดีคนดังหลายๆ เรื่องติดกัน มันสบายใจกับ subject เกินไป ความขัดแย้งปรากฏขึ้นมาแล้วก็หายไปก่อนที่จะกลายเป็นอะไรที่น่าตื่นเต้น แม้แต่ช่วงที่ดูเหมือนจะมี แรงตึงเครียดในครอบครัว หรือ ปัญหาระหว่างการเปิดตัว ก็ถูกจัดการด้วยความนุ่มนวลแบบโฆษณาองค์กร ช่วงกลางของซีซันมีปัญหาเรื่อง pace ชัดมาก การประชุมและการพูดคุยเรื่องแบรนด์เริ่มวนซ้ำ ทำให้อยากเห็นโฟกัสที่ ทีมเชฟในครัว มากกว่านี้ หรือเจาะลึกชีวิตคนที่จะต้องรันร้านจริงๆ มากกว่าแค่กอร์ดอนนั่งประชุมในห้องกระจก
เมื่อสารคดีเดินมาถึงตอนสุดท้ายและร้านอาหารเปิดตัวในที่สุด มันไม่รู้สึกเหมือน ชนะ แต่รู้สึกเหมือน รอด กอร์ดอนเดินผ่านพื้นที่ที่สร้างเสร็จแล้วด้วยความโล่งใจมากกว่าความยินดีปรีดา และ emotional payoff แบบนี้กลับเหมาะกับโทนของสารคดีทั้งเรื่องพอดี มันไม่ได้แกล้งทำเป็นว่าความสำเร็จรับประกันได้ตั้งแต่ต้น แต่เน้นว่าการ บาลานซ์ระหว่างความทะเยอทะยานกับชีวิตส่วนตัว มันหนักกว่าที่คิดเสมอ สำหรับสารคดีที่นำเสนอตัวเองว่าจะ “เจาะชีวิต” ใครสักคน มันพาไปได้ไกลพอสมควร แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นที่จะเรียกว่า “ลึก”
Being Gordon Ramsay (2026) ทำงานได้ดีในฐานะ สารคดีศึกษาตัวบุคคล มากกว่าจะเป็นสารคดีที่ตึงเครียดหรือท้าทาย มันนำเสนอกอร์ดอน แรมซีย์ในแบบที่น่าสนใจและหลายมิติกว่าที่เคยเห็นในรายการแข่งขัน แต่ก็ยังเล่นได้อย่างระมัดระวังเกินไปจนสูญเสียพลังบางส่วนไป ถ้าชอบสารคดีชีวิตจริงที่สมดุลระหว่างโลกธุรกิจกับชีวิตครอบครัว มันน่าดู ถ้าอยากเห็นความดราม่าเข้มข้นแบบ Hell’s Kitchen อาจผิดหวังได้ กดดูแล้วมาแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ว่ากอร์ดอนในชีวิตจริงต่างจากที่เห็นในทีวีมากแค่ไหน และอย่าลืมแชร์รีวิวนี้ให้คนที่ชอบ สารคดีเชฟและธุรกิจอาหาร ได้อ่านกันด้วย!
- ชื่อเรื่อง: Being Gordon Ramsay
- ประเภท: สารคดี, ชีวิตจริง, ธุรกิจอาหาร
- จำนวนตอน: 6 ตอน
- ปีที่ออกฉาย: 2026
- ช่องทางรับชม: Netflix
สารคดีที่พิสูจน์ว่ากอร์ดอน แรมซีย์ ไม่ได้โกรธตลอดเวลา
โครงเรื่อง - 6.8
การแสดง - 7.2
โปรดักชัน - 7.8
ความบันเทิง - 7
ความคุ้มค่าในการรับชม - 7.2
7.2
Being Gordon Ramsay เปิดมุมที่หลายคนไม่เคยเห็น ทั้งความกดดันเบื้องหลังการเปิดร้านอาหารใหม่พร้อมกันหลายสาขา และชีวิตครอบครัวที่อบอุ่นกว่าที่คิด แต่สารคดีก็ยังติดกับดักความสบายใจของตัวเอง ไม่กล้าเจาะลึกความขัดแย้งจริงๆ ทำให้รู้สึกเหมือนดูโบรชัวร์แบรนด์ที่เนี้ยบมากกว่าสารคดีที่ฉายความจริงแบบไม่กรอง
![[รีวิว-เรื่องย่อ] เด็กพิษตะกั่ว | Lead Children (2026) ซีรีส์ดราม่าเรื่องจริงสุดสะเทือนใจ](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/02/Review-Lead-Children-2026.webp)
![[รีวิว-เรื่องย่อ] นักสืบขวัญใจมหาชน | Million-Follower Detective (2026)](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/02/Review-Million-Follower-Detective-2026.webp)
![[รีวิว-เรื่องย่อ] ทางไปสวรรค์จากเบลฟาสต์ | How to Get to Heaven from Belfast (2026)](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/02/Review-How-to-Get-to-Heaven-from-Belfast-2026.webp)
![[รีวิว-เรื่องย่อ] พิพิธภัณฑ์แห่งความไร้เดียงสา | The Museum of Innocence (2026)](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/02/Review-The-Museum-of-Innocence-2026.webp)
![[รีวิว-เรื่องย่อ] ซาราห์ เริ่ดลวงโลก | The Art of Sarah (2026)](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/02/Review-The-Art-of-Sarah-2026.webp)
![[รีวิว-เรื่องย่อ] จมโคลน | In the Mud ซีซั่น 2](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/02/Review-In-the-Mud-Season-2.webp)
![[รีวิว-เรื่องย่อ] แดนจลาจล | State of Fear (2026) หนังแอ็คชั่นบราซิลสุดเดือด](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/02/Review-State-of-Fear-2026.webp)