![[รีวิว-เรื่องย่อ] บริดเจอร์ตัน: วังวนรัก เกมไฮโซ | Bridgerton ซีซั่น 4 Part 2](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/02/Review-Bridgerton-Season-4-Part-2.webp)
- Bridgerton ซีซั่น 4 Part 2 แก้จุดอ่อนจาก Part 1 ได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะเคมีระหว่างเบเนดิกต์กับโซฟีที่เข้มข้นและลุ่มลึกขึ้นมาก
- การแสดงของ เยริน ฮา ในบทโซฟี แบก โดดเด่นที่สุดในซีซั่นนี้ ถ่ายทอดความแข็งแกร่งและเปราะบางได้ในเวลาเดียวกัน
- ซีรีส์เจาะลึกประเด็นชนชั้นและตัวตนของผู้หญิงในยุครีเจนซีได้ดี แต่ยังขาด wow factor เมื่อเทียบกับซีซั่นก่อนหน้า
- เส้นเรื่องรองอย่าง ฟรานเชสก้า, เลดี้วิสเซิลดาวน์ และเลดี้แดนเบอรี ปูทางสู่ซีซั่น 5 และ 6 ได้อย่างน่าติดตาม
หลังจากดู Bridgerton ซีซั่น 4 Part 1 จบไป ความอยากรู้มันพุ่งสูงแบบหยุดไม่อยู่ว่า โซฟี แบก จะตอบรับข้อเสนอ “เป็นนางบำเรอ” ของ เบเนดิกต์ บริดเจอร์ตัน หรือเปล่า Part 1 ทิ้ง cliffhanger ไว้แรงมาก และ Bridgerton ซีซั่น 4 Part 2 บน Netflix ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เพราะครึ่งหลังนี้คือการยกระดับเรื่องรักสไตล์ ซินเดอเรลล่า ให้ลุ่มลึกกว่าที่คิดไว้ ทั้งความสัมพันธ์ของคู่หลัก โศกนาฏกรรมในครอบครัว และคำถามเรื่อง ชนชั้นกับความรัก ที่ซีรีส์หยิบมาตีแผ่ได้แหลมคมกว่า Part 1 อย่างเห็นได้ชัด
Bridgerton ซีซั่น 4 Part 2 เปิดฉากต่อจากจุดที่ Part 1 ทิ้งไว้ทันที ความตึงเครียดระหว่างโซฟีกับเบเนดิกต์ยังคงคุกรุ่นอยู่ โซฟีปฏิเสธข้อเสนอเรื่องนางบำเรออย่างเด็ดขาด เพราะในฐานะสาวใช้ของตระกูลบริดเจอร์ตัน การมี “สัมพันธ์ลับ” กับลูกชายของนายจ้างเป็นเรื่องที่ทำลายชื่อเสียงของทุกคนได้หมด โซฟีจึงพยายามหางานใหม่ที่บ้านอื่น ส่วนเบเนดิกต์กลับไม่เข้าใจว่าทำไมการขอให้ผู้หญิงเป็นนางบำเรอถึงเป็นการดูถูก ในขณะเดียวกัน โศกนาฏกรรมถล่มเข้ามาเมื่อ จอห์น สเตอร์ลิง สามีของ ฟรานเชสก้า จากไปอย่างกะทันหัน ทำให้ครอบครัวบริดเจอร์ตันต้องเผชิญกับความสูญเสียอีกครั้ง
จุดเด่นที่สุดของ Part 2 คือการที่ ความสัมพันธ์ระหว่างเบเนดิกต์กับโซฟี ถูกพัฒนาให้มีน้ำหนักมากขึ้นกว่าครึ่งแรกอย่างชัดเจน เบเนดิกต์ไม่ได้แค่หลงรูปหรือถูกเสน่ห์อีกต่อไป แต่เริ่มเข้าใจโลกที่กว้างกว่าสังคมชนชั้นสูงที่ตัวเองอยู่ เขาเรียนรู้ว่าความรักไม่ใช่แค่ความรู้สึกส่วนตัว แต่ยังมีเรื่องของ อำนาจ ชนชั้น และผลกระทบ ต่อคนรอบข้างด้วย การที่ ลุค ธอมป์สัน (Luke Thompson) ถ่ายทอดความขัดแย้งภายในของเบเนดิกต์ได้อย่างจริงจัง โดยเฉพาะฉากกับแม่ เลดี้ไวโอเลต (รูธ เกมเมลล์) และพี่ชาย แอนโทนี (โจนาธาน เบลีย์) ที่กลับมาจากอินเดีย ทำให้ Part 2 เป็นผลงานที่ดีที่สุดของธอมป์สันในซีรีส์

ต้องยกนิ้วให้ เยริน ฮา (Yerin Ha) ในบทโซฟี แบก เพราะเธอคือเหตุผลหลักที่ซีซั่นนี้ดูได้จนจบ โซฟีไม่ใช่ damsel in distress ธรรมดา เธอเป็นคนที่ผ่านชีวิตมาอย่างโชกโชน ถูกแม่เลี้ยงกดขี่ ถูกบังคับเป็นสาวใช้ตั้งแต่พ่อตาย แต่ยังรักษาความฉลาดและศักดิ์ศรีไว้ได้ เยริน ฮาถ่ายทอดทั้งความเปราะบางและ ความแข็งแกร่งของตัวละคร ได้ในเวลาเดียวกัน ฉากที่โซฟีต้องเผชิญหน้ากับ อารามินต้า กัน (เคที่ เหลียง) แม่เลี้ยงจอมตีสองหน้า เป็นฉากที่ตึงเครียดและทรงพลังมาก ตัวละครโซฟีถูกเขียนบทมาดีจนน่าจะเป็นนางเอกที่มี มิติลึกที่สุด ในซีรีส์ Bridgerton ทั้งหมด
เคที่ เหลียง (Katie Leung) ในบทเลดี้อารามินต้า กัน ยังคงเป็นตัวร้ายที่น่าหมั่นไส้อย่างสม่ำเสมอ Part 2 เพิ่มมิติให้ตัวละครนี้มากขึ้น เราได้เห็นว่าอารามินต้าไม่ได้ชั่วร้ายแบบไร้เหตุผล เธอเป็นแม่ม่ายที่พยายามหา สามีที่ดี ให้ลูกสาวอย่าง โรซามันด์ (มิเชลล์ เหมา) ในขณะที่กดขี่ โพซี (อิซาเบลลา เว่ย) ลูกสาวอีกคนอย่างไม่เป็นธรรม ฉากที่อารามินต้าสั่งจับโซฟีในข้อหาลักทรัพย์ เป็นจุดพลิกผันที่ทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ แม้ว่าจะคาดเดาได้ว่าเรื่องจะจบดี แต่ความตึงเครียดที่สร้างขึ้นมานั้นทำงานได้ผลจริงๆ
เส้นเรื่องของ ฟรานเชสก้า (ฮันนาห์ ด็อดด์) เป็นอีกหนึ่งจุดที่โดดเด่นใน Part 2 การจากไปของ จอห์น สเตอร์ลิง สร้างความสะเทือนใจอย่างแรง ฟรานเชสก้าต้องแบกรับความรู้สึกผิดที่ไม่สามารถมีลูกให้สามีได้ และการปรากฏตัวของ มิเคลา สเตอร์ลิง (มาซาลี บาดูซา) ลูกพี่ลูกน้องของจอห์น เริ่มเปิดประตูไปสู่เรื่องราวใหม่ที่แฟนนิยายรอคอย ซีรีส์วาง groundwork สำหรับซีซั่นถัดไปได้อย่างแนบเนียน โดยไม่ได้ยัดเรื่องมากจนเกินไป
ถ้าจะพูดตรงๆ เส้นเรื่อง เลดี้วิสเซิลดาวน์ ในซีซั่นนี้เริ่มรู้สึกว่าหมดแรงดึงดูดไปพอสมควร ตั้งแต่ตอนที่ทุกคนรู้แล้วว่า เพเนโลพี (นิโคลา คอฟลัน) คือคนเขียน ความลึกลับที่เคยเป็นเสน่ห์หลักของซีรีส์ก็หายไป Part 2 พยายามสร้างประเด็นใหม่จากการที่เพเนโลพีอยากเลิกเขียน แต่ ควีนชาร์ลอตต์ (โกลดา โรชูเอล) ไม่ยอม ซับพล็อตนี้ดูเหมือนจะพยายามบอกลาเรื่องวิสเซิลดาวน์ แต่ก็ยังลากไปอีก ส่วนตัวรู้สึกว่าถ้าเก็บตัวตนของวิสเซิลดาวน์เป็นความลับไว้ ซีรีส์จะน่าสนใจกว่านี้มาก
แฟนๆ ที่รอ แอนโทนี (โจนาธาน เบลีย์) กับ เคท (ซิโมน แอชลีย์) กลับมา อาจจะผิดหวังนิดหน่อย เพราะทั้งสองปรากฏตัวแค่สั้นๆ แอนโทนีกลับมาจากอินเดียพร้อมลูกชายเพื่อพูดคุยกับเบเนดิกต์เรื่องการตัดสินใจที่จะทิ้งสถานะทางสังคม แม้ว่าฉากระหว่างสองพี่น้องจะทรงพลัง แต่การที่คู่รักขวัญใจจากซีซั่น 2 โผล่มาแค่แป๊บเดียวนั้นน่าเสียดาย ยิ่งรวมถึงการที่ แดฟนี (ฟีบี้ ไดน์เวอร์) กับ ไซมอน (เร-ฌ็อง เพจ) ยังคงหายไปจากจอ ก็ยิ่งรู้สึกว่าซีรีส์ขาดความเชื่อมโยงกับรุ่นก่อนๆ
ตอนจบของซีซั่นนี้ให้ความรู้สึก happy ending แบบรีบจัด เบเนดิกต์ใช้เวลานานเหลือเกินกว่าจะรู้ว่าโซฟีคือ เลดี้ในชุดสีเงิน คนเดียวกันที่เขาตามหา ตรงนี้ต้องบอกเลยว่าทำให้อยากตบหัวตัวละครมาก เพราะดูแล้วมันชัดขนาดนี้ยังไม่รู้อีก แต่เมื่อทุกอย่างคลี่คลาย ฉากงานเต้นรำในชนบทที่ดัดแปลงมาจากนิยาย An Offer from a Gentleman ของ จูเลีย ควินน์ ก็ทำให้ใจฟูขึ้นมาอีกครั้ง เรื่องรักของเบเนดิกต์กับโซฟีจบลงด้วย ความหวาน ที่แฟนซีรีส์รอคอย

ถ้าถามว่า Bridgerton ซีซั่น 4 ดีไหม คำตอบคือดี แต่ถ้าถามว่าดีที่สุดไหม ก็ต้องบอกว่ายังไม่ถึง ซีซั่น 2 ของ แอนโทนีกับเคท ยังคงเป็นซีซั่นที่ทำให้หัวใจเต้นแรงที่สุด มี wow factor ที่ซีซั่น 4 ยังตามไม่ทัน โครงเรื่องแบบ ซินเดอเรลล่า ทำให้ทิศทางของเรื่องเดาได้ง่ายกว่าซีซั่นอื่น แม้จะไม่เคยรู้สึกเบื่อ แต่ก็ขาดความเซอร์ไพรส์ที่ซีซั่นก่อนๆ สร้างขึ้นมาได้อย่างสวยงาม อย่างไรก็ตาม การที่ซีรีส์ได้รับการต่ออายุถึง ซีซั่น 5 และ 6 ทำให้มั่นใจได้ว่ายังมีเรื่องรักของพี่น้องบริดเจอร์ตันอีกหลายคนรอให้ตามดู
สิ่งที่ทำให้ซีซั่นนี้คุ้มค่ากับการดูมากที่สุดคือตัวละคร โซฟี แบก เธอเป็นนางเอกที่มีมิติลึกที่สุดในซีรีส์ Bridgerton ทั้งหมด ไม่ใช่แค่สวยรอเจ้าชายมาช่วย แต่เป็นผู้หญิงที่ฉลาด ใจแข็ง และรู้จักคุณค่าของตัวเอง ท่ามกลาง สังคมรีเจนซี ที่ผู้หญิงต้องพึ่งพาผู้ชายเพื่อความอยู่รอด โซฟีเลือกที่จะปฏิเสธข้อเสนอที่ดูถูกศักดิ์ศรี แม้ว่ามันจะหมายถึงการสูญเสียทุกอย่าง และนั่นทำให้เธอกลายเป็นตัวละครที่เปลี่ยนเบเนดิกต์จากเพลย์บอยไร้ทิศทางให้กลายเป็นผู้ชายที่ดีขึ้น
Bridgerton ซีซั่น 4 Part 2 ปิดฉากเรื่องรักของเบเนดิกต์กับโซฟีได้ดี แม้จะไม่สมบูรณ์แบบ แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้แฟนซีรีส์พึงพอใจ เส้นเรื่อง “มาเป็นนางบำเรอ” อาจจะเป็นจุดที่หลายคนรับไม่ได้ แต่การที่โซฟีเปลี่ยนเบเนดิกต์จากคาสโนว่าให้กลายเป็น ผู้ชายที่รู้จักรักจริง นั่นแหละคือแก่นของซีซั่นนี้ ส่วนตัวแล้วเบเนดิกต์กลายเป็นตัวละครที่ชอบรองจากลอร์ดแอนโทนี สำหรับใครที่ชอบ ซีรีส์โรแมนติก Netflix ที่มีทั้งดราม่า ความรัก และความหวาน ไม่ควรพลาดซีซั่นนี้ เพราะยังมีพี่น้องบริดเจอร์ตันอีกหลายคนและเรื่องรักของพวกเขารอเราอยู่ มาแชร์ความคิดเห็นกันในคอมเมนต์ว่าซีซั่นนี้โดนใจตรงไหน แล้วอย่าลืมแชร์รีวิวนี้ให้คนที่ชื่นชอบซีรีส์โรแมนติกย้อนยุคด้วย!
- ชื่อเรื่องในภาษาไทย: บริดเจอร์ตัน: วังวนรัก เกมไฮโซ
- ประเภท: โรแมนติก, ดราม่า, ย้อนยุค
- วันที่ออกฉาย: 26 กุมภาพันธ์ 2569 (Part 2)
- นักแสดงนำ: ลุค ธอมป์สัน (Luke Thompson), เยริน ฮา (Yerin Ha), นิโคลา คอฟลัน (Nicola Coughlan), ฮันนาห์ ด็อดด์ (Hannah Dodd), เคที่ เหลียง (Katie Leung), โจนาธาน เบลีย์ (Jonathan Bailey)
- Showrunner: เจสส์ บราวเนลล์ (Jess Brownell)
- จำนวนตอน: 8 ตอน (Part 1: ตอนที่ 1-4 / Part 2: ตอนที่ 5-8)
- อ้างอิงจากนิยาย: An Offer from a Gentleman โดย จูเลีย ควินน์ (Julia Quinn)
- ช่องทางการดูในประเทศไทย: Netflix
Bridgerton ซีซั่น 4 Part 2 รักข้ามชนชั้นที่หวานแต่ยังขาดมนต์เสน่ห์
โครงเรื่อง - 6.8
การแสดง - 8.2
โปรดักชัน - 8.5
ความบันเทิง - 7.2
ความคุ้มค่าในการรับชม - 7.3
7.6
Bridgerton ซีซั่น 4 Part 2 แก้จุดอ่อนจากครึ่งแรกได้ดี เคมีระหว่างเบเนดิกต์กับโซฟีเข้มข้นขึ้น การแสดงของเยริน ฮาโดดเด่น และตัวละครโซฟีเป็นนางเอกที่มีมิติมากที่สุดในซีรีส์ แต่โครงเรื่องแบบซินเดอเรลล่าทำให้ทิศทางเดาได้ง่าย ตอนจบรู้สึกรีบร้อน และเส้นเรื่องเลดี้วิสเซิลดาวน์เริ่มหมดแรงดึงดูด เมื่อเทียบกับซีซั่นก่อนๆ ยังขาดความเซอร์ไพรส์ แต่โดยรวมยังเป็นซีรีส์ที่ดูสนุกและคุ้มค่ากับเวลา
![[รีวิว-เรื่องย่อ] The Night Agent ซีซั่น 3 สายลับที่ดีที่สุดบน Netflix](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/02/Review-The-Night-Agent-Season-3.webp)
![[รีวิว-เรื่องย่อ] 56 วันก่อนตาย | 56 Days (2026)](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/02/Review-56-Days-2026.webp)
![[รีวิว-เรื่องย่อ] The Last Thing He Told Me ซีซั่น 2 (2026)](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/02/Review-the-last-thing-he-told-me-season-2.webp)
![[รีวิว-เรื่องย่อ] มอเตอร์วัลลีย์ | Motorvalley (2026) ซีรีส์แข่งรถอิตาลี](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/02/Review-Motorvalley-2026.webp)
![[รีวิว-เรื่องย่อ] Cross ซีซั่น 2 ซีรีส์สืบสวนล่าเศรษฐีชั่ว Prime Video](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/02/Review-Cross-Season-2.webp)
![[รีวิว-เรื่องย่อ] เด็กพิษตะกั่ว | Lead Children (2026) ซีรีส์ดราม่าเรื่องจริงสุดสะเทือนใจ](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/02/Review-Lead-Children-2026.webp)
![[รีวิว-เรื่องย่อ] ทางไปสวรรค์จากเบลฟาสต์ | How to Get to Heaven from Belfast (2026)](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/02/Review-How-to-Get-to-Heaven-from-Belfast-2026.webp)