![[รีวิว-เรื่องย่อ] Dark Moon: The Blood Altar (2026)](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/01/Review-Dark-Moon-The-Blood-Altar-2026.webp)
- Dark Moon: The Blood Altar เป็นอนิเมะดัดแปลงจากเว็บตูนดังที่มียอดรับชมกว่า 200 ล้านครั้ง สร้างจากจักรวาล ENHYPEN
- ตัวละครทั้ง 7 มีบุคลิกที่แตกต่างกันชัดเจน ไม่สับสนว่าใครคือใคร ซึ่งเป็นเรื่องยากในอนิเมะแนว reverse harem
- ภาพและแอนิเมชันสวยงาม เพลงประกอบจาก ENHYPEN ทำให้บรรยากาศน่าติดตาม
- เนื้อเรื่องค่อนข้างคุ้นเคย ใช้สูตรแวมไพร์ทั่วไป ยังขาดความน่ากลัวและความลึกซึ้ง
เคยสงสัยไหมว่า ถ้าวันหนึ่งต้องไปเรียนที่โรงเรียนที่เต็มไปด้วยแวมไพร์ทั้ง 7 คน จะรู้สึกอย่างไร? และถ้าตัวเองเป็นคนที่มีพลังเหนือมนุษย์แต่กลับถูกเกลียดชังว่าเป็นแวมไพร์มาตลอดชีวิต แล้วต้องมาพบว่าหนุ่มๆ ที่โรงเรียนใหม่ล้วนเป็นแวมไพร์จริงๆ ทั้งนั้น มันจะน่าตื่นเต้นหรือน่ากลัวกันแน่? อนิเมะ Dark Moon: The Blood Altar (2026) ของค่าย Troyca พาเราไปพบกับโลกมืดมนของแวมไพร์และมนุษย์ผู้แข็งแกร่ง ในเรื่องราวที่ดัดแปลงมาจาก เว็บตูนดัง ของ HYBE ร่วมกับวงบอยแบนด์เกาหลี ENHYPEN ที่มียอดรับชมไปกว่า 200 ล้านครั้งทั่วโลก
เรื่องราวเกิดขึ้นที่เมืองชายทะเล Riverfield ซึ่งมี โรงเรียน Decelis Academy ตั้งอยู่ ภายในโรงเรียนแห่งนี้มีหนุ่มลึกลับ 7 คนที่แบ่งปันความลับเดียวกัน นั่นคือพวกเขาทั้งหมดเป็นแวมไพร์ที่ซ่อนอดีตอันมืดมน ตัวละครหลักคือ Sooha แสดงเสียงโดย Fuka Izumi สาวน้อยวัย 16 ที่มีพลังเหนือมนุษย์แต่กลับถูกเข้าใจผิดว่าเป็นแวมไพร์มาตลอด หลังจากถูกกล่าวหาว่าเป็นแวมไพร์และถูกโทษว่าทำให้เพื่อนสมัยเด็กตายไป เธอจึงตัดสินใจย้ายมาเรียนที่ Decelis Academy ซึ่งเป็นโรงเรียนกลางคืนที่ห้ามสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติอย่างแวมไพร์และมนุษย์หมาป่าเข้ามาได้
แต่สิ่งที่ Sooha ไม่รู้ก็คือ โรงเรียนแห่งนี้กลับเต็มไปด้วยแวมไพร์ทั้ง 7 คนที่เธอต้องพบเจอ Heli แสดงเสียงโดย Kikunosuke Toya หนุ่มชั้น ม.6 ผู้เป็นหัวหน้าและกัปตันทีม Nightball มีพลังอ่านใจ สงบและน่าเชื่อถือ Ian แสดงเสียงโดย Hiroto Shimizu หนุ่มชั้น ม.5 ที่แข็งแกร่งและหลงใหลในการต่อสู้ มีใจดีและตรงไปตรงมา Jino แสดงเสียงโดย Shugo Nakamura หนุ่มชั้น ม.5 ที่ชอบเล่นกับไฟและเป็นคนใจดีใส่ใจผู้อื่น Solon แสดงเสียงโดย Jin Ogasawara หนุ่มชั้น ม.4 ที่เป็นลูกครึ่งแวมไพร์-มนุษย์หมาป่า ระมัดระวังและเก็บตัว Shion แสดงเสียงโดย Shunichi Toki หนุ่มชั้น ม.4 ที่มีพลังเสน่ห์ ร่าเริงและเป็นมิตร และอีกสองคนที่มีพลังพิเศษของตัวเอง

เมื่อหนุ่มๆ แวมไพร์ทั้ง 7 รู้ตัวว่า Sooha เข้ามาในโรงเรียน พวกเขากลับรู้สึกถูกดึงดูดเข้าหาเธอโดยไม่อาจต้านทานได้ แม้ว่า Sooha จะแสดงความเกลียดชังแวมไพร์อย่างชัดเจนก็ตาม ความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างมนุษย์และแวมไพร์เริ่มก่อตัวขึ้น พร้อมกับเหตุการณ์แปลกประหลาดที่เริ่มเกิดขึ้นในเมือง ความลับเก่าๆ และบาปในอดีตของทั้ง 7 คนค่อยๆ ถูกเปิดเผย โลกของพวกเขาเริ่มแตกสลาย
สิ่งที่ทำให้ Dark Moon: The Blood Altar โดดเด่นจากอนิเมะแนว reverse harem อื่นๆ ก็คือ การออกแบบตัวละครที่ชัดเจน แม้จะมีหนุ่มถึง 7 คน แต่ก็ไม่รู้สึกสับสนว่าใครคือใคร แต่ละคนมีสีประจำตัว บุคลิก และเสียงที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นเรื่องยากมากในอนิเมะแนวนี้ นักพากย์เสียงทั้งภาษาญี่ปุ่นและภาษาอังกฤษ (พากย์โดยทีม UK) ทำได้ดีมาก ช่วยให้แต่ละตัวละครมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น
Sooha เป็นตัวละครหญิงที่น่าสนใจ เธอไม่ใช่นางเอกที่สมบูรณ์แบบเกินไป หรือสาวที่ตกหลุมรักหนุ่มทุกคนทันที กลับกัน เธอแสดงความเกลียดชังแวมไพร์อย่างชัดเจน มีความรู้สึกจริงและเป็นมนุษย์ที่ต้องการเพื่อนอย่างแท้จริง เธอพยายามเปลี่ยนแปลงตัวเอง แม้จะถูกทำร้ายและปฏิเสธมาหลายครั้ง พลังเหนือมนุษย์ ของเธอทำให้เธอต่างจากคนอื่น และเป็นสาเหตุที่เธอถูกแยกออกมาตลอดชีวิต การแสดงของนักพากย์สะท้อนความเหงา ความหวัง และความกล้าหาญของเธอได้ดีมาก
หนุ่มแวมไพร์ทั้ง 7 แม้จะเข้าสูตร boy band cliches ตามที่คาดไว้ (เพราะตัวละครถูกสร้างขึ้นจากสมาชิก ENHYPEN จริงๆ) แต่ก็ยังมีเสน่ห์และน่ารักในแบบของตัวเอง Heli เป็นหัวหน้าที่สงบและน่าเชื่อถือ Ian เป็นพี่ชายที่ตรงไปตรงมา Jino เป็นคนใจดีเหมือนสุนัขตัวใหญ่ที่เป็นมิตร Solon เป็นคนที่ต้องรับความเครียดจากการเก็บความลับ และ Shion เป็นคนร่าเริงที่สร้างบรรยากาศสนุก ทุกคนมีความลับและบาดแผลจากอดีตที่ยังไม่ถูกเปิดเผยอย่างเต็มที่ในตอนแรก
สตูดิโอ Troyca ทำภาพและแอนิเมชันได้สวยงามมาก เน้นไปที่โทนสีมืด เงา และแสงที่สวยงาม โดยเฉพาะฉากในโรงเรียนที่มีบรรยากาศโกธิก การออกแบบตัวละครมีรายละเอียด สีสันสดใส และดูทันสมัย ฉากแอ็คชั่นที่ Sooha แสดงพลังเหนือมนุษย์ของเธอทำได้ลื่นไหลและน่าตื่นเต้น การเคลื่อนไหวของตัวละครดูเป็นธรรมชาติ โดยเฉพาะช่วงที่พวกเขาแสดงพลังพิเศษต่างๆ ของตัวเอง
ฉากต่างๆ มีการใช้ สัญลักษณ์ เช่น เลือด กระจก และดวงจันทร์ ซึ่งเชื่อมโยงกับ music videos ของ ENHYPEN อย่าง “Given-Taken”, “Drunk-Dazed” และ “Blessed-Cursed” ที่สร้างจักรวาลเดียวกันนี้มาตั้งแต่ปี 2021 ภาพในอนิเมะจึงมีความต่อเนื่องกับผลงานดนตรีของวง ทำให้แฟนคลับ ENHYPEN ตื่นเต้นและรู้สึกถึงความเชื่อมโยงระหว่างสื่อต่างๆ
เพลงประกอบของอนิเมะมาจาก ENHYPEN โดยตรง เพลงเปิดคือ “One In A Billion (Japanese Ver.)” และเพลงปิดคือ “CRIMINAL LOVE” และ “Fatal Trouble” ทั้งหมดร้องโดยสมาชิกวงเอง เพลงเหล่านี้มาจากอัลบั้ม EP พิเศษ Memorabilia ที่วางจำหน่ายเมื่อเดือนพฤษภาคม 2024 โดยเฉพาะเพื่อโปรเจกต์ Dark Moon
ดนตรีประกอบของ Naoki “naotyu” Chiba สร้างบรรยากาศที่ลึกลับและตึงเครียด เหมาะกับธีมของเรื่องมาก เสียงดนตรีช่วยเสริมอารมณ์ของตัวละคร โดยเฉพาะในฉากที่มีความขัดแย้งหรือความลับเริ่มถูกเปิดเผย การผสมผสานระหว่างดนตรีแบบออร์เคสตราและเสียงอิเล็กทรอนิกส์ทำให้รู้สึกทันสมัยแต่ก็ยังมีความเป็นแฟนตาซีในเวลาเดียวกัน

บทเขียนโดย Touko Machida มีทั้งจุดดีและจุดที่ต้องปรับปรุง ตอนแรกของอนิเมะมีหน้าที่แนะนำตัวละครทั้งหมดและสร้างโลกของเรื่อง ซึ่งทำได้ดี เราได้เห็นบุคลิกของแต่ละคน ความสัมพันธ์ระหว่างกัน และความขัดแย้งเริ่มต้น โครงสร้างเรื่องดูเหมือนเกม Tetris ที่ชิ้นส่วนต่างๆ เริ่มเคลื่อนที่และจะประกอบเข้าด้วยกันในตอนต่อๆ ไป
อย่างไรก็ตาม เนื้อเรื่องยังค่อนข้างคุ้นเคย ใช้สูตรแวมไพร์ทั่วไป คล้ายกับ Buffy the Vampire Slayer หรืออนิเมะแนว reverse harem อื่นๆ ที่มีหนุ่มหลายคนล้อมรอบหญิงสาวคนเดียว แม้จะมีองค์ประกอบที่น่าสนใจ เช่น Sooha ที่เกลียดชังแวมไพร์แต่กลับต้องมาอยู่กับพวกเขา หรือความลับของหนุ่มๆ ที่ยังไม่ถูกเปิดเผย แต่ก็ยังไม่มีอะไรที่ช็อกหรือแปลกใหม่มากพอที่จะทำให้ติดตาม
สิ่งที่ขาดไปคือความน่ากลัว ถึงแม้ชื่ออนิเมะจะเป็น “Dark Moon: The Blood Altar” ที่ฟังดูน่าสยดสยอง แต่จริงๆ แล้วอนิเมะเรื่องนี้ไม่ได้เน้นความสยองขวัญเลย หนุ่มแวมไพร์ดูไม่น่ากลัวหรือเป็นภัยคุกคามใดๆ ตอนแรกส่วนใหญ่เป็นฉาก Sooha เล่นสนุกกับหนุ่มๆ และแสดงพลังพิเศษของแต่ละคน บรรยากาศค่อนข้างเบาและสนุกสนาน ไม่มีความตึงเครียดหรือความมืดมนที่คาดหวัง เมื่อเทียบกับ K-Pop Demon Hunters ซึ่งเป็นอนิเมะ K-pop แนวสยองขวัญอีกเรื่อง Dark Moon กลับดูอ่อนกว่ามาก
การเขียนบทยังไม่ได้เจาะลึกธีมต่างๆ ที่น่าสนใจมากนัก เช่น ความลำเอียงต่อแวมไพร์ ความแตกต่างระหว่างมนุษย์และสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติ หรือการต่อสู้กับอดีตที่มืดมน แทนที่จะเป็นเรื่องราวที่ท้าทายและซับซ้อน มันกลับเป็นแค่เรื่องราวโรแมนติกที่เบาๆ กับพื้นฐานแฟนตาซี ซึ่งก็ไม่ได้แย่ แต่อาจทำให้ผู้ที่คาดหวังเรื่องราวแวมไพร์ที่ลึกซึ้งผิดหวังได้
หนึ่งในจุดขายสำคัญของ Dark Moon: The Blood Altar คือ ความเชื่อมโยงกับวง ENHYPEN ตัวละครทั้ง 7 ได้รับแรงบันดาลใจจากสมาชิกจริงของวง และเรื่องราวสร้างจากจักรวาลที่ปรากฏใน music videos ของพวกเขา สำหรับแฟนคลับ ENHYPEN สิ่งนี้เป็นโบนัสใหญ่ เพราะได้เห็นตัวละครที่รักในรูปแบบใหม่ การใช้เพลงของวงเป็นเพลงประกอบก็เพิ่มความตื่นเต้น
อย่างไรก็ตาม สำหรับคนที่ไม่ได้เป็นแฟนคลับวง ความเชื่อมโยงนี้อาจไม่ได้สำคัญมากนัก และอาจทำให้รู้สึกว่าอนิเมะเรื่องนี้เป็นแค่โฆษณาของวงมากกว่าเรื่องราวที่ยืนอยู่ได้ด้วยตัวเอง การที่ตัวละครถูกออกแบบมาจาก idol จริงๆ ก็ทำให้พวกเขาเข้าสูตร boy band cliches ได้ง่าย และขาดความเป็นตัวตนที่ลึกซึ้ง
สำหรับคนที่อ่านเว็บตูนต้นฉบับมาแล้ว หลายคนบอกว่าอนิเมะภักดีต่อต้นฉบับมาก ทั้งการออกแบบตัวละคร โครงเรื่อง และบรรยากาศ ยิ่งถ้าอ่านเว็บตูนมาก่อน จะรู้สึกตื่นเต้นที่ได้เห็นตัวละครเคลื่อนไหวและมีเสียง การพากย์เสียงทั้งภาษาญี่ปุ่นและอังกฤษก็ตรงกับตัวละครมาก
เว็บตูน Dark Moon: The Blood Altar ถูกเผยแพร่บน Naver Webtoon และ Line Webtoon ตั้งแต่ 15 มกราคม 2022 จนถึง 12 สิงหาคม 2023 มีทั้งหมด 70 ตอน มียอดรับชมกว่า 200 ล้านครั้งทั่วโลก นอกจากนี้ยังมี web novel บน Wattpad ที่มีเนื้อเรื่องแตกต่างจากเว็บตูนอีกด้วย อนิเมะนี้เป็นส่วนหนึ่งของ Project Dark Moon ซึ่งเป็นโปรเจกต์มัลติมีเดียขนาดใหญ่ของ HYBE ที่ผสมผสานดนตรี ภาพยนตร์ นิยาย แอนิเมชัน และสื่ออื่นๆ เข้าด้วยกัน
ตอนที่ 2 ของอนิเมะชื่อ “Crescent Moon: The Wolves Who Climbed Over The Wall” (พระจันทร์เสี้ยว: หมาป่าที่ปีนกำแพง) ซึ่งจะนำเสนอกลุ่มใหม่ – มนุษย์หมาป่า ที่มาท้าทายหนุ่มแวมไพร์ที่ Decelis Academy เราจะได้เห็น Sooha ต่อสู้กับผู้บุกรุกคนหนึ่ง และความขัดแย้งระหว่างสองเผ่าพันธุ์จะเริ่มขึ้น

Dark Moon: The Blood Altar เป็นอนิเมะที่มีทั้งจุดแข็งและจุดอ่อน จุดแข็งคือ ภาพที่สวยงาม การออกแบบตัวละครที่ชัดเจน นักพากย์เสียงที่ทำได้ดี และดนตรีจาก ENHYPEN ที่น่าตื่นเต้น ตัวละครหลัก Sooha เป็นนางเอกที่มีมิติ ไม่ใช่แค่สาวที่รอให้หนุ่มๆ ช่วยเหลือ แต่เป็นคนที่มีความแข็งแกร่งและความรู้สึกจริง หนุ่มแวมไพร์ทั้ง 7 แม้จะเข้าสูตรทั่วไป แต่ก็มีเสน่ห์และบุคลิกที่แตกต่างกันชัดเจน
อย่างไรก็ตาม จุดอ่อนคือ เนื้อเรื่องที่ยังคุ้นเคย และขาดความน่ากลัวหรือความลึกซึ้งที่ควรจะมีในเรื่องราวแวมไพร์ที่มีชื่อว่า “The Blood Altar” ตอนแรกดูเหมือนจะเน้นไปที่ความสนุกสนานและการแนะนำตัวละครมากกว่าการสร้างบรรยากาศลึกลับหรือน่ากลัว สำหรับคนที่คาดหวังแวมไพร์สยองขวัญจริงจัง อาจจะผิดหวัง แต่สำหรับคนที่ชอบแนว reverse harem ที่มีองค์ประกอบแฟนตาซี หรือแฟนคลับ ENHYPEN ที่อยากเห็นจักรวาลของวงในรูปแบบอนิเมะ เรื่องนี้ก็น่าติดตาม
ผู้กำกับ Shōko Shiga มีโอกาสที่จะพัฒนาเรื่องราวให้ลึกซึ้งและน่าตื่นเต้นมากขึ้นในตอนต่อไป โดยเฉพาะเมื่อความลับของหนุ่มๆ เริ่มถูกเปิดเผย และความขัดแย้งกับมนุษย์หมาป่าเริ่มขึ้น หากอนิเมะสามารถสร้างความตึงเครียดและความซับซ้อนของตัวละครได้มากขึ้น มันอาจจะกลายเป็นซีรีส์ที่น่าจดจำได้
สำหรับใครที่สนใจอนิเมะแนวแฟนตาซีโรแมนติก ชอบเรื่องแวมไพร์ หรือเป็นแฟนคลับ ENHYPEN ลองดู Dark Moon: The Blood Altar ได้ แม้จะไม่ใช่อนิเมะที่สมบูรณ์แบบ แต่ก็มีเสน่ห์ในแบบของตัวเอง และอาจจะพัฒนาให้ดีขึ้นในตอนต่อๆ ไป มาแชร์ความคิดเห็นกันในคอมเมนต์ว่าคิดอย่างไรกับอนิเมะเรื่องนี้ และอย่าลืมแชร์รีวิวนี้ให้เพื่อนๆ ที่ชอบแวมไพร์และแนว reverse harem!
- ชื่อเรื่องในภาษาไทย: DARK MOON: แท่นบูชาพระจันทร์
- ชื่อเรื่องภาษาญี่ปุ่น: DARK MOON -黒の月: 月の祭壇- (Dark Moon: Kuro no Tsuki – Tsuki no Saidan)
- ชื่อเรื่องภาษาเกาหลี: DARK MOON: 달의 제단 (Dakeu Mun: Dalui Jedan)
- ประเภท: ดราม่า, แฟนตาซี, โรแมนติก, แวมไพร์, Reverse Harem
- วันที่ออกอากาศ: 10 มกราคม 2026
- จำนวนตอน: 12 ตอน
- สตูดิโอ: Troyca
- ผู้กำกับ: Shōko Shiga
- บท: Touko Machida
- เรตติ้ง IMDb: 6.0/10
- เรตติ้ง MyAnimeList: 6.71/10
- ช่องทางการดูในประเทศไทย: Bilibili Crunchyroll TrueID TrueVisions Now
อนิเมะแวมไพร์สุดมืดมนที่ทำให้หัวใจเต้นแรง แต่ยังขาดไฟบ้าง
โครงเรื่อง - 6.5
การแสดง - 7
โปรดักชัน - 7.5
ความบันเทิง - 6.8
ความคุ้มค่าในการรับชม - 6.7
6.9
Dark Moon: The Blood Altar เป็นอนิเมะดัดแปลงจากเว็บตูนดังของ HYBE และวงบอยแบนด์เกาหลี ENHYPEN ที่เล่าเรื่องราวของ 7 หนุ่มแวมไพร์ที่โรงเรียน Decelis Academy กับสาว Sooha ผู้มีพลังเหนือมนุษย์แต่กลับเกลียดชังแวมไพร์อย่างสุดซึ้ง เมื่อเธอย้ายมาเรียนที่โรงเรียนกลางคืนแห่งนี้ เหล่าหนุ่มแวมไพร์กลับรู้สึกดึงดูดเธอโดยไม่อาจห้ามใจได้ แม้อนิเมะจะมีภาพสวยงามและตัวละครน่ารัก แต่ก็ยังขาดความลึกซึ้งและความน่ากลัวที่ควรจะมี เหมาะสำหรับคนที่ชอบแนว reverse harem และแฟนคลับ ENHYPEN มากกว่าคนที่อยากดูแวมไพร์สยองขวัญจริงจัง
![[รีวิว-เรื่องย่อ] High School! Kimengumi (2026) อนิเมะคอมเมดี้สุดบ้าสไตล์ยุค 80s](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/01/Review-High-School-Kimengumi-2026.webp)
![[รีวิว-เรื่องย่อ] ยากเล่นโหด ขอโหมดนรก | HELL MODE (2026)](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/01/Review-HELL-MODE-2026.webp)
![[รีวิว-เรื่องย่อ] เดดแอ็กเคานต์ พิฆาตบัญชีมรณะ | Dead Account (2026)](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/01/Review-Dead-Account-2026.webp)
![[รีวิว-เรื่องย่อ] กระจอกอย่างแกยังไงก็แพ้จอมมาร | Roll Over and Die (2026)](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/01/Review-Roll-Over-and-Die-2026.webp)
![[รีวิว-เรื่องย่อ] A Misanthrope Teaches a Class for Demi-Humans (2026)](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/01/Review-A-Misanthrope-Teaches-a-Class-for-Demi-Humans.webp)
![[รีวิว-เรื่องย่อ] Reincarnated as a Dragon Hatchling (2026)](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/01/Review-Reincarnated-as-a-Dragon-Hatchling.webp)
![[รีวิว-เรื่องย่อ] ผู้กล้าสวะ | Scum of the Brave (2026)](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/01/Review-Scum-of-the-Brave.webp)
![[รีวิว-เรื่องย่อ] เมื่อสาวหล่อขอมีรัก | In the Clear Moonlit Dusk (2026)](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/01/Review-In-the-Clear-Moonlit-Dusk.webp)