รีวิวซีรีส์ญี่ปุ่น

[รีวิว-เรื่องย่อ] Gimbap and Onigiri (2026)

  • ซีรีส์โรแมนติกคอมเมดี้ที่เล่าเรื่องความรักข้ามวัฒนธรรมระหว่างนักศึกษาเกาหลีกับเชฟญี่ปุ่นผ่านเมนูโอนิงิริที่อบอุ่น
  • การแสดงของ Eiji Akaso และ Kang Hye-won มีเคมีที่ดี ถ่ายทอดความรู้สึกได้ธรรมชาติและน่าติดตาม
  • เนื้อเรื่องเน้นการเล่าแบบออร์แกนิก สะท้อนความรักในชีวิตจริง ไม่โอเวอร์จนเกินไป จังหวะเหมาะสมกับการสร้างสายสัมพันธ์
  • ซีรีส์เป็นส่วนหนึ่งของเทรนด์คอลแลบญี่ปุ่น-เกาหลีที่กำลังมาแรงบนแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งระดับโลก

เคยสงสัยไหมว่าอาหารจานเดียวสามารถเปลี่ยนชีวิตของเราได้จริงหรือ? บางทีมันอาจจะไม่ได้เป็นเมนูหรูหราจากร้านมิชลิน แต่เป็นแค่ข้าวปั้นธรรมดาที่ทำด้วยใจ ซึ่งกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความรักที่อบอุ่น ซีรีส์ Gimbap and Onigiri (2026) บน Netflix พาเราไปพบกับเรื่องราวโรแมนติกข้ามวัฒนธรรมระหว่างนักศึกษาแอนิเมชั่นชาวเกาหลีที่กำลังดิ้นรนหาที่อยู่ในญี่ปุ่นกับหนุ่มพาร์ทไทม์ในร้านอาหารที่เคยเป็นนักกีฬาดาวรุ่ง ความรักของพวกเขาเริ่มต้นจากโอนิงิริที่เรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความหมาย ซีรีส์เรื่องนี้เป็นการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมญี่ปุ่นและเกาหลีอย่างลงตัว ด้วยนักแสดงนำอย่าง Eiji Akaso และ Kang Hye-won อดีตสมาชิกวง IZ*ONE ที่มีเคมีกันสุดๆ

Gimbap and Onigiri เล่าเรื่องของ ปาร์ค ริน (Park Rin) นักศึกษาปริญญาโทสาขาแอนิเมชั่นจากเกาหลีใต้ที่กำลังศึกษาอยู่ในญี่ปุ่น เธอเพิ่งส่งงานที่ยากลำบากได้ทัน แต่แล้วก็ได้รับแจ้งว่าต้องย้ายออกจากหอพักนักศึกษา สำหรับชาวต่างชาติอย่างเธอ การหาที่อยู่ในญี่ปุ่นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เธอเหนื่อยล้าทั้งร่างกายและจิตใจจากการหาบ้านเช่า จนกระทั่งวันหนึ่งเธอเดินเข้าไปในร้าน “Tanomi” ร้านอาหารเล็กๆ ที่อบอุ่น และได้พบกับโอนิงิริที่ทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นและเต็มอิ่ม โอนิงิริที่ดูธรรมดานั้นกลายเป็นปลายทางแห่งความสุขและความอิ่มท้องที่เธอกำลังมองหา

ในอีกด้านหนึ่ง ฮาเสะ ไทงะ (Hase Taiga) เคยเป็นนักกีฬาวิ่งผลัดมหาวิทยาลัยที่มีอนาคตสดใส แต่อนาคตของเขาพังทลายลงเพราะผลงานที่แย่ในช่วงการแข่งขันสำคัญ ตอนนี้เขาทำงานพาร์ทไทม์ที่ร้าน Tanomi มาสามปีแล้ว แม้เขาจะไม่มีความฝันอะไรเป็นพิเศษ แต่เขาเริ่มรู้สึกว่างานนี้ให้ความสุขกับเขา โดยเฉพาะเมื่อเจ้าของร้านให้เขาคิดเมนูใหม่ๆ ซึ่งทำให้เขาได้แสดงความสามารถในการทำอาหาร

เมื่อปาร์ค รินและฮาเสะ ไทงะพบกันที่ร้าน Tanomi สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความรักฟ้าผ่าแบบในซีรีส์ทั่วไป แต่เป็นการเชื่อมต่อที่เกิดขึ้นอย่างช้าๆ ผ่านอาหารที่เรียบง่ายและช่วงเวลาที่ใช้ร่วมกัน รินรู้สึกประทับใจกับโอนิงิริที่ไทงะทำให้ ขณะที่ไทงะเริ่มสนใจรินและความฝันของเธอ ทั้งสองคนต่างมีภูมิหลังและวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน เหมือนกับคิมบับและโอนิงิริที่ดูคล้ายกันแต่มีรายละเอียดที่แตกต่าง แต่ความแตกต่างนั้นกลับทำให้พวกเขาเข้ากันได้ดี

Gimbap and Onigiri (2026) #1

Eiji Akaso ในบทฮาเสะ ไทงะถ่ายทอดความเป็นหนุ่มที่สูญเสียความมั่นใจแต่กำลังค้นหาตัวเองใหม่ได้อย่างน่าเชื่อถือ เขาแสดงความละเอียดอ่อนในการทำอาหารและการดูแลรินอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ได้เป็นฮีโร่ที่สมบูรณ์แบบ แต่เป็นคนธรรมดาที่กำลังพยายามหาจุดยืนของตัวเอง การแสดงของ Akaso มีความอบอุ่นและเรียบง่าย ทำให้ตัวละครของเขาดูเป็นมิตรและน่าเข้าใจ เขาเคยแสดงในซีรีส์ญี่ปุ่นหลายเรื่อง และในเรื่องนี้เขาแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการถ่ายทอดอารมณ์แบบเงียบๆ ที่ลึกซึ้ง

Kang Hye-won อดีตสมาชิกวงไอดอลเกาหลี IZONE ในบทปาร์ค รินแสดงได้ดีมาก แม้ว่านี่จะเป็นซีรีส์ญี่ปุ่นเรื่องแรกของเธอก็ตาม เธอถ่ายทอดความเป็นนักศึกษาที่กำลังดิ้นรนกับชีวิตประจำวันและความฝันในการเป็นแอนิเมเตอร์ได้อย่างสมจริง ฉากที่เธอบอกกับเพื่อนว่าเธอกลัวว่าตัวเองไม่สามารถจัดการกับเรื่องง่ายๆ ในชีวิตประจำวันได้อีกต่อไป เช่น การเช็คเมล หรือการนั่งรถบัส เป็นช่วงเวลาที่เขียนได้ดีมากและเธอแสดงออกมาได้น่าเชื่อถือ มันเป็นความรู้สึกที่หลายคนในชีวิตจริงเคยประสบ และทำให้ตัวละครของเธอดูเป็นคนที่เราสามารถเข้าใจและเห็นอกเห็นใจได้ ประสบการณ์ที่เธอเคยไปโปรโมตในญี่ปุ่นตอนที่อยู่ในวง IZONE ช่วยให้เธอสามารถใช้ภาษาญี่ปุ่นได้ดีและเข้าใจวัฒนธรรมการทำงานในญี่ปุ่นมากขึ้น

เคมีระหว่าง Akaso และ Kang Hye-won เป็นจุดแข็งที่สำคัญของซีรีส์เรื่องนี้ การที่พวกเขาต่างมาจากสองประเทศที่มีวัฒนธรรมแตกต่างกันทำให้การแสดงมีมิติที่น่าสนใจ พวกเขาไม่ได้เล่นแบบโอเวอร์หรือพยายามทำให้ดูโรแมนติกเกินจริง แต่ให้ความรู้สึกของคนสองคนที่กำลังค่อยๆ เปิดใจให้กันอย่างธรรมชาติ ซึ่งเป็นสไตล์ที่เหมาะกับซีรีส์แนวสไลซ์ออฟไลฟ์แบบนี้

ผู้กำกับของซีรีส์เรื่องนี้เลือกที่จะเน้นการเล่าเรื่องแบบเรียบง่ายและเป็นธรรมชาติ ไม่มีดราม่าที่เกินจริงหรือความขัดแย้งที่รุนแรง แทนที่จะเป็นการเล่าเรื่องผ่านช่วงเวลาเล็กๆ น้อยๆ ที่ตัวละครใช้ร่วมกัน เช่น การทำอาหาร การคุยกัน หรือการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ซีรีส์เรื่องนี้อาจจะทำให้บางคนรู้สึกว่าจังหวะเนิบไปหน่อย แต่สำหรับคนที่ชอบซีรีส์โรแมนติกที่ไม่เร่งรีบและต้องการดูความรักที่สร้างตัวขึ้นมาอย่างค่อยเป็นค่อยไป จังหวะแบบนี้ถือว่าเหมาะสมมาก มันให้เวลาเราได้เห็นการเติบโตของตัวละครและการสร้างสายสัมพันธ์ที่แข็งแรงขึ้นเรื่อยๆ

Gimbap and Onigiri (2026) #2

อาหารโดยเฉพาะโอนิงิริในซีรีส์เรื่องนี้ไม่ได้เป็นแค่พร็อพ แต่เป็นสัญลักษณ์ของความอบอุ่นและการเอาใจใส่ เมื่อไทงะทำโอนิงิริให้รินด้วยความใส่ใจ มันแสดงถึงความรู้สึกของเขาที่มีต่อเธออย่างชัดเจน ในทำนองเดียวกัน เมื่อรินรู้สึกอิ่มและอบอุ่นจากอาหารที่ไทงะทำให้ มันแสดงถึงการเปิดใจของเธอต่อเขา ชื่อเรื่อง “Gimbap and Onigiri” เองก็เป็นการเปรียบเทียบที่ชาญฉลาด เพราะทั้งสองอย่างเป็นข้าวปั้นที่ดูคล้ายกัน แต่มีรายละเอียดที่แตกต่าง เช่นเดียวกับรินและไทงะที่มาจากวัฒนธรรมต่างกันแต่กลับเข้ากันได้ดี

ธีมหลักของซีรีส์เรื่องนี้คือการค้นหาตัวเองและความฝันในต่างแดน รินกำลังพยายามทำตามความฝันในการเป็นแอนิเมเตอร์ แต่ก็ต้องเผชิญกับความยากลำบากในการอยู่ต่างประเทศ ไทงะกำลังพยายามหาจุดประสงค์ใหม่ในชีวิตหลังจากความฝันเดิมของเขาพังทลายลง การที่ทั้งสองคนเจอกันทำให้พวกเขาได้แรงบันดาลใจและกำลังใจจากกันและกัน นี่คือสิ่งที่ทำให้ซีรีส์เรื่องนี้ไม่ได้เป็นแค่เรื่องราวความรักธรรมดา แต่เป็นเรื่องราวของคนสองคนที่ช่วยให้กันและกันเติบโตและก้าวไปข้างหน้า

การถ่ายทำของซีรีส์เรื่องนี้เน้นบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง โดยเฉพาะฉากในร้าน Tanomi ที่ดูเหมือนร้านอาหารญี่ปุ่นเล็กๆ ที่มีความเป็นส่วนตัวและอบอุ่น การใช้แสงสว่างและสีสันที่อบอุ่นช่วยสร้างบรรยากาศที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลายและสบายใจ ฉากอาหารถูกถ่ายทำอย่างสวยงามและน่ารับประทาน ทำให้ผู้ดูอาจจะรู้สึกหิวตอนดูซีรีส์เรื่องนี้ ซึ่งเป็นจุดประสงค์หนึ่งของผู้สร้างที่ต้องการให้ผู้ดูรู้สึกถึงความอบอุ่นของอาหารบ้านเหมือนกับตัวละคร

เสียงประกอบของซีรีส์เรื่องนี้มีส่วนร่วมจากนักร้องเกาหลี Jeon Jin-hee, วง NCT WISH กับเพลง Same Sky, และศิลปินญี่ปุ่น Masanori Otoda กับเพลง Colors of Happiness เพลงประกอบเหล่านี้ช่วยเสริมบรรยากาศโรแมนติกและอบอุ่นของซีรีส์ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะเพลงของ NCT WISH ที่มีความหมายเกี่ยวกับการอยู่ใต้ท้องฟ้าเดียวกันแม้จะมาจากที่ต่างกัน ซึ่งสอดคล้องกับธีมของซีรีส์ที่เกี่ยวกับความรักข้ามวัฒนธรรม

Gimbap and Onigiri (2026) #3

Gimbap and Onigiri เป็นส่วนหนึ่งของเทรนด์ซีรีส์ร่วมผลิตญี่ปุ่น-เกาหลีที่กำลังมาแรงบนแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งระดับโลก ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เราได้เห็นซีรีส์ที่มีนักแสดงจากทั้งสองประเทศมากขึ้น เช่น What Comes After Love ที่นำแสดงโดย Lee Se-young และ Kentaro Sakaguchi, Eye Love You ที่นำแสดงโดย Fumi Nikaido และ Chae Jong-hyeop, และ Romantic Anonymous ที่กำลังจะออกอากาศโดย Han Hyo-joo และ Oguri Shun ซีรีส์เหล่านี้ไม่ได้เน้นที่ความขัดแย้งทางวัฒนธรรมหรือประวัติศาสตร์ที่ซับซ้อนระหว่างสองประเทศ แต่เน้นที่การเล่าเรื่องความรักและมิตรภาพที่เกิดขึ้นได้อย่างธรรมชาติระหว่างคนจากสองวัฒนธรรม

การผลิตซีรีส์แบบนี้สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงของคนรุ่นใหม่ทั้งในญี่ปุ่นและเกาหลีที่ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับประเด็นทางประวัติศาสตร์มากเท่าที่เคย และมองว่าวัฒนธรรมของกันและกันเป็นสิ่งที่น่าสนใจและควรเรียนรู้ แพลตฟอร์มอย่าง Netflix ได้กลายเป็นสะพานเชื่อมที่สำคัญในการทำให้ซีรีส์เหล่านี้เข้าถึงผู้ชมทั่วโลก ไม่ใช่แค่ในเอเชียเท่านั้น

สำหรับ Gimbap and Onigiri โดยเฉพาะ ซีรีส์นี้ถูกผลิตโดย TV Tokyo และสตูดิโอ Babel Label จากญี่ปุ่น ร่วมกับนักเขียนบทชาวเกาหลีอย่าง Lee Na-won ที่สามารถเขียนบทภาษาญี่ปุ่นและเกาหลีได้ การร่วมมือแบบนี้ทำให้ซีรีส์มีความถูกต้องและเข้าใจทั้งสองวัฒนธรรมอย่างลึกซึ้ง นักแสดงสมทบอย่าง Moon Ji-hoo, Seo Hye-won และ Bang Eun-hee ทำให้นี่เป็นซีรีส์ญี่ปุ่นเรื่องแรกสำหรับพวกเขาด้วย

จุดเด่นของ Gimbap and Onigiri คือการเล่าเรื่องแบบออร์แกนิกที่สะท้อนความรักในชีวิตจริง ไม่มีดราม่าที่เกินจริงหรือความโรแมนติกที่ฟุ้งซ่านเกินไป มันเป็นเรื่องราวของคนธรรมดาสองคนที่กำลังพยายามใช้ชีวิตและค้นหาความสุข และค่อยๆ ตกหลุมรักกันโดยไม่รู้ตัว การแสดงของนักแสดงนำทั้งสองคนมีเคมีที่ดีและถ่ายทอดอารมณ์ได้เป็นธรรมชาติ การใช้อาหารเป็นสื่อกลางในการเล่าเรื่องก็เป็นไอเดียที่ดี เพราะทำให้ซีรีส์มีความอบอุ่นและชวนให้อยากดู สำหรับคนที่ชอบซีรีส์แนวสโลว์เบิร์นและโรแมนติกคอมเมดี้ที่ไม่หนักมาก ซีรีส์เรื่องนี้น่าจะตอบโจทย์ได้ดี

Gimbap and Onigiri (2026) #4

ข้อจำกัดของซีรีส์เรื่องนี้คือจังหวะการเล่าเรื่องที่ค่อนข้างเนิบซึ่งอาจจะทำให้บางคนรู้สึกเบื่อหรือว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นมากพอ สำหรับคนที่ชอบซีรีส์ที่มีความตื่นเต้นหรือพล็อตที่ซับซ้อน Gimbap and Onigiri อาจจะรู้สึกว่าธรรมดาหรือขาดความน่าสนใจ นอกจากนี้ ตอนแรกก็มีบางฉากที่ดูค่อนข้างคลิเช่ เช่น ฉากวิ่งผ่านสายฝนในสโลว์โมชั่น ซึ่งดูเหมือนซีนที่เราเคยเห็นในซีรีส์โรแมนติกมาหลายครั้งแล้ว แต่โดยรวมแล้ว ซีรีส์เรื่องนี้ก็ยังคงความน่ารักและความอบอุ่นไว้ได้ดี

การที่ซีรีส์เพิ่งออกฉายไปแค่หนึ่งตอน (ณ เวลาที่เขียน) ทำให้เรายังไม่สามารถตัดสินได้ว่าซีรีส์ทั้งเรื่องจะดำเนินเรื่องไปในทิศทางไหน และจะมีความน่าสนใจมากแค่ไหน แต่จากตอนแรกแล้ว มันสร้างรากฐานที่ดีสำหรับเรื่องราวที่มีศักยภาพจะน่าติดตามต่อไป ถ้าซีรีส์สามารถรักษาคุณภาพและความอบอุ่นแบบนี้ไปได้ตลอด มันก็น่าจะเป็นซีรีส์โรแมนติกที่น่าดูอีกเรื่องหนึ่งของปีนี้

Gimbap and Onigiri (2026) เป็นซีรีส์โรแมนติกคอมเมดี้ที่อบอุ่นและเรียบง่าย เหมาะสำหรับคนที่ต้องการดูเรื่องราวความรักที่เกิดขึ้นอย่างธรรมชาติและไม่เร่งรีบ การแสดงของ Eiji Akaso และ Kang Hye-won มีเคมีที่ดี และการใช้อาหารเป็นสื่อกลางในการเล่าเรื่องทำให้ซีรีส์มีเอกลักษณ์และความน่ารัก แม้ว่าจังหวะการเล่าเรื่องจะค่อนข้างเนิบสำหรับบางคน แต่สำหรับคนที่ชอบซีรีส์แนวสไลซ์ออฟไลฟ์และสโลว์เบิร์นโรแมนซ์ ซีรีส์เรื่องนี้น่าจะตอบโจทย์ได้ดี มันเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ดีของการร่วมมือระหว่างอุตสาหกรรมบันเทิงญี่ปุ่นและเกาหลีที่กำลังสร้างเนื้อหาที่น่าสนใจและเข้าถึงผู้ชมทั่วโลกได้ ถ้าชอบซีรีส์ที่มีบรรยากาศอบอุ่นและเรื่องราวโรแมนติกที่ไม่ซับซ้อน ลองดูซีรีส์เรื่องนี้บน Netflix สิ อย่าลืมแชร์ความคิดเห็นในคอมเมนต์ว่าชอบตัวละครตัวไหนมากที่สุด และถ้าชอบซีรีส์เรื่องนี้ก็อย่าลืมแชร์ให้เพื่อนๆ ที่ชอบซีรีส์โรแมนติกได้รู้จักกันด้วยนะ!

  • ชื่อเรื่องในภาษาญี่ปุ่น: キンパとおにぎり〜恋するふたりは似ていてちがう〜
  • ชื่อเรื่องในภาษาไทย: คิมบับกับโอนิงิริ
  • ประเภท: โรแมนติกคอมเมดี้, ดราม่า, สไลซ์ออฟไลฟ์
  • วันที่ออกอากาศ: 12 มกราคม 2569 (2026)
  • จำนวนตอน: 10 ตอน
  • นักแสดงนำ: Eiji Akaso (Hase Taiga), Kang Hye-won (Park Rin)
  • นักแสดงสมทบ: Mai Fukagawa, Moon Ji-hoo, Rin Kataoka, Shodai Fukuyama, Seo Hye-won, Bang Eun-hee
  • ผู้เขียนบท: Lee Na-won
  • สตูดิโอผลิต: TV Tokyo, Babel Label
  • เรตติ้ง IMDb:
  • ช่องทางดูในประเทศไทย: Netflix

ความรักหวานละมุนเหมือนข้าวปั้นที่ทำด้วยใจ

บท - 7.8
การแสดง - 8.2
โปรดักชัน - 7.5
ความบันเทิง - 8
ความคุ้มค่าในการรับชม - 7.9

7.9

Gimbap and Onigiri เป็นซีรีส์โรแมนติกคอมเมดี้ที่นำเสนอเรื่องราวความรักข้ามวัฒนธรรมระหว่างปาร์ค รินนักศึกษาแอนิเมชั่นชาวเกาหลีที่กำลังหาที่อยู่ในญี่ปุ่นกับฮาเสะ ไทงะ อดีตนักกีฬาที่กลายเป็นพาร์ทไทม์ในร้านอาหาร ซีรีส์เรื่องนี้โดดเด่นด้วยการใช้อาหารโดยเฉพาะโอนิงิริเป็นตัวเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างสองคน จุดแข็งของซีรีส์อยู่ที่การเล่าเรื่องแบบธรรมชาติที่สะท้อนความรักในชีวิตจริง ไม่ใช่ความโรแมนติกที่โอเวอร์เกินจริง การแสดงของ Eiji Akaso และ Kang Hye-won มีเคมีที่ดี ถ่ายทอดอารมณ์ได้ตรงจุด จังหวะการเล่าเรื่องค่อยเป็นค่อยไปเหมาะกับการสร้างสายสัมพันธ์ระหว่างตัวละคร แม้จะเพิ่งออกฉายไปเพียงหนึ่งตอน แต่ก็ทำให้อยากติดตามตอนต่อไปแล้ว

User Rating: Be the first one !

PhiRa W.

เป็นนักเขียนอิสระที่หลงใหลในสื่อบันเทิงทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ ซีรีส์ วาไรตี้ และสารคดี ผมชอบที่จะวิเคราะห์และถอดรหัสเนื้อหาเหล่านั้นออกมาในรูปแบบของรีวิวที่เข้าใจง่ายและสนุกสนาน เพื่อแบ่งปันมุมมองและประสบการณ์ให้กับผู้อ่าน

บทความที่เกี่ยวข้อง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Back to top button