
- วันเด็กแห่งชาติของไทย ตรงกับวันเสาร์ที่สองของเดือนมกราคม เริ่มจัดครั้งแรกในปี พ.ศ. 2498 และมีคำขวัญจากนายกรัฐมนตรีทุกปี
- วันเด็กสากล กำหนดโดยองค์การสหประชาชาติตรงกับวันที่ 20 พฤศจิกายน แต่แต่ละประเทศอาจจัดวันที่ต่างกันตามบริบทวัฒนธรรม
- กิจกรรมวันเด็ก ในประเทศไทยมีหลากหลาย ทั้งการเปิดทำเนียบรัฐบาล ค่ายทหาร และการจัดงานรื่นเริงตามชุมชน
- ผู้ปกครองมีบทบาทสำคัญ ในการทำให้วันเด็กมีความหมาย ผ่านการใช้เวลาคุณภาพและปลูกฝังคุณค่าที่ดีให้เด็กๆ
เคยสงสัยกันไหมว่าทำไม วันเด็กแห่งชาติ ถึงเป็นวันที่เด็กๆ ทั่วประเทศรอคอยมากที่สุดในแต่ละปี? วันพิเศษนี้ไม่ได้เป็นเพียงวันหยุดที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน แต่ยังเป็นโอกาสที่ผู้ใหญ่ทุกคนจะได้แสดงความรักและให้ความสำคัญกับเยาวชนซึ่งเป็นอนาคตของชาติ ในประเทศไทย วันเด็กตรงกับวันเสาร์ที่สองของเดือนมกราคมในทุกๆ ปี
Happy Children’s Day หรือ วันเด็ก เป็นวันสำคัญที่มีการเฉลิมฉลองทั่วโลก แม้ว่าแต่ละประเทศจะกำหนดวันที่แตกต่างกันออกไป แต่จุดมุ่งหมายหลักคือการส่งเสริมสิทธิเด็ก สร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับสวัสดิภาพของเด็ก และเปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้รับประสบการณ์ที่ดีผ่านกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดหน่วยงานราชการให้เข้าชม การแจกของขวัญ หรือการจัดงานรื่นเริงสำหรับเด็กโดยเฉพาะ
บทความนี้จะพาไปสำรวจ ประวัติความเป็นมาของวันเด็ก ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ความหมายที่แท้จริงของวันนี้ รวมถึงกิจกรรมและประเพณีที่น่าสนใจ เพื่อให้ผู้ปกครองและผู้ใหญ่ทุกคนเข้าใจความสำคัญของการดูแลและพัฒนาเด็กๆ ให้เติบโตเป็นพลเมืองที่ดีของสังคม

ประวัติวันเด็กแห่งชาติของประเทศไทย
วันเด็กแห่งชาติ ในประเทศไทยมีจุดเริ่มต้นจากการที่ประเทศไทยเข้าร่วมเป็นสมาชิกขององค์การสหประชาชาติ และได้ให้สัตยาบันในปฏิญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก จึงได้มีการกำหนดให้มีวันเด็กแห่งชาติขึ้นเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2498 ตรงกับวันจันทร์แรกของเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นไปตามข้อเสนอของสหพันธ์เพื่อสวัสดิภาพเด็กระหว่างประเทศ ที่ต้องการให้ทุกประเทศจัดงานวันเด็กขึ้น
ต่อมาในปี พ.ศ. 2506 คณะรัฐมนตรีได้มีมติเปลี่ยนแปลงวันเด็กแห่งชาติจากวันจันทร์แรกของเดือนตุลาคม มาเป็น วันเสาร์ที่สองของเดือนมกราคม แทน เนื่องจากเดือนตุลาคมยังอยู่ในช่วงฤดูฝน ทำให้ไม่สะดวกต่อการจัดกิจกรรมกลางแจ้ง การเปลี่ยนมาเป็นเดือนมกราคมซึ่งอยู่ในช่วงฤดูหนาวจึงเหมาะสมกว่า อีกทั้งยังเป็นช่วงหลังวันหยุดปีใหม่ที่ผู้คนยังคงอยู่ในบรรยากาศแห่งความสุข
การจัดงานวันเด็กแห่งชาติในประเทศไทยได้รับความร่วมมือจากทั้งภาครัฐและเอกชน หน่วยงานราชการต่างๆ เปิดให้เด็กๆ เข้าชมสถานที่สำคัญ เช่น ทำเนียบรัฐบาล รัฐสภา กองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ เด็กๆ จะได้สัมผัสประสบการณ์พิเศษที่ไม่สามารถทำได้ในวันธรรมดา ไม่ว่าจะเป็นการขึ้นรถถัง นั่งเครื่องบิน หรือพบปะกับผู้นำประเทศ
นอกจากนี้ สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของวันเด็กแห่งชาติไทยคือ คำขวัญวันเด็ก ที่นายกรัฐมนตรีจะมอบให้เด็กไทยในทุกๆ ปี คำขวัญเหล่านี้มักสะท้อนถึงค่านิยมและทิศทางที่รัฐบาลต้องการปลูกฝังให้กับเยาวชน เช่น เรียนให้สนุก เล่นให้มีความรู้ สู่อนาคตที่สดใส

วันเด็กสากล (Happy Children’s Day)
วันเด็กสากล หรือ Universal Children’s Day ถูกกำหนดโดยองค์การสหประชาชาติให้ตรงกับวันที่ 20 พฤศจิกายนของทุกปี ซึ่งเป็นวันที่สมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติรับรองปฏิญญาว่าด้วยสิทธิเด็กในปี ค.ศ. 1959 และอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กในปี ค.ศ. 1989 วันนี้จึงเป็นวันที่ระลึกถึงสิทธิขั้นพื้นฐานของเด็กทั่วโลก
อย่างไรก็ตาม แต่ละประเทศมีการกำหนดวันเด็กที่แตกต่างกันออกไปตามบริบททางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ ตัวอย่างเช่น ประเทศญี่ปุ่น จัดวันเด็กในวันที่ 5 พฤษภาคม เรียกว่า “โคโดโมะโนะฮิ” (子供の日) ซึ่งเดิมเป็นเทศกาลสำหรับเด็กผู้ชาย มีการประดับธงปลาคาร์ฟและตุ๊กตานักรบเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของความแข็งแกร่งและความกล้าหาญ
ประเทศจีน จัดวันเด็กในวันที่ 1 มิถุนายน ซึ่งเป็นวันเด็กสากลที่หลายประเทศในเอเชียและยุโรปตะวันออกใช้ร่วมกัน ในวันนี้โรงเรียนจะหยุดเรียนและจัดกิจกรรมพิเศษให้เด็กๆ ประเทศอินเดีย จัดวันเด็กในวันที่ 14 พฤศจิกายน ซึ่งตรงกับวันเกิดของ Jawaharlal Nehru นายกรัฐมนตรีคนแรกของอินเดียผู้มีความรักเด็กเป็นอย่างมาก
ประเทศเยอรมนี มีความน่าสนใจตรงที่เคยมีการจัดวันเด็กแยกกันสองวันในอดีต เยอรมนีตะวันออกจัดในวันที่ 1 มิถุนายน ขณะที่เยอรมนีตะวันตกจัดในวันที่ 20 กันยายน หลังการรวมประเทศ ทั้งสองวันยังคงได้รับการเฉลิมฉลองอยู่ แต่วันที่ 20 กันยายนกลายเป็นวันเด็กอย่างเป็นทางการ
ความหมายและความสำคัญของวันเด็ก
วันเด็ก มีความหมายลึกซึ้งมากกว่าการเป็นวันหยุดพักผ่อนหรือวันรับของขวัญ หัวใจสำคัญของวันนี้คือการส่งเสริมให้สังคมตระหนักถึง สิทธิเด็ก ตามที่ระบุไว้ในอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กขององค์การสหประชาชาติ ซึ่งครอบคลุมสิทธิในการมีชีวิตรอด สิทธิในการพัฒนา สิทธิในการได้รับความคุ้มครอง และสิทธิในการมีส่วนร่วม
ในมุมมองของกองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (UNICEF) เด็กทุกคนมีสิทธิที่จะได้รับการศึกษา การดูแลสุขภาพ การปกป้องจากความรุนแรง และการเข้าถึงโอกาสในการพัฒนาศักยภาพของตนเอง วันเด็กจึงเป็นโอกาสในการทบทวนว่าสังคมได้ดูแลเด็กๆ อย่างเพียงพอหรือไม่
สำหรับประเทศไทย วันเด็กมีความสำคัญในการปลูกฝังค่านิยมที่ดีให้กับเยาวชน คำขวัญวันเด็กที่มอบให้ในแต่ละปีเป็นเสมือนเข็มทิศที่ชี้นำทิศทางการพัฒนาเด็กไทย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของคุณธรรม จริยธรรม ความรักชาติ หรือการเตรียมพร้อมสู่โลกยุคใหม่
การจัดกิจกรรมวันเด็กยังเป็นการสร้างความทรงจำที่ดีให้กับเด็กๆ ประสบการณ์ที่ได้รับในวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นการได้พบปะกับบุคคลสำคัญ การได้ลองทำสิ่งใหม่ๆ หรือการได้รับความรักจากผู้ใหญ่ ล้วนมีส่วนในการหล่อหลอมบุคลิกภาพและทัศนคติที่ดีต่อสังคม
กิจกรรมยอดนิยมในวันเด็กแห่งชาติ
ในทุกๆ ปี กิจกรรมวันเด็ก จะถูกจัดขึ้นทั่วประเทศไทย โดยสถานที่ยอดนิยมที่สุดคือ ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งเปิดให้เด็กและผู้ปกครองเข้าชมตั้งแต่เช้า มีการจัดซุ้มกิจกรรมจากหน่วยงานต่างๆ การแสดงบนเวที การแจกของขวัญ และอาหารฟรี นายกรัฐมนตรีจะกล่าวให้โอวาทแก่เด็กๆ พร้อมมอบคำขวัญวันเด็กประจำปี
หน่วยงานทางทหารเปิดค่ายให้เด็กๆ เข้าชมอาวุธยุทโธปกรณ์และยานพาหนะทางทหาร กองทัพอากาศจัดแสดงเครื่องบินรบและเปิดให้เด็กๆ ขึ้นไปนั่งถ่ายรูป กองทัพเรือเปิดให้ชมเรือรบและจัดกิจกรรมทางทะเล ส่วนกองทัพบกจัดแสดงรถถังและอาวุธต่างๆ ซึ่งเป็นประสบการณ์พิเศษที่เด็กๆ มักจดจำไปตลอดชีวิต
สถานีโทรทัศน์และสถานีวิทยุจัดรายการพิเศษสำหรับเด็ก มีการเชิญศิลปินดาราที่เด็กๆ ชื่นชอบมาร่วมงาน ห้างสรรพสินค้าและสวนสนุกจัดโปรโมชั่นพิเศษ ลดราคาค่าเข้าชมหรือให้เด็กเข้าฟรีในวันเด็ก สวนสัตว์ พิพิธภัณฑ์ และแหล่งเรียนรู้ต่างๆ ก็เปิดให้เข้าชมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
นอกจากนี้ ชุมชนและวัดในท้องถิ่นก็มีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมวันเด็ก มีการแจกขนม ของเล่น และทุนการศึกษาให้เด็กๆ ในพื้นที่ บางชุมชนจัดการแข่งขันกีฬา การประกวดร้องเพลง หรือการแสดงความสามารถพิเศษ สร้างความสนุกสนานและความผูกพันในชุมชน
คำขวัญวันเด็กแห่งชาติผ่านยุคสมัย
คำขวัญวันเด็ก เริ่มมีครั้งแรกในปี พ.ศ. 2499 โดยจอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น คำขวัญแรกคือ “จงบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นและส่วนรวม” นับตั้งแต่นั้นมา นายกรัฐมนตรีทุกท่านจะมอบคำขวัญให้เด็กไทยเป็นประจำทุกปี
คำขวัญวันเด็กสะท้อนถึงบริบทของสังคมในแต่ละยุคสมัย ในอดีตมักเน้นเรื่องความรักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เช่น “รู้หน้าที่ ขยัน ซื่อสัตย์ ประหยัด มีวินัยและคุณธรรม” ต่อมาเริ่มมีการเพิ่มเนื้อหาเกี่ยวกับการเรียนรู้และการพัฒนาตนเอง
ในยุคปัจจุบัน คำขวัญวันเด็กมักกล่าวถึงการเตรียมพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของโลก การใช้เทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์ และการเป็นพลเมืองที่ดีของสังคมโลก สะท้อนให้เห็นว่าสังคมไทยให้ความสำคัญกับการพัฒนาเด็กให้ทันต่อโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
คำขวัญเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงถ้อยคำที่ท่องจำ แต่ยังถูกนำไปใช้เป็นหัวข้อในการจัดกิจกรรม การประกวด และการเรียนการสอนตลอดทั้งปี โรงเรียนหลายแห่งนำคำขวัญมาเป็นแนวทางในการปลูกฝังค่านิยมที่ดีให้กับนักเรียน
บทบาทของผู้ปกครองในวันเด็ก
ผู้ปกครอง มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการทำให้วันเด็กมีความหมายมากกว่าการพาไปเที่ยวหรือซื้อของให้ การใช้เวลาคุณภาพร่วมกับลูกหลานในวันนี้เป็นโอกาสทองในการสร้างสายสัมพันธ์และปลูกฝังคุณค่าที่ดี
การพูดคุยกับเด็กๆ เกี่ยวกับความหมายของวันเด็กช่วยให้พวกเขาเข้าใจว่าวันนี้ไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อความสนุก แต่ยังเป็นวันที่ย้ำเตือนว่าพวกเขามีคุณค่าและเป็นที่รักของครอบครัวและสังคม การอธิบายเรื่องสิทธิและหน้าที่ของเด็กในระดับที่เหมาะสมกับวัยจะช่วยสร้างความตระหนักรู้ตั้งแต่เยาว์วัย
กิจกรรมที่ทำร่วมกันในวันเด็กไม่จำเป็นต้องเป็นการไปงานใหญ่เสมอไป การทำอาหารด้วยกัน การอ่านหนังสือ การเล่นเกมกระดาน หรือการพูดคุยเกี่ยวกับความฝันและความหวังของเด็กๆ ล้วนเป็นกิจกรรมที่สร้างความทรงจำอันล้ำค่า
ที่สำคัญ ผู้ปกครองควรให้ความสำคัญกับสิทธิและความต้องการของเด็กไม่เฉพาะในวันเด็กเท่านั้น แต่ควรดูแลเอาใจใส่ตลอดทั้งปี เพราะการเลี้ยงดูที่ดีคือของขวัญที่มีค่าที่สุดที่ผู้ใหญ่สามารถมอบให้เด็กๆ ได้
ทิ้งท้าย
วันเด็กแห่งชาติ เป็นวันสำคัญที่เชื่อมโยงระหว่างผู้ใหญ่กับเด็ก เป็นโอกาสให้สังคมได้ทบทวนว่าได้ดูแลและให้โอกาสแก่เยาวชนอย่างเพียงพอหรือไม่ ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศต่างให้ความสำคัญกับวันนี้ในรูปแบบที่แตกต่างกัน แต่มีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือการส่งเสริมสวัสดิภาพและสิทธิของเด็ก
ไม่ว่าจะเป็นการพาลูกหลานไปร่วมกิจกรรมที่ทำเนียบรัฐบาล การเยี่ยมชมค่ายทหาร หรือเพียงใช้เวลาคุณภาพร่วมกันที่บ้าน สิ่งสำคัญที่สุดคือการแสดงให้เด็กๆ รู้สึกว่าพวกเขาเป็นที่รักและมีคุณค่า
หากบทความนี้เป็นประโยชน์ อย่าลืมแชร์ให้เพื่อนๆ และครอบครัวได้อ่านกันด้วย และหากมีความคิดเห็นหรือประสบการณ์เกี่ยวกับวันเด็กที่อยากแบ่งปัน สามารถแสดงความคิดเห็นได้ด้านล่าง ขอให้ทุกครอบครัวมีความสุขในวันเด็กแห่งชาติ!




