![[รีวิว-เรื่องย่อ] High School! Kimengumi (2026) อนิเมะคอมเมดี้สุดบ้าสไตล์ยุค 80s](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/01/Review-High-School-Kimengumi-2026.webp)
- High School! Kimengumi (2026) เป็นการรีเมคอนิเมะในตำนานจากปี 1985-1987 ที่ยังคงรักษาสไตล์คอมเมดี้แบบยุค 80s ไว้อย่างเหนียวแน่น
- กลุ่ม Kimengumi ประกอบด้วยนักเรียนห้าคนที่มีบุคลิกแปลกประหลาด ตั้งแต่หัวหน้ากลุ่มที่บ้าบิ่น ไปจนถึงคนที่ติดสุรา คนลามก และคนที่หิวตลอดเวลา
- อนิเมะเรื่องนี้เน้นความสนุกแบบ gag comedy และ slapstick ที่วุ่นวายมากจนอาจทำให้ผู้ดูรู้สึกเหนื่อยล้า โดยเฉพาะคนที่ไม่คุ้นเคยกับอารมณ์ขันสไตล์ญี่ปุ่นยุคเก่า
- แม้จะมีการผลิตใหม่ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ แต่จิตวิญญาณของเรื่องยังคงอยู่ในยุค bubble economy ทำให้ดูเหมือนการย้อนเวลากลับไปยุค 1980s
เคยสงสัยไหมว่าถ้านำอนิเมะคอมเมดี้สุดบ้าจากยุค 80s มาทำใหม่ในปี 2026 มันจะออกมาเป็นยังไง? High School! Kimengumi (2026) คือคำตอบของคำถามนี้ เป็นการรีเมคอนิเมะในตำนานที่เคยฮิตมากในญี่ปุ่นช่วงปี 1985-1987 และกลับมาอีกครั้งด้วยการผลิตใหม่จากสตูดิโอ Seven โดยยังคงรักษาสไตล์ gag comedy และความบ้าคลั่งแบบ slapstick ไว้เหมือนเดิม เรื่องราวเกี่ยวกับกลุ่มนักเรียนห้าคนที่เรียกว่า Kimengumi ซึ่งแต่ละคนมีบุคลิกที่แปลกประหลาดและสร้างความวุ่นวายไม่รู้จบในโรงเรียน แม้จะตั้งอยู่ในยุคเรวะ (ยุคสมัยใหม่) แต่จิตวิญญาณของเรื่องกลับติดอยู่กับ ยุค bubble economy อย่างเหนียวแน่น ทำให้เหมือนกับการย้อนเวลากลับไปสัมผัสอารมณ์ขันแบบญี่ปุ่นยุคเก่า ในบทความนี้ เราจะพาไปเจาะลึกทุกแง่มุมของอนิเมะเรื่องนี้ ตั้งแต่เรื่องราว ตัวละคร สไตล์การเล่าเรื่อง ไปจนถึงความเหมาะสมกับผู้ชมในปัจจุบัน
High School! Kimengumi เล่าเรื่องของกลุ่มนักเรียนห้าคนที่โรงเรียน Ichiou Junior High ประกอบด้วย เรย์ อิจิโด (Rei Ichidou) หัวหน้ากลุ่มที่บ้าบิ่นและแปลกประหลาด โก เรอิเอ็ตสึ (Gou Reietsu) นักเรียนที่ติดสุราและชอบดื่มเหล้าแม้จะอยู่ในวัยมัธยม คิโยชิ ชุสเสะ (Kiyoshi Shusse) พวกลามกที่ชอบดูนิตยสารอีโรติก จิน ได้มะ (Jin Daima) คนหิวโหยที่คิดแต่เรื่องอาหารตลอดเวลา และ ได โมโนโฮชิ (Dai Monohoshi) สมาชิกคนสุดท้ายที่มีบุคลิกอ่อนโยนและชอบร้องไห้ กลุ่มนี้ได้ชื่อว่าสร้างปัญหาและความวุ่นวายในโรงเรียนอยู่เสมอ จนได้ชื่อเสียงว่าเป็น Kimengumi (กลุ่มหน้าประหลาด) วันหนึ่ง ยุอิ คาวะ (Yui Kawa) นักเรียนใหม่ที่น่ารักและเพื่อนสนิท ชิเอะ อุรุ (Chie Uru) ได้มาเจอกับกลุ่ม Kimengumi และถูกดึงเข้าไปในความบ้าคลั่งของพวกเขา นอกจากนี้ยังมีกลุ่มนักเรียนอื่นๆ อีกมากมาย เช่น Iro Otoko-gumi กลุ่มผู้ชายหล่อนำโดย Shou Kireide, Ban-gumi กลุ่มอันธพาลนำโดย You Nihiruda, Ude-gumi กลุ่มนักกีฬานำโดย Kai Undou และ Onna-gumi กลุ่มสาวแกร่งนำโดย Jako Amano ทุกกลุ่มมีเป้าหมายและบุคลิกที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง และเมื่อต้องมาเจอกันในโรงเรียน ความวุ่นวายก็เกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
High School! Kimengumi เป็นอนิเมะที่เน้นความสนุกแบบ episodic คือแต่ละตอนมักจะมีเรื่องราวที่สามารถดูแยกกันได้โดยไม่จำเป็นต้องติดตามต่อเนื่อง สไตล์อารมณ์ขันเป็นแบบ slapstick และ gag comedy ที่เน้นความเร็ว ความบ้า และการใช้ภาพการ์ตูนแบบ super-deformed ที่ตัวละครจะเปลี่ยนรูปร่างไปมาอย่างไร้สาระ บางฉากก็มีการใช้ wordplay หรือการเล่นคำในภาษาญี่ปุ่นที่คนต่างชาติอาจไม่เข้าใจ ตัวอย่างเช่น ชื่อของตัวละครหลัก Yui Kawa เป็น pun จากคำว่า kawaii (น่ารัก) ซึ่งเป็นมุขที่คนญี่ปุ่นจะหัวเราะได้ทันที แต่คนไทยอาจต้องใช้เวลาในการทำความเข้าใจ อารมณ์ขันของเรื่องนี้ถูกออกแบบมาเพื่อความบันเทิงแบบไม่ต้องคิดมาก แค่นั่งดูและปล่อยตัวไปกับความบ้าคลั่งของตัวละครก็พอ อย่างไรก็ตาม หากเป็นคนที่ไม่คุ้นเคยกับสไตล์คอมเมดี้แบบญี่ปุ่นยุคเก่า อาจรู้สึกว่าอารมณ์ขันของเรื่องนี้ outdated หรือไม่ตลกเท่าที่ควร

ตัวละครหลักทั้งห้าของกลุ่ม Kimengumi ถูกออกแบบให้มีบุคลิกที่โดดเด่นและจำได้ง่าย Rei Ichidou ซึ่งพากย์เสียงโดย Tomokazu Seki (นักพากย์ชื่อดังจาก JoJo’s Bizarre Adventure: Stone Ocean) เป็นหัวหน้ากลุ่มที่มีความคิดบ้าๆ บอๆ และมักจะเป็นคนริเริ่มแผนการแปลกประหลาดต่างๆ เขาไม่เคยคิดถึงผลที่ตามมา และมักจะทำให้เพื่อนๆ ต้องเดือดร้อนไปด้วย Gou Reietsu พากย์โดย Shunsuke Takeuchi เป็นนักเรียนที่ดื่มสุราในโรงเรียน ซึ่งเป็นการนำเสนอตัวละครที่ controversial และอาจไม่เหมาะสมในยุคปัจจุบัน แต่เนื่องจากเป็นคอมเมดี้ จึงถูกนำเสนอในลักษณะที่ไม่ได้ส่งเสริมพฤติกรรม Kiyoshi Shusse พากย์โดย Yoshitsugu Matsuoka มีบุคลิกที่ลามกและชอบดูนิตยสาร gravure ซึ่งเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่อาจทำให้ผู้ชมบางกลุ่มรู้สึกไม่สบายใจ แต่ในบริบทของเรื่อง มันถูกนำเสนอเป็นมุขตลกที่ไม่ได้มีเจตนาร้าย Jin Daima พากย์โดย Chiaki Kobayashi เป็นคนที่คิดแต่เรื่องอาหารและหิวโหยตลอดเวลา ทำให้เขามักจะทำอะไรเพื่อหาของกิน และ Dai Monohoshi พากย์โดย Kikunosuke Toya เป็นตัวละครที่อ่อนโยน ร้องไห้ง่าย และมีบุคลิกที่แตกต่างจากสมาชิกคนอื่นๆ อย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม การพัฒนาตัวละครในเรื่องนี้ไม่ได้ลึกซึ้งเท่าที่ควร เพราะโฟกัสไปที่ความสนุกและมุขตลกมากกว่าการสร้างมิติให้ตัวละคร
High School! Kimengumi (2026) ผลิตโดย Studio Seven ซึ่งเป็นสตูดิโอที่ไม่ค่อยมีชื่อเสียงมากนักในวงการอนิเมะ การออกแบบตัวละครทำโดย Yuka Abe และผู้กำกับภาพเคลื่อนไหวหลักคือ Takashi Nishikawa ซึ่งเคยทำงานในเรื่อง Strange+ และ Nobunaga Teacher’s Young Bride การกำกับโดย Kazuaki Seki ซึ่งเป็นการกำกับอนิเมะครั้งแรกของเขา หลังจากที่เคยทำงานกับมิวสิควิดีโอให้กับศิลปินชื่อดังอย่าง Perfume, Gen Hoshino, Fujii Kaze และ Vaundy ภาพการ์ตูนของเรื่องนี้มีสไตล์ที่ทันสมัย แต่ยังคงรักษาเอกลักษณ์ของการ์ตูนยุค 80s ไว้ เช่น การใช้สีสันที่สดใส การออกแบบตัวละครที่มีผมหลากสี และการใช้เทคนิค super-deformed ในฉากตลก ภาพเคลื่อนไหวมีความลื่นไหลในฉากแอ็คชั่นและฉากวิ่งไล่ต้อนกัน แต่ก็ไม่ได้โดดเด่นจนน่าประทับใจ ดนตรีประกอบถูกผลิตโดย Night Tempo ซึ่งเป็นโปรดิวเซอร์ดนตรีที่มีชื่อเสียงในแนว city pop และ vaporwave เพลงธีมเปิด “Funky Spice” ขับร้องโดย BREIMEN และ TOMOO มีความสนุกสนานและจังหวะที่เร้าใจ ส่วนเพลงธีมปิด “Suteki!!” โดย Rikon Densetsu มีความน่ารักและเบาสบาย
อนิเมะ High School! Kimengumi ฉบับดั้งเดิมออกอากาศในปี 1985-1987 ทั้งหมด 86 ตอน และได้รับความนิยมอย่างมากในญี่ปุ่น จนมีการจัดอันดับใน Top 100 อนิเมะที่ชาวญี่ปุ่นชื่นชอบในปี 2006 ฉบับรีเมคปี 2026 นี้พยายามนำเสนอเรื่องราวในยุคสมัยใหม่ (ยุคเรวะ) โดยมีการอัปเดตบางอย่าง เช่น การออกแบบตัวละครใหม่ การใช้เทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย และการปรับบางฉากให้เหมาะสมกับยุคปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม จิตวิญญาณของเรื่องยังคงเหมือนเดิม คือความบ้าคลั่งและอารมณ์ขันแบบยุค 80s ที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง สิ่งที่น่าสนใจคือ ในฉบับรีเมค แม้จะตั้งอยู่ในปี 2025 แต่กลับไม่มี smartphone หรือเทคโนโลยีสมัยใหม่ปรากฏในเรื่อง กระโปรงของนักเรียนหญิงยังยาวเหมือนยุค 80s และบรรยากาศทั้งหมดดูเหมือนย้อนยุค ซึ่งอาจเป็นเจตนาของผู้สร้างที่ต้องการรักษาอารมณ์ของยุคนั้นไว้

หนึ่งในข้อดีที่โดดเด่นของเรื่องนี้คือความกล้าที่จะเป็นตัวเองและไม่พยายามปรับตัวให้เข้ากับเทรนด์ปัจจุบัน มันเป็นอนิเมะที่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไร และทำหน้าที่นั้นได้อย่างเต็มที่ สำหรับคนที่ชื่นชอบคอมเมดี้แบบ slapstick และไม่กลัวความบ้าคลั่ง เรื่องนี้จะให้ความสนุกที่ไม่มีวันหยุด ตัวละครแต่ละคนมีเอกลักษณ์ที่ชัดเจน ทำให้จำได้ง่ายและดูแล้วไม่สับสน นักพากย์เสียงทุกคนทำงานได้ดีมาก โดยเฉพาะ Tomokazu Seki ที่ให้ชีวิตชีวากับตัวละคร Rei Ichidou ได้อย่างยอดเยี่ยม เพลงประกอบและดนตรีของเรื่องนี้ก็สนุกสนานและเข้ากับบรรยากาศของเรื่องได้ดี โดยเฉพาะเพลงธีม “Funky Spice” ที่มีจังหวะสนุกและติดหู นอกจากนี้ การที่เรื่องนี้ไม่พยายาม modernize ทุกอย่างก็เป็นจุดเด่นสำหรับคนที่ต้องการความ nostalgia และอยากได้สัมผัสกับอารมณ์ของอนิเมะยุคเก่า
แม้จะมีข้อดีหลายอย่าง แต่ High School! Kimengumi ก็มีข้อเสียที่ชัดเจนเช่นกัน ข้อเสียที่ใหญ่ที่สุดคือเรื่องนี้ ไม่ใช่สำหรับทุกคน อารมณ์ขันแบบญี่ปุ่นยุคเก่านั้นอาจไม่ตลกสำหรับผู้ชมสมัยใหม่ โดยเฉพาะคนที่ไม่เคยดูอนิเมะยุค 80s มาก่อน ความเร็วของเรื่องและจำนวนมุขตลกที่ถูกยัดเยียดมาอย่างไม่หยุดหย่อนอาจทำให้รู้สึก overwhelming หรือเหนื่อยล้า ตัวละครบางตัวก็มีบุคลิกที่ controversial เช่น ตัวละครที่ดื่มสุราในโรงเรียนหรือตัวละครที่ลามก ซึ่งอาจไม่เหมาะสมในปัจจุบัน แม้ว่าจะถูกนำเสนอในลักษณะคอมเมดี้ก็ตาม การพัฒนาตัวละครก็ค่อนข้างตื้น เพราะเน้นไปที่มุขตลกมากกว่าการสร้างความลึกซึ้งให้กับตัวละคร นอกจากนี้ การที่เรื่องนี้ยังคง stuck in the past อย่างเหนียวแน่น ทำให้รู้สึกว่ามันไม่ได้พยายามปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยเลย ซึ่งอาจทำให้ผู้ชมบางกลุ่มรู้สึกว่ามันดู dated เกินไป
คำถามที่สำคัญคือ High School! Kimengumi เหมาะสมกับผู้ชมในปัจจุบันหรือไม่? คำตอบคือ ขึ้นอยู่กับรสนิยม หากเป็นคนที่ชื่นชอบอนิเมะคลาสสิกยุค 80s และ 90s หรือเคยดู Ranma ½, Urusei Yatsura หรืออนิเมะคอมเมดี้แนวนี้มาก่อน อาจจะชอบเรื่องนี้ได้ เพราะมันนำเสนอสไตล์อารมณ์ขันที่คุ้นเคย แต่หากเป็นคนที่ชอบอนิเมะสมัยใหม่ที่มีการพัฒนาตัวละครที่ลึกซึ้ง เรื่องราวที่ซับซ้อน และอารมณ์ขันที่ทันสมัย อาจจะรู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่ได้น่าสนใจมากนัก นอกจากนี้ ผู้ชมที่ไม่คุ้นเคยกับวัฒนธรรมญี่ปุ่นหรือไม่เข้าใจมุขตลกแบบ wordplay ก็อาจไม่เข้าใจอารมณ์ขันของเรื่อง ซึ่งจะทำให้การดูเป็นเรื่องที่น่าเบื่อ สำหรับคนที่ต้องการดูอนิเมะเพื่อผ่อนคลายและไม่ต้องการคิดมาก เรื่องนี้อาจเป็นตัวเลือกที่ดี แต่ก็ต้องเตรียมใจให้พร้อมกับความบ้าคลั่งและความวุ่นวายที่ไม่เคยหยุด

เมื่อเทียบกับอนิเมะคอมเมดี้เรื่องอื่นๆ ในซีซั่น Winter 2026 High School! Kimengumi มีความโดดเด่นในเรื่องของสไตล์ที่ย้อนยุค แต่ก็อาจดูด้อยกว่าในเรื่องของเนื้อหาและการพัฒนาตัวละคร อนิเมะอย่าง Osomatsu-san ซึ่งก็เป็นคอมเมดี้ที่มีรากฐานจากยุคเก่าเช่นกัน แต่สามารถปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยได้ดีกว่า ทำให้ได้รับความนิยมมากกว่า ในขณะที่ High School! Kimengumi ยังคงยึดติดกับสไตล์เดิมอย่างเหนียวแน่น อย่างไรก็ตาม สำหรับคนที่ชื่นชอบความ retro และต้องการสัมผัสกับอารมณ์ของอนิเมะยุคเก่าที่ไม่ได้ถูกปรับแต่งมากเกินไป เรื่องนี้ก็ยังมีคุณค่าในแบบของมันเอง
หากกำลังสงสัยว่าควรดู High School! Kimengumi หรือไม่ คำตอบคือ ลองดูตอนแรก แล้วตัดสินใจเอง เพราะเรื่องนี้เป็นประเภทที่ต้องลองสัมผัสด้วยตัวเองจึงจะรู้ว่าตรงกับรสนิยมหรือไม่ หากดูตอนแรกแล้วรู้สึกว่ามันสนุก เร็ว บ้า และตลก ก็ควรดูต่อ แต่หากรู้สึกว่ามันวุ่นวาย เหนื่อย และไม่ตลก ก็อาจจะไม่ใช่เรื่องที่เหมาะกับตัวเอง สำหรับคนที่ต้องการดูอนิเมะเพื่อผ่อนคลายและไม่ต้องการติดตามเรื่องราวที่ซับซ้อน เรื่องนี้อาจเป็นตัวเลือกที่ดี แต่สำหรับคนที่ต้องการเนื้อหาที่ลึกซึ้งหรือตัวละครที่มีมิติ อาจต้องมองหาเรื่องอื่น นอกจากนี้ หากเป็นแฟนอนิเมะคลาสสิกหรือต้องการศึกษาประวัติศาสตร์ของอนิเมะญี่ปุ่น เรื่องนี้ก็น่าสนใจในแง่ของการเป็นตัวอย่างของคอมเมดี้ยุค bubble economy ที่ยังคงมีอิทธิพลในวงการอนิเมะจนถึงทุกวันนี้
High School! Kimengumi (2026) เป็นอนิเมะที่กล้าที่จะเป็นตัวเอง ไม่พยายามปรับตัวให้เข้ากับเทรนด์ปัจจุบัน และรักษาจิตวิญญาณของคอมเมดี้ยุค 80s ไว้ได้อย่างเหนียวแน่น แม้ว่ามันอาจไม่ใช่อนิเมะที่เหมาะกับทุกคน แต่สำหรับคนที่ชื่นชอบความบ้าคลั่ง ความสนุก และอารมณ์ขันแบบ slapstick มันก็ยังเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ การออกแบบตัวละครที่มีเอกลักษณ์ การพากย์เสียงที่ยอดเยี่ยม และเพลงประกอบที่สนุกสนาน ล้วนเป็นจุดเด่นของเรื่อง แต่ข้อเสียเรื่องอารมณ์ขันที่ดูเก่า ความวุ่นวายที่มากเกินไป และการพัฒนาตัวละครที่ตื้น ก็เป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึง สำหรับคนที่สนใจ ลองดูตอนแรกแล้วตัดสินใจเองว่าจะดูต่อหรือไม่ ส่วนคนที่ไม่แน่ใจ อาจจะรอดูรีวิวจากผู้ชมคนอื่นๆ ก่อนตัดสินใจก็ได้ มาแชร์ความคิดเห็นกันในคอมเมนต์ว่าชอบหรือไม่ชอบอนิเมะสไตล์นี้ และอย่าลืมแชร์รีวิวนี้ให้เพื่อนๆ ที่อาจสนใจด้วยนะ!
- ชื่อเรื่องภาษาญี่ปุ่น: ハイスクール!奇面組
- ชื่อเรื่องภาษาอังกฤษ: High School! Kimengumi (2026)
- ประเภท: Comedy, Romance, Gag Humor, Parody, School
- วันที่ออกอากาศ: 9 มกราคม 2026
- จำนวนตอน: 12 ตอน (กำลังออกอากาศ)
- ผู้กำกับ: Kazuaki Seki
- สตูดิโอ: Seven
- เรตติ้ง MyAnimeList: 5.76/10
- ช่องทางดูในประเทศไทย:
อนิเมะคอมเมดี้วัยรุ่นสไตล์เก่าที่อาจไม่ใช่ทุกคน
โครงเรื่อง - 5.5
การแสดง - 6.8
โปรดักชัน - 6.2
ความบันเทิง - 5.8
ความคุ้มค่าในการรับชม - 5.2
5.9
High School! Kimengumi (2026) เป็นการรีเมคอนิเมะคอมเมดี้ในตำนานจากยุค 80s ที่พยายามนำเสนอความบ้าคลั่งและอารมณ์ขันแบบ **slapstick** มาสู่ยุคสมัยใหม่ แม้จะมีการออกแบบตัวละครใหม่และฉากที่ดูทันสมัย แต่จิตวิญญาณของเรื่องยังคงติดอยู่กับยุค bubble economy อย่างเหนียวแน่น กลุ่มนักเรียนห้าคนที่เรียกว่า **Kimengumi** แต่ละคนมีบุคลิกที่แปลกประหลาดและสร้างปัญหาไม่รู้จบ ทำให้หนังเป็นเหมือนพายุหมุนของความวุ่นวายที่ไม่เคยหยุดนิ่ง หากชอบคอมเมดี้ที่เร็ว บ้า และไม่ต้องคิดมาก เรื่องนี้อาจเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ แต่สำหรับคนที่ไม่คุ้นเคยกับสไตล์อารมณ์ขันแบบญี่ปุ่นยุคเก่า อาจรู้สึกงงหรือเหนื่อยได้
![[รีวิว-เรื่องย่อ] ยากเล่นโหด ขอโหมดนรก | HELL MODE (2026)](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/01/Review-HELL-MODE-2026.webp)
![[รีวิว-เรื่องย่อ] เดดแอ็กเคานต์ พิฆาตบัญชีมรณะ | Dead Account (2026)](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/01/Review-Dead-Account-2026.webp)
![[รีวิว-เรื่องย่อ] กระจอกอย่างแกยังไงก็แพ้จอมมาร | Roll Over and Die (2026)](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/01/Review-Roll-Over-and-Die-2026.webp)
![[รีวิว-เรื่องย่อ] Dark Moon: The Blood Altar (2026)](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/01/Review-Dark-Moon-The-Blood-Altar-2026.webp)
![[รีวิว-เรื่องย่อ] A Misanthrope Teaches a Class for Demi-Humans (2026)](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/01/Review-A-Misanthrope-Teaches-a-Class-for-Demi-Humans.webp)
![[รีวิว-เรื่องย่อ] Reincarnated as a Dragon Hatchling (2026)](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/01/Review-Reincarnated-as-a-Dragon-Hatchling.webp)
![[รีวิว-เรื่องย่อ] ผู้กล้าสวะ | Scum of the Brave (2026)](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/01/Review-Scum-of-the-Brave.webp)
![[รีวิว-เรื่องย่อ] เมื่อสาวหล่อขอมีรัก | In the Clear Moonlit Dusk (2026)](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/01/Review-In-the-Clear-Moonlit-Dusk.webp)