เรื่องน่าสนใจ

ประวัติ แจ็ค หม่า เป็นมหาเศรษฐีของจีนด้วยเงิน 2 ล้านบาท

แจ็ค หม่า (Jack Ma) คือ เจ้าสัวธุรกิจและผู้ใจบุญชาวจีน เขาเป็นผู้ก่อตั้งและประธานบริหารของกลุ่ม อาลีบาบา (Alibaba) ซึ่งประสบความสำเร็จในธุรกิจอินเทอร์เน็ต เขาเป็นผู้ประกอบการจีนคนแรกที่ปรากฏบนหน้าปกของนิตยสารฟอร์บ (Forbes) ในปี 2018 เขาเป็นบุคคลที่รวยที่สุดในประเทศจีน (ไม่รวมฮ่องกง) และเป็นบุคคลรวยที่สุดอันดับที่ 20 ของโลก โดยมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิประมาณ $39.3 B (1.2 ล้านล้านบาท) จาก Forbes นิตยสารเกี่ยวกับธุรกิจและการเงินในสหรัฐอเมริกา

แจ็ค หม่า

ประวัติ แจ็ค หม่า

แจ็ค หม่า (Jack Ma) ชื่อจริง หม่า หยุน (马云) เกิดวันที่ 10 กันยายน 1964 เขาเกิดที่เมืองหางโจว ในมณฑลเจ้อเจียง เป็นหลานชายของนักธุรกิจเจ้าของที่ดินรายใหญ่ในหางโจว และเป็นลูกชายของศิลปินที่ทำการแสดงท้องถิ่นโบราณ หลังการถึงแก่อสัญกรรมของเหมา เจ๋อตุง ประเทศจีนได้เปิดประเทศ มีนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะชาวตะวันตกหลั่งไหลมามากขึ้น โดยเฉพาะที่หางโจว ซึ่งเป็นเมืองที่สวยงาม มีทะเลสาบซีหูที่ขึ้นชื่ออยู่ ณ ที่นี่เองที่หม่าได้ฝึกฝนทักษะภาษาอังกฤษจนเชี่ยวชาญกว่าเพื่อนร่วมรุ่น เขาขี่จักรยานเป็นเวลา 45 นาทีทุกเช้าเพื่อไปยังโรงแรมที่อยู่ใกล้เคียงและพูดคุยกับชาวต่างชาติ โดยจะทำหน้าที่เป็นไกด์พาพวกเขาไปรอบเมืองให้ฟรีเพื่อที่จะฝึกฝนและพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษของเขา

ในวัยหนุ่ม แม้เขาจะประสบความล้มเหลวในการสอบเข้าถึงสองครั้ง แต่แล้วเขาก็ได้เข้าศึกษาต่อที่สถาบันครูหางโจว และสำเร็จการศึกษาในปี ค.ศ. 1988 ด้วยวุฒิปริญญาตรีสาขาวิชาภาษาอังกฤษ หลังจากนั้น เขาก็กลายเป็นอาจารย์ผู้สอนในวิชาภาษาอังกฤษและการค้าระหว่างประเทศที่มหาวิทยาลัยหางโจวเตี้ยนจื่อ ในการเป็นอาจารย์นั้น หม่าได้ชื่อว่าเป็นอาจารย์ที่ไม่สอนตามตำราหรือระเบียบวิธีการสอนทั่วไป ไม่เคยแม้แต่จะเตรียมตัวการสอนด้วยซ้ำ เขามักใช้วิธีดั้นสด แต่นั่นก็ทำให้เขากลายเป็นขวัญใจของเหล่านักศึกษาอย่างยิ่ง หม่าเป็นอาจารย์อยู่ 5 ปี จึงลาออก เนื่องจากเขาเห็นว่าสมควรได้เวลาที่ตนเองจะทำธุรกิจ

ก่อนที่เขาจะได้เป็นครูเขาได้ไปสมัครงานหลายที่และได้โดนปฏิเสธมามากกว่า 30 ครั้ง โดนปฏิเสธจากร้าน KFC เคยสมัครเข้าเป็นตำรวจ จากผู้สมัครทั้งหมด 5 คน มีเขาคนเดียวที่ไม่ติด หรือแม้แต่เคยไปสมัครงานในโรงแรม พร้อมกับลูกพี่ลูกน้อง ซึ่งก็เป็นเขาอีกเหมือนเดิมที่ไม่ได้งาน แต่ลูกพี่ลูกน้องคนนั้นได้งานไป

China-Yellow-Pages-jack-ma
China Yellow Pages

ก่อนที่จะมาเป็น อาลีบาบา (Alibaba)

เขารู้จักกับอินเตอร์เน็ตครั้งแรก ในช่วงที่เขาเป็นอาจารย์เขาได้เริ่มดำเนินธุรกิจให้บริการด้านการแปล และมีโอกาสไปเป็นล่ามที่สหรัฐอเมริกาครั้งแรกในปี 1995 และที่นั่นเป็นการเปิดโลกให้ เขได้รู้จักกับอินเตอร์เน็ต และเขาก็รู้สึกแปลกใจมากเมื่อพบว่า สินค้ามากมายที่บนโลกอินเตอร์เน็ตซึ่งผลิตมาจากประเทศจีน แต่กลับไม่มีชื่อของตัวแทนจากจีนเป็นผู้ขาย และตอนนั้นเองที่เขาได้มองเห็นโอกาสทางธุรกิจที่มีศักยภาพของอินเทอร์เน็ต และวิธีการที่จะช่วยให้วิสาหกิจจีนเติบโตและจีนจะสามารถทำธุรกิจกับส่วนอื่นๆ ที่เหลือบนโลกใบนี้ได้

หลังจากที่ แจ็ค กลับมาที่ประเทศจีน ในเดือนเมษายน ปี 1995 เขาได้รวบรวมเงินจากกลุ่มเพื่อนๆ เป็นจำนวนเงินประมาณ $20,000 (6 แสนบาท) เพื่อเปิดตัวเว็บไซต์เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์จีนและธุรกิจจีนออนไลน์ ในชื่อ “China Yellow Pages” คอนเซ็ปต์เป็นสมุดหน้าเหลืองออนไลน์ โดยการรวบรวมรายชื่อบริษัทและสินค้าต่าง ๆ ในจีน มาไว้ในเว็บไซต์ ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่จดทะเบียนธุรกิจของจีนและผลิตภัณฑ์ขายผลิตภัณฑ์ของจีนเท่านั้น แม้ว่ามันจะได้การตอบรับที่ดีแต่รายได้มันไม่เพียงพอที่จะครอบคลุมรายจ่าย แจ็ค จึงตัดสินใจระดมทุนจากหน่วยงานของรัฐ โดยการให้รัฐบาลจีนเป็นหุ้นส่วนใหญ่ ผ่านไป 3 ปี บริษัทเขาก็สามารถทำเงินได้กว่า 5 ล้านหยวน หรือราวๆ กว่า 24 ล้านบาท แต่น่าเสียดายที่ในยุคนั้นยังอยู่ภายใต้การนำของรัฐบาลที่เข้มงวด อีกทั้งยังยับยั้งการพัฒนาตามแนวความคิดของเขาที่จะทำการค้ากับนานาประเทศ ทำให้ในที่สุดแจ็คหม่าก็ตัดสินใจเดินออกมาจาก China Yellow Pages

แจ็ค หม่า
แจ็ค หม่า

กำเนิดอาลีบาบา (Alibaba)

ใน ปี 1999 แจ็ค หม่า กับเพื่อนรวม 18 คน ได้ก่อตั้ง Alibaba ขึ้นมาโดยมีเงินทุนที่ช่วยกันลงขันราวๆ 500,000 หยวน (ประมาณ 2 ล้านบาท) เพื่อที่จะสร้างศูนย์รวมการทำการค้าระหว่าง Business-to-Business (B2B) หรือพูดง่ายๆ ก็คือ เป็นเว็บไซต์ที่เปิดโอกาสให้ธุรกิจแต่ละแห่งได้มีโอกาสซื้อขายกัน โดยเน้นที่การขายส่งเป็นจำนวนมาก ช่วงเริ่มต้นของ Alibaba อาจไม่ได้สวยงามเหมือน China Yellow Pages นัก เพราะเต็มไปด้วยอุปสรรคต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องของเงินทุน เพราะไม่ว่าจะเป็นธนาคารหรือเหล่านักลงทุน ต่างพากันมองว่า ธุรกิจนี้คงประสบความสำเร็จได้ยาก เพราะไม่มีใครเชื่อว่าอีคอมเมิร์ซในจีนจะเกิดขึ้นได้จริง

ในช่วงระหว่างปี 1999-2000 Alibaba ได้รับเงินทุนจากต่างประเทศจำนวน 25 ล้านเหรียญฯ (ราวๆ 700 ล้านบาท) โดยจุดประสงค์ของเงินทุนก้อนนี้ เขาจะต้องทำให้ตลาด E-commerce ในจีนขยายตัวให้ได้มากที่สุด และสร้างเว็บไซต์แพลตฟอร์มที่แข็งแกร่งขึ้นมา โดยเน้นไปที่กลุ่มของธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (SMEs) เพื่อผลักดันให้สามารถแข่งขันกับการค้าระดับโลกอย่าง World Trade Organization (WTO) หรือ องค์การการค้าโลก ได้ในที่สุด

ในปี 2003 Jack Ma รุกหนักด้านอีคอมเมิร์ซอย่างต่อเนื่องด้วยการเปิดตัวเว็บไซต์ที่ชื่อว่า Taobao.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์ค้าขายออนไลน์แบบ Business-to-Consumer (B2C) ที่เปิดโอกาสให้พ่อค้าแม่ค้าชาวจีนมาขายของออนไลน์ โดยเป้าหมายต้องการที่จะเป็น eBay ในเวอร์ชั่นเอเชีย และนอกจากนั้นยังเปิดตัวระบบจ่ายเงินออนไลน์ที่ชื่อ Alipay โดยมีเป้าหมายคือการเป็นระบบชำระเงินออนไลน์อย่าง Paypal ในเวอร์ชั่นเอเชียเช่นกัน

Jerry Yang กับ Jack Ma
Jerry Yang กับ Jack Ma

ในปี 2004 มีข่าวว่า eBay ได้ยื่นข้อเสนอในการเข้าซื้อกิจการของ Taobao แต่ Jack Ma ได้ปฏิเสธไป เพราะในระหว่างปี 2005 เขาก็ได้รับการเสนอเงินทุนจาก Jerry Yang ผู้ก่อตั้ง Yahoo! ซึ่งเป็นชาวจีนด้วยกัน ด้วยจำนวนเงินถึง 1 พันล้านเหรียญฯ (หรือราวๆ 3 หมื่นล้านบาท) เพื่อแลกกับการถือหุ้นใน Alibaba 40%

จนกระทั่งในปี 2006 eBay ก็ต้องยอมถอยทัพออกจากจีนไป เพราะไม่สามารถต่อกรกับ Taobao ได้นั่นเอง Jack Ma เคยเปรียบไว้ว่า “eBay เป็นเหมือนฉลามในมหาสมุทร แต่ Taobao เป็นจระเข้แห่งแม่น้ำแยงซี ดังนั้นเราจึงได้เปรียบอยู่แล้ว ถ้าสู้ในบ้านของตัวเอง”

Taobao Jack Ma

ธุรกิจที่ แจ็ค หม่า หรือ อาลีบาบา ถือครอง

Taobao

เว็บไซต์ขายปลีกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน เปิดตัวในปี 2003 และสามารถแย่งตลาดจากเว็บไซต์ประมูลอันดับ 1 ของโลกอย่าง ebay.com ได้ภายใน 3 ปี โดยมีเป้าหมายต้องการให้เถาเป่าเป็นเว็บไซต์ซื้อขายสินค้าที่สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคในประเทศจีนได้อย่างเต็มรูปแบบ

TMALL

แหล่งรวมแบรนด์ดังอันดับต้นๆ ในประเทศจีน เปิดตัวเดือนเมษายน 2008 มีส่วนแบ่งทางการตลาดสูงถึง 50% นโยบายหลักของ TMALL.com มุ่งเน้นไปที่การกระจายสินค้าแบรนด์เนมให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภค

Etao

Search Engine สำหรับการค้นหาสินค้าในประเทศจีน เปิดให้บริการเดือนตุลาคม 2010 โดยมีเป้าหมายหลักในการให้บริการค้นหาสินค้าและช่วยเหลือผู้ซื้อในการตัดสินใจซื้อสินค้า หาสินค้าราคาต่ำแต่ให้ได้คุณภาพสูงสุดอย่างรวดเร็วในอินเทอร์เน็ต

Aliyun

เป็น Alibaba Cloud Computing ที่เปิดให้บริการเมื่อปี 2009 โดยมีจุดประสงค์หลักในการให้บริการคลาวด์คอมพิวติง สำหรับเป็นสื่อกลางในการติดต่อสื่อสาร แชร์ข้อมูล จัดระเบียบข้อมูลให้ดียิ่งขึ้น รวมถึงช่วยในการประหยัดการลงทุนในด้านทรัพยากรคอมพิวเตอร์

Alipay

ช่องทางการชำระเงินทางอินเทอร์เน็ตที่ได้รับความนิยมสูงสุดในประเทศจีน และด้วยความง่ายในการใช้งาน สามารถชำระเงินผ่านธนาคารได้เกือบทุกธนาคารในประเทศจีน ทำให้ผู้บริโภคชาวจีนให้การยอมรับและเลือกใช้บริการ Alipay.com เป็นหลัก

Lazada

LAZADA คือเว็บไซต์ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาภายใต้แนวคิดการเป็นแหล่งช้อปปิ้งออนไลน์ที่มีสินค้าให้เลือกซื้อหลากหลาย โดยเฉพาะอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เสมือนการยกห้างสรรพสินค้ามาไว้บนหน้าจอ

และธุรกิจอื่นๆ อีกมากมายนับไม่ถ้วน ทั้งให้บริการคลาวด์, Social Network, โลจิสติกส์, สโมสรฟุตบอลกว่างโจว เอเวอร์แกรนด์ และสื่อสิ่งพิมพ์เซาท์ไชน่า มอร์นิ่ง โพสต์ ของฮ่องกง

แจ็ค หม่า ซื้อหุ้น KFC
แจ็ค หม่า ซื้อหุ้น KFC

แจ็ค หม่า ซื้อหุ้น KFC

เขามีประสบการณ์การถูกปฏิเสธครั้งแล้วครั้งเล่า และหนึ่งในงานที่เขาน่าจะจดจำได้ดีที่สุด คงหนีไม่พ้นการสัมภาษณ์งานในร้าน KFC ที่มีผู้สมัคร 24 คน และมีเขาเพียงคนเดียวที่ถูกปฏิเสธ “ผมเดินหางานในตอนนั้น รวมถึงสมัครทำงานกับ KFC ด้วย มีผู้สมัครทั้งหมด 24 คน แต่กลับกลายเป็นว่าทุกคนผ่านหมด มีผมคนเดียวที่ถูกปฏิเสธรับเข้าทำงาน” เขาเผยความในใจ แต่ใครจะคิดว่าตอนนี้เขาจะกลายเป็นเจ้าของ KFC ในประเทศจีนไปซะแล้ว ด้วยการทุ่มเงิน 1.5 หมื่นล้านบาท ซื้อกิจการ Yum Brands บริษัทแม่ของ KFC และ Pizza Hut สาขาในจีน

วลีจาก แจ็ค หม่า

6 วลีจาก แจ็ค หม่า

  1. ก่อนอายุ 20-25 ปี ไม่ต้องห่วงหรือกังวลเรื่องความผิดพลาดหรอก ผิดพลาดก็แค่ลุกขึ้นมาใหม่ ผิดพลาดให้เต็มที่ มันเป็นบทเรียนที่มีค่าสำหรับคุณทุกคน ผมบอกตัวเองและเหล่าเด็กๆ เสมอว่าก่อนจะอายุ 20 ปี จงทำตัวเป็นนักเรียนที่ดี นั่นเป็นช่วงเวลาที่คุณจะซึมซับความรู้ และสั่งสมประสบการณ์ได้ดีที่สุด
  2. ก่อนจะอายุถึง 30 ปี ไม่ได้สำคัญว่าคุณจะไปทำงานที่บริษัทไหน แต่สำคัญที่นายของคุณเป็นใคร นายที่ดีจะสอนคุณให้รู้จักการเรียนรู้ที่ต่างออกไป จงติดตามนายที่ดี จงทำตามเขา จงไปที่บริษัทเล็ก เพราะปกติแล้วบริษัทใหญ่ๆ จะให้คุณรู้จักแค่กระบวนการทำงาน คุณจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องจักรขนาดใหญ่ แต่เมื่อคุณไปบริษัทเล็กๆ คุณจะได้เรียนรู้ถึงความชอบและความฝันของคุณ
  3. ช่วงวัย 30-40 ปี คุณจะต้องทำงานเพื่อตนเอง เพื่อความสำเร็จ หากคุณต้องการเป็นผู้ประกอบการแล้วล่ะก็
  4. วัย 40-50 ปี คุณจะต้องทำงานที่คุณชำนาญที่สุด อย่าไปมองหางานประเภทใหม่ๆ เลย มันสายไปแล้ว คุณอาจจะทำสำเร็จแต่โอกาสที่คุณจะล้มเหลวนั้นมันใหญ่เกินไป ให้คุณโฟกัสในส่งที่คุณถนัดดีกว่า
  5. วัย 50-60 คุณควรทำงานเพื่อคนรุ่นหลังเพราะ คนรุ่นหลังที่ยังเป็นหนุ่มสาวจะทำงานเก่งกว่าคุณ จงพึ่งพาเขา จงลงทุนในเขา ทำให้พวกเขามีความสามารถ
  6. พออายุมากกว่า 60 ปี จงใช้เวลาเพื่อตนเองอย่างเต็มที่
แจ๊ค หม่า Forbes
แจ๊ค หม่า Forbes

แจ็ค หม่า มหาเศรษฐีระดับโลก

เดือนสิงหาคม ปี 2014 มีรายงานว่า แจ็ค หม่า กลายเป็นคนที่ร่ำรวยที่สุดในจีนด้วยทรัพย์สิน $21.8 B ( กว่า 6 แสนล้านบาท) และในวันที่ 19 กันยายน ปี 2014 ก็ได้นำ Alibaba เข้าตลาดหุ้นที่อเมริกาในตลาด New York Set และระดมทุนได้กว่า $25 B (กว่า 7.8 แสนล้านบาท) ส่งผลให้ในปี 2016 เขากลายเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในเอเชียด้วยทรัพย์สินมูลค่า $33.3 B (1 ล้านล้านบาท) และในปี 2018 เขามีทรัพย์สินอยู่ที่ $39.3 B (1.2 ล้านล้านบาท) กลายเป็นมหาเศรษฐีอันดับที่ 20 ของโลกในที่สุด

ใครจะไปคิดว่า จากเด็กธรรมดาๆ คนหนึ่ง ที่เติบโตมาในครอบครัวที่ยากจน และมองเห็นโอกาสอันยิ่งใหญ่จากโลกอินเตอร์เน็ต ผลักดันให้วงการการค้าของประเทศจีนเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงและตอนนี้ก็กำลังเปลี่ยนวงการการค้าโลกแบบ B2B โดยเข้าใจในการทำการค้าในฝั่งเอเชียเป็นอย่างดี สามารถต่อกรกับฝรั่งได้อย่างเฉียบขาด

Jack Ma 2

แจ็ค หม่า ยุติหน้าที่ CEO อาลีบาบา

แจ็ค หม่า จะมีอายุครบ 54 ปีบริบูรณ์ ในวันที่ 10 ก.ย. เป็นมหาเศรษฐีที่มีความมั่นคั่งถึง 40,000 ล้านดอลลาร์หสรัฐฯ และเป็นคนรวยอันดับที่ 3 ของประเทศจีน ตามการจัดอันดับทำเนียบมหาเศรษฐีของนิตยสารฟอร์บส์ในปี 2017 แจ็ค หม่า กล่าวว่า การเกษียณอายุจากการทำงานของเขา ไม่ใช่การสิ้นสุดของยุค หากแต่เป็น “การเริ่มต้นของยุคสมัย” และกล่าวอีกว่า “เขารักในการศึกษา” เขาต้องการก่อตั้งมูลนิธิของตัวเอง ตามรอยแนวทางของบิล เกตส์ ผู้ก่อตั้งบริษัท ไมโครซอฟท์ “ผมไม่ได้เป็นคนรวยอะไร สิ่งที่ผมทำได้ดีกว่านั้น คือ การไขก๊อกจากการงานให้เร็วขึ้น บางทีเร็วๆ นี้ ผมอาจจะกลับไปสอนหนังสือ นี่เป็นสิ่งที่ผมคิดว่า ผมทำได้ดีกว่าการเป็นซีอีโออาลีบาบา” แจ็ค จะยังอยู่ในตำแหน่งคณะกรรมการบริหารของอาลีบาบา กรุ๊ป ต่อไป ทว่าจะเน้นงานทางด้านการกุศลเกี่ยวกับการศึกษา

Tags

Related Articles

Close