
- อนิเมะ rom-com เรื่องนี้เล่าถึงหนุ่มโง่ที่ไม่รู้ว่าเพื่อนสนิทสองสาวแอบชอบเขามาตลอด แถมยังพยายามจีบด้วยวิธีการที่บ้าคลั่ง
- แม้แนวคิดจะมีศักยภาพและมีช่วงเวลาที่ตลก แต่ fanservice ที่มากเกินไปกับตัวละครวัยรุ่นทำให้รู้สึกไม่สบายใจ
- การให้เรต 18+ และฉากแสดงร่างกายของวัยรุ่นทำให้อนิเมะเสียบรรยากาศและความสนุกไปมาก
- เหมาะกับคนที่ชอบ rom-com สไตล์ slapstick และไม่ติดใจเรื่อง fanservice แต่อาจไม่เหมาะกับคนที่มองหาความลึกซึ้งหรือความสนุกแบบสบายๆ
เคยฝันไหมว่าจะได้เป็นตัวเอกในอนิเมะ รอม-คอม (romantic comedy) ที่มีเพื่อนสนิทตั้งแต่เด็กมาชอบเราอย่างลับๆ? โยโนซุเกะ “เอย์ยู” ซากาอิ ก็เป็นหนุ่มคนหนึ่งที่หลงใหลในเรื่องราวรักแบบนี้มาก แต่แม้จะมีเพื่อนสนิทสองคนที่โตมาด้วยกัน เขากลับไม่เชื่อว่าความรักจะเข้ามาในชีวิตตัวเองได้ สิ่งที่เขาไม่รู้คือชิโอะกับอาการิ เพื่อนรักของเขา แอบชอบเขามาตลอดโดยที่เขาไม่รู้ตัวเลย อนิเมะเรื่อง Osananajimi to wa Love Comedy ni Naranai (You Can’t Be in a Rom-Com With Your Childhood Friends!) พยายามนำเสนอเรื่องราวรักสามเส้าแบบฮาๆ แต่กลับมีปัญหาใหญ่ที่ทำให้การดูไม่สนุกเท่าที่ควร บทความนี้จะพาไปเจาะลึกว่าทำไมอนิเมะเรื่องนี้ถึงมีศักยภาพแต่กลับพังไปเพราะ fanservice ที่มากเกินไปจนน่าอึดอัด
อนิเมะเรื่อง You Can’t Be in a Rom-Com With Your Childhood Friends! เล่าเรื่องของโยโนซุเกะ “เอย์ยู” ซากาอิ หนุ่มน้อยที่หลงใหลในอนิเมะและมังงะแนว romantic comedy โดยเฉพาะเรื่องที่มีเพื่อนสนิทตั้งแต่เด็กมาเป็นคู่รักกัน แต่ตัวเขากลับไม่เชื่อว่าความรักจะเกิดขึ้นในชีวิตจริงของตัวเอง แม้จะมีเพื่อนสนิทสองคนคือชิโอะและอาการิที่โตมาด้วยกัน เขาไม่รู้เลยว่าทั้งสองคนแอบชอบเขามาตลอดและพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้เขาสังเกต ตอนแรกของอนิเมะเปิดฉากด้วยชิโอะที่กอดเอย์ยูแนบชิดบนเตียง และเขาบอกว่านี่เป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นเสมอมา ซึ่งทำให้คนดูต้องงงว่าทำไมเขาถึงไม่รู้สึกอะไรเลย จากนั้นก็มีอาการิที่แสดงออกแบบ สึนเดเระ (tsundere) คลาสสิก ที่ดูเหมือนจะเย็นชากับเอย์ยูแต่ก็แอบชอบเขาอยู่ในใจ
ตัวละครหลักของอนิเมะนี้มีความน่าสนใจในแง่ของ พัฒนาการตัวละคร และแรงจูงใจของพวกเขา เอย์ยูเป็นตัวเอกแบบคลาสสิกที่โง่เขลาในเรื่องความรัก เขาไม่เห็นสัญญาณชัดๆ ที่สาวๆ ส่งมาให้เขาอยู่ตลอดเวลา ในขณะที่ชิโอะเป็นสาวที่ชอบแสดงออกตรงๆ และพยายามทำทุกอย่างเพื่อดึงดูดความสนใจของเอย์ยู แม้บางครั้งจะเป็นวิธีที่แปลกประหลาดหรือเกินเลยไป ส่วนอาการิเป็นตัวละครที่มีมิติซับซ้อนกว่าที่เห็น เธอแสดงออกเป็นสึนเดเระแต่ก็มีความรู้สึกและความเสียใจที่ซ่อนอยู่ภายใน ฉากที่เธอคิดในใจเผยให้เห็นว่าเธอมีความลึกซึ้งมากกว่าบุคลิกภายนอก แต่น่าเสียดายที่อนิเมะเลือกที่จะเน้นไปที่ ฉาก fanservice มากกว่าการพัฒนาตัวละครอย่างจริงจัง

ปัญหาหลักของอนิเมะเรื่องนี้อยู่ที่การใช้ fanservice อย่างมากเกินไป โดยเฉพาะกับตัวละครที่เป็นวัยรุ่น การที่ Crunchyroll ให้เรต 18+ กับอนิเมะนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกเมื่อดูตอนแรก ฉากเปิดตัวที่มีภาพเปลือยบางส่วนทำให้รู้สึกไม่สบายใจตั้งแต่แรก และสิ่งที่ตามมาก็ยิ่งแย่ลงไปอีก ชิโอะถูกแสดงในท่าทางและมุมกล้องที่ไม่เหมาะสม รวมถึงฉากที่เธอยืนบนขอบหน้าต่างโดยมีกางเกงในโผล่ให้เห็นเป็นเวลาหลายวินาที ซึ่งไม่มีความจำเป็นเลยในการเล่าเรื่อง อาการิก็เช่นกัน แม้จะมีบุคลิกสึนเดเระที่น่าสนใจ แต่ก็ถูกนำเสนอด้วยมุมมองที่เน้น ความเร้าอารมณ์ มากเกินไป การพูดคุยเกี่ยวกับวัยรุ่นที่กำลังเข้าสู่วัยแรกรุ่นโดยไม่เอารัดเอาเปรียบพวกเขาเป็นเรื่องที่ยาก แต่อนิเมะเรื่องนี้ก็ล้มเหลวตั้งแต่ก้าวแรกเลย
หนึ่งในฉากที่อธิบายความไม่เหมาะสมได้ดีที่สุดคือฉากที่สาวๆ พยายามทำให้เอย์ยูเกิดอารมณ์ ขณะทำการบ้านให้เขาลอกในห้องเรียน โดยการเสียดสีตัวกับเขาต่อหน้าเพื่อนร่วมชั้น คำอธิบายของตอนนี้บน Crunchyroll บอกว่าสาวๆ กำลังพยายามดึงดูดความสนใจของเอย์ยูด้วยวิธีที่บิดเบี้ยวและทำให้ความชอบของพวกเธอกลายเป็นการแสดงต่อสาธารณะ นี่เป็นสิ่งที่มากเกินไปและทำให้รู้สึกอึดอัดมากจนไม่สามารถมองข้ามไปได้ แม้จะมีประกายแสงของ ความตลก rom-com อยู่บ้าง แต่ก็ไม่สามารถปกปิดความรู้สึกไม่สบายใจที่เกิดขึ้นจากฉากเหล่านี้ได้
สิ่งที่น่าเสียดายคือแนวคิดพื้นฐานของอนิเมะเรื่องนี้มีศักยภาพ แนวคิดของหนุ่มที่รักเรื่อง romantic comedy แต่กลับไม่เห็นความรักที่อยู่ตรงหน้าตัวเองนั้นเป็นไอเดียที่สนุกและมีพื้นที่สำหรับการสร้างความตลกและดราม่า การที่เอย์ยูมีเพื่อนสนิทสองคนที่แอบชอบเขาและแข่งขันกันเพื่อได้ใจเขาก็เป็นเรื่องที่น่าติดตามว่าจะจบลงอย่างไร แต่การเลือกที่จะนำเสนอเรื่องราวผ่าน fanservice และฉากที่ไม่เหมาะสมทำให้ศักยภาพนี้สูญเสียไป หากอนิเมะเน้นไปที่ ความสัมพันธ์ของตัวละคร และพัฒนาการของพวกเขาแทน มันคงจะเป็นผลงานที่ดีกว่านี้มาก

ในด้านของ การแสดงเสียง นักพากย์ทำได้ดีในการถ่ายทอดอารมณ์ของตัวละคร โดยเฉพาะในช่วงที่มีการพูดคุยภายในใจของอาการิที่เผยให้เห็นความรู้สึกที่ซับซ้อนของเธอ ภาพและแอนิเมชั่นอยู่ในระดับมาตรฐานของอนิเมะ rom-com ทั่วไป ไม่มีอะไรที่โดดเด่นเป็นพิเศษแต่ก็ไม่แย่ เพลงประกอบทำหน้าที่ได้ดีในการสร้างบรรยากาศ รอม-คอม แบบเบาสมอง แต่ก็ไม่ได้ทิ้งความประทับใจอะไรมากนัก ส่วนการออกแบบตัวละครนั้นก็เป็นแบบทั่วไปของอนิเมะแนวนี้ โดยชิโอะและอาการิถูกออกแบบให้ดูน่ารักและมีเสน่ห์ แต่ก็ไม่มีอะไรที่โดดเด่นจนจดจำได้
แม้จะมีปัญหามากมาย แต่อนิเมะเรื่องนี้ก็มีข้อดีบางอย่างที่ควรกล่าวถึง ความสัมพันธ์ระหว่างเอย์ยูกับเพื่อนสนิททั้งสองมีช่วงเวลาที่จริงใจและอบอุ่น โดยเฉพาะฉากที่แสดงให้เห็นว่าพวกเขาเติบโตมาด้วยกันอย่างไร ความขัดแย้งภายในใจ ของอาการิที่ต้องแสดงตัวเป็นสึนเดเระในขณะที่แท้จริงแล้วเธอมีความรู้สึกลึกซึ้งต่อเอย์ยูก็เป็นจุดที่น่าสนใจและมีศักยภาพในการพัฒนาต่อ นอกจากนี้ยังมีช่วงเวลาตลกบางฉากที่ทำให้ยิ้มได้ แม้จะไม่บ่อยนัก และการที่โอพีนิ่งและเอ็นดิ้งแสดงให้เห็นตัวละครสาวทั้งสี่คน (ยังมีอีกสองคนที่ยังไม่ได้ปรากฏในตอนแรก) ก็ทำให้อยากรู้ว่าเรื่องราวจะพัฒนาไปอย่างไร
อนิเมะเรื่องนี้เหมาะกับใครที่ชอบ โรแมนติกคอมเมดี้ สไตล์ slapstick และไม่มีปัญหากับ fanservice ที่มากเกินไป หรือคนที่สนใจติดตามว่าเรื่องราวของเอย์ยูกับสาวทั้งสามจะจบลงอย่างไร หรือจะมีตัวละครสาวคนที่สี่มาร่วมวงด้วยหรือไม่ อย่างไรก็ตาม สำหรับใครที่มองหา rom-com ที่มีคุณภาพ หรือต้องการเรื่องราวที่เน้นความลึกซึ้งของตัวละครมากกว่าฉากที่ไม่เหมาะสม อนิเมะเรื่องนี้อาจไม่ใช่ตัวเลือกที่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากรู้สึกไม่สบายใจกับการแสดงร่างกายของตัวละครวัยรุ่นอย่างไม่จำเป็น ก็ควรหลีกเลี่ยงอนิเมะเรื่องนี้ไป

แม้จะรู้สึกไม่ชอบตอนแรกอย่างชัดเจน แต่ก็มีความอยากรู้แบบประหลาดๆ ที่อยากติดตามต่อว่าเรื่องราวจะพัฒนาไปอย่างไร สาวคนไหนจะชนะใจเอย์ยูในที่สุด หรืออนิเมะจะกล้าทำเป็นแบบ polyamory จริงๆ หรือเปล่า (แม้โอกาสจะน้อยมากเมื่อดูจากตัวเอกที่ไม่เห็นสัญญาณชัดๆ ที่สาวๆ ส่งมาให้) การที่โอพีนิ่งและเอ็นดิ้งแสดงสาวทั้งสี่คนก็ทำให้อยากรู้ว่าอีกสองคนจะมีบทบาทอย่างไรในเรื่อง และจะมีความขัดแย้ง เพิ่มขึ้นอีกแค่ไหนเมื่อมีคนเข้ามาแข่งขันเพิ่ม นี่คือเหตุผลที่แม้จะรู้สึกไม่ชอบ แต่ก็ยังลังเลว่าจะดูต่อดีหรือไม่ เพราะอยากรู้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นต่อไป
ในปี 2025 มีอนิเมะ romantic comedy ที่มีคุณภาพสูง หลายเรื่องที่พิสูจน์แล้วว่าสามารถสร้างเรื่องราวรักที่สนุก ตลก และมีคุณค่าได้โดยไม่ต้องพึ่งพา fanservice ที่มากเกินไป อนิเมะเหล่านั้นเน้นไปที่การพัฒนาตัวละคร ความสัมพันธ์ที่น่าเชื่อถือ และอารมณ์ขันที่เกิดจากสถานการณ์และบุคลิกของตัวละครจริงๆ เมื่อเทียบกับ You Can’t Be in a Rom-Com With Your Childhood Friends! จะเห็นได้ชัดว่ามันมีช่องว่างใหญ่ระหว่างอนิเมะที่ทำ rom-com ได้ดีกับอนิเมะที่แค่อ้างว่าเป็น rom-com แต่จริงๆ แล้วเน้นไปที่ ฉากที่ไม่เหมาะสม มากกว่าเนื้อเรื่องที่ดี การที่อนิเมะเรื่องนี้เลือกทางเดินที่ไม่เหมาะสมทำให้มันดูเหมือนมาจากยุค 2010s ที่ยังมีอนิเมะแนวนี้เยอะและถูกยอมรับได้มากกว่าในปัจจุบัน
Osananajimi to wa Love Comedy ni Naranai หรือ You Can’t Be in a Rom-Com With Your Childhood Friends! เป็นอนิเมะที่มีแนวคิดที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องราวรักสามเส้าที่เต็มไปด้วยความตลกขบขัน แต่น่าเสียดายที่การนำเสนอที่เน้น fanservice มากเกินไปและฉากที่ไม่เหมาะสมกับตัวละครวัยรุ่นทำให้การดูไม่สนุกและรู้สึกอึดอัด แม้จะมีช่วงเวลาที่ตลกและพัฒนาการตัวละครที่น่าสนใจบ้าง แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะปกปิดปัญหาหลักที่ทำให้อนิเมะเรื่องนี้ดูเหมือนมาจากยุคที่ผ่านมาแล้ว สำหรับใครที่มองหา romantic comedy ที่มีคุณภาพ ในซีซั่นนี้ อาจจะดีกว่าที่จะไปหาอนิเมะเรื่องอื่นที่เน้นไปที่เนื้อเรื่องและตัวละครมากกว่าฉากที่ไม่จำเป็น แต่ถ้าใครอยากรู้ว่าเรื่องราวจะจบลงอย่างไรและไม่ติดใจกับปัญหาที่กล่าวมา ก็อาจจะลองดูต่อไปได้ ส่วนตัวแล้วยังลังเลอยู่ว่าจะติดตามต่อหรือไม่ แต่ความอยากรู้แบบประหลาดๆ ก็ยังมีอยู่ มาแชร์ความคิดเห็นกันในคอมเมนต์ว่าใครดูอนิเมะเรื่องนี้แล้วรู้สึกอย่างไร และถ้าชอบรีวิวนี้ก็อย่าลืมแชร์ให้เพื่อนๆ ที่ชอบ rom-com ได้รู้ด้วยนะ!
- ชื่อเรื่องในภาษาไทย: เลิฟคอมกับเพื่อนสมัยเด็กน่ะเหรอ เพ้อเจ้อทั้งเพ
- ชื่อเรื่องในภาษาญี่ปุ่น: 幼馴染とはラブコメにならない
- ชื่อเรื่องในภาษาอังกฤษ: You Can’t Be in a Rom-Com With Your Childhood Friends!
- ประเภท: โรแมนติกคอมเมดี้, ฮาเร็ม, โรงเรียน
- วันที่ออกอากาศ: 6 มกราคม 2569
- สตูดิโอ: Tezuka Productions
- จำนวนตอน: 12 ตอน
- เรตติ้ง MyAnimeList: 6.64/10
- ช่องทางการดูในประเทศไทย: Crunchyroll
บท - 6
การแสดง - 6.5
โปรดักชัน - 7
ความบันเทิง - 4.5
ความคุ้มค่าในการรับชม - 5
5.8
โรแมนติกคอมเมดี้ที่ดูไม่ออกเพราะ Fanservice มากเกินไป
Osananajimi to wa Love Comedy ni Naranai มีแนวคิดที่น่าสนใจเกี่ยวกับหนุ่มโง่ที่ไม่รู้ว่าเพื่อนสนิทสองสาวแอบชอบเขา และพวกเธอก็พยายามจีบด้วยวิธีที่แปลกประหลาด แต่น่าเสียดายที่อนิเมะเรื่องนี้เน้น **fanservice** มากเกินไปจนทำลายบรรยากาศ การแสดงร่างกายของตัวละครวัยรุ่นอย่างต่อเนื่องทำให้การดูไม่สนุกและรู้สึกอึดอัด แม้จะมีช่วงเวลาตลกและพัฒนาการตัวละครที่น่าสนใจ แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะปกปิดปัญหาด้านการนำเสนอที่ไม่เหมาะสม สำหรับใครที่ชอบ rom-com สไตล์เบาสมองและไม่ติดใจเรื่อง fanservice อาจจะชอบ แต่สำหรับคนที่มองหาความสนุกแบบสบายใจแล้ว อนิเมะเรื่องนี้อาจจะไม่ใช่ตัวเลือกที่ดี
![[รีวิว-เรื่องย่อ] Easygoing Territory Defense (2026)](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/01/Review-Easygoing-Territory-Defense-2026.webp)
![[รีวิว-เรื่องย่อ] Champignon Witch (2026)](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/01/Review-Champignon-Witch-2026.webp)

![[รีวิว-เรื่องย่อ] เก่งรอบด้านแต่ไร้ทีเด็ด เลยถูกเฉดหัวจากปาร์ตี้ผู้กล้า | Jack-of-All-Trades, Party of None (2026)](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/01/Review-Jack-of-All-Trades-Party-of-None-2026.webp)
![[รีวิว-เรื่องย่อ] ผู้กล้าโทษประหาร | Sentenced to Be a Hero (2026)](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/01/Review-Sentenced-to-be-a-Hero-2026.webp)
![[รีวิว-เรื่องย่อ] สับขั้วมาลุ้นรัก | Hana-Kimi (2026)](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/01/Review-Hana-Kimi-2026.webp)
![[รีวิว-เรื่องย่อ] ชีวิตประจำวันของพนักงานพาร์ตไทม์รับจ้างทรมาน | The Daily Life of a Part-time Torturer (2026)](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/01/Review-The-Daily-Life-of-a-Part-time-Torturer-2026.webp)
![[รีวิว-เรื่องย่อ] Journal with Witch (2026)](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/01/Review-Journal-with-Witch-2026.webp)