รีวิวซีรีส์ฝรั่ง

[รีวิว-เรื่องย่อ] Death Inc. ซีซั่น 4 คอเมดี้สัปเหร่อส่งท้ายที่รู้จังหวะลา

  • ซีซั่นสุดท้ายของซิทคอมเวิร์กเพลสสเปนที่รู้จักปิดฉากในจังหวะเหมาะสม ไม่ยืดเยื้อเกินจำเป็น
  • คาร์ลอส อาเรเซส (Carlos Areces) แบกรับบทดามาโซด้วยคอมมิกไทม์มิ่งที่เฉียบคมในทุกฉากที่ทะเยอทะยานของเขาพังลง
  • เนียเบส (Ascen López) คือจุดยึดอารมณ์ที่แข็งแรงของเรื่อง ท่ามกลางตัวละครที่ล้วนแต่ดิสฟังก์ชันนัล
  • บทสรุปของตัวละครสมทบบางตัวอาจถูกมองว่าจืดจาง แต่โดยรวมยังเป็นตอนจบที่ให้เกียรติซีรีส์

การทำให้ซิทคอมที่มีฉากหลังเป็นสถานประกอบพิธีศพอยู่รอดมาได้ถึงสี่ซีซั่นไม่ใช่เรื่องง่าย Death Inc. หรือชื่อเดิมในภาษาสเปนว่า Muertos S.L. ทำได้สำเร็จ และสิ่งที่น่าประทับใจยิ่งกว่าคือทีมเขียนบทรู้อ่านจังหวะว่าควรหยุดเมื่อไหร่ ซีซั่นที่สี่และซีซั่นสุดท้ายของ ซีรีส์ เรื่องนี้ไม่ได้พยายามยกเครื่องตัวเองให้กลายเป็นดราม่าพรีเมียมเรียกน้ำตา แต่มั่นคงในสิ่งที่คนดูคาดหวังตั้งแต่แรก: กลุ่มผู้ใหญ่ที่แสนจะดิสฟังก์ชันนัลทะเลาะกันเรื่องมรดก อำนาจ และการเมืองในที่ทำงาน ท่ามกลางลูกค้าที่กำลังมีวันที่แย่กว่าพวกเขาอย่างเทียบไม่ติด

แก่นกลางของซีซั่นนี้วนเวียนอยู่กับคำถามหลอกง่ายแต่ซับซ้อนในทางปฏิบัติ: ใครควรเป็นผู้ดูแลกิจการ Torregrosa Funeral Home อย่างแท้จริง ดามาโซ (Carlos Areces) ใช้เวลาสี่ซีซั่นโน้มน้าวตัวเองว่าคำตอบคือเขาเพียงคนเดียว ความทะเยอทะยานที่สั่งสมมานานได้รับโอกาสเบ่งบานเต็มที่เมื่อเนียเบส (Ascen López) ก้าวขึ้นมาจัดการธุรกิจหลังการเสียชีวิตของกอนซาโลผู้ก่อตั้ง ปัญหาคือการอยากมีอำนาจกับการบริหารอำนาจเป็นคนละอาชีพกัน และดามาโซก็เพิ่งตระหนักในซีซั่นนี้เอง

สิ่งที่ทำให้ Death Inc. เป็นมากกว่า ซีรีส์ฝรั่ง ทั่วไป คือวิธีที่มันสร้างสมดุลระหว่างความตลกร้ายกับความอบอุ่นแบบไม่เสแสร้ง ซีรีส์เรื่องนี้ไม่เคยหัวเราะเยาะคนที่เข้ามาใช้บริการในสุสาน อารมณ์ขันทั้งหมดเกิดจากคนที่ดำเนินธุรกิจต่างหาก เส้นแบ่งนี้แหละที่ทำให้ต่อให้โลเคชันหลักคือโรงศพ แต่ความรู้สึกหลังดูกลับไม่หม่นหมองเลยแม้แต่น้อย

หัวใจสำคัญของซีซั่นนี้อยู่ที่การปะทะกันระหว่างดามาโซและเชมี (Diego Martín) ในศึกแย่งชิงอำนาจภายใน Torregrosa อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดามาโซไม่ใช่ตัวร้ายขนานแท้หากแต่เป็นมนุษย์ที่เต็มไปด้วยความทะเยอทะยาน ความไม่มั่นคง และความมั่นใจแบบผิดที่ผิดทาง คาร์ลอส อาเรเซส (Carlos Areces) ตอกย้ำอีกครั้งว่าจุดที่ตลกที่สุดของตัวละครนี้ไม่ใช่ความไร้ความสามารถ แต่อยู่ที่ความเชื่อมั่นอย่างสุดใจว่าเขาคืออัจฉริยะ ทุกครั้งที่แผนล่มจึงไม่ใช่แค่ความล้มเหลวทางธุรกิจ แต่มันคือการถูกหักหลังโดยความเป็นจริงทั้งใบ

ในอีกมุมหนึ่ง เชมีคือคู่ตรงข้ามที่เติมเต็มความอลหม่านได้อย่างเป็นธรรมชาติ เขาจัดการบริหารด้วยความมั่นใจของคนที่ไม่เคยฉุกคิดเลยสักนิดว่าตัวเองอาจไม่มีคุณสมบัติพอ การเฝ้าดูเชมีสร้างความวุ่นวายครั้งใหม่ด้วยเจตนาอันบริสุทธิ์คือหนึ่งในสีสันที่ไม่เคยทำให้เบื่อ Diego Martín ถ่ายทอดบุคลิกของคนที่หลงตัวเองในความธรรมดาได้น่าเอ็นดูอย่างประหลาด การปะทะระหว่างสองบุคลิกนี้ทำให้ ซิทคอม ซีซั่นสุดท้ายมีจังหวะจะโคนที่คมคาย

แอสเซน โลเปซ (Ascen López) ควรได้รับเครดิตก้อนใหญ่ในฐานะนักแสดงที่แบกอารมณ์ของเรื่องไว้โดยไม่ต้องส่งเสียงดัง บทบาทของเนียเบสในซีซั่นนี้ขยับจากแม่ม่ายที่ต้องรับมือกับการสูญเสียสามีผู้ก่อตั้งกิจการ ไปจนถึงผู้นำหญิงที่เผชิญแรงกดดันจากญาติพี่น้อง ลูกเลี้ยง และลูกจ้างที่ไม่มีใครเห็นตรงกันสักคน การแสดงของเธอให้มิติที่ลึกกว่าเดิมมาก แทนที่จะเป็นเพียงผู้หญิงที่แบกรับความสูญเสีย เธอกลายเป็นตัวละครที่แสดงให้เห็นว่าการรับผิดชอบต่อมรดกของครอบครัวในธุรกิจที่รายล้อมด้วยความตายนั้นหนักหนาเพียงใด

เนียเบสยืนอยู่ตรงกลางระหว่างความขัดแย้งของครอบครัวกับความโกลาหลของที่ทำงานโดยไม่เคยกลายเป็นเพียงตัวประกอบ การมีอยู่ของเธอทำให้ความบ้าบอของดามาโซและความเปิ่นของเชมีมีน้ำหนักขึ้น เพราะอย่างน้อยก็มีคนที่ต้องแบกรับผลกระทบจริง ๆ จากทุกการตัดสินใจผิดพลาด โดยไม่ต้องพึ่งพาการแสดงแบบประกาศตัวว่านี่คือช่วงซีนอารมณ์

ซีซั่นที่สั้นลงเหลือเพียง 8 ตอนกลับเป็นข้อดีที่ทำให้งานเขียนมีสมาธิมากขึ้น เนื้อหาเดินหน้าแบบรู้ทิศรู้ทางโดยไม่เสียเวลาไปกับการปูพื้นตัวละครที่คนดูรู้จักดีอยู่แล้ว ตัวละครหลักได้รับพัฒนาการแบบพอเหมาะพอเจาะ ไม่กระโดดข้ามขั้นจนกลายเป็นคนละคนเพียงเพื่อสร้างช่วงเวลาอำลาสุดซึ้ง Death Inc. สร้างตอนจบของตัวเองขึ้นมาแทนที่จะประกาศว่าถึงตอนจบแล้ว

กระนั้นก็มีข้อสังเกตว่าซีซั่นสุดท้ายพึ่งพาสูตรสำเร็จที่คุ้นเคยมากเกินไปในบางช่วง คนดูที่ติดตามมานานพอจะเดาทิศทางได้ว่าความขัดแย้งจะบานปลายยังไง ความเข้าใจผิดจะพอกพูนแค่ไหน และภัยพิบัติในที่ทำงานจะคลี่คลายเมื่อไหร่ มุกยังตลกและบทสนทนายังคมคาย แต่มีช่วงที่ความคุ้นเคยเข้ามาแทนที่ความเซอร์ไพรส์เล็กน้อย

ด้วยทีมนักแสดงสมทบขนาดใหญ่ การให้น้ำหนักอำลาอย่างเท่าเทียมในแปดตอนแทบเป็นไปไม่ได้ และ Death Inc. ก็แสดงให้เห็นข้อจำกัดนี้ชัดในบางจุด มีตัวละครหนึ่งหรือสองตัวที่ได้เพียงฉากสั้น ๆ คล้ายพยักหน้าอำลามากกว่าบทสรุปที่รู้สึกว่าถูกปิดจริง ๆ งานเขียนให้ความยุติธรรมกับตัวละครหลักอย่างชัดเจน แต่สมทบบางคนเหมือนถูกเขียนให้หายไปเฉย ๆ แทนที่จะได้รับการบอกลาอย่างสมศักดิ์ศรี

ทว่าข้อตำหนินี้ก็ไม่ได้ทำให้เสน่ห์โดยรวมลดลงมากนัก เพราะ Death Inc. ไม่เคยเป็นซีรีส์ที่พึ่งพาดารานำเพียงคนเดียวมาตั้งแต่ต้น จุดแข็งอันดับหนึ่งของมันคือวิธีที่พนักงานแต่ละคนในโรงศพมีแนวทางรับมือกับความโศกเศร้าและธุรกิจที่แตกต่างกัน ผลลัพธ์คือที่ทำงานที่ทุกบทสนทนาพร้อมจะกลายเป็นการโต้เถียง ความเข้าใจผิด หรือคำพูดเสียดสีแบบไม่ได้ตั้งใจ บางครั้งเกิดขึ้นทั้งหมดก่อนพักเที่ยง

ภายใต้ความโกลาหลทั้งหมด Death Inc. ซ่อนข้อสังเกตเกี่ยวกับชีวิตที่เฉียบคมอย่างประหลาด โรงศพมีอยู่เพราะทุกชีวิตต้องจบลง แต่ ซีรีส์ตลก ยังคงอยู่เพราะชีวิตต้องดำเนินต่อไปไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ซีรีส์เรื่องนี้ค้นพบอารมณ์ขันในความขัดแย้งนั้นได้เสมอมา ตัวละครทะเลาะกันเรื่องตำแหน่งในขณะที่จัดงานศพให้คนอื่น กังวลเรื่องการเมืองสำนักงานท่ามกลางเครื่องเตือนใจว่าไม่มีอะไรที่เป็นนิรันดร์

ความแตกต่างระหว่างความกังวลจิ๊บจ๊อยของพนักงานกับความสูญเสียอันหนักหน่วงของลูกค้าคือเหมืองทองทางการตลกที่ไม่มีวันหมด และการที่ซีรีส์เลือกหัวเราะเยาะความไร้สาระของมนุษย์ ไม่ใช่หัวเราะเยาะความตายของมนุษย์ คือสิ่งที่แยกมันออกจากคอเมดี้ดาร์กทั่วไป Death Inc. เป็นซีรีส์ที่อบอุ่นผิดคาดแม้จะตั้งต้นที่ความตาย

อารมณ์ขันของ Death Inc. ทั้งหมดเกิดจากคนที่ดำเนินธุรกิจ ไม่ใช่จากคนที่สูญเสีย นั่นคือเส้นแบ่งที่ทำให้ซิทคอมเรื่องนี้แตกต่างจากคอเมดี้ดาร์กทั่วไป

Death Inc. ซีซั่น 4 คือตอนจบที่ให้เกียรติแฟน ซีรีส์ฝรั่ง ที่ติดตามมายาวนานสี่ซีซั่น โดยไม่ทรยศต่ออัตลักษณ์ของเรื่องและไม่ดันทุรังยื้อให้ยาวเกินจำเป็น ซิทคอมสเปนบน Netflix เรื่องนี้เหมาะกับคนที่ชื่นชอบมุกตลกร้ายแบบมีระดับ รับอารมณ์ขันเดดแพนได้ และพร้อมดื่มด่ำกับจังหวะเล่าเรื่องแบบยุโรปที่ให้พื้นที่กับสถานการณ์มากกว่าการยิงมุกต่อเนื่อง แต่ไม่เหมาะกับคนที่คาดหวังซิทคอมจังหวะเร็วสไตล์อเมริกันหรือตอนจบที่สมบูรณ์แบบสำหรับทุกตัวละคร สำหรับใครที่กำลังหาคอนเทนต์อะไร ดูอะไรดี ในช่วงสุดสัปดาห์ Death Inc. ทั้งสี่ซีซั่นเป็นตัวเลือกที่ดูจบได้สบายและคุ้มค่า อยู่ในหมวด รีวิวหนัง-ซีรีส์ ที่ไม่ควรพลาดสำหรับคอซิทคอม ไม่เปลี่ยนชีวิต แต่เปลี่ยนมุมมองต่อความตายให้อบอุ่นขึ้นเล็กน้อย

  • ชื่อเรื่องในภาษาไทย: Death Inc.
  • ชื่อต้นฉบับ: Muertos S.L.
  • ประเภท: ซิทคอม, ตลกร้าย, เวิร์กเพลสคอเมดี้
  • จำนวนซีซั่น: 4 ซีซั่น
  • จำนวนตอนในซีซั่น 4: 8 ตอน
  • วันที่ออกฉาย: สิงหาคม 2569 (ซีซั่น 4)
  • นักแสดงนำ: คาร์ลอส อาเรเซส (Carlos Areces), เจอรัลด์ บี. ฟิลล์มอร์ (Gerald B. Fillmore), ไอทซิเบอร์ การ์เมนเดีย (Aitziber Garmendia), แอสเซน โลเปซ (Ascen López), ดิเอโก มาร์ติน (Diego Martín), ซัลบา เรย์นา (Salva Reina)
  • ผู้กำกับ: อัลเบร์โต กาบาเยโร (Alberto Caballero), ดาเนียล เดโอราดอร์ (Daniel Deorador), จูเลียน ซัสเตร (Julián Sastre)
  • ช่องทางการดูในประเทศไทย: Netflix

ซิทคอมในโรงศพที่หัวเราะเยาะมนุษย์ แต่ไม่เคยหัวเราะเยาะความตาย

โครงเรื่อง - 7.8
การแสดง - 8.5
โปรดักชัน - 7.6
ความบันเทิง - 8
ความคุ้มค่าในการรับชม - 7.9

8

Death Inc. ซีซั่น 4 ปิดฉากซีรีส์คอเมดี้เวิร์กเพลสสัญชาติสเปนบน Netflix ด้วยความมั่นใจในอัตลักษณ์ของตัวเอง เรื่องราวการแย่งชิงอำนาจใน Torregrosa Funeral Home ระหว่างดามาโซผู้ทะเยอทะยานแบบผิดที่ผิดทาง เชมีผู้มั่นใจว่าตัวเองเก่งทั้งที่ไม่เคยฉุกคิดถาม และเนียเบสผู้ยืนอยู่กลางพายุครอบครัว ยังคงคมคายในบทสนทนาและหนักแน่นในการแสดง แม้บางจังหวะจะสบายเกินไปกับสูตรสำเร็จที่คุ้นเคย และตัวละครสมทบบางคนได้รับตอนจบที่ไม่สมน้ำสมเนื้อนัก แต่น้ำหนักโดยรวมของซีซั่นอำลานี้ยังรักษาสิ่งที่ทำให้ Death Inc. เป็นหนึ่งในซิทคอมที่มีเอกลักษณ์ที่สุดบนแพลตฟอร์มได้จนนาทีสุดท้าย: การค้นพบเสียงหัวเราะ มนุษยธรรม และความอบอุ่นในธุรกิจที่สร้างขึ้นรอบความตาย

User Rating: Be the first one !

กดเพื่ออ่านต่อ

PhiRa W.

เป็นนักเขียนอิสระที่หลงใหลในสื่อบันเทิงทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ ซีรีส์ วาไรตี้ และสารคดี ผมชอบที่จะวิเคราะห์และถอดรหัสเนื้อหาเหล่านั้นออกมาในรูปแบบของรีวิวที่เข้าใจง่ายและสนุกสนาน เพื่อแบ่งปันมุมมองและประสบการณ์ให้กับผู้อ่าน

บทความที่เกี่ยวข้อง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Back to top button