รีวิวซีรีส์ญี่ปุ่น

[รีวิว-เรื่องย่อ] สงครามชีวิต | FUMO CHITAI (2009)

  • Fumo Chitai ดัดแปลงจากนวนิยายชื่อดังของ โทโยโกะ ยามาซากิ ออกอากาศครั้งแรกปี 2009 ทางฟูจิทีวี จำนวน 19 ตอน
  • โทชิอากิ คาราซาวะ รับบท อิคิ ทาดาชิ อดีตทหารที่แปลงร่างเป็นนักธุรกิจแม่ทัพในวงการค้า
  • เนื้อหาเจาะลึกวงการซื้อขายอาวุธ เรือบรรทุกน้ำมัน และการควบรุมบริษัทยานยนต์ในยุคหลังสงคราม
  • ผลงานการกำกับระดับมาสเตอร์พีซที่ถูกวิจารณ์ว่าเป็น “โทรทัศน์สำหรับทานข้าว” มากกว่าศิลปะชั้นสูง

เคยสงสัยไหมว่าพรสวรรค์ด้านการวางแผนสงครามจะใช้ทำเงินในตลาดหุ้นได้มากแค่ไหน? Fumo Chitai (2009) หรือชื่อไทย สงครามชีวิต นำเสนอคำตอบที่ดิบเถื่อนผ่านชีวิต อิคิ ทาดาชิ อดีตเสนาธิการกองบัญชาการกองทัพจักรวรรดิญี่ปุ่น ผู้ใช้เวลา 11 ปีใน ค่ายแรงงานไซบีเรีย ก่อนถูกปล่อยตัวกลับสู่แดนอาทิตย์อุทัย แทนที่จะกลับไปเป็นข้าราชการกลาโหมตามคำขอร้องของครอบครัว เขากลับเลือกเดิมพันชีวิตใหม่ใน บริษัทคิงกิเทรดดิ้ง ด้วยสมองเชิงกลยุทธ์ที่ไม่เคยจบการศึกษาจากสนามรบ

ซีรีส์เรื่องนี้ไม่ได้เป็นเพียงดราม่าชีวิตทั่วไป แต่เป็นการถ่ายทอดการต่อสู้ทางเศรษฐกิจที่ดุเดือดไม่แพ้สงครามจริง ตั้งแต่การขายเครื่องบินขับไล่ให้แผนป้องกันประเทศชุดที่สอง ไปจนถึงการประมูลน้ำมันระหว่างประเทศ ทุกการตัดสินใจคือชีวิตหรือความตายของบริษัท มาเจาะลึกกันว่าทำไมผลงานชิ้นนี้ถึงกลายเป็น ซีรีส์ญี่ปุ่น ระดับตำนานที่เพิ่งลง Netflix ให้คนรุ่นใหม่ได้ดูกันแบบย้อนหลัง

Fumo Chitai เริ่มต้นด้วยการเล่าเรื่อง อิคิ ทาดาชิ หลังพ้นโทษจากการเป็นนักโทษสงครามในรัสเซีย เขากลับมาพบว่าโลกเปลี่ยนไปแล้ว เมื่อเข้าร่วมบริษัทค้าขายคิงกิเทรดดิ้งตามคำชวนของประธาน ไดมอน อิจิโซ ทาดาชีตั้งเงื่อนไขว่าจะไม่ใช้ความสัมพันธ์ทางทหารเพื่อผลประโยชน์ทางการค้า แต่แล้วเขาก็ทำลายสัญญานั้นในภารกิจแรก ด้วยการใช้ประสบการณ์จาก สงครามโลกครั้งที่สอง วางกลยุทธ์ธุรกิจแบบเดียวกับการวางแผนรบ

ตรวจสอบรอบข้างถูกออกแบบให้เป็นต้นแบบที่ชัดเจนเกินไป ไม่ว่าจะเป็น ซาเมจิมะ ทัตสึโซ รองประธานบริษัทที่ยิ้มเหมือนงูพิษ หรือ ซาโตอิ ทัตสึยะ ผู้จัดการฝ่ายที่ดูเหมือนตัวร้ายในละครน้ำเน่า ด้าน โยชิโกะ ภรรยาผู้เสียสละแสดงโดย เอมิ วากุอิ ก็ถูกเขียนให้เป็นสตรีนางฟ้าที่รักสามีแบบไม่มีเงื่อนไข แม้รู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้ตอบแทนความรู้สึก ความสัมพันธ์ที่น่าสนใจกว่าคือความสัมพันธ์ลับ ๆ กับ อากิสึ จิซาโตะ สาวน้อยวัยทำงานที่อายุห่างกันหลายปี ซึ่งเติมเต็มช่องว่างทางอารมณ์ที่ขาดหายไป

การแสดงของ โทชิอากิ คาราซาวะ ในบท อิคิ ทาดาชิ คือหัวใจสำคัญที่ทำให้ซีรีส์ยังคงดูได้แม้บทจะตื้นเขิน เขาถ่ายทอดความเป็นทหารที่แปลงร่างเป็นนักธุรกิจด้วยสายตาเย็นชาและท่าทีมั่นคง เวลาที่เขาประชุมเจรจาต่อรอง เสน่ห์ของนักแสดงรุ่นใหญ่ทำให้เราลืมไปว่าบทหนังกำลังเดินเรื่องแบบ “ปัญหา-แก้ไข-ชนะ” ที่ซ้ำซาก ความสามารถในการถ่ายทอดความกดดันทางจิตใจของคนที่ผ่านความตายมาแล้วทำให้ตัวละครมีมิติแม้บทจะไม่ช่วยสนับสนุน

โคยูกิ ในบท จิซาโตะ ก็สร้างความสมดุลที่ดี ฉากที่ทั้งคู่ต้องซ่อนความรักจากสังคม หรือตอนที่ทาดาชิรู้สึกผิดที่นอกใจภรรยาที่เลี้ยงลูกตามลำพังตอนเขาไปรบ เป็นช่วงเวลาที่ซีรีส์มีชีวิตชีวาขึ้นมาจริง ๆ ความสัมพันธ์แบบต่างวัยนี้ไม่ได้ถูกเล่าแบบเมโลดราม่าเกินงาม แต่แสดงให้เห็นความเปราะบางของมนุษย์ที่ต้องการใครสักคนเข้าใจ แม้จะต้องแลกกับการถูกตีตราจากสังคม

แม้จะมีนักแสดงฝีมือดี แต่ Fumo Chitai กลับถูก โน้มน้าว ด้วยโครงสร้างการเล่าเรื่องที่เป็นระบบเกินไป ทุกตอนเหมือนกับการเล่นเกมแก้ปัญหาแบบวนซ้ำ ทาดาชิ เจออุปสรรคทางธุรกิจ เขาคิดกลยุทธ์ เขาลงมือทำ เขาชนะ จบ ความตึงเครียดที่ควรมีในดีลธุรกิจที่เสี่ยงหมดตัวกลับไม่มี แพ้ก็แค่เสียน้ำตาหนึ่งเม็ดแล้วกลับมาสู้ใหม่ ไม่มีบาดแผลที่ลึกซึ้งหรือการเปลี่ยนแปลงของตัวละครที่น่าจดจำ

การดำเนินเรื่องแบบนี้ทำให้ผู้ชมรู้สึกเหมือนกำลังดู รายการโทรทัศน์สำหรับคลายเครียด มากกว่าศิลปะการเล่าเรื่องที่ท้าทาย บทสนทนาก็เป็นแค่การส่งข้อมูลจากตัวละครสู่ผู้ชม ไม่มีบทพูดไหนที่ติดหูหรือทำให้เราต้องหยุดคิด ถ่ายภาพและงานสร้างก็อยู่ในระดับ “พอใช้” ไม่ได้มีสไตล์เฉพาะตัวที่จะทำให้จดจำฉากไหนได้เป็นพิเศษ ซีรีส์ขาดความเสี่ยงในการเล่าเรื่อง ทำให้ทั้ง 19 ตอนกลายเป็นการรอคอยที่ยืดเยื้อมากกว่าการลุ้นระทึก

พื้นฐานของเรื่องมีศักยภาพสูงในการเจาะลึกเรื่อง ลัทธิชาตินิยม กับ การทุจริตในระบบเศรษฐกิจ ทาดาชิไม่ใช่นักธุรกิจที่ต้องการรวย แต่เป็นทหารที่ใช้บริษัทเป็นยานพาหนะเพื่อชาติ เขาต่อสู้เพื่อประเทศญี่ปุ่นมากกว่าผลประโยชน์ส่วนตัว ความขัดแย้งระหว่างการเป็นทหารที่ภักดีต่อชาติ กับการเป็นมนุษย์ที่มีความต้องการทางอารมณ์ เป็นจุดที่น่าสนใจแต่ถูกเล่าแบบผิวเผิน

การนำเสนอว่า “ความสามารถเฉพาะตัว” สามารถเอาชนะระบบที่ชั่วร้ายได้นั้น เป็นแนวคิดที่น่าดึงดูด แต่ซีรีส์เลือกที่จะไม่ขุดคุ้ยลึกกว่านั้น แค่แสดงให้เห็นว่าตัวเอกเก่งกว่าคนอื่นแล้วจบ ไม่ได้ตั้งคำถามว่าในโลกธุรกิจที่โหดร้าย ความซื่อสัตย์ต่อชาติกับความอยู่รอดของบริษัท อันไหนสำคัญกว่ากัน หรือการใช้ความรุนแรงทางเศรษฐกิจกับการใช้อาวุธสังหาร ต่างกันอย่างไร

Fumo Chitai เป็นซีรีส์ที่มีองค์ประกอบครบถ้วนแต่ขาดวิญญาณ เป็นงานที่เหมาะกับการเปิดทิ้งไว้ตอนทานข้าวมากกว่าตั้งใจดูจริงจัง แต่สำหรับใครที่ชอบ ดราม่าธุรกิจ แบบญี่ปุ่นและอยากเห็นการแสดงของนักแสดงระดับตำนาน ก็ยังคงมีเสน่ห์ในความคลาสสิกของมัน มาแชร์กันในคอมเมนต์ว่าคิดอย่างไรกับการต่อสู้ของ อิคิ ทาดาชิ และอย่าลืมแชร์ให้คนที่ชอบ ซีรีส์ญี่ปุ่นยุค 2000 ได้รู้จักกัน!

  • ชื่อเรื่องในภาษาไทย: สงครามชีวิต
  • ประเภท: ดราม่า, ธุรกิจ, สงคราม, การเมือง
  • วันที่ออกอากาศ: 15 ตุลาคม 2009 – 11 มีนาคม 2010
  • นักแสดงนำ: โทชิอากิ คาราซาวะ (Toshiaki Karasawa), เคนิจิ เอนโด (Kenichi Endo), โคยูกิ (Koyuki), เอมิ วากุอิ (Emi Wakui)
  • ผู้กำกับ: ฮิโรชิ ซินะ (Hiroshi Shina), เคนซูเกะ ทามาอิ (Kensuke Tamai)
  • ความยาว: 19 ตอน
  • เรตติ้ง IMDb: 7.4/10
  • ช่องทางการดูในประเทศไทย: Netflix

ซีรีส์ธุรกิจเก่าที่อ่านหนังสือตอนทานข้าวได้ดี แต่ไม่มีอะไรติดใจ

โครงเรื่อง - 5.5
การแสดง - 6.5
โปรดักชัน - 6
ความบันเทิง - 5
ความคุ้มค่าในการรับชม - 4.5

5.5

Fumo Chitai เป็นการดัดแปลงนวนิยายชื่อดังที่มีโครงเรื่องธุรกิจน่าสนใจแต่ถูกทำลายด้วยตัวละครที่ขาดมิติและการดำเนินเรื่องที่ทำนายผลได้ง่าย แม้ทาเคชิ คาราซาวะจะแสดงได้ดีในบททหารผู้เคร่งครัด แต่บทบาทที่ถูกเขียนให้ชนะทุกสถานการณ์ทำให้ขาดความน่าตื่นเต้น มีดีที่บรรยากาศยุคฟื้นฟูญี่ปุ่นและเส้นเรื่องรักที่น่าสนใจแต่ถูกละเลย โดยรวมเป็นซีรีส์ที่ดูได้แต่ไม่มีอะไรติดใจหรือว้าวเหวี่ยง

User Rating: Be the first one !

กดเพื่ออ่านต่อ

PhiRa W.

เป็นนักเขียนอิสระที่หลงใหลในสื่อบันเทิงทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ ซีรีส์ วาไรตี้ และสารคดี ผมชอบที่จะวิเคราะห์และถอดรหัสเนื้อหาเหล่านั้นออกมาในรูปแบบของรีวิวที่เข้าใจง่ายและสนุกสนาน เพื่อแบ่งปันมุมมองและประสบการณ์ให้กับผู้อ่าน

บทความที่เกี่ยวข้อง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Back to top button