รีวิวซีรีส์ฝรั่ง

[รีวิว-เรื่องย่อ] ไฮไทด์ | High Tides ซีซั่น 3 ซีรีส์เบลเยียมปิดฉากบน Netflix

  • High Tides ซีซั่น 3 เปิดเรื่องด้วยการกลับมาของ Louise หลังผ่านเวลาหลายเดือนในสถาบันจิตเวช เส้นเรื่องของเธอในซีซั่นนี้มีแรงขับภายในที่ชัดขึ้นกว่าทุกซีซั่น และ Pommelien Thijs รับมือกับการเปลี่ยนผ่านนี้ได้อย่างมีน้ำหนัก
  • ซีซั่นนี้กล้าปิดจบความสัมพันธ์จริงๆ ไม่ใช่แค่ทำให้มันสั่นคลอน ทำให้รู้สึกว่าซีรีส์เติบโตพร้อมกับตัวละครของมันเอง
  • ฉากฤดูหนาวที่แทรกเข้ามากลางซีซั่น ทั้งทำลายภาพจำของ Knokke และสะท้อนระยะห่างของตัวละครได้โดยไม่ต้องพูดตรงๆ
  • Willem De Schryver รับบท Alex ได้อย่างมีชั้น คาดเดายากแต่สมเหตุสมผลในตัวเอง ขณะที่เส้นเรื่องของ Daan รู้สึกว่าได้รับพื้นที่น้อยกว่าที่ควรสำหรับซีซั่นสุดท้าย

ซีรีส์ High Tides ไม่เคยสัญญาว่าจะให้ทุกอย่างลงเอยสวยงาม และซีซั่นสุดท้ายก็ยืนหยัดอยู่ตรงนั้น Knokke Off (Knokke Off) คือชื่อต้นฉบับภาษาเฟลมิชของซีรีส์ ซึ่ง Netflix เผยแพร่ในชื่อสากลว่า High Tides ตั้งแต่ซีซั่นแรกในปี 2566 ซีรีส์ร่วมผลิตระหว่างเบลเยียมและเนเธอร์แลนด์นี้พาผู้ชมเข้าไปในโลกของกลุ่มคนรวยริมชายฝั่ง Knokke-Heist เมืองตากอากาศสุดหรูของเบลเยียม ที่รูปลักษณ์ภายนอกดูสงบแต่ภายในมีความวุ่นวายซ่อนอยู่ตลอดเวลา

ซีซั่น 3 วางจำหน่ายบน Netflix วันที่ 3 เมษายน 2569 และเป็นซีซั่นสุดท้ายอย่างเป็นทางการ ทีมสร้างเลือกปิดจบเรื่องราวแทนที่จะยืดออกไป และนั่นคือการตัดสินใจที่ถูกต้อง

ซีซั่นนี้เปิดด้วยการกลับมาของ Louise (รับบทโดย Pommelien Thijs (พอมเมเลียน ทีส)) หลังผ่านเวลาหลายเดือนในสถาบันจิตเวช เธอกลับสู่ Knokke ในฐานะคนที่ต้องการสร้างชีวิตใหม่และควบคุมตัวเองได้อีกครั้ง แต่สิ่งที่เคยคุ้นเคยรอบตัวกลับรู้สึกแปลกไปในทุกมุม บ้าน เพื่อน และความสัมพันธ์ที่เคยมีล้วนเปลี่ยนไปในแบบที่ไม่มีใครบอกตรงๆ

Alex (Willem De Schryver (วิลเลม เดอ ชไรเวอร์)) และ Daan (Eliyha Altena (เอลิยา อัลเทนา)) ยังคงเดินอยู่ในพื้นที่สีเทาทางศีลธรรมเหมือนเดิม แต่สิ่งที่พวกเขาซ่อนไว้ในซีซั่นนี้หนักกว่าที่เคยมาก นอกจากนี้ อาณาจักรอสังหาริมทรัพย์ Vandael กำลังค่อยๆ พังทลาย และการมาถึงของ Anton Vermeer (Daan Schuurmans (ดาน สฆัวร์มันส์)) นักแสดงดัตช์หน้าใหม่ประจำซีซั่นนี้ยิ่งเพิ่มแรงกดดันให้ทุกตัวละครต้องเลือกจุดยืน ทั้งหมดนี้เดินหน้าใน 8 ตอนที่ครอบคลุมทั้งฤดูร้อนและฤดูหนาวของ Knokke

High Tides Season 3 #1

จุดที่เปลี่ยนแปลงชัดที่สุดในซีซั่นนี้คือ ความรู้สึกของ consequences (ผลลัพธ์ที่แท้จริง) สองซีซั่นแรก ซีรีส์สะสมความผิดพลาดของตัวละครไว้เรื่อยๆ แต่ไม่ค่อยให้ผู้ชมสัมผัสถึงน้ำหนักจริงๆ ของมัน ซีซั่น 3 เปลี่ยนตรงนั้น ความสัมพันธ์ไม่ได้แค่สั่นคลอนแต่พังทลาย อำนาจไม่ได้แค่ย้ายมือแต่หายไปจากเรื่อง

เส้นเรื่องของ Louise คือกระดูกสันหลังของซีซั่นนี้ ในสองซีซั่นแรกเธอมักตอบสนองต่อความวุ่นวายรอบตัวมากกว่าจะขับเคลื่อนเรื่องราว แต่ในซีซั่น 3 เธอมีแรงขับภายในที่ชัดเจนกว่า Pommelien Thijs รับมือกับการเปลี่ยนผ่านนี้ด้วยความนิ่งที่ได้ผล เธอไม่ได้เล่นความเปราะบางออกมาเกินจริง ทำให้ฉากที่เธอแตกออกมาจริงๆ ทรงพลังขึ้นมากในเชิงอารมณ์

การพังทลายของ อาณาจักร Vandael ถูกจัดการได้ดีกว่าที่คาด แทนที่จะให้มันเป็นแค่ plot รอง ซีรีส์ดึงมันเข้ามาเป็นแรงกดดันที่ส่งผลต่อการตัดสินใจของทุกคน เงิน ชื่อเสียง และอำนาจในโลกนี้ไม่ใช่สัญลักษณ์ของสถานะอีกต่อไป แต่กลายเป็น ภาระ ที่ตัวละครพยายามวางแต่วางไม่ได้

Anton Vermeer ทำหน้าที่เป็น ตัวเร่งปฏิกิริยา (catalyst) ไม่ใช่รากของปัญหา สิ่งที่ซีรีส์ทำได้ดีคือไม่ปล่อยให้ตัวละครใหม่นี้กลายเป็นจุดศูนย์กลางของความขัดแย้ง รากของปัญหายังคงอยู่ที่ตัวละครหลักและความสัมพันธ์ที่พวกเขาสร้างไว้ตั้งแต่ต้น

  • Willem De Schryver ในบท Alex คือจุดแข็งของซีซั่นนี้ เขาสร้างตัวละครที่คาดเดายากโดยไม่ทำให้มันดูไร้เหตุผล ทุกการตัดสินใจของ Alex มีตรรกะภายในของตัวเอง แม้ผู้ชมจะไม่เห็นด้วยก็ตาม
  • Eliyha Altena ในบท Daan รู้สึกว่าซีซั่นนี้มอบพื้นที่ให้เขาน้อยกว่าที่ควร เส้นเรื่องของ Daan ทำงานในระดับการตอบสนองมากกว่าการริเริ่ม ซึ่งทำงานได้ดีในบางฉากแต่ทำให้ arc โดยรวมของตัวละครนี้รู้สึกเบากว่าที่ควรสำหรับซีซั่นสุดท้าย
  • Daan Schuurmans ในบท Anton Vermeer เข้ากับโทนของซีรีส์ได้โดยไม่ดูฝืน แต่ตัวละครนี้บางครั้งพิ่งพิงความคุ้นเคยมากกว่าจะสร้างสิ่งใหม่ให้ผู้ชม

ชายฝั่งเบลเยียมยังถ่ายออกมาได้สวยงามอย่างจงใจ ดูเรียบร้อยและสะอาดจนแทบไม่เป็นธรรมชาติ ซึ่งขัดแย้งกับความวุ่นวายภายในของตัวละครได้อย่างตั้งใจ แต่สิ่งที่ทำให้ซีซั่นนี้แตกต่างในแง่ภาพคือการเพิ่ม ฉากฤดูหนาว เข้ามาช่วงกลางซีซั่น ทำลายภาพจำของ Knokke ในฐานะเมืองตากอากาศฤดูร้อนที่ตัวละครยังพอมีอากาศให้หายใจ ความหนาวเย็นสะท้อนระยะห่างที่ขยายออกระหว่างตัวละครในแบบที่ไม่ต้องพูดตรงๆ และนั่นเป็นหนึ่งในการตัดสินใจด้านการสร้างสรรค์ที่ดีที่สุดของซีซั่นนี้

จังหวะโดยรวมของซีซั่น 3 มีความมั่นใจและควบคุมได้ดี ครึ่งแรกค่อยๆ ก่อร่างสร้างความสัมพันธ์และตั้งเดิมพัน ก่อนที่ครึ่งหลังจะให้ทุกเส้นเรื่องวิ่งเข้าหากัน อย่างไรก็ตาม มีบางฉากที่รู้สึกว่าซีรีส์วนซ้ำประเด็นเดิมในรูปแบบที่ต่างกันเล็กน้อย การปะทะกันบางครั้งดูเหมือนเวอร์ชันที่ขัดเกลาแล้วของฉากก่อนหน้า มากกว่าจะเป็นการก้าวหน้าที่แท้จริง

บทพูดบางส่วนก็เป็นอีกจุดที่สังเกตเห็นได้ ในฉากที่ควรจะหนักและกดทับ บทกลับเลือกพูดตรงๆ แทนที่จะปล่อยให้การแสดงถ่ายทอดเอง ทำให้ความตึงเครียดที่สะสมมาหยุดชะงักในบางขณะ

High Tides Season 3 #2

ในฝั่งตัวละครรอง บางส่วนได้รับพื้นที่ไม่เพียงพอสำหรับการปิดจบที่สมบูรณ์ ในซีซั่นสุดท้าย ความแตกต่างนี้ยิ่งเด่นชัดขึ้น เพราะผู้ชมรู้ดีว่าไม่มีซีซั่นต่อไปอีกแล้ว เส้นเรื่องของบางตัวละครดูเหมือนถูก “ปิด” มากกว่าจะมี “บทสรุป”

สำหรับใครที่ชอบ ซีรีส์ Netflix ที่มีเนื้อหาและน้ำหนักมากกว่าแค่โรแมนซ์ High Tides น่าสนใจในแง่ที่มันไม่ขายฝัน ไม่ยึดติดกับความสวยงาม แต่ใช้ฉากหลังที่ดูหรูนั้นเป็นพื้นที่สำรวจสิ่งที่เน่าเฟะอยู่ข้างใต้ ผู้ที่เคยติดตาม Heartbreak High ซีซั่น 3 ซีรีส์วัยรุ่นออสเตรเลียที่ปิดจบในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน จะพบว่า High Tides เลือกวิธีปิดจบที่ซื่อสัตย์ต่อตัวละครมากกว่าการมอบความสุขให้ผู้ชม

สิ่งที่ติดอยู่ในหัวหลังดูจบไม่ใช่ฉากที่ดราม่าที่สุด แต่เป็นความรู้สึกสะสมที่ได้จากการดูตัวละครพวกนี้ค่อยๆ หมดทางหนีตัวเองทีละน้อย ซีรีส์รู้จักตัวเองดีพอที่จะไม่พยายามเปลี่ยนแปลงในนาทีสุดท้าย ความยุ่งเหยิง ความน่าหงุดหนิด และความดึงดูดของ High Tides ยังคงอยู่จนถึงตอนสุดท้าย

ซีรีส์ไม่ได้นำเสนอบทสรุปที่เรียบร้อย แต่นำเสนอ ความชัดเจน ซึ่งสอดคล้องกับตัวตนของมันตลอดสามซีซั่นมากกว่า ใครที่ดูตั้งแต่ซีซั่น 1 ไม่มีเหตุผลที่จะหยุดตอนนี้ และสำหรับคนที่ยังไม่เคยดู นี่คือซีรีส์ที่สมควรได้รับความสนใจมากกว่าที่หลายคนรู้จัก

  • ชื่อเรื่องในภาษาไทย: ไฮไทด์
  • ประเภท: ดราม่า, ระทึกขวัญ, วัยรุ่น
  • วันที่ออกฉาย: 3 เมษายน 2569
  • นักแสดงนำ: Pommelien Thijs (พอมเมเลียน ทีส), Willem De Schryver (วิลเลม เดอ ชไรเวอร์), Eliyha Altena (เอลิยา อัลเทนา), Daan Schuurmans (ดาน สฆัวร์มันส์)
  • ผู้สร้าง: Luc Wyns (ลุค ไวน์ส)
  • ความยาว: 8 ตอน ตอนละประมาณ 30-40 นาที
  • เรตติ้ง IMDb: 7.1/10
  • ช่องทางการดูในประเทศไทย: Netflix

ไฮไทด์ ซีซั่น 3: ยุ่งเหยิงจนจบ แต่นั่นคือแก่นของมัน

โครงเรื่อง - 7.6
การแสดง - 8
โปรดักชัน - 7.8
ความบันเทิง - 7.5
ความคุ้มค่าในการรับชม - 7.7

7.7

High Tides ซีซั่น 3 เดินหน้าด้วยความมั่นใจในแบบของตัวเอง ไม่พยายามปรับตัวเองใหม่ แต่ขัดเกลาสิ่งที่ทำได้ดีตั้งแต่ต้น ทั้งตัวละครที่ซับซ้อน ความตึงเครียดที่สะสมทีละน้อย และผลลัพธ์ที่มีน้ำหนักจริง แม้บทพูดบางส่วนจะตรงเกินไปและเส้นเรื่องรองบางตัวไม่ได้รับพื้นที่พอ แต่โดยรวมนี่คือบทสรุปที่สมเหตุสมผลและซื่อสัตย์สำหรับซีรีส์ที่เคยสร้างตัวเองบนความไม่แน่นอน

User Rating: Be the first one !
TV Series หนังชีวิต จบแล้ว

ไฮไทด์

Knokke off (2023)

2023 3 ซีซัน 26 ตอน
7.3 /10
IMDB
6.8 /10
TMDB

แก๊งหนุ่มสาวผู้ร่ำรวยใช้เวลาช่วงฤดูร้อน ณ เมืองชายฝั่งของเบลเยียม พร้อมเผชิญความจริงสุดกล้ำกลืนของชีวิตในวัยผู้ใหญ่ และยังต้องรับมือกับความรักและความคาดหวังของสังคม


นักแสดง

Pommelien Thijs Pommelien Thijs Louise
Willem De Schryver Willem De Schryver Alexander Vandael
Eliyha Altena Eliyha Altena Daan
Anna Drijver Anna Drijver Melissa
Manouk Pluis Manouk Pluis Anouk

กดเพื่ออ่านต่อ

PhiRa W.

เป็นนักเขียนอิสระที่หลงใหลในสื่อบันเทิงทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ ซีรีส์ วาไรตี้ และสารคดี ผมชอบที่จะวิเคราะห์และถอดรหัสเนื้อหาเหล่านั้นออกมาในรูปแบบของรีวิวที่เข้าใจง่ายและสนุกสนาน เพื่อแบ่งปันมุมมองและประสบการณ์ให้กับผู้อ่าน

บทความที่เกี่ยวข้อง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Back to top button