รีวิวหนัง-ซีรีส์

[รีวิว-เรื่องย่อ] Louis Theroux: Inside the Manosphere (2026)

  • Louis Theroux: Inside the Manosphere เป็นสารคดีที่พา Louis Theroux ไปพูดคุยกับอินฟลูเอนเซอร์สายชายนิยมสุดโต่งอย่าง Harrison Sullivan, Myron Gaines และ Sneako ที่โปรโมทแนวคิดเหยียดเพศผ่านโซเชียลมีเดีย
  • สารคดีเปิดเผยให้เห็นว่าอินฟลูเอนเซอร์เหล่านี้ใช้ความไม่มั่นคงของผู้ชายเป็นช่องทางหาเงิน โดยขายคอร์ส คำแนะนำ และผลิตภัณฑ์ที่ส่งเสริมความเป็นชายแบบสุดขั้ว
  • จุดอ่อนสำคัญคือสารคดีไม่ได้เจาะลึกผลกระทบของ Manosphere ต่อสังคมอย่างเพียงพอ และจังหวะการเล่าเรื่องค่อนข้างเนิบช้า
  • เหมาะกับคนที่อยากรู้ว่า Manosphere ทำงานยังไง แต่ไม่เหมาะกับคนที่ติดตามประเด็นนี้มาก่อนแล้ว เพราะอาจไม่ได้อะไรใหม่

เคยเลื่อนฟีดแล้วเจอผู้ชายนั่งพอดแคสต์บอกว่าผู้หญิงต้องเชื่อฟังผู้ชาย ผู้ชายต้องเป็นใหญ่ในทุกเรื่อง แล้วรู้สึกหงุดหงิดจนอยากปิดจอทิ้งไหม? Louis Theroux: Inside the Manosphere (2026) สารคดีเรื่องใหม่ล่าสุดจาก Netflix พาเราดำดิ่งเข้าไปในโลกของอินฟลูเอนเซอร์สายชายนิยมสุดโต่งที่ทำเงินจากการขายแนวคิดเหยียดเพศให้ผู้ชายหนุ่มทั่วโลก ผ่านสายตาของ หลุยส์ เทอโรซ์ (Louis Theroux) นักทำสารคดีระดับตำนานจากอังกฤษ ที่เข้าไปนั่งฟัง พูดคุย และตั้งคำถามกับบุคคลที่หลายคนอยากตบผ่านหน้าจอ ตั้งแต่ Harrison Sullivan ไปจนถึง Myron Gaines และ Sneako แต่สารคดีเรื่องนี้ทำได้ดีแค่ไหน หรือแท้จริงแล้วมันกลายเป็นเวทีให้พวกเขามาโชว์ตัวอีกรอบ? มาเจาะลึกกัน

Louis Theroux: Inside the Manosphere เป็นสารคดีความยาว 91 นาที ที่ติดตาม หลุยส์ เทอโรซ์ เดินทางไปยังไมอามี นิวยอร์ก และมาร์เบยา เพื่อเข้าไปใกล้ชิดกับเครือข่ายอินฟลูเอนเซอร์ที่อยู่ในจุดสุดขั้วของสิ่งที่เรียกว่า Manosphere ซึ่งเป็นชุมชนออนไลน์ของผู้ชายที่ผลิตคอนเทนต์เกี่ยวกับฟิตเนส ธุรกิจ และการพัฒนาตัวเอง แต่ในขอบสุดของมันคือแนวคิดที่เหยียดเพศ เหยียดเชื้อชาติ และต่อต้านสังคมอย่างรุนแรง เทอโรซ์ใช้สไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ของเขา นั่งฟังอย่างสงบ ถามคำถามแบบไม่ตรงไปตรงมา แล้วปล่อยให้ตัวละครเหล่านี้เปิดเผยตัวตนที่แท้จริงออกมาเอง

ตัวละครหลักในสารคดีคือ Harrison Sullivan หรือที่รู้จักในชื่อ HS TikkyTokky นักเพาะกายชาวอังกฤษวัยยี่สิบต้น ๆ ที่ใช้ TikTok เป็นเครื่องมือดึงคนเข้า Telegram เพื่อขายคอร์สลงทุนที่น่าสงสัย เขาบอกผู้ติดตามว่าสื่อกระแสหลักโกหก มีสงครามกับผู้ชาย และพวกเขาต้อง “กินยาแดง” เพื่อตื่นรู้ นอกจากนี้ยังมี Myron Gaines เจ้าของพอดแคสต์ Fresh and Fit ที่แสดงความคิดเห็นเรื่องบทบาทเพศแบบสุดขั้วจนน่าตกใจ รวมถึง Sneako (Nicolas Kenn De Balinthazy) อินฟลูเอนเซอร์ที่เคยไปงานพิธีสาบานตนของทรัมป์ ทุกคนล้วนมีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน พวกเขามองว่าผู้หญิงด้อยกว่าผู้ชาย และทำเงินจากการขายความเชื่อนั้น

สิ่งที่ทำให้เทอโรซ์แตกต่างจากนักทำสารคดีคนอื่นคือเขาไม่ได้เข้าไปตะโกนใส่หน้าคนที่สัมภาษณ์ เขาใช้วิธี ฟังอย่างสงบ ถามคำถามที่ดูเหมือนไร้เดียงสา แต่แฝงไปด้วยความแหลมคม ปล่อยให้คนเหล่านี้พูดไปเรื่อย ๆ จนสุดท้ายความจริงก็หลุดออกมาเอง แต่ปัญหาของสไตล์นี้เมื่อเจอกับอินฟลูเอนเซอร์ยุคโซเชียลมีเดียคือ พวกเขามีกล้องของตัวเอง ตลอดทั้งเรื่อง คนที่เทอโรซ์สัมภาษณ์ก็ถ่ายเทอโรซ์กลับ เอาไปทำคอนเทนต์ต่อ กลายเป็นวงจรที่ทั้งสองฝ่ายต่างทำคอนเทนต์จากกันและกัน

ต้องพูดตรง ๆ ว่าดูสารคดีเรื่องนี้แล้ว รู้สึกหงุดหงิดตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่ใช่เพราะสารคดีทำไม่ดี แต่เพราะความคิดของคนที่ปรากฏบนจอมันน่าสะอิดสะเอียน กระบวนการคิดของพวกเขาป่วยหนัก และทัศนคติโดยรวมยิ่งแย่กว่า ดูไปก็เหมือนต้องกดข่มความอยากตบคนผ่านหน้าจอตลอดเวลา โดยเฉพาะสำหรับผู้หญิง สารคดีเรื่องนี้ทำหน้าที่เหมือน rage bait ชั้นดี กระตุ้นอารมณ์ได้เต็มที่ แต่พอจบแล้วก็ทิ้งให้จัดการกับความรู้สึกนั้นเอง

ปัญหาใหญ่ที่สุดของ Inside the Manosphere คือมันหยุดอยู่แค่ผิวน้ำ สารคดีแสดงให้เห็นว่าอินฟลูเอนเซอร์เหล่านี้คิดยังไง พูดยังไง แต่ไม่ได้ไปไกลกว่านั้น ผลกระทบที่แท้จริงต่อเด็กผู้ชายที่ดูคอนเทนต์เหล่านี้ทุกวันถูกพูดถึงแค่ผิวเผิน มีแค่มอนเทจข่าวเช้าที่พูดเรื่อง “เด็กยุคนี้” แล้วก็ผ่านไป ทั้งที่ผลสำรวจล่าสุดพบว่าผู้ชาย Gen Z มีแนวโน้มเชื่อว่าภรรยาต้องเชื่อฟังสามีมากกว่ารุ่นก่อน ๆ ถึงสองเท่า ตรงนี้ควรเป็นหัวใจของสารคดี แต่กลับถูกมองข้ามไป ดูจบแล้วตั้งคำถามว่า ทำไมถึงดู? แล้วได้อะไรจากการดู? คำตอบคือแทบไม่มี

อีกปัญหาหนึ่งที่เลี่ยงไม่ได้คือ จังหวะของสารคดีช้ามาก มันยืดเยื้อไปเรื่อย ๆ โดยไม่มีจุดหมายที่ชัดเจน ฟังผู้ชายที่ไม่มั่นคงในตัวเองมานั่งพูดซ้ำ ๆ เรื่องเดิม ๆ ว่าผู้ชายต้องเหนือกว่า ผู้ชายต้องควบคุม มันน่าเหนื่อยและน่าเบื่อมากกว่าจะน่าสนใจ รู้สึกเหมือนคนเหล่านี้พูดเรื่องพวกนี้เพื่อหา engagement แม้จะต้องแลกกับการเป็นคนที่ถูกเกลียดที่สุดบนอินเทอร์เน็ต พวกเขาหิวความดังและอำนาจจนไม่สนอะไรอีกแล้ว

คำถามที่วนอยู่ในหัวตลอดเวลาคือ Netflix ต้องการพิสูจน์อะไรจากสารคดีเรื่องนี้? เพราะสิ่งที่อินฟลูเอนเซอร์เหล่านี้พูดในสารคดีไม่ต่างจากสิ่งที่พวกเขาโพสต์บนโซเชียลมีเดียอยู่แล้ว สารคดีกลายเป็นเหมือนการให้เวทีแก่พวกเขามาพูดอะไรก็ได้อย่างเปิดเผย แล้วทำไมต้องทำเป็นสารคดีด้วย? ในเมื่อบัญชีโซเชียลมีเดียของพวกเขาทำหน้าที่นั้นอยู่แล้ว? มันเหมือนการทดลองทางสังคมที่ไม่มีข้อสรุป ไม่มีผลลัพธ์ ไม่มีบทเรียนให้ผู้ดูเอากลับไปคิด

สำหรับใครที่ติดตามเรื่อง Manosphere หรือวัฒนธรรม Red Pill มาก่อนแล้ว สารคดีเรื่องนี้แทบไม่มีอะไรใหม่ให้เรียนรู้ ทุกอย่างที่เห็นบนจอล้วนเป็นสิ่งที่เคยเห็นตามโซเชียลมีเดียมาหมดแล้ว และสำหรับผู้หญิงโดยเฉพาะ ไม่จำเป็นต้องมาทำให้เลือดเดือดกับความโง่เขลาที่จะยิ่งเพิ่มความโกรธ เพราะเชื่อเถอะว่าดูจบแล้วจะตั้งคำถามว่าทำไมทีมผู้สร้างถึงรู้สึกว่าจำเป็นต้องทำสารคดีเรื่องนี้ และพยายามจะสื่ออะไร ผู้หญิงทุกคนเห็นความคิดแบบนี้มาตลอดชีวิตอยู่แล้ว สิ่งสุดท้ายที่ต้องการหลังวันที่เหนื่อยล้าคือสารคดีที่ทำให้โกรธโดยไม่ได้อะไรกลับมา

แม้จะมีจุดอ่อนมากมาย แต่ต้องยอมรับว่า Inside the Manosphere ทำได้ดีในการเปิดเผยว่าอินฟลูเอนเซอร์เหล่านี้ทำเงินจากความเปราะบางของผู้ชายหนุ่มอย่างไร ตัวอย่างเช่น Harrison Sullivan ใช้ TikTok เป็นตัวล่อ ดึงคนไปยัง Telegram แล้วขายคอร์สลงทุนที่ไม่น่าเชื่อถือ รูปแบบนี้ซ้ำกันในทุกคนที่สารคดีนำเสนอ พวกเขาไม่ได้สนใจผู้ติดตามจริง ๆ พวกเขาสนแค่เงินที่ได้จากพวกเขา และ เทอโรซ์ เองก็ตั้งข้อสังเกตที่น่าสนใจว่า อินฟลูเอนเซอร์หลายคนเติบโตมาจากครอบครัวที่มีปัญหา ความแข็งแกร่งที่พวกเขาโชว์จึงเป็นแค่เกราะที่สร้างขึ้นเพื่อเอาตัวรอด

Louis Theroux: Inside the Manosphere (2026) เป็นสารคดีที่มีเจตนาดีแต่ทำได้ไม่ถึง มันเปิดเผยให้เห็นหน้าตาของอินฟลูเอนเซอร์สาย Manosphere อย่างใกล้ชิด แต่หยุดอยู่แค่นั้นโดยไม่เจาะลึกถึงผลกระทบที่แท้จริงต่อสังคม จังหวะที่เนิบช้าและเนื้อหาที่ซ้ำซากทำให้รู้สึกเหมือนเสียเวลามากกว่าจะได้อะไรกลับมา ถ้ามองหา สารคดี Netflix ที่เจาะลึกประเด็นสังคมแบบมีน้ำหนักกว่านี้ ลองดู Salvador (2026) ที่พูดเรื่องกลุ่มขวาจัดได้ลึกกว่ามาก แต่ถ้าแค่อยากรู้ว่า Manosphere หน้าตาเป็นยังไง สารคดีเรื่องนี้พอเป็นจุดเริ่มต้นได้ มาแชร์ความคิดเห็นกันในคอมเมนต์ว่ารู้สึกยังไงกับอินฟลูเอนเซอร์สายนี้ แล้วอย่าลืมแชร์รีวิวนี้ให้คนที่ชอบ สารคดีบน Netflix ด้วย!

  • ชื่อเรื่องในภาษาไทย: หลุยส์ เทอโรซ์: เจาะโลกยุคใหม่ของชายนิยม
  • ประเภท: สารคดี
  • วันที่ออกฉาย: 11 มีนาคม 2569
  • บุคคลสำคัญ: Harrison Sullivan (HS TikkyTokky), Myron Gaines, Sneako (Nicolas Kenn De Balinthazy), Justin Waller, Ed Matthews
  • พิธีกร/ผู้ดำเนินเรื่อง: หลุยส์ เทอโรซ์ (Louis Theroux)
  • ผู้กำกับ: เอเดรียน โชอา (Adrian Choa)
  • โปรดิวเซอร์: Mindhouse Productions
  • ความยาว: 1 ชั่วโมง 31 นาที
  • เรตติ้ง IMDb: 7.2/10
  • ช่องทางการดูในประเทศไทย: Netflix

สารคดีที่ทำให้เลือดเดือดแต่จบแล้วไม่ได้อะไร

โครงเรื่อง - 4.5
การแสดง - 5.5
โปรดักชัน - 6
ความบันเทิง - 3.5
ความคุ้มค่าในการรับชม - 4

4.7

Louis Theroux: Inside the Manosphere พาไปรู้จักกับอินฟลูเอนเซอร์สายชายนิยมสุดโต่งอย่างใกล้ชิด ได้เห็นวิธีคิด วิธีหาเงิน และทัศนคติที่น่าสะอิดสะเอียนของพวกเขา แต่สารคดีหยุดอยู่แค่การนำเสนอโดยไม่เจาะลึกถึงผลกระทบต่อสังคมอย่างเพียงพอ จังหวะเนิบช้าและเนื้อหาที่ซ้ำซากทำให้รู้สึกเหมือนเสียเวลา โดยเฉพาะสำหรับคนที่ติดตามประเด็นนี้มาก่อน สไตล์ของเทอโรซ์ยังคงน่าสนใจ แต่เมื่อเจอกับคนที่มีกล้องของตัวเอง มันกลายเป็นดาบสองคม

User Rating: Be the first one !
หลุยส์ เทอโรซ์: เจาะโลกยุคใหม่ของชายนิยม
6.6
Released
2026-03-10
Runtime
89 min
Status
Released
Movie สารคดี Released
TMDB 6.6

นักทำสารคดีชื่อดังจะพาทุกคนไปเปิดโลกของ "ชายแท้สุดโต่ง" สำรวจเครือข่ายที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ รวมทั้งบรรดาอินฟลูเอนเซอร์ชื่อฉาว และเจาะลึกเรื่องราวจากวงในแบบไม่มีกั๊ก

Stream on


นักแสดงนำ

Louis Theroux Louis Theroux Self
HSTikkyTokky Self
Myron Gaines Myron Gaines Self
Sneako Sneako Self
Justin Waller Justin Waller Self

กดเพื่ออ่านต่อ

PhiRa W.

เป็นนักเขียนอิสระที่หลงใหลในสื่อบันเทิงทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ ซีรีส์ วาไรตี้ และสารคดี ผมชอบที่จะวิเคราะห์และถอดรหัสเนื้อหาเหล่านั้นออกมาในรูปแบบของรีวิวที่เข้าใจง่ายและสนุกสนาน เพื่อแบ่งปันมุมมองและประสบการณ์ให้กับผู้อ่าน

บทความที่เกี่ยวข้อง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Back to top button