รีวิวหนังญี่ปุ่น

[รีวิว-เรื่องย่อ] Strategist Kanbe (2014) ซีรีส์ญี่ปุ่นย้อนยุค เมื่อสมองคมกว่าดาบ

มี ซีรีส์ ย้อนยุคจำนวนมากที่เลือกเล่าเรื่องของนักรบผู้กวัดแกว่งดาบในสนามรบ แต่ Strategist Kanbe หรือ Gunshi Kanbee กลับเดินสวนทางโดยสิ้นเชิง ซีรีส์ญี่ปุ่น บน Netflix เรื่องนี้ปักหมุดไว้ที่ชีวิตของชายผู้ใช้สมองเป็นอาวุธหลักในยุคที่การอยู่รอดขึ้นอยู่กับปลายหอกและคมดาบ ชื่อของเขาคือ คันเบ คุโรดะ (Kanbe Kuroda) นักวางกลยุทธ์ผู้รับใช้ขุนศึกใหญ่ถึงสามคนในยุค เซ็นโกคุ และมีบทบาทสำคัญในการรวมแผ่นดินญี่ปุ่นโดยแทบไม่ต้องยกอาวุธ

ซีรีส์เรื่องนี้เป็นหนึ่งในงาน ไทกะดราม่า (Taiga Drama) ของญี่ปุ่นที่ออกอากาศครั้งแรกปี 2014 ผ่านสถานี NHK และปัจจุบันสามารถรับชมได้บน Netflix ด้วยจำนวนตอนที่มากถึง 50 เอพิโซด มันจึงไม่ใช่ซีรีส์สำหรับการดูแบบเร่งรีบจบภายในสุดสัปดาห์ แต่คือการเดินทางระยะยาวผ่านประวัติศาสตร์การเมืองและการทูตที่เข้มข้นในศตวรรษที่ 16 ตัวซีรีส์เปิดเรื่องในแคว้นฮาริมะ ที่ซึ่งคันเบในวัยเยาว์คือบุตรชายของ โมโตทากะ คุโรดะ (Kuroda Mototaka) ขุนนางคนสนิทของเจ้าผู้ครองแคว้นท้องถิ่น และตั้งแต่อายุน้อย เขาก็แสดงให้เห็นถึงพรสวรรค์ด้านการอ่านเกมการเมืองและการเจรจาที่เหนือชั้นกว่าคนรอบข้าง

จุดที่ทำให้ Strategist Kanbe แตกต่างจากซีรีส์ย้อนยุคทั่วไปคือการไม่เน้นฉากสงครามฟาดฟัน แต่เลือกใช้บทสนทนา การวางแผนในห้องประชุม และการตัดสินใจในจังหวะคับขันเป็นตัวขับเคลื่อนเรื่องราว แทนที่จะตะลุยศึกด้วยพละกำลัง ตัวเอกของเรื่องเลือกใช้พันธมิตรทางการเมืองและความเข้าใจในธรรมชาติของมนุษย์เป็นเกราะป้องกัน การตัดสินใจครั้งสำคัญที่สุดของเขาในวัยหนุ่ม คือการโน้มน้าวให้ตระกูลโคเดระหันไปผูกมิตรกับ โอดะ โนบูนางะ (Oda Nobunaga) มหาอำนาจที่กำลังเติบโต การเคลื่อนไหวที่มองการณ์ไกลแต่ก็เสี่ยงมหาศาลครั้งนั้นคือจุดเปลี่ยนที่ทำให้ชื่อของคันเบเริ่มเป็นที่กล่าวขาน นี่คือซีรีส์ที่หัวใจอยู่ที่การเมือง กลยุทธ์ และการอ่านใจคน มากกว่าการเข่นฆ่า

Strategist Kanbe (2014) #1

หนึ่งในความกล้าหาญของทีมเขียนบทคือการปฏิเสธที่จะวาดภาพตัวละครใด ๆ ให้เป็นนักบุญหรือปีศาจแบบขั้วตรงข้าม แม้แต่ตัวคันเบเองก็ไม่ได้ถูกนำเสนอในฐานะคนดีไร้ที่ติ เขาคือผู้แบกรับความรับผิดชอบต่อชีวิตของคนนับพัน และบางครั้งก็ถูกหลอกหลอนด้วยผลลัพธ์จากการตัดสินใจของตัวเอง การถูกจองจำโดย อารากิ มูราชิเกะ (Araki Murashige) คือช่วงที่ซีรีส์พุ่งขึ้นสู่จุดพีกที่สุด ทั้งในแง่ของการสร้างอารมณ์และการเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของคันเบ ตอนช่วงนี้ถูกเล่าด้วยบรรยากาศมืดหม่น ทรมานทั้งร่างกายและจิตใจ และทำให้เห็นว่าแม้แต่นักวางกลยุทธ์ที่เก่งกาจที่สุดก็ยังมีจุดเปราะบาง

หลังหลุดพ้นจากการถูกคุมขัง เรื่องราวพลิกเข้าสู่บทใหม่เมื่อคันเบก้าวขึ้นมาเป็นมันสมองคนสำคัญของ โทโยโทมิ ฮิเดโยชิ (Toyotomi Hideyoshi) ขุนพลผู้ผงาดขึ้นมาจากสามัญชน ความสัมพันธ์ระหว่างสองคนนี้คือเส้นเรื่องที่แบกครึ่งหลังของซีรีส์ไว้อย่างแข็งแรง ความเคารพที่ทั้งคู่มีให้แก่กัน ประกอบกับความแตกต่างด้านพื้นเพและวิธีคิด ทำให้การร่วมงานของพวกเขาเต็มไปด้วยทั้งประกายและแรงเสียดทานทางความคิด นอกจากนี้เส้นเรื่องระหว่างคันเบกับ นากามาซะ คุโรดะ (Kuroda Nagamasa) ผู้เป็นบุตรชาย ยังถูกจัดวางให้สะท้อนอีกรูปแบบหนึ่งของความเป็นผู้นำและมรดกที่พ่อทิ้งไว้ให้ลูก

ในขณะที่ตัวละครรองระดับตำนานอย่าง โอดะ โนบูนางะ, โทกูงาวะ อิเอยาซุ (Tokugawa Ieyasu) ก็ถูกถ่ายทอดออกมาในฐานะมนุษย์ที่มีทั้งด้านสว่างและด้านมืด ไม่ใช่รูปปั้นวีรบุรุษไร้จุดด่าง นี่คือแนวทางที่ทำให้ ดราม่า ประวัติศาสตร์เรื่องนี้มีมิติเกินกว่าตำราเรียน มันทำให้คนดูรู้สึกว่าตัวละครเหล่านี้คือคนจริง ๆ ที่เคยมีชีวิต มีความทะเยอทะยาน มีความกลัว และเคยทำสิ่งที่ถูกบ้างผิดบ้างปะปนกันไป

Strategist Kanbe (2014) #2

การดำเนินเรื่องของ Strategist Kanbe นั้นจงใจเคลื่อนไปอย่างช้า ๆ แต่ละเหตุการณ์ถูกวางเวลาอย่างพิถีพิถันราวกับทุกสิ่งถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าแล้ว การเปลี่ยนแปลงของตัวละครไม่ได้เกิดขึ้นเฉียบพลัน แต่ค่อย ๆ เพาะบ่มผ่านเอพิโซดแล้วเอพิโซดเล่า การได้เห็นคันเบในหลายบทบาท ตั้งแต่เด็กหนุ่มผู้เริ่มต้น ไปจนถึงนักวางกลยุทธ์ผู้ช่ำชอง และสุดท้ายคือชายชราที่ต้องทบทวนชีวิตที่ผ่านมา คือหนึ่งในความพึงพอใจที่ซีรีส์ยาวแบบนี้มอบให้เมื่อเดินทางมาถึงตอนสุดท้าย

เทคนิคการเล่าเรื่องเลือกใช้บทสนทนาและการเจรจาเป็นแกนกลางมากกว่าจะพึ่งพาจุดหักมุมแบบดราม่าเข้มข้นที่เปิดเผยทุกตอน บางช่วงอาจดูเหมือนทุกอย่างเดินช้าจนน่าเบื่อ โดยเฉพาะในตอนที่เนื้อหาจมอยู่กับรายละเอียดทางการเมืองยิบย่อย หากไม่ใช่คนที่หลงใหลในแนวประวัติศาสตร์อยู่ก่อนแล้ว ก็อาจรู้สึกว่าเรื่องราวยืดเยื้อเกินจำเป็น แต่ถ้ายอมรับจังหวะของมันได้ นี่คือซีรีส์ที่ให้ประสบการณ์การรับชมคล้ายกับการอ่านนวนิยายอิงประวัติศาสตร์ขนาดยาว ที่ต้องการทั้งสมาธิและเวลาในการหมักบ่ม

การจะเข้าใจว่าทำไมคันเบถึงเลือกทางเดินนั้น ไม่ใช่เพราะเขาอ่านใจคนอื่นออก แต่เพราะเขาเข้าใจว่าคนเราเปลี่ยนไปตามสถานการณ์เสมอ

ซีรีส์เรื่องนี้จึงไม่ใช่งานที่ดูครั้งเดียวแล้วรู้เรื่องทั้งหมด บางเอพิโซดอาจต้องใช้สมาธิสูงเพื่อตามให้ทันว่าใครเป็นใครและกำลังเล่นเกมการเมืองอะไรอยู่ ซึ่งอาจกลายเป็นอุปสรรคสำหรับผู้ชมที่ไม่คุ้นเคยกับประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นยุคเซ็นโกคุมาก่อน แต่สำหรับคนที่พร้อมจะดำดิ่งลงไปในโลกของมัน นี่คือหนึ่งใน ดูอะไรดี ที่จะให้ทั้งความรู้และความบันเทิงไปพร้อมกัน

Strategist Kanbe (2014) #3

ในฐานะซีรีส์ไทกะดราม่าที่ผลิตโดย NHK งานสร้างของ Strategist Kanbe ไม่มีอะไรให้น้อยใจ ไม่ว่าจะเป็นฉากปราสาท เครื่องแต่งกาย หรือการจัดวางองค์ประกอบในเฟรม ล้วนผ่านการออกแบบมาเพื่อจำลองบรรยากาศญี่ปุ่นศตวรรษที่ 16 ได้อย่างน่าเชื่อถือ ทีมผู้สร้างใส่ใจในรายละเอียดทางประวัติศาสตร์อย่างเห็นได้ชัด ตั้งแต่ความแตกต่างของเครื่องแต่งกายในแต่ละชนชั้น ไปจนถึงวิธีการจัดตั้งค่ายทัพและการประชุมขุนศึก งานภาพโดยรวมอาจไม่ได้หวือหวาแบบหนังซามูไรฟอร์มใหญ่ แต่มีความสมจริงที่หนักแน่นและกลมกล่อมพอเหมาะกับเนื้อหาที่เน้นการเมืองมากกว่าการรบ

การแสดงของนักแสดงนำ จุนอิจิ โอคาดะ (Junichi Okada) คือหัวใจที่ทำให้ตัวละครคันเบมีชีวิต เขาถ่ายทอดช่วงชีวิตที่แตกต่างกันของตัวละครได้อย่างมีน้ำหนัก ตั้งแต่ความทะเยอทะยานในวัยหนุ่ม ความทรหดในระหว่างถูกจองจำ และการเป็นผู้ใหญ่ที่ต้องแบบกรับผลลัพธ์จากทางเลือกของตัวเอง นอกจากนี้ มิกิ นาคาทานิ (Miki Nakatani) และ อากิระ เทราโอะ (Akira Terao) ยังทำให้ตัวละครรอบข้างมีมิติและความรู้สึกที่ไม่ใช่แค่ตัวประกอบทางประวัติศาสตร์ นักแสดงสมทบคนอื่น ๆ ต่างก็ถูกเลือกมาอย่างเหมาะเจาะและช่วยเติมเต็มให้จักรวาลของเรื่องดูมีชีวิตชีวาทุกตัวละคร

สำหรับผู้ชมที่ไม่ได้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นเป็นการส่วนตัว การดู Strategist Kanbe อาจให้ความรู้สึกเหมือนกำลังนั่งเรียนวิชาประวัติศาสตร์แบบเข้มข้น 50 ชั่วโมง เนื้อหาที่เน้นการเจรจาทางการเมือง การขยับขยายพันธมิตร และการวางกลยุทธ์ อาจทำให้บางคนรู้สึกว่าซีรีส์ขาดสีสันและความเคลื่อนไหวที่ว่องไว ประกอบกับจำนวนตอนที่มากเกินครึ่งร้อย ทำให้โอกาสที่จะรู้สึกเหนื่อยล้าระหว่างทางมีไม่น้อย

จังหวะการเล่าในบางช่วงก็แกว่งจนรู้สึกได้ บางเอพิโซดทุ่มเทเวลาจนเกินพอดีกับประเด็นการเมืองที่เมื่อมองย้อนกลับไปอาจไม่จำเป็นต้องลงรายละเอียดขนาดนั้น ขณะที่บางเหตุการณ์สำคัญกลับถูกเล่าอย่างกระชับจนน่าเสียดาย การจัดสรรน้ำหนักของแต่ละเส้นเรื่องจึงไม่สมดุลในบางจังหวะ และอาจทำให้คนดูตั้งคำถามว่าสิ่งที่กำลังดำเนินอยู่บนจอนั้นสำคัญต่อภาพรวมของเรื่องมากน้อยแค่ไหน

อีกสิ่งที่ควรรู้ก่อนเริ่มดูคือซีรีส์เรื่องนี้ใช้เวลามากในการปูพื้นฐานและแนะนำตัวละครจำนวนมากในช่วงต้น หากเข้าไปโดยไม่มีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับยุคเซ็นโกคุเลย อาจต้องใช้ความอดทนสูงในช่วง 10 เอพิโซดแรกเพื่อทำความคุ้นเคยกับชื่อบุคคลและกลุ่มอำนาจต่าง ๆ ก่อนที่เรื่องจะเริ่มเดินหน้าได้อย่างเต็มสูบ

Strategist Kanbe (2014) #4

Strategist Kanbe คือซีรีส์สำหรับคนที่คลั่งไคล้ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นและยุคเซ็นโกคุอย่างจริงจัง มันคือการเดินทางระยะยาวที่ให้รางวัลกับความอดทน คนดูจะได้ดื่มด่ำกับเกมการเมืองที่ซับซ้อน การเติบโตของตัวละครที่ใช้เวลา 50 ตอนในการส่งผ่าน และความเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่าแผ่นดินญี่ปุ่นถูกเชื่อมเข้าด้วยกันได้อย่างไรผ่านมันสมองไม่ใช่เลือด ตัวซีรีส์ทำหน้าที่เสมือนตำราเรียนประวัติศาสตร์ที่มีชีวิตชีวา แต่ไม่เคยลืมเติมหัวใจมนุษย์ลงไปในทุกการตัดสินใจทางการเมือง

ในทางกลับกัน Strategist Kanbe อาจไม่ใช่ซีรีส์สำหรับคนที่กำลังมองหางานย้อนยุคที่เต็มไปด้วยฉากต่อสู้แอ็กชัน หรือคนที่ชอบซีรีส์แนวสั้นกระชับจบในซีซันเดียว การที่เนื้อหาหมุนรอบการประชุม การเจรจา และการวางอุบายทางการเมืองเป็นส่วนใหญ่ อาจทำให้ผู้ชมที่คาดหวังความตื่นเต้นเร้าใจรู้สึกว่าทุกอย่างคืบคลานช้าเกินรับได้ จังหวะการเล่าที่เนิบและการปูพื้นฐานยาวนานในช่วงต้นยิ่งเพิ่มความท้าทายให้กับคนที่ไม่คุ้นเคยกับประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น หากพร้อมจะลงทุนเวลา 50 ชั่วโมงและเปิดใจให้กับการเดินทางของนักวางกลยุทธ์ผู้ใช้สมองมากกว่าดาบ เรื่องนี้คือ รีวิวหนัง-ซีรีส์ ที่จะทำให้หลงรักยุคเซ็นโกคุอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

“Strategy beyond the sword — ฝากแผ่นดินไว้กับผู้ใช้สมอง ไม่ใช่ผู้ใช้ดาบ”

Strategist Kanbe คือซีรีส์ไทกะดราม่าที่ไม่ประนีประนอมกับความตั้งใจเดิมของตัวเอง มันเลือกที่จะเล่าประวัติศาสตร์การรวมแผ่นดินญี่ปุ่นผ่านมุมมองของนักวางกลยุทธ์ที่ใช้สติปัญญาเป็นอาวุธ แทนที่จะพึ่งพาฉากศึกใหญ่โตหรือดราม่าชวนน้ำตาตก จุดแข็งที่สุดอยู่ที่การเขียนตัวละครแบบหลายมิติที่ไม่มีใครถูกหรือผิดเสียทีเดียว การแสดงที่หนักแน่นของจุนอิจิ โอคาดะ และงานสร้างไทกะดราม่าที่สมจริงและใส่ใจรายละเอียดทางประวัติศาสตร์อย่างลึกซึ้ง ในขณะที่จำนวนตอน 50 เอพิโซดและจังหวะการเล่าที่ต้องการความอดทนสูงคือด่านทดสอบสำคัญสำหรับผู้ชมทั่วไป ซีรีส์เรื่องนี้ให้รางวัลอย่างงามกับผู้ที่หลงใหลในประวัติศาสตร์และพร้อมจะเดินทางไกลไปกับตัวละครตลอดช่วงชีวิตทั้งหมดของเขา

ซีรีส์ไทกะดราม่าญี่ปุ่น 50 ตอน เมื่อสมองคืออาวุธที่ดีที่สุด

โครงเรื่อง - 7.4
การแสดง - 8
โปรดักชัน - 7.6
ความบันเทิง - 6.6
ความคุ้มค่าในการรับชม - 7.2

7.4

Strategist Kanbe หรือ Gunshi Kanbee คือซีรีส์ไทกะดราม่าญี่ปุ่น 50 เอพิโซดจาก NHK ที่ปัจจุบันรับชมได้บน Netflix เล่าเรื่องของ คันเบ คุโรดะ นักวางกลยุทธ์ผู้นำทางสามขุนศึกผู้ยิ่งใหญ่ ได้แก่ โอดะ โนบูนางะ, โทโยโทมิ ฮิเดโยชิ และโทกูงาวะ อิเอยาซุ ในการรวมแผ่นดินญี่ปุ่นด้วยปัญญาและการทูต ไม่ใช่กำลังทหาร ซีรีส์โดดเด่นที่การเขียนบทแบบหลายมิติที่ไม่มีใครเป็นสีขาวหรือสีดำล้วน แม้แต่ตัวคันเบเองก็มีทั้งด้านดีและด้านที่ถูกลบหลอกด้วยผลลัพธ์จากการตัดสินใจของตน การแสดงของ จุนอิจิ โอคาดะ มีน้ำหนักและพัฒนาการชัดเจนตลอด 50 ตอนที่ยาวนาน แต่งานสร้างให้ความสมจริงแบบไทกะดราม่าโดยไม่หวือหวาเกินงาม จังหวะการเล่าอาจช้าสำหรับผู้ชมทั่วไป และเนื้อหาทางการเมืองเข้มข้นอาจไม่เหมาะกับคนที่ไม่ได้ชอบประวัติศาสตร์เป็นทุนเดิม แต่สำหรับผู้หลงใหลในยุคเซ็นโกคุและเรื่องราวการรวมแผ่นดิน นี่คือหนึ่งในซีรีส์ญี่ปุ่นที่ให้ทั้งสาระและความเพลิดเพลินอย่างคุ้มค่า

User Rating: Be the first one !
軍師官兵衛
7.5
First air
2014-01-05
Seasons
1
Episodes
50
Status
Ended
TV Series หนังชีวิต สงครามและการเมือง จบแล้ว

軍師官兵衛

軍師官兵衛 — 2014

2014 1 ซีซัน 50 ตอน
IMDb Rating 7.5 /10
MYDRAMALIST 8.1 /10
TMDB 9.4 /10

กรกฎาคม 1590 ณ โอดาวาระ กองทัพโทโยโตมิ ฮิเดโยชิล้อมปราสาทโอดาวาระมานานกว่าสามเดือนเพื่อพิชิตอุปสรรคสุดท้ายต่อการรวมประเทศ ชายผู้ยืนตะโกนหน้าประตูปราสาทจนอีกฝ่ายยอมจำนนคือคุโรดะ คันเบ ทหารนักวางกลยุทธ์ผู้ร่วมมือกับฮิเดโยชิอย่างใกล้ชิดในการรวมแผ่นดินญี่ปุ่น


นักแสดงนำ

岡田准一 岡田准一 Kanbee Kuroda
江口洋介 江口洋介 Nobunaga Oda
中谷美紀 中谷美紀 Teru
若山耀人 Kanbee Kuroda (young)
黒木瞳 黒木瞳 One

กดเพื่ออ่านต่อ

PhiRa W.

เป็นนักเขียนอิสระที่หลงใหลในสื่อบันเทิงทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ ซีรีส์ วาไรตี้ และสารคดี ผมชอบที่จะวิเคราะห์และถอดรหัสเนื้อหาเหล่านั้นออกมาในรูปแบบของรีวิวที่เข้าใจง่ายและสนุกสนาน เพื่อแบ่งปันมุมมองและประสบการณ์ให้กับผู้อ่าน

บทความที่เกี่ยวข้อง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Back to top button