![[รีวิว-เรื่องย่อ] แดนจลาจล | State of Fear (2026) หนังแอ็คชั่นบราซิลสุดเดือด](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/02/Review-State-of-Fear-2026.webp)
- State of Fear เป็น สปินออฟ จากซีรีส์ Brotherhood ของ Netflix Brazil แต่ดูเข้าใจได้แม้ไม่เคยดูซีรีส์ต้นฉบับมาก่อน
- การแสดงของ นารูนา คอสตา ในบทคริสตินาเป็นแกนหลักของหนัง ถ่ายทอดตัวละครที่อยู่กึ่งกลางระหว่างกฎหมายกับอาชญากรรมได้อย่างลงตัว
- ผู้กำกับ เปโดร มอเรลลี ใช้เทคนิคถ่ายทำ long take อย่างทะเยอทะยาน สร้างความรู้สึกเหมือนถูกดึงเข้าไปอยู่กลางความวุ่นวายของเซาเปาลู
- หนังนำเสนอธีม ความยุติธรรม vs. การแก้แค้น ได้น่าสนใจ แม้จะมีซับพล็อตบางส่วนที่ยังพัฒนาไม่เต็มที่
เคยสงสัยไหมว่าถ้าเมืองทั้งเมืองกลายเป็นสนามรบระหว่างแก๊งอาชญากรกับตำรวจที่เน่าไม่แพ้กัน คนธรรมดาจะรอดได้ยังไง? หนัง State of Fear (2026) หรือชื่อไทย แดนจลาจล จาก Netflix พาเราดำดิ่งสู่ความโกลาหลของ เซาเปาลู เมื่อกลุ่มอาชญากรรมที่ชื่อว่า “Brotherhood” สั่ง “สถานการณ์จลาจล” โจมตีสถานีตำรวจทั่วเมือง หนังเรื่องนี้เป็น สปินออฟ ตัวแรกจากซีรีส์ Brotherhood ที่มียอดดูทั่วโลกกว่า 10 ล้านครั้ง กำกับโดย เปโดร มอเรลลี (Pedro Morelli) ผู้สร้างซีรีส์ต้นฉบับ และพุ่งทะยานขึ้น อันดับ 1 ทั่วโลก บน Netflix ภายในวันเดียวหลังฉาย เรื่องราวหมุนรอบทนายสาวที่ต้องต่อรองกับตำรวจเพื่อช่วยหลานสาวที่ถูกลักพาตัว ท่ามกลางสงครามที่ปะทุขึ้นรอบด้าน
State of Fear เปิดเรื่องที่สถานีตำรวจแห่งหนึ่งในเซาเปาลู ที่กำลังจัดงานเลี้ยงต้อนรับ ดาลวา ตำรวจหญิงที่ลาคลอดก่อนกำหนด กับ โรเมโร สามีที่เป็นตำรวจในสถานีเดียวกัน บรรยากาศดูอบอุ่นและเป็นปกติ แต่ไม่ทันไรความสงบก็ถูกแทนที่ด้วยความรุนแรง เมื่อกลุ่ม Brotherhood กำลังเผชิญวิกฤตครั้งใหญ่ ผู้นำระดับสูงถูกย้ายไปยังเรือนจำความมั่นคงสูงสุด ทำให้โครงสร้างอำนาจสั่นคลอนอย่างหนัก เอลิซา (Camilla Damião) ลูกสาววัย 18 ของ เอดสัน (Seu Jorge) ผู้ก่อตั้ง Brotherhood ถูกตำรวจคอร์รัปชันลักพาตัว และนั่นกลายเป็นชนวนที่จุดระเบิดสงครามทั่วเมือง
ตัวละครแกนหลักของเรื่องนี้คือ คริสตินา (Naruna Costa) น้องสาวของเอดสัน ที่ทำหน้าที่เป็นทนายและที่ปรึกษากฎหมายให้ Brotherhood พร้อมกันก็เป็นคนเลี้ยงดูเอลิซามาตลอด เธอต้องวิ่งฝ่าเมืองที่กำลังลุกเป็นไฟ ต่อรองกับทั้งฝ่ายแก๊งและตำรวจ เพื่อเอาหลานสาวกลับมาให้ได้ ขณะที่ Brotherhood สั่ง “Salve Geral” (สถานการณ์จลาจล) ปล่อยคลื่น ความรุนแรงถล่มสถานีตำรวจ และกองกำลังรักษาความปลอดภัยทั่วเซาเปาลู
จุดแข็งที่สุดของ State of Fear อยู่ที่การจัดการตัวละคร คริสตินา ให้เป็นทั้งนักวางกลยุทธ์และศูนย์รวมศีลธรรมของเรื่อง เธอเป็นทนายที่มีสายสัมพันธ์กับโลกใต้ดิน ทำให้มุมมองของเรื่องมีมิติ เธอเข้าใจตรรกะของอาชญากร แต่ก็ยังต่อสู้กับขอบเขตทางกฎหมายและจริยธรรมอยู่ตลอด นารูนา คอสตา แสดงได้นิ่งมากและตั้งใจทุกจังหวะ เธอไม่ดันให้ตัวละครเป็นเมโลดราม่า แต่ปล่อยให้การเปลี่ยนแปลงเล็กๆ ในสีหน้าทำหน้าที่ส่งอารมณ์แทน
คามิลลา ดามิเอา ในบทเอลิซาเสริมไดนามิกนี้ได้ดี เธอถ่ายทอดหญิงสาวที่ถูกหล่อหลอมด้วยความรุนแรงแต่ยังไม่ยอมจำนนกับมันทั้งหมด ความสัมพันธ์ระหว่างป้ากับหลานสาวเป็นสมอที่ยึดเรื่องไว้ท่ามกลางความโกลาหล และหนังฉลาดที่กลับมาหาบทสนทนาระหว่างสองคนนี้ทุกครั้งที่ฉากแอ็คชั่นเริ่มจะท่วมเกินไป
การกำกับของ เปโดร มอเรลลี พึ่งพาเทคนิค long tracking shot อย่างหนัก ซึ่งอาจดูเป็นลูกเล่นได้ง่ายๆ แต่ในเรื่องนี้กลับเพิ่มความรู้สึกเหมือนถูกดึงเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์จริง กล้องเคลื่อนผ่านถนนที่แน่นขนัด ห้องแคบๆ และฉากปะทะที่ตึงเครียด ด้วยความต่อเนื่องแบบสารคดี ผลลัพธ์คือจังหวะภาพที่สะท้อนความไม่มั่นคงของเซาเปาลูในช่วง “แดนจลาจล” ได้อย่างชัดเจน มันสร้างโมเมนตัมโดยไม่ต้องพึ่งพาการตัดต่อรัวเพียงอย่างเดียว
สิ่งที่น่าประทับใจคือ งานซีนีมาโทกราฟี ที่จับบรรยากาศของเมืองได้อย่างมีชีวิต โลเคชันในหนังดูเหมือนสถานที่ที่มีคนอาศัยจริง ไม่ใช่ฉากที่ตกแต่งเพื่อหนัง ตรอกซอกซอย ตึกเก่า และสถานีตำรวจรกๆ ทั้งหมดช่วยเสริมโทนของเรื่องที่เน้น ความสมจริง มากกว่าความสวยงาม
ฉากแอ็คชั่นในหนังเข้มข้นแต่ไม่ถล่มทลาย การยิงต่อสู้และฉากไล่ล่าปรากฏตัวในจุดพลิกสำคัญ ไม่ใช่เสียงดังตลอดทั้งเรื่อง และเมื่อมันเกิดขึ้น มันรับใช้แรงจูงใจของตัวละครมากกว่าจะเป็นแค่ภาพอลังการ ฉากกลางเรื่องที่มีการ โจมตีประสานงานทั่วเมือง โดดเด่นมาก เพราะแทนที่จะตัดสลับระหว่างระเบิดแบบมั่วๆ หนังกลับติดตามตัวละครเฉพาะเจาะจงที่ต้องรับมือกับผลกระทบ ทำให้ stake ยังคงเป็นเรื่องส่วนตัว วิธีนี้สดใหม่กว่าหนังไล่ล่าระทึกขวัญร่วมสมัยหลายเรื่องที่สับสนระหว่างความเร่งด่วนกับความวุ่นวาย
บทหนังบางช่วงลำบากในการ สมดุลซับพล็อตหลายเส้น พร้อมกัน หนังพยายามจัดการทั้งเรื่องเอลิซาถูกจับ การเจรจาของคริสตินา ความขัดแย้งภายใน Brotherhood และคอมเมนต์เรื่องตำรวจคอร์รัปชัน แต่ละเส้นเรื่องน่าสนใจเมื่อดูแยก แต่การเปลี่ยนผ่านบางจุดรู้สึกกระทันหัน มีช่วงที่อยากให้หนังอยู่กับผลกระทบทางจิตใจของความรุนแรงนานกว่านี้ แทนที่จะรีบพุ่งไปหาพล็อตถัดไป ด้วยความยาวแค่ 1 ชั่วโมง 43 นาที น่าจะมีฉากเงียบๆ หลายฉากที่ถูกตัดออกเพื่อรักษาจังหวะ
อีกจุดที่ยังไม่ลงตัวคือ กรอบศีลธรรมของเรื่อง หนังวางตัวเป็นการศึกษาเรื่องความยุติธรรม vs. การแก้แค้น แต่บางจังหวะกลับพิงท่าทีคุ้นๆ ของหนังอาชญากรรมทั่วไปที่ทำให้ความซับซ้อนลดลง ตัวละครสมทบบางตัว โดยเฉพาะฝั่งตำรวจ ออกมาเป็นสัญลักษณ์มากกว่าจะเป็นคนจริงๆ แรงจูงใจชัดแต่บุคลิกเบลอ ทำให้ฉากปะทะบางฉากขาดความตึงเครียด แต่เมื่อไหร่ที่เรื่องโฟกัสกลับมาที่คริสตินากับเอลิซา พลังอารมณ์ก็กลับมาเต็มที่
Seu Jorge ในบทเอดสัน ผู้ก่อตั้ง Brotherhood เพิ่มน้ำหนักให้หนังแม้จะมีเวลาบนจอจำกัด เขาพาประวัติศาสตร์ทั้งหมดของกลุ่มมาด้วย ย้ำเตือนว่าวิกฤตปัจจุบันเกิดจากการตัดสินใจในอดีต สิ่งที่ชอบคือหนังไม่ได้ทำให้เขาเป็นตำนานหรือฮีโร่ เอดสันในเรื่องนี้ดู สึกหรอจากผลของการกระทำ ซึ่งตอกย้ำธีมที่ว่าไม่มีใครในโลกนี้ควบคุมทุกอย่างได้จริง นักแสดงสมทบอย่าง David Santos และ แอร์มิลา เกเดส ก็ทำได้ดี แม้ไม่ใช่ทุกคนจะได้รับการพัฒนามากพอจะทิ้งรอยประทับ
ในแง่โทน หนังรักษาบรรยากาศจริงจังและดิบ โดยไม่กดดันจนอึดอัด บทสนทนาฟังเป็นธรรมชาติ และบทหนังหลีกเลี่ยงการอธิบายจักรวาลของ Brotherhood แบบยัดเยียด แม้ไม่เคยดูซีรีส์ต้นฉบับ หนังก็ให้บริบทมากพอที่จะเข้าใจ stake ของทุกฝ่าย เรื่องราว ไว้ใจคนดู ให้ปะติดปะต่อความสัมพันธ์ผ่านแอ็คชั่นมากกว่าจะยัดฉากอธิบายหลังเรื่องยืดยาว ตรงนี้ต้องให้เครดิตทีมเขียนบท เปโดร มอเรลลี และ จูเลีย เฟอร์เรอร์ (Julia Furrer) ที่จัดการข้อมูลได้กระชับ
แต่ความทะเยอทะยานของหนังบางจุดกลับทำงานสวนทาง การพยายามเจาะลึกทั้ง อาชญากรรมจัดตั้ง ระบบคอร์รัปชัน ความจงรักภักดีต่อครอบครัว และความไม่สงบทางสังคม ในเวลาเดียวกัน ทำให้บางธีมถูกหว่านแต่ไม่ได้เก็บเกี่ยว ฉากหลังของเรื่องบอกใบ้ถึง ความเป็นจริงทางประวัติศาสตร์และการเมือง ของบราซิลอย่างชัดเจน แต่หนังไม่ค่อยหยุดนานพอจะแกะออกมาให้ลึก เหมือนอยากได้ช่วงที่ตัวละครย้อนคิดเชื่อมโยงการตัดสินใจของพวกเขากับความตึงเครียดในระดับเมืองมากกว่านี้
แม้จะมีข้อติ จังหวะของหนังยังคงทำให้ประสบการณ์ดูสนุก รันไทม์ไม่มีจุดไหนที่รู้สึกเหมือนยัดไส้ ไคลแม็กซ์ส่งผลตอบแทนทางอารมณ์ที่น่าพอใจ แม้จะหยุดก่อนถึงจุดเซอร์ไพรส์จริงๆ มันจบปมเฉพาะหน้าแต่ทิ้งคำถามเรื่องความยุติธรรมและความรับผิดชอบไว้ให้คิดต่อ ซึ่งเหมาะสมกับเรื่องที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของ ความคลุมเครือทางศีลธรรม
สิ่งที่ติดอยู่ในหัวหลังดูจบคือ ความมุ่งมั่นของหนังที่จะเล่าจากมุมมองตัวละคร แม้ในฉากแอ็คชั่นขนาดใหญ่ กล้องสนใจว่าคนแต่ละคนรับมือกับความกลัวยังไง มากกว่าจะสนใจว่าระเบิดดูสวยแค่ไหน ตรงนี้ทำให้ State of Fear มีเสียงเฉพาะตัวท่ามกลางคลังหนังอาชญากรรมนานาชาติบน Netflix ที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ มันไม่ได้ปฏิวัติแนว แต่ปรับแต่งองค์ประกอบที่คุ้นเคยด้วยความเร่งด่วนและความชัดเจนทางอารมณ์
สำหรับใครที่ชอบ หนังแอ็คชั่นอาชญากรรมที่เน้นตัวละคร และอยากลองดูผลงานจากบราซิลที่แตกต่างจากฮอลลีวูด State of Fear คือตัวเลือกที่น่าจับตา หนังอาจยังเอื้อมไม่ถึงทุกธีมที่พยายามแตะ แต่ด้วย การแสดง สไตล์ภาพ และความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครหลัก ที่แข็งแรง มันเป็นหนังที่ดูแล้วรู้สึกว่าเวลาไม่เสียเปล่า ใครดูจบแล้วสนใจเจาะลึกจักรวาล Brotherhood เพิ่มเติม สามารถไปต่อกับซีรีส์ต้นฉบับบน Netflix ได้เลย มาแชร์ความเห็นกันในคอมเมนต์ว่าหนังเรื่องนี้ทำให้รู้สึกยังไง และอย่าลืมแชร์รีวิวนี้ให้คนที่กำลังมองหาหนัง Netflix น่าดูในช่วงนี้!
- ชื่อเรื่องในภาษาไทย: แดนจลาจล
- ประเภท: แอ็คชั่น, อาชญากรรม, ดราม่า, ระทึกขวัญ
- วันที่ออกฉาย: 11 กุมภาพันธ์ 2569
- นักแสดงนำ: นารูนา คอสตา (Naruna Costa), คามิลลา ดามิเอา (Camilla Damião), Seu Jorge, David Santos, แอร์มิลา เกเดส (Hermila Guedes)
- ผู้กำกับ: เปโดร มอเรลลี (Pedro Morelli)
- ความยาว: 1 ชั่วโมง 43 นาที
- เรตติ้ง IMDb: 4.3/10
- ช่องทางการดูในประเทศไทย: Netflix
แอ็คชั่นบราซิลดิบเดือด เน้นตัวละครมากกว่าระเบิด
โครงเรื่อง - 6.2
การแสดง - 7.2
โปรดักชัน - 7
ความบันเทิง - 6.8
ความคุ้มค่าในการรับชม - 6.5
6.7
State of Fear เป็นสปินออฟที่ยืนได้ด้วยตัวเอง ด้วยการแสดงที่หนักแน่นของนารูนา คอสตา เทคนิค long take ที่สร้าง immersion ได้ดี และฉากแอ็คชั่นที่คมโดยไม่รก แม้ซับพล็อตบางเส้นจะยังพัฒนาไม่เต็มที่ และบางธีมถูกหว่านแต่ไม่ได้เก็บเกี่ยว แต่ความสัมพันธ์ระหว่างคริสตินากับเอลิซายึดเรื่องไว้ได้ตลอด ทำให้หนังเป็นหนังอาชญากรรมที่มีหัวใจมากกว่าแค่กระสุน
![[รีวิว-เรื่องย่อ] ซาราห์ เริ่ดลวงโลก | The Art of Sarah (2026)](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/02/Review-The-Art-of-Sarah-2026.webp)
![[รีวิว-เรื่องย่อ] จมโคลน | In the Mud ซีซั่น 2](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/02/Review-In-the-Mud-Season-2.webp)
![[รีวิว-เรื่องย่อ] ซัลวาดอร์ | Salvador (2026) ซีรีส์แอ็คชั่นดราม่า Netflix](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/02/Review-Salvador-2026-netflix.webp)
![[รีวิว-เรื่องย่อ] ราชินีหมากรุก | Queen of Chess (2026)](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/02/Review-Queen-of-Chess-2026.webp)
![[รีวิว-เรื่องย่อ] แผนพิพากษา | The Lincoln Lawyer ซีซั่น 4](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/02/Review-The-Lincoln-Lawyer-Season-4.webp)
![[รีวิว-เรื่องย่อ] ราชินีเงินปล้น | Cash Queens (2026) ซีรีส์ปล้นสุดมันจากฝรั่งเศส](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/02/Review-Cash-Queens-2026.webp)
![[รีวิว-เรื่องย่อ] สายลับซ่อนเร้น | Unfamiliar (2026) ซีรีส์สายลับเยอรมัน](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/02/Review-Unfamiliar-2026.webp)