![[รีวิว-เรื่องย่อ] Tehran ซีซั่น 3 เกมสายลับสุดระทึกบนแผ่นดินศัตรู](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/01/Review-Tehran-Season-3.webp)
- Tehran ซีซั่น 3 เล่าถึงการเอาตัวรอดของ Tamar สายลับ Mossad ที่ถูกทิ้งให้อยู่คนเดียวในเตหะราน ท่ามกลางการไล่ล่าจากทั้งสองฝ่าย
- การแสดงของ Niv Sultan และ Hugh Laurie โดดเด่นและเชื่อถือได้ ทำให้ตัวละครมีชีวิตชีวาและมีมิติ
- ซีรีส์สำรวจธีมเรื่องความภักดี ความทรยศ และราคาของการเป็นสายลับอย่างลึกซึ้ง แสดงให้เห็นว่าการเป็นสายลับไม่ใช่เรื่องสนุกแบบในหนัง
- แม้จะมีบางช่วงที่จังหวะช้า แต่ตอนจบที่ระทึกและการผลิตที่มีคุณภาพทำให้ซีซั่นนี้คุ้มค่าการรับชม
ใครบอกว่าการเป็นสายลับเป็นเรื่องสนุก? ถ้าเจอสถานการณ์แบบ Tamar Rabinyan ในซีซั่นนี้ คงอยากกลับบ้านทันที ซีรีส์ Tehran ซีซั่น 3 กลับมาสร้างความตื่นเต้นให้แฟนซีรีส์สายลับอีกครั้งกับภารกิจสุดอันตรายที่หญิงสาวคนหนึ่งต้องต่อสู้เพื่อความอยู่รอดบนแผ่นดินศัตรู ท่ามกลางการไล่ล่าจากทั้งสองฝ่าย พร้อมกับเปิดเผยแผนการที่อาจเปลี่ยนแปลงโลกตะวันออกกลางไปตลอดกาล บทความนี้จะพาไปเจาะลึกทุกรายละเอียดของซีซั่นที่แฟนซีรีส์รอคอย มาดูกันว่าทำไม Tehran ถึงยังคงเป็นหนึ่งในซีรีส์สายลับที่ดีที่สุดของ Apple TV+
Tehran เริ่มต้นจากภารกิจของ Tamar Rabinyan สายลับสาว Mossad ที่แฝงตัวเข้าไปในเตหะรานด้วยชื่อปลอม เพื่อทำลายระบบเรดาร์และเปิดทางให้กองทัพอากาศอิสราเอลโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่าน แต่เมื่อหัวหน้างานของเธอพยายามล่วงละเมิด เธอกลับฆ่าเขาโดยไม่ได้ตั้งใจ ทำให้ตัวตนถูกเปิดเผยและภารกิจล้มเหลว เธอต้องหลบหนีและพบกับ Milad นักเคลื่อนไหวชาวอิหร่าน ซึ่งทำให้เธอเชื่อมโยงกับรากเหง้าอิหร่านของตัวเอง
ในซีซั่น 2 Tamar กลับมารับภารกิจช่วยเหลือนักบินอิสราเอล และต่อมาได้รับมอบหมายให้ลอบสังหาร Qasem Mohammadi หัวหน้ากองกำลัง Revolutionary Guards แม้ว่าเธอจะสำเร็จในที่สุด แต่ Marjan นักบำบัดชาวอังกฤษที่ช่วยเธอ และ Milad คนรักของเธอต่างเสียชีวิตไป ทำให้เธอต้องอยู่ตัวคนเดียวในเตหะรานด้วยความเศร้าโศกและความผิดหวัง
ซีซั่นที่ 3 เริ่มต้นด้วยความสิ้นหวังของ Tamar ที่ถูกทิ้งให้อยู่คนเดียวในเมืองที่เธอไม่สามารถไว้วางใจใครได้ หลังจากที่ภารกิจในซีซั่น 2 จบลง เธอถูกประกาศว่าเป็น “rogue agent” หรือสายลับที่ทรยศ จาก Mossad เอง ทำให้เธอไม่มีที่พึ่งทั้งจากฝ่ายอิหร่านที่ตามล่าเธอและฝ่ายอิสราเอลที่ปฏิเสธเธอ

ท่ามกลางสถานการณ์วิกฤต มีนักฆ่ามืออาชีพที่ตามล่าเธอ และเธอค้นพบ แผนการลับเกี่ยวกับอาวุธนิวเคลียร์ ที่อาจทำให้เกิดสงครามขนาดใหญ่ในตะวันออกกลาง Tamar ต้องตัดสินใจว่าจะหนีไปให้ปลอดภัย หรือจะเสี่ยงชีวิตเพื่อเปิดเผยความจริงและหยุดยั้งภัยคุกคามนี้ ความรู้สึกโดดเดี่ยวและความสิ้นหวังของเธอในตอนต้นซีซั่นถูกถ่ายทอดได้อย่างสมจริงและน่าติดตาม
Niv Sultan กลับมาแสดงในบท Tamar ได้อย่างยอดเยี่ยม เธอแสดงความเปราะบางและความแข็งแกร่งของสายลับสาวที่ต้องเผชิญกับการสูญเสียและความสิ้นหวัง แต่ยังคงมีความมุ่งมั่นที่จะทำสิ่งที่ถูกต้อง การแสดงของเธอในซีซั่นนี้มีความลึกซึ้งมากขึ้น เพราะ Tamar ไม่ได้เป็นเพียงสายลับที่ทำตามคำสั่งอีกต่อไป แต่เป็นคนที่ต้องเลือกเส้นทางของตัวเอง Sultan ถ่ายทอดความขัดแย้งภายในและ ความกล้าหาญ ของ Tamar ได้อย่างน่าเชื่อถือ
Hugh Laurie เข้าร่วมซีรีส์ในบท Eric Peterson เจ้าหน้าที่ข่าวกรองอาวุโสจาก CIA ที่มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงระหว่างฝ่ายต่างๆ Laurie นำเสนอบุคลิกที่ซับซ้อนของ Peterson ผู้ชายที่มีประสบการณ์มากมายในโลกของการข่าวกรอง แต่ก็ยังต้องเผชิญกับ ความกดดันทางการเมือง และการตัดสินใจที่ยากลำบาก การแสดงของเขาเพิ่มมิติใหม่ให้กับซีรีส์ และความสัมพันธ์ระหว่าง Peterson กับ Tamar เป็นหนึ่งในจุดเด่นของซีซั่นนี้
Shaun Toub ในบท Faraz Kamali เจ้าหน้าที่ Revolutionary Guards ที่ติดตาม Tamar ตั้งแต่ซีซั่นแรก ยังคงแสดงได้อย่างน่าประทับใจ Faraz เป็นตัวละครที่มีความซับซ้อน เขาไม่ใช่วายร้ายธรรมดา แต่เป็นคนที่รักชาติและครอบครัว และเชื่อว่าสิ่งที่เขาทำคือเพื่อปกป้องประเทศ การแสดงของ Toub ทำให้เราเห็นความเป็นมนุษย์ของ Faraz และความขัดแย้งภายในของเขา โดยเฉพาะในซีซั่นนี้ที่เขาต้องเผชิญกับความจริงที่ซับซ้อนมากขึ้น

Sasson Gabay และ Phoenix Raei กลับมาในบทของตัวเอง โดย Gabay แสดงเป็น Nissan หัวหน้าทีม Mossad ที่ต้องตัดสินใจยากๆ เกี่ยวกับ Tamar ขณะที่ Raei แสดงเป็น Ramin นักข่าวอิหร่านที่มีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือ Tamar ตัวละครเหล่านี้เพิ่มความซับซ้อนให้กับเรื่องราว และแสดงให้เห็นว่าการเป็นสายลับไม่ได้เป็นเรื่องง่ายเสมอไป
นักแสดงสมทบทุกคนในซีรีส์นี้แสดงได้อย่างดีเยี่ยม ทำให้โลกของ Tehran รู้สึกสมจริงและมีมิติ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่าน นักเคลื่อนไหว หรือสายลับทั้งหลาย ทุกคนมีแรงจูงใจและเป้าหมายของตัวเอง ซึ่งทำให้เรื่องราวมีความน่าสนใจมากขึ้น
บทของซีซั่น 3 เขียนโดย Dana Eden, Maor Kohn และ Omri Shenhar ผู้สร้างซีรีส์ ซึ่งพวกเขายังคงรักษาคุณภาพและความตึงเครียดที่แฟนซีรีส์คุ้นเคย บทในซีซั่นนี้มีความซับซ้อนมากขึ้น โดยเฉพาะในการสำรวจ ธีมเรื่องความภักดี ความทรยศ และราคาของการเป็นสายลับ
หนึ่งในจุดแข็งของบทคือการสร้างความตึงเครียดที่ไม่มีวันสิ้นสุด ตั้งแต่ตอนแรกจนถึงตอนสุดท้าย เราไม่รู้ว่า Tamar จะรอดหรือไม่ หรือแผนการของเธอจะสำเร็จหรือไม่ ทุกตอนมีการพลิกผันที่ทำให้เราต้องติดตาม และแม้ว่าบางช่วงจะรู้สึกช้าไปบ้าง โดยเฉพาะในตอนกลางๆ ของซีซั่น แต่ทุกอย่างก็มีความจำเป็นเพื่อสร้างฐานให้กับจุดสุดยอดในตอนจบ
ซีรีส์นี้ไม่ใช่แค่เรื่องของ การแอ็คชั่น และความระทึกขวัญเท่านั้น แต่ยังสำรวจความเป็นมนุษย์ของตัวละครด้วย เราได้เห็น Tamar ดิ้นรนกับความรู้สึกผิดเกี่ยวกับคนที่เธอทำให้เสียชีวิต และความขัดแย้งระหว่างความรักต่อประเทศกับความเป็นจริงที่ซับซ้อนของโลกข่าวกรอง เธอเริ่มตั้งคำถามว่าสิ่งที่เธอทำมานั้นคุ้มค่าหรือไม่ และนั่นทำให้เธอเป็นตัวละครที่มีมิติมากขึ้น
การเล่าเรื่องในซีซั่น 3 มีความสมดุลระหว่าง แอ็คชั่น ดราม่า และความระทึกขวัญได้ดี มีฉากไล่ล่าและฉากต่อสู้ที่น่าตื่นเต้น แต่ก็มีช่วงเวลาที่เงียบและเข้มข้นทางอารมณ์ที่ทำให้เราเข้าใจตัวละครมากขึ้น บทสนทนามีความเป็นธรรมชาติและสมจริง ไม่รู้สึกว่าเป็นบทที่เขียนมาเพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ซีซั่นนี้มีช่วงที่รู้สึกยืดเยื้อไปบ้างในตอนกลาง โดยเฉพาะตอนที่ 3-5 ที่เน้นไปที่การวางแผนและการเจรจามากกว่าแอ็คชั่น บางคนอาจรู้สึกว่าจังหวะชะลอลงไปบ้าง แต่สำหรับแฟนซีรีส์สายลับที่ชอบความซับซ้อนและการวางแผนละเอียดลออ สิ่งเหล่านี้อาจเป็นจุดเด่นแทน
Daniel Syrkin กำกับตอนสำคัญๆ ในซีซั่นนี้ และเขานำเสนอ ภาพที่สวยงามและตึงเครียด ตลอดซีรีส์ การถ่ายภาพในเตหะราน (ซึ่งจริงๆ ถ่ายที่กรีซและอิสราเอล) ทำให้เมืองนี้ดูสมจริงและมีชีวิตชีวา เราได้เห็นทั้งความสวยงามและความอันตรายของเมืองนี้ผ่านมุมกล้องที่เลือกสรรมาอย่างดี
การออกแบบฉากและเครื่องแต่งกายมีความใส่ใจในรายละเอียด ทำให้เราเชื่อว่าเราอยู่ในเตหะรานจริงๆ ตั้งแต่ตลาดที่วุ่นวาย ไปจนถึงสำนักงานราชการที่เข้มงวด ทุกอย่างดูสมจริงและเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับเรื่องราว
ฉากแอ็คชั่นในซีซั่นนี้มีการออกแบบท่าได้ดี ไม่ใช่แอ็คชั่นแบบฮอลลีวูดที่พลิกโลนไปมา แต่เป็นแอ็คชั่นที่เน้นความสมจริงและความตึงเครียง ฉากไล่ล่าในตอนที่ 6 เป็นหนึ่งในฉากที่ดีที่สุดของซีซั่น มีการใช้พื้นที่และจังหวะที่ทำให้เรารู้สึกเหมือนอยู่ในสถานการณ์จริง
เสียงประกอบของ John Gürtler และ Jan Miserre ช่วยสร้างบรรยากาศได้ดีมาก เสียงดนตรีไม่ได้ครอบงำฉาก แต่เสริมความตึงเครียดและอารมณ์ของแต่ละช่วง โดยเฉพาะในฉากที่เงียบและตึงเครียด เสียงดนตรีช่วยเพิ่มความรู้สึกกังวลและลุ้นระทึกได้อย่างยอดเยี่ยม
การตัดต่อของซีรีส์มีความคมชัดและรวดเร็ว เหมาะกับจังหวะของเรื่อง ไม่มีฉากที่รู้สึกยืดเยื้อเกินไป (ยกเว้นตอนกลางที่กล่าวไปแล้ว) และการตัดต่อแต่ละฉากทำให้เราติดตามเรื่องราวได้อย่างลื่นไหล

ซีซั่น 3 สำรวจหลายธีมที่ซับซ้อน โดยเฉพาะ ธีมเรื่องความภักดี Tamar ต้องเลือกระหว่างความภักดีต่อประเทศ ความภักดีต่อคนที่เธอรัก และความภักดีต่อตัวเอง คำถามที่ว่า “เราภักดีต่ออะไรจริงๆ” เป็นคำถามที่ติดตามตัวละครหลักตลอดซีซั่น
ซีรีส์ยังสำรวจ ราคาของการเป็นสายลับ ด้วย Tamar สูญเสียทุกอย่าง ตั้งแต่คนรัก เพื่อน ไปจนถึงความเป็นปกติของชีวิต เธอไม่สามารถเชื่อใจใครได้ และต้องอยู่ในสถานะตื่นตัวตลอดเวลา ซีรีส์แสดงให้เห็นว่าการเป็นสายลับไม่ใช่เรื่องสนุกสนานแบบในหนังจาก James Bond แต่เป็นชีวิตที่เต็มไปด้วยความเหงา ความกลัว และการสูญเสีย
ธีมเรื่อง ความเป็นจริงที่ซับซ้อนของความขัดแย้งระหว่างประเทศ ก็เป็นอีกสิ่งที่ซีรีส์นำเสนอ ซีรีส์ไม่ได้วาดภาพแบบขาวดำ ว่าฝ่ายใดถูกหรือผิดโดยสิ้นเชิง แต่แสดงให้เห็นว่าทุกฝ่ายมีเหตุผลและแรงจูงใจของตัวเอง และผู้บริสุทธิ์มักเป็นคนที่ต้องเสียเปรียบ
ซีรีส์ยังกล้าที่จะถามคำถามยากๆ เช่น “ความมั่นคงของชาติคุ้มค่ากับการเสียชีวิตของผู้บริสุทธิ์หรือไม่” และ “เราจะวาดเส้นระหว่างการป้องกันประเทศกับการทำสงครามได้อย่างไร” คำถามเหล่านี้ไม่มีคำตอบที่ง่าย และซีรีส์ก็ไม่พยายามให้คำตอบที่ชัดเจน แต่ให้ผู้ชมได้คิดและไตร่ตรองเอง
Tehran ซีซั่น 3 เป็นซีรีส์สายลับที่ดีเยี่ยม ที่นำเสนอเรื่องราวที่ตึงเครียด ตัวละครที่มีมิติ และธีมที่ซับซ้อน แม้ว่าจะมีบางช่วงที่รู้สึกช้าไปบ้าง แต่โดยรวมแล้วซีรีส์นี้คุ้มค่ากับการรับชมอย่างยิ่ง สำหรับใครที่ชื่นชอบ ซีรีส์สายลับที่มีเนื้อหาลึกซึ้ง และไม่ใช่แค่แอ็คชั่นล้วนๆ Tehran คือหนึ่งในตัวเลือกที่ดีที่สุดบน Apple TV+ การแสดงของ Niv Sultan คือหนึ่งในการแสดงที่ดีที่สุดของปีในแนวซีรีส์ และการเข้าร่วมของ Hugh Laurie ทำให้ซีซั่นนี้มีความน่าสนใจเพิ่มขึ้นอีกระดับ
ถ้าชอบซีรีส์แนว Homeland, The Americans หรือ Fauda แล้วล่ะก็ Tehran เป็นซีรีส์ที่ไม่ควรพลาด มันมีความตึงเครียด ความซับซ้อน และความเป็นมนุษย์ที่ทำให้ซีรีส์สายลับที่ดีต้องมี และด้วยตอนจบที่เปิดทิ้งไว้ เราคงต้องรอดูว่า Apple TV+ จะทำซีซั่นต่อไปหรือไม่ แต่ถ้าซีซั่น 3 เป็นตอนจบของซีรีส์ มันก็เป็นการจบที่น่าจดจำและทิ้งความประทับใจไว้ได้ดี
มาแชร์ความคิดเห็นกันว่าซีซั่นนี้ทำให้รู้สึกอย่างไรบ้าง และคิดว่า Tamar ควรทำอย่างไรต่อไปในคอมเมนต์ด้านล่าง อย่าลืมแชร์รีวิวนี้ให้เพื่อนๆ ที่ชื่นชอบซีรีส์สายลับสุดระทึกด้วย!
- ชื่อเรื่องภาษาอังกฤษ: Tehran ซีซั่น 3
- ประเภท: ระทึกขวัญ, แอ็คชั่น, สายลับ, ดราม่า
- จำนวนตอน: 8 ตอน
- วันที่ออกอากาศ: 9 มกราคม – 26 กุมภาพันธ์ 2026
- นักแสดงนำ: Niv Sultan (นีฟ ซุลตัน), Hugh Laurie (ฮิวจ์ ลอรี), Shaun Toub (ชอน ทูบ), Sasson Gabay (แซสซอน กาไบ), Phoenix Raei (ฟีนิกซ์ ราอี), Shila Ommi (ชีล่า โอมมี)
- ผู้สร้าง: Dana Eden (ดานา อีเดน), Maor Kohn (มาออร์ โคห์น), Omri Shenhar (โอมรี เชนฮาร์)
- ผู้กำกับ: Daniel Syrkin (แดเนียล เซอร์คิน)
- เรตติ้ง IMDb: 7.6/10
- ช่องทางการดูในประเทศไทย: Apple TV+
ระทึกขวัญจนลืมหายใจ สายลับสาวฝ่าด่านมรณะ
บท - 8.2
การแสดง - 8.8
โปรดักชัน - 8.5
ความบันเทิง - 9
ความคุ้มค่าในการรับชม - 8.7
8.6
Tehran ซีซั่น 3 พาเราติดตามการเอาตัวรอดของ Tamar สายลับ Mossad ที่ถูกทิ้งให้อยู่คนเดียวในดินแดนศัตรู ท่ามกลางการไล่ล่าจากทั้งฝ่ายอิหร่านและฝ่ายอิสราเอล เธอค้นพบแผนการนิวเคลียร์ลับที่จะเปลี่ยนแปลงโลก ด้วยบทที่แน่นเข้มข้น การแสดงที่ยอดเยี่ยมจาก Niv Sultan และ Hugh Laurie และเนื้อเรื่องที่ตึงเครียดตลอด 8 ตอน ซีรีส์นี้พิสูจน์ว่ายังคงเป็นหนึ่งในซีรีส์สายลับที่ดีที่สุดบน Apple TV+
![[รีวิว-เรื่องย่อ] The Night Manager ซีซั่น 2](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/01/Review-The-Night-Manager-Season-2.webp)
![[รีวิว-เรื่องย่อ] Hijack ซีซั่น 2 ฉุดลากตัวประกันบนรถไฟใต้ดิน](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/01/Review-Hijack-Season-2.webp)
![[รีวิว-เรื่องย่อ] ลูกผู้ชายสายอัลฟา | Alpha Males ซีซั่น 4](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/01/Review-Alpha-Males-4.webp)
![[รีวิว-เรื่องย่อ] สองฟากของความจริง | His & Hers (2026)](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/01/Review-His-Hers-2026.webp)
![[รีวิว-เรื่องย่อ] พิชิตฝันประชันรัก | Love from 9 to 5 (2026)](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/01/Review-Love-from-9-to-5-2026.webp)
![[รีวิว-เรื่องย่อ] หนี | Run Away (2026)](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/01/Review-Run-Away-2026.webp)
![[รีวิว-เรื่องย่อ] แผ่นดินบาป | Land of Sin (2025)](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/01/Review-Land-of-Sin-2025.webp)
![[รีวิว-เรื่องย่อ] เวลาติดปีก | Time Flies (2025)](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/01/Review-Time-Flies-2025-Netflix.webp)