รีวิวซีรีส์ฝรั่ง

[รีวิว-เรื่องย่อ] The Gangnam Project (2024) ซีรีส์วัยรุ่น K-pop

  • The Gangnam Project เป็นซีรีส์วัยรุ่นแคนาดาที่เล่าเรื่องของ ฮันนาห์ ชิน สาวลูกครึ่งแคนาดา-เกาหลีวัย 16 ปี ที่เข้าไปฝึกเป็นเทรนนี่ K-pop ในกรุงโซล พร้อมเจาะลึกธีมการค้นหาตัวตนและรากเหง้าทางวัฒนธรรม
  • การแสดงของจูเลีย คิม คอลด์เวลล์ (Julia Kim Caldwell) ในบทฮันนาห์โดดเด่นมาก ถ่ายทอดความสดใส อารมณ์ขัน และความมุ่งมั่นได้อย่างเป็นธรรมชาติจนแยกไม่ออกว่าเป็นนักแสดงหรือตัวละคร
  • ซีรีส์ให้ไวบ์คล้าย XO, Kitty ผสมกับดราม่าวัยรุ่นแบบคอมฟอร์ตโชว์ มีทั้งความรัก มิตรภาพ การแข่งขัน และวัฒนธรรมเกาหลีที่ใส่มาอย่างพอดี
  • จังหวะการเล่าเรื่องดีเกินคาด มี 10 ตอนกระชับ เหมาะกับคนที่อยากดูซีรีส์ฟีลกู๊ดจบได้ภายในวันเดียว

เคยฝันอยากเป็น ไอดอล K-pop กันบ้างไหม? หรือเคยจินตนาการว่าถ้าได้ไปใช้ชีวิตที่ กรุงโซล แล้วบังเอิญได้เข้าไปฝึกเป็นเทรนนี่ในค่ายเพลงจะเป็นยังไง? The Gangnam Project ซีรีส์วัยรุ่นจากแคนาดาที่เพิ่งมาลงบน Netflix พาเราไปสัมผัสกับความฝันแบบนั้นผ่านสายตาของ ฮันนาห์ ชิน สาวลูกครึ่งแคนาดา-เกาหลีวัย 16 ปี ที่ตัดสินใจบินข้ามน้ำข้ามทะเลไปทำงานเป็นติวเตอร์ภาษาอังกฤษในค่ายฝึก K-pop แต่ชีวิตมันไม่ได้ง่ายแค่นั้น เพราะความกระตือรือร้นของเธอดึงดูดสายตาซีอีโอค่าย จนได้กลายเป็นเทรนนี่ตัวจริงไปซะอย่างนั้น สำหรับใครที่คิดถึง XO, Kitty ซีรีส์เรื่องนี้คือยาแก้คิดถึงชั้นดี เพราะมาพร้อมไวบ์คล้ายกันแบบจัดเต็ม!

The Gangnam Project เล่าเรื่องของ ฮันนาห์ ชิน รับบทโดย จูเลีย คิม คอลด์เวลล์ (Julia Kim Caldwell) วัยรุ่นลูกครึ่งแคนาดา-เกาหลีที่หัวใจเต็มไปด้วยความหลงใหลใน วัฒนธรรม K-pop เธออยากเชื่อมต่อกับรากเหง้าเกาหลีของตัวเอง จึงตอบรับงานพิเศษช่วงซัมเมอร์เป็นติวเตอร์ภาษาอังกฤษที่ OME สถาบันฝึก K-pop ชั้นนำแห่งหนึ่งของกรุงโซล หลายคนอาจคิดว่าเรื่องราวจะดำเนินไปแบบธรรมดาตามสูตร แต่จุดพลิกผันสำคัญเกิดขึ้นเมื่อซีอีโอของค่ายสังเกตเห็นพลังและความมุ่งมั่นของเธอ จึงเสนอที่นั่งให้ฮันนาห์เป็นหนึ่งในเทรนนี่ของค่าย และนั่นคือจุดเริ่มต้นของการเดินทางที่เปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาล

Advertisement

ตั้งแต่ฉากแรกๆ ของซีรีส์ สีสันและพลังงานของ The Gangnam Project จะดึงดูดสายตาทันที มันเป็นหนึ่งใน ซีรีส์วัยรุ่น แนวคอมฟอร์ตโชว์ที่ดูแล้วรู้สึกดี อบอุ่นหัวใจ และยังทำได้ตามที่คาดหวังอีกด้วย มีทั้งความตื่นเต้น มุมรักใสๆ และทุกอย่างที่เราจะเห็นในซีรีส์วัยรุ่นโรแมนติกคอมเมดี้ทั่วไป ไวบ์มันคล้ายกับ XO, Kitty มาก ดังนั้นถ้าใครเป็นแฟนซีรีส์เรื่องนั้น รับรองว่าจะชอบเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน มันเป็นซีรีส์ที่เปิดเล่นทิ้งไว้แล้วรู้สึกสบายใจ ไม่ต้องคิดอะไรมาก แค่นั่งยิ้มตามไปกับเรื่องราวของเหล่าตัวละครที่น่ารักทุกคน

นอกจากความสนุกแล้ว สิ่งที่ทำให้ The Gangnam Project โดดเด่นคือการนำเสนอ วัฒนธรรมเกาหลี ผ่านมุมมองของโลก K-pop ได้อย่างน่าสนใจ ทุกคนรู้ดีว่าสาวๆ ทั่วโลกหลงใหลใน ไอดอลเกาหลี มากแค่ไหน ซีรีส์จึงทำให้หลายคนรู้สึก เข้าถึงได้ เพราะมันสะท้อนความฝันที่หลายคนเคยมี ซีรีส์ยังใส่ช่วงเวลาที่มีความลึกซึ้งเข้ามาด้วย ไม่ใช่แค่หวานๆ ใสๆ อย่างเดียว แต่ยังมีการดิ้นรน การต่อสู้กับความกดดัน และมุมมองที่ทำให้เห็นว่าเบื้องหลังความสวยงามของวงการ K-pop นั้นมีอะไรมากกว่าที่ตาเห็น สิ่งที่น่าชื่นชมคือซีรีส์ไม่ได้แค่เอาวัฒนธรรมเกาหลีมาโชว์ผิวเผิน แต่เจาะลึกเข้าไปในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ทำให้รู้สึกว่าผู้สร้างเข้าใจจริงๆ

สำหรับฮันนาห์ หัวใจหลักของเรื่องคือการที่เธอต้องจัดการกับ สองตัวตน ที่อยู่ในคนเดียว ทั้งความเป็นแคนาดาและความเป็นเกาหลี การพยายามเข้ากับทั้งสองโลกนี้เป็นจุดเด่นที่ทำให้ซีรีส์แตกต่างจากเรื่องอื่นๆ โดยส่วนตัวแล้วหาดูได้ยากมากที่จะมีซีรีส์ไหนเจาะลึกธีม ความเป็นลูกครึ่ง และ การค้นหารากเหง้าทางวัฒนธรรม ได้ดีและสวยงามขนาดนี้ The Gangnam Project ทำหน้าที่ตรงนี้ได้อย่างราบรื่นและเป็นธรรมชาติมาก ไม่ฝืน ไม่ยัดเยียด แต่ให้ผู้ชมค่อยๆ ซึมซับไปกับการเดินทางของฮันนาห์ ทั้งหมดนี้ทำให้ซีรีส์มี คุณค่าที่มากกว่าแค่ความบันเทิง และคือสิ่งที่ยกระดับให้มันคุ้มค่ากับเวลาที่เสียไป

ต้องยกนิ้วให้กับ จูเลีย คิม คอลด์เวลล์ (Julia Kim Caldwell) ในบทฮันนาห์อย่างจริงจัง เธอเล่นเป็นสาวสดใส ขี้เล่น ตลก แต่ก็จริงจังเมื่อถึงเวลาที่ต้องจริงจัง การแสดงของเธอทำให้แยกไม่ออกเลยว่าไหนคือจูเลียและไหนคือฮันนาห์ มันกลมกลืนกันสุดๆ ส่วนนักแสดงคนอื่นๆ อย่าง ไบรอันนา คิม (Brianna Kim) ในบท ชานมี เทรนนี่ตัวท็อปที่แข่งขันดุเดือด, ทารัน คิม (Taran Kim) ในบท ลีโอ พี่ชายของฮันนาห์, และ ฌอน แบค (Sean Baek) ในบท เคน ยุน หัวหน้าค่าย OME ต่างก็ทำหน้าที่ได้ดี ไม่มีใครหลุดจากตัวละคร และนั่นคือความงามของซีรีส์เรื่องนี้ที่ทุกคนเข้าขากันอย่างพอดิบพอดี

สิ่งที่น่าประหลาดใจที่สุดอย่างหนึ่งของ The Gangnam Project คือ จังหวะการเล่าเรื่อง ที่ดีกว่าที่คาดไว้มาก ต้องขอบคุณทีมผู้สร้างที่เข้าใจความสำคัญของการวางจังหวะที่สม่ำเสมอ เพราะกับพล็อตแบบนี้ แค่หลุดจังหวะนิดเดียวก็อาจทำให้ซีรีส์กลายเป็นเรื่องน่าเบื่อได้ทันที แต่ The Gangnam Project ไม่เป็นแบบนั้นเลย ทุกตอนมีอะไรให้ลุ้นและติดตามอยู่ตลอด ไม่มีช่วงไหนที่รู้สึกว่ายืดเยื้อหรือน่าเบื่อ ด้วยซีรีส์ทั้งหมดแค่ 10 ตอน ต่อซีซั่น ดูจบได้ง่ายๆ ภายในวันเดียว เหมาะมากสำหรับคนที่ชอบ ซีรีส์ฟีลกู๊ด ไว้ดูเปลี่ยนอารมณ์ สร้างสรรค์โดย ซาราห์ ฮาสซ์ (Sarah Haasz) และพัฒนาเป็นซีรีส์โทรทัศน์โดย โรมิโอ แคนดิโด (Romeo Candido) ผู้ที่ทำให้เรื่องราววัยรุ่นธรรมดาๆ กลายเป็นอะไรที่มีเสน่ห์น่าติดตาม

ถ้าพูดถึงซีรีส์ที่มีไวบ์คล้ายกัน หลายคนคงนึกถึง XO, Kitty ทันที ทั้งสองเรื่องมีแกนหลักคล้ายกันคือ สาวลูกครึ่งที่ต้องปรับตัวเข้ากับสังคมเกาหลี แต่ The Gangnam Project เน้นไปที่โลกของ วงการ K-pop โดยเฉพาะ ทำให้มีรสชาติที่แตกต่างออกไป ถ้าใครดู XO, Kitty แล้วชอบ ก็ควรลองเปิดซีรีส์เรื่องนี้ดู เพราะมันเติมเต็มช่องว่างระหว่างที่รอซีซั่นใหม่ได้พอดี หรือใครที่ชอบ ซีรีส์ K-pop แนวแอนิเมชันอย่าง K-Pop Demon Hunters แล้วอยากดูเวอร์ชันคนจริงๆ ก็เหมาะเช่นกัน ซีรีส์ทั้งสองเรื่องนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของเทรนด์ที่ Netflix กำลังโฟกัสกับคอนเทนต์เกี่ยวกับวัฒนธรรม K-pop อย่างจริงจัง

อีกจุดเด่นหนึ่งที่ต้องพูดถึงคือ เพลงประกอบ ของซีรีส์ที่ทำออกมาได้ดีเกินคาดสำหรับซีรีส์วัยรุ่น ด้วยดนตรีที่ดูแลโดย ออกัสต์ ริโก (August Rigo) เพลงในเรื่องไม่ได้แค่เป็นแบ็คกราวด์ แต่ช่วยเสริมอารมณ์และบรรยากาศให้ทุกฉากมีชีวิตชีวามากขึ้น โปรดักชันโดยรวมอาจไม่ได้หรูหราเทียบเท่าซีรีส์เกาหลีระดับบิ๊กบัดเจ็ต แต่ก็ทำออกมาได้สะอาดตา สีสันสดใส และมีความเป็น เกาหลี ที่แท้จริงแทรกอยู่ในทุกมุม ตั้งแต่ห้องซ้อม ไปจนถึงท้องถนนของกรุงโซลที่ทำให้รู้สึกเหมือนได้ไปเดินเล่นที่นั่นจริงๆ

The Gangnam Project เป็นซีรีส์ที่เหมาะกับหลายกลุ่มมาก ไม่ว่าจะเป็นแฟน K-pop ตัวยง ที่อยากเห็นเบื้องหลังชีวิตเทรนนี่แบบสนุกๆ หรือคนที่ชอบ ซีรีส์วัยรุ่นฟีลกู๊ด ที่ดูแล้วอิ่มเอมหัวใจ รวมถึงคนที่สนใจ ประเด็นวัฒนธรรมข้ามชาติ และการค้นหาตัวตน ซีรีส์เรื่องนี้ตอบโจทย์ได้หมด ด้วยเรตติ้ง TV-PG ทำให้เป็นซีรีส์ที่ครอบครัวสามารถดูด้วยกันได้สบายๆ ไม่ต้องกังวลเรื่องเนื้อหาไม่เหมาะสม ใครที่กำลังหา ซีรีส์ดูเพลินๆ บน Netflix ที่ไม่หนักสมองมากนัก เรื่องนี้คือคำตอบ

The Gangnam Project (2024) เป็นซีรีส์ที่ทำให้เราได้ยิ้ม ได้หัวเราะ และได้คิดทบทวนเกี่ยวกับ ตัวตนและรากเหง้าทางวัฒนธรรม ไปพร้อมกัน แม้จะเป็นซีรีส์สำหรับกลุ่มวัยรุ่นเป็นหลัก แต่ก็มีเสน่ห์ที่ดึงดูดผู้ชมทุกวัยด้วยการเล่าเรื่องที่กระชับ การแสดงที่น่ารัก และบรรยากาศที่อบอุ่น ซีรีส์พิสูจน์ให้เห็นว่าเรื่องราว การค้นหาตัวตน ไม่จำเป็นต้องหนักหนาสาหัสเสมอไป บางทีแค่มีเพลงดีๆ เพื่อนดีๆ และความกล้าที่จะเป็นตัวเองก็เพียงพอแล้ว มาแชร์ความคิดเห็นกันในคอมเมนต์ว่าซีรีส์เรื่องนี้ทำให้รู้สึกอย่างไร หรือเคยมีประสบการณ์คล้ายฮันนาห์ในการค้นหารากเหง้าของตัวเองบ้างไหม อย่าลืมแชร์รีวิวนี้ให้เพื่อนๆ ที่ชอบ ซีรีส์วัยรุ่นแนว K-pop กันด้วยนะ!

  • ชื่อเรื่อง: The Gangnam Project (หรือ Gangnam Project: A K-pop Story)
  • ประเภท: คอมเมดี้, ดราม่า, ครอบครัว, วัยรุ่น
  • วันที่ออกอากาศ: กุมภาพันธ์ 2024 (CBC Gem/CBBC) / 30 มกราคม 2026 (Netflix)
  • นักแสดงนำ: จูเลีย คิม คอลด์เวลล์ (Julia Kim Caldwell), ทารัน คิม (Taran Kim), ไบรอันนา คิม (Brianna Kim), โจชัว ฮยอนโฮ ลี (Joshua Hyunho Lee), แองเจลา ซน (Angela Son), ซีบอเรีย ปีเตอร์ส (Zeboria Peters)
  • ผู้สร้าง: ซาราห์ ฮาสซ์ (Sarah Haasz), โรมิโอ แคนดิโด (Romeo Candido)
  • จำนวนตอน: 10 ตอนต่อซีซั่น
  • เรตติ้ง IMDb: 7.9/10
  • ช่องทางการดูในประเทศไทย: Netflix

ซีรีส์ K-pop ฟีลกู๊ดที่ดูแล้วยิ้มตลอด!

โครงเรื่อง - 7.2
การแสดง - 7.5
โปรดักชัน - 7
ความบันเทิง - 7.8
ความคุ้มค่าในการรับชม - 7.6

7.4

The Gangnam Project เป็นซีรีส์วัยรุ่นที่ผสมผสานวัฒนธรรมตะวันตกกับเกาหลีได้อย่างลงตัว เรื่องราวของฮันนาห์ สาวลูกครึ่งที่บุกเข้าไปในโลก K-pop ให้ทั้งความสนุก อบอุ่น และแง่คิดเรื่องการค้นหาตัวตน แม้จะเป็นซีรีส์สำหรับวัยรุ่น แต่ก็มีมิติที่ทำให้ผู้ใหญ่ดูสนุกได้เช่นกัน การแสดงดี จังหวะเล่าเรื่องกระชับ และบรรยากาศสดใสจนรู้สึกเหมือนได้บินไปโซลเอง

User Rating: Be the first one !

Advertisement

PhiRa W.

เป็นนักเขียนอิสระที่หลงใหลในสื่อบันเทิงทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ ซีรีส์ วาไรตี้ และสารคดี ผมชอบที่จะวิเคราะห์และถอดรหัสเนื้อหาเหล่านั้นออกมาในรูปแบบของรีวิวที่เข้าใจง่ายและสนุกสนาน เพื่อแบ่งปันมุมมองและประสบการณ์ให้กับผู้อ่าน

บทความที่เกี่ยวข้อง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Back to top button