
- The Investigation of Lucy Letby เป็นสารคดีจาก Netflix ที่เจาะลึกคดีพยาบาลทารกแรกเกิดชาวอังกฤษ ลูซี่ เล็ตบี ผู้ถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานฆ่าทารก 7 ราย และพยายามฆ่าอีก 7 ราย ถือเป็นฆาตกรเด็กที่ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์กฎหมายอังกฤษ
- สารคดีใช้ฟุตเทจการจับกุมและสอบปากคำที่ไม่เคยเผยแพร่มาก่อน รวมถึงบทสัมภาษณ์จากนักสืบ แพทย์ ทนายความ และครอบครัวเหยื่อ ทำให้เห็นมุมมองรอบด้าน
- ประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์หนักคือการใช้ AI สร้างใบหน้าปลอมให้ผู้ให้สัมภาษณ์เพื่อปกปิดตัวตน ซึ่งหลายคนมองว่าน่าอึดอัดและไม่เหมาะสม
- คดีนี้ยังไม่จบลงง่าย ๆ เพราะทนายฝ่ายจำเลยยื่นหลักฐานใหม่ต่อคณะกรรมการตรวจสอบคดีอาญา (CCRC) และมีผู้เชี่ยวชาญตั้งคำถามกับหลักฐานทางการแพทย์ที่ใช้ในการตัดสิน
เคยนึกสงสัยไหมว่า ถ้า พยาบาลที่ดูแลลูกน้อยแรกเกิด กลับเป็นคนที่ทำร้ายเด็กเหล่านั้นเอง โลกจะวุ่นวายขนาดไหน? The Investigation of Lucy Letby (2026) สารคดีจาก Netflix เจาะลึกคดีสะเทือนขวัญที่ถูกจับตามองทั่วโลก เมื่อ ลูซี่ เล็ตบี (Lucy Letby) พยาบาลแผนกทารกแรกเกิดในโรงพยาบาล Countess of Chester ประเทศอังกฤษ ถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานฆ่าทารก 7 ราย และพยายามฆ่าอีก 7 ราย คดีนี้ทำให้ทั้งวงการแพทย์และกระบวนการยุติธรรมถูกตั้งคำถามอย่างหนัก สารคดีเรื่องนี้เอาฟุตเทจที่ไม่เคยเผยแพร่มาก่อน บทสัมภาษณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟจากทุกฝ่าย มาถ่ายทอดเรื่องราวที่ทำให้ทั้งโกรธและสะเทือนใจไปพร้อม ๆ กัน
The Investigation of Lucy Letby เล่าเรื่องราวของหนึ่งในคดีอาชญากรรมที่ถูกถกเถียงมากที่สุดในประวัติศาสตร์อังกฤษ สารคดีติดตามตั้งแต่ขั้นตอนการสืบสวน จับกุม ไต่สวน ไปจนถึงคำตัดสินของศาล ลูซี่ เล็ตบี ทำงานอยู่ที่โรงพยาบาล Countess of Chester ซึ่งในช่วงปี 2015-2016 มีจำนวนทารกเสียชีวิตผิดปกติอย่างมากในเวรที่เธอทำงาน เรื่องนี้ถูกเปิดโปงจนนำไปสู่การสอบสวนของตำรวจที่ยาวนาน และหลักฐานมากมายเริ่มชี้มาที่เล็ตบีทีละชิ้น จนในปี 2020 เธอถูกตั้งข้อหาฆาตกรรมและพยายามฆาตกรรมทารก 17 ราย และในปี 2023 ศาลตัดสินว่ามีความผิดฐาน ฆ่าทารก 7 ราย จนกลายเป็น ฆาตกรเด็กต่อเนื่อง ที่ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์กฎหมายอังกฤษสมัยใหม่
สำหรับคนที่ชอบแนว สารคดีอาชญากรรมจริง (True Crime) เรื่องนี้ถือว่าจัดมาครบเครื่อง สารคดีสร้างจากเหตุการณ์จริง โดยใช้ฟุตเทจจริง วิดีโอจากคลัง และบทสัมภาษณ์เชิงลึก ทำให้เราเข้าถึงรายละเอียดของคดีลูซี่ เล็ตบีอย่างที่ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน มันทำให้เราทั้งโกรธแทนพ่อแม่ที่สูญเสียลูกน้อย และในขณะเดียวกันก็ตั้งคำถามกับระบบที่ปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้ สารคดียังหยิบยกประเด็นทางกฎหมายและจริยธรรมมาให้ผู้ดูได้คิดตาม โดยเฉพาะเรื่อง สัญญาณเตือน ที่โรงพยาบาล Countess of Chester เพิกเฉยมาตลอด คำถามเหล่านี้ถูกตั้งขึ้นอย่างเป็นระบบตลอดทั้งเรื่อง ซึ่งเป็นจุดแข็งสำคัญที่ชวนให้เราวิเคราะห์สถานการณ์ไปด้วยอย่างมีสติ เหมาะกับคนที่ชอบ สารคดีแนว True Crime บน Netflix ที่เน้นข้อมูลจริงมากกว่าดราม่า
เรื่องจังหวะการเล่า ต้องยอมรับว่าสารคดีถูกทำมาแบบดึงดูดมาก จนเราลืมไปเลยว่ามันยาวหรือสั้นแค่ไหน ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็ว เหตุการณ์ต่อเหตุการณ์ไม่มีจังหวะให้เบื่อ มีการสัมภาษณ์ ภาพถ่าย และฟุตเทจจริงมาประกอบจนสร้างความรู้สึกเร่งด่วน ราวกับเราถูกพากลับไปอยู่ในช่วงเวลาที่เรื่องนี้กำลังเกิดขึ้นจริง ๆ ฟุตเทจการจับกุมที่ถูกนำมาเปิดตั้งแต่ต้นเรื่องช่วยเซ็ตโทนของทั้งสารคดีได้อย่างดีเยี่ยม บอกเราตั้งแต่แรกว่าสิ่งที่กำลังจะได้เห็นต่อจากนี้มันหนักหน่วงและน่าสะพรึงกลัวแค่ไหน
คำถามสำคัญที่สุดของสารคดีเรื่องนี้ ทำไมลูซี่ เล็ตบีถึงทำแบบนั้น? เธอได้อะไรจากการทำร้าย ทารกแรกเกิด ที่ไร้ทางสู้? แม้จะมีหลายทฤษฎีถูกหยิบยกขึ้นมาอธิบาย แต่ไม่มีทฤษฎีไหนที่ทำให้รู้สึกว่า “อ๋อ แบบนี้นี่เอง” มันยังรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างที่ลึกกว่าสิ่งที่ปรากฏบนผิวน้ำ และในขณะที่เราถูกบังคับให้รับเวอร์ชันที่ถูกนำเสนอ แต่ลึก ๆ ก็ยังคงรู้สึกว่าต้องมี แรงจูงใจ บางอย่างที่ซ่อนอยู่ เพราะคนปกติทั่วไปไม่มีทางทำสิ่งแบบนี้ได้ สารคดียังนำเสนอมุมมองของฝ่ายจำเลยด้วย โดยทนายความ มาร์ก แม็กโดนัลด์ (Mark McDonald) ของเล็ตบีได้ยื่น หลักฐานใหม่ต่อคณะกรรมการตรวจสอบคดีอาญา (CCRC) และนักทารกแรกเกิดชาวแคนาดา ดร.ชู ลี (Dr. Shoo Lee) ก็ออกมาตั้งคำถามว่างานวิจัยของเขาถูกนำไปใช้ผิดบริบทในชั้นศาล
ต้องพูดถึงช้างในห้อง นั่นคือการใช้ เทคโนโลยี AI สร้างใบหน้าปลอม ให้กับผู้ให้สัมภาษณ์บางรายเพื่อปกปิดตัวตน ซึ่งนี่เป็นจุดที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลายคนรู้สึกว่ามันน่าอึดอัด ดูไม่เป็นธรรมชาติ และทำให้หลุดจากอารมณ์ของสารคดี คะแนนบน IMDb อยู่ที่ 5.6/10 ซึ่งรีวิวจำนวนมากชี้ว่าการใช้ AI เป็นปัจจัยหลักที่ดึงคะแนนลง บางคนถึงกับปิดสารคดีกลางทางเพราะทนดูใบหน้าที่สร้างจาก AI ไม่ไหว ในยุคที่ AI กำลังเข้ามามีบทบาทในวงการบันเทิงมากขึ้น เรื่องนี้ถือเป็นบทเรียนว่า เทคโนโลยีไม่ได้เหมาะกับทุกสถานการณ์ แม้เจตนาจะดีแค่ไหน
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือปฏิกิริยาของครอบครัวเล็ตบี พ่อแม่ของเธออย่าง ซูซาน และจอห์น เล็ตบี ออกมาประณามสารคดีเรื่องนี้อย่างรุนแรง โดยเรียกมันว่า “การรุกล้ำความเป็นส่วนตัวอย่างสิ้นเชิง” และบอกว่าการดูสารคดีนี้ “น่าจะฆ่าพวกเขาได้เลย” พวกเขาไม่พอใจที่สารคดีเผยภายในบ้านที่พวกเขาอยู่มา 40 ปี และช่วงเวลาที่ลูกสาวบอกลาแมวก่อนถูกนำตัวไป นี่ทำให้เราต้องหยุดคิดว่าเส้นแบ่งระหว่าง ความยุติธรรมสาธารณะ กับสิทธิส่วนบุคคลของครอบครัวอยู่ตรงไหน
สิ่งที่ทำให้คดีนี้ซับซ้อนกว่าที่คิดคือ มันไม่ได้มีหลักฐานตรงไปตรงมาอย่างที่หลายคนเข้าใจ ทนายของเล็ตบีเปิดเผยว่า “ไม่มีหลักฐานทางนิติเวช ไม่มีกล้องวงจรปิด ไม่มีพยานเห็นเหตุการณ์” และบทความเชิงสืบสวนใน The New Yorker ยังชี้ให้เห็นปัจจัยอื่น ๆ ที่อาจเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของทารก เช่น ปัญหาขาดแคลนบุคลากรและสุขอนามัยในแผนกทารกแรกเกิด การอุทธรณ์ 2 ครั้งก่อนหน้าถูกปฏิเสธแล้ว แต่ CCRC ยังคงตรวจสอบคดีอยู่ และผลการสอบสวนสาธารณะที่เรียกว่า Thirlwall Inquiry ก็กำลังจะออกมาในเร็ว ๆ นี้ สารคดีเรื่องนี้ทำให้เราเห็นว่า กระบวนการยุติธรรม ไม่ใช่เรื่องขาวดำอย่างที่หลายคนอยากให้เป็น
ต้องเตือนก่อนว่า สารคดีเรื่องนี้มีเนื้อหาที่หนักมาก เกี่ยวกับการเสียชีวิตของ ทารกแรกเกิด ใครที่รู้สึกไม่สบายใจกับเนื้อหาแบบนี้หรือเป็นคนที่อาจถูกกระทบทางอารมณ์ ให้ข้ามไปเลยดีกว่า สุขภาพจิตสำคัญกว่าเสมอ แต่ถ้าเป็นสายดู สารคดี Netflix แนว True Crime ที่ชอบวิเคราะห์คดีและตั้งคำถามกับระบบ เรื่องนี้จัดว่าน่าสนใจ เพราะนอกจากจะได้รู้เรื่องราวของคดีแล้ว ยังได้โอกาสวิเคราะห์การกระทำของลูซี่ เล็ตบีและระบบที่ล้อมรอบเธออีกด้วย
The Investigation of Lucy Letby เป็นสารคดีที่พาเราดำดิ่งลงไปในความมืดของระบบสาธารณสุขและ กระบวนการยุติธรรม ของอังกฤษ แม้จะมีข้อด้อยเรื่องการใช้ AI ที่ทำให้ประสบการณ์ดูลดลง แต่แก่นของเรื่องยังคงทรงพลังและชวนให้คิดตาม มันเป็นเครื่องเตือนใจว่าบางครั้ง ความชั่วร้ายอาจซ่อนอยู่ในที่ที่เราไม่คาดคิด และระบบที่ควรปกป้องคนตัวเล็กที่สุดกลับล้มเหลว ลองไปดูแล้วมาแชร์ความคิดเห็นกันในคอมเมนต์ว่าคิดอย่างไรกับคดีนี้ เชื่อว่าเล็ตบีมีความผิดจริงหรือยังมีข้อสงสัย? แล้วอย่าลืมแชร์รีวิวนี้ให้คนที่ชอบดู สารคดีแนวอาชญากรรมบน Netflix ด้วย!
- ชื่อเรื่องในภาษาไทย: การสืบสวนคดีลูซี่ เล็ตบี
- ประเภท: สารคดี, อาชญากรรม, True Crime
- วันที่ออกฉาย: 4 กุมภาพันธ์ 2569
- ผู้กำกับ: โดมินิก ซิฟเยอร์ (Dominic Sivyer)
- ผู้อำนวยการสร้าง: แคโรไลน์ ชอร์ต (Caroline Short), เอียน รัมซีย์ (Ian Rumsey)
- ผลิตโดย: ITN Productions
- ความยาว: 1 ชั่วโมง 32 นาที
- เรตติ้ง IMDb: 5.6/10
- ช่องทางการดูในประเทศไทย: Netflix
สารคดีที่เจาะลึกแต่ AI ทำพิษ
โครงเรื่อง - 7.2
การแสดง - 6
โปรดักชัน - 5
ความบันเทิง - 6.5
ความคุ้มค่าในการรับชม - 6.2
6.2
The Investigation of Lucy Letby เป็นสารคดีที่เจาะลึกคดีพยาบาลฆาตกรทารกที่สั่นสะเทือนอังกฤษ ด้วยฟุตเทจที่ไม่เคยเผยแพร่และบทสัมภาษณ์จากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เนื้อหาหนักหน่วง ชวนให้โกรธและสะเทือนใจ แต่จุดอ่อนที่เห็นชัดคือการใช้ AI สร้างใบหน้าปลอมให้ผู้ให้สัมภาษณ์ ซึ่งทำให้หลุดอารมณ์และรู้สึกไม่เป็นธรรมชาติ โดยรวมยังถือว่าน่าดูสำหรับสาย True Crime ที่ชอบวิเคราะห์คดีเชิงลึก แต่ต้องเตรียมใจสำหรับเนื้อหาที่หนักเอาเรื่อง
![[รีวิว-เรื่องย่อ] มือปราบยาเสพติดกับสายสืบพันธุ์ดุ | Matori & Kyoken (2026)](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/02/Review-Matori-and-Kyoken-2026.webp)
![[รีวิว-เรื่องย่อ] มหัศจรรย์ฮอกกี้ปี 80 | Miracle: The Boys of '80 (2026)](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/01/Review-Miracle-The-Boys-of-80-2026.webp)
![[รีวิว-เรื่องย่อ] จดหมายถึงฉันในวัยเยาว์ | A Letter To My Youth (2026)](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/01/Review-A-Letter-To-My-Youth-2026.webp)
![[รีวิว-เรื่องย่อ] บริดเจอร์ตัน | Bridgerton ซีซั่น 4 Part 1](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/01/Review-Bridgerton-Season-4-Part-1.webp)
![[รีวิว-เรื่องย่อ] Skyscraper Live (2026) ถ่ายทอดสดปีนตึกระฟ้าสูงที่สุดในโลก](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/01/Review-Skyscraper-Live.webp)
![[รีวิว-เรื่องย่อ] กับดักคนโง่ | BAKA's Identity (2025) หนังอาชญากรรมญี่ปุ่นสุดดิบเถื่อน](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/01/Review-BAKAs-Identity-2025.webp)
![[รีวิว-เรื่องย่อ] รักระหว่างรอยต่อฤดู | Sounds of Winter (2026)](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/01/Review-Sounds-of-Winter-2026.webp)