![[รีวิว-เรื่องย่อ] The Night Manager ซีซั่น 2](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/01/Review-The-Night-Manager-Season-2.webp)
- The Night Manager ซีซั่น 2 กลับมาหลัง 10 ปี กับภารกิจใหม่ของ เจอนาธาน ไพน์ ในโคลอมเบีย
- ทอม ฮิดเดิลสตัน กลับมาแสดงได้สุดยอด แม้เนื้อเรื่องจะค่อนข้างคาดเดาได้
- ดิเอโก คาลวา รับบทวายร้ายที่มีเสน่ห์และลึกลับ สร้างเคมีกับตัวเอกได้ดีมาก
- ซีรีส์มีความบันเทิงและน่าติดตาม แต่ขาดความแปลกใหม่เมื่อเทียบกับซีซั่นแรก
เคยรู้สึกไหมว่าบางครั้งอดีตที่เราคิดว่าฝังลึกไปแล้วกลับมาตามหลอกหลอนอีกครั้ง? ซีรีส์ The Night Manager ซีซั่น 2 พาเรากลับมาพบกับ เจอนาธาน ไพน์ หลังจากที่เขาพยายามใช้ชีวิตอย่างสงบมาหลายปี แต่ชะตาชีวิตของสายลับกลับดึงเขาเข้าสู่โลกใต้ดินอีกครั้ง ครั้งนี้ไม่ใช่ในตะวันออกกลางอีกต่อไป แต่เป็นในดินแดนที่อันตรายไม่แพ้กันของ โคลอมเบีย ซีรีส์ที่กลับมาหลัง 10 ปีเต็มนี้ จะทำให้แฟนๆ ได้พบกับภารกิจใหม่ที่ตึงเครียด ตัวละครใหม่ที่น่าสนใจ และความลับจากอดีตที่ยังไม่จบสิ้น บทความนี้จะพาไปเจาะลึกทุกแง่มุมของ The Night Manager ซีซั่น 2 ว่าคุ้มค่ากับการรอคอยหรือไม่
The Night Manager ซีซั่น 2 เริ่มต้นเก้าปีหลังจากที่ เจอนาธาน ไพน์ (แสดงโดย ทอม ฮิดเดิลสตัน) ประสบความสำเร็จในการโค่นล้ม ริชาร์ด โรเปอร์ พ่อค้าอาวุธชื่อดังในซีซั่นแรก ตอนนี้โรเปอร์เสียชีวิตแล้ว และไพน์ได้เปลี่ยนชื่อเป็น อเล็กซ์ กู๊ดวิน ทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ระดับต่ำของ MI6 ในลอนดอน ดูแลหน่วยสอดแนมที่เรียกว่า “Night Owls” ชีวิตของเขาดูจะสงบเงียบและห่างไกลจากโลกของการสืบราชการลับที่เต็มไปด้วยอันตราย
แต่แล้ววันหนึ่ง เมื่อไพน์เห็นใบหน้าที่คุ้นเคย นั่นคือ ทหารรับจ้างเก่า ของโรเปอร์ที่เดินอยู่ในลอนดอน ทุกอย่างก็เริ่มพังทลาย เขาตัดสินใจทำการปฏิบัติการนอกแผนที่นำไปสู่เหตุการณ์ที่โศกนาฏกรรม และท้ายที่สุดก็พาเขามาพบกับผู้เล่นคนใหม่ นั่นคือ เทดดี้ โดส ซานโตส (แสดงโดย ดิเอโก คาลวา) นักธุรกิจชาวโคลอมเบียที่อันตรายและเต็มไปด้วยเสน่ห์ เทดดี้ดำเนินกิจการ ค้าอาวุธผิดกฎหมาย ขนาดใหญ่ พร้อมกองทัพกองโจรส่วนตัว และยังทำตัวเป็นนักการกุศลเพื่อปกปิดธุรกิจสกปรกของเขา
ไพน์จึงต้องกลับไปใช้ชีวิตในภาคสนาม โดยใช้ชื่อใหม่อีกครั้งว่า แมทธิว เอลลิส เขาเดินทางไปโคลอมเบียพร้อมกับ แซลลี (แสดงโดย เฮย์ลีย์ สไควร์ส) เพื่อนร่วมงานใน Night Owls ที่มีความสามารถด้านคอมพิวเตอร์สูง เป้าหมายของพวกเขาคือเจาะเข้าไปในองค์กรของเทดดี้และเปิดเผยแผนการลับที่เกี่ยวข้องกับ การขนส่งอาวุธที่คาร์ตาเฮนา ในภารกิจนี้ ไพน์ได้รับความช่วยเหลือจาก ร็อกซานา โบลาโญส (แสดงโดย คามิลา โมโรเน) นักธุรกิจหญิงชาวโคลอมเบียที่เกิดและเติบโตในไมอามี ซึ่งไม่ค่อยเต็มใจที่จะช่วยเหลือเขาในตอนแรก

ในขณะเดียวกัน แองเจล่า เบอร์ (แสดงโดย โอลิเวีย โคลแมน) หัวหน้าหน่วยงานของไพน์ ก็ต้องจัดการกับความซับซ้อนทางการเมืองและการทรยศจากภายใน River House สำนักงานใหญ่ของ MI6 พวกเขาสามารถไว้วางใจได้เพียงแค่ บาซิล (แสดงโดย พอล ชาฮิดี) เจ้าหน้าที่ที่จริงใจและน่าเชื่อถือ ส่วนหัวหน้าใหม่ของไพน์ ไมร่า แคเวนดิช (แสดงโดย อินดิรา วาร์มา) ก็เพิ่มความซับซ้อนให้กับสถานการณ์มากขึ้น
เรื่องราวยิ่งซับซ้อนขึ้นเมื่อ แดนนี่ โรเปอร์ (แสดงโดย โนอาห์ จูป) ลูกชายของริชาร์ด โรเปอร์ที่ไพน์เคยช่วยชีวิตไว้ในซีซั่นแรก กลับมาปรากฏตัวอีกครั้ง และความลับจากอดีตก็ถูกเปิดเผยทีละน้อย ไพน์ต้องเผชิญกับคำถามว่าเขาควรไว้วางใจใครได้บ้าง และเขายินดีจะเสียสละไปไกลแค่ไหนเพื่อหยุดยั้งแผนการที่อาจทำลายล้างทุกอย่าง
ทอม ฮิดเดิลสตัน กลับมาสวมบทบาท เจอนาธาน ไพน์ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ เขาถ่ายทอดความเป็นสายลับที่เหนื่อยหน่ายและหวาดระแวงจากบาดแผลในอดีต แต่ยังคงมีความมุ่งมั่นที่จะต่อสู้เพื่อความยุติธรรม การแสดงของฮิดเดิลสตันในซีซั่นนี้เน้นไปที่ความสลับซับซ้อนของตัวละครมากขึ้น เราเห็นไพน์ที่โตขึ้นและมีความรอบคอบมากขึ้น แต่ก็ยังคงถูกหลอกหลอนด้วยการตัดสินใจที่ผ่านมา ฮิดเดิลสตันแสดงความขัดแย้งภายในของไพน์ได้อย่างน่าเชื่อถือ โดยเฉพาะในฉากที่เขาต้องสวมบทบาทเป็นคนอื่นเพื่อหลอกลวงเทดดี้
ดิเอโก คาลวา ที่รู้จักกันจากหนังเรื่อง Babylon รับบทวายร้ายคนใหม่ เทดดี้ โดส ซานโตส ได้อย่างยอดเยี่ยม เทดดี้ไม่ใช่วายร้ายแบบดั้งเดิมที่ชั่วร้ายล้วนๆ แต่เป็นตัวละครที่มีความลึกซึ้งและมีมิติ เขาเป็นคนที่มีเสน่ห์ มีความเชื่อในศรัทธา และมองตัวเองว่าเป็นผู้กอบกู้มากกว่าอาชญากร คาลวาสร้างเคมีกับฮิดเดิลสตันได้อย่างยอดเยี่ยม ความสัมพันธ์ระหว่างเทดดี้และแมทธิว (ไพน์) เริ่มจากความสงสัยไปสู่ความเคารพและสายสัมพันธ์เหมือนพี่น้อง ซึ่งทำให้เรื่องราวมีความซับซ้อนและน่าสนใจมากขึ้น

คามิลา โมโรเน จากซีรีส์ Daisy Jones & The Six แสดงบท ร็อกซานา ได้อย่างน่าประทับใจ ร็อกซานาไม่ใช่แค่ตัวละครแม่นางแบบเดิมๆ แต่เธอเป็นผู้หญิงที่ฉลาดและมีเป้าหมายของตัวเอง เธอไม่ได้เป็นเพียงของเล่นของใคร โมโรเนแสดงความไม่แน่นอนและความขัดแย้งภายในของร็อกซานาได้ดี โดยเฉพาะในฉากที่เธอไม่แน่ใจว่าควรไว้วางใจไพน์หรือไม่ ถึงแม้ว่าบทของเธอจะมีจุดอ่อนบ้างในการเขียนบทบางตอน แต่โมโรเนก็ทำให้ตัวละครนี้น่าสนใจด้วยการแสดงที่ละเอียดอ่อน
โอลิเวีย โคลแมน กลับมารับบท แองเจล่า เบอร์ อีกครั้ง โดยแสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำที่เข้มแข็งแต่ก็เต็มไปด้วยความรับผิดชอบต่อไพน์ เธอรู้สึกผิดที่ดึงเขากลับเข้ามาในโลกนี้อีกครั้ง และพยายามปกป้องเขาในขณะที่ก็ต้องจัดการกับการเมืองภายในองค์กร โคลแมนแสดงได้สมจริงและเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับตัวละคร
เฮย์ลีย์ สไควร์ส ในบท แซลลี เป็นหนึ่งในตัวละครใหม่ที่โดดเด่นที่สุด เธอแสดงบทเจ้าหน้าที่ทางเทคนิคที่มีความสามารถแต่ก็ยังมีความอ่อนแอ และยินดีเสี่ยงชีวิตเพื่อไพน์ด้วยเหตุผลที่เธอเองก็ไม่สามารถอธิบายได้ชัดเจน สไควร์สให้มิติที่น่าสนใจแก่ตัวละครนี้
พอล ชาฮิดี รับบท บาซิล ได้อย่างน่ารักและน่าจดจำ เขาเป็นตัวละครที่น่าเชื่อถือและเป็นที่พึ่งพาของไพน์ในองค์กรที่เต็มไปด้วยการทรยศ อินดิรา วาร์มา จาก Game of Thrones รับบท ไมร่า หัวหน้าใหม่ที่เข้มงวดและลึกลับ เพิ่มความตึงเครียดให้กับเรื่องราว
โนอาห์ จูป กลับมาในบท แดนนี่ โรเปอร์ ที่โตขึ้นแล้ว เขาแสดงให้เห็นถึงความบอบช้ำทางจิตใจจากการสูญเสียพ่อตั้งแต่เด็ก และบทบาทของเขาในซีซั่นนี้มีความสำคัญต่อการเชื่อมโยงอดีตกับปัจจุบัน

ซีซั่น 2 ของ The Night Manager มีการเปลี่ยนแปลงทีมงานหลายส่วน เดวิด ฟาร์ร์ ยังคงเป็นผู้เขียนบทและโปรดิวเซอร์บริหาร โดยขยายเรื่องราวจากนวนิยายของ จอห์น เลอ คาร์เร ให้ยาวขึ้น ส่วนผู้กำกับเปลี่ยนจาก ซูซานน์ เบียร์ ในซีซั่นแรก มาเป็น จอร์จี แบงคส์-เดวีส์ ที่เคยกำกับซีรีส์เรื่อง Kaos และ I Hate Suzy
แบงคส์-เดวีส์นำสไตล์การกำกับที่แตกต่างออกไป โดยเน้นที่ความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครและความตึงเครียดที่ค่อยๆ สะสมขึ้น การถ่ายภาพของ แมทเธียส เฮิร์นด์ล แสดงให้เห็นถึงความงามของโคลอมเบียทั้งป่าฝนที่เขียวชอุ่มและเมืองประวัติศาสตร์ แต่ก็ไม่ลืมที่จะเน้นย้ำถึงอันตรายที่ซ่อนอยู่ในทุกมุม
เพลงประกอบยังคงมี วิกเตอร์ เรเยส ดูแล โดยสร้างบรรยากาศที่ตึงเครียดและน่าติดตามตลอดทั้งเรื่อง ฉากเปิดของซีรีส์มีลักษณะแบบ James Bond ด้วยกราฟิกของปืนและสายลูกปัดที่แตกกระจาย ซึ่งเป็นการบอกใบ้ถึงสไตล์ของซีรีส์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก 007
พาร์ทเนอร์ในการผลิตก็เปลี่ยนจาก AMC มาเป็น Amazon Prime Video ร่วมกับ BBC ซึ่งทำให้ซีรีส์มีงบประมาณและขอบเขตในการเล่าเรื่องที่กว้างขึ้น ทั้งหมด 6 ตอนของซีซั่นนี้ถูกถ่ายทำในโคลอมเบีย สเปน และอังกฤษ

The Night Manager ซีซั่น 2 เป็นซีรีส์ที่มีทั้งจุดแข็งและจุดอ่อนที่ชัดเจน จุดแข็งที่ใหญ่ที่สุดคือ การแสดงของนักแสดง โดยเฉพาะทอม ฮิดเดิลสตันที่ยังคงเสน่ห์และความสามารถในการดึงดูดผู้ชม เคมีระหว่างเขากับดิเอโก คาลวาก็สร้างความตึงเครียดที่น่าสนใจมาก บางฉากที่ทั้งสองคนเผชิญหน้ากันมีความลุ่มลึกมากกว่าแค่การเป็นศัตรูกัน มันเหมือนเกมแมวจับหนูที่ทั้งสองฝ่ายต่างก็มีความเคารพซึ่งกันและกัน
ฉากแอ็คชั่นในซีซั่นนี้ก็มีความสมจริงและตื่นเต้น ไม่ใช่แค่การยิงปืนหรือไล่ล่า แต่เป็นการใช้สมองและกลยุทธ์ในการหลอกลวงและเจรจาต่อรอง ซึ่งสะท้อนถึงความเป็น ซีรีส์สายลับ ที่ดีจริงๆ การเล่าเรื่องค่อนข้างช้าในตอนแรกๆ แต่ก็ค่อยๆ เร่งความเร็วขึ้นเมื่อเข้าสู่ตอนกลางและตอนจบ
อย่างไรก็ตาม จุดอ่อนที่เห็นได้ชัดคือ ความคุ้นเคยของเนื้อเรื่อง เมื่อเทียบกับซีรีส์สายลับอื่นๆ ที่ออกมาในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา โครงเรื่องค่อนข้างคาดเดาได้ในบางส่วน การทรยศจากภายใน การหลอกลวง และการสร้างความสัมพันธ์กับวายร้ายเพื่อเข้าถึงข้อมูล ล้วนเป็นสูตรสำเร็จที่เราเห็นมาแล้วหลายครั้ง ซีซั่นแรกของ The Night Manager โดดเด่นเพราะมันมีความสดใหม่และแตกต่างในขณะนั้น แต่ตอนนี้ซีรีส์แนวนี้มีมากมาย ตั้งแต่ Slow Horses ไปจนถึง The Diplomat ที่ล้วนแล้วแต่นำเสนอมุมมองที่แปลกใหม่กว่า
ตัวละครของร็อกซานาถือว่าเป็นจุดอ่อนอีกจุดหนึ่ง แม้คามิลา โมโรเนจะแสดงได้ดี แต่การเขียนบทของตัวละครนี้ค่อนข้างอ่อนแอ เธอดูเหมือนจะถูกใช้เป็นเครื่องมือเพื่อขับเคลื่อนพล็อตมากกว่าที่จะเป็นตัวละครที่มีเป้าหมายชัดเจนของตัวเอง ความสัมพันธ์โรแมนติกระหว่างเธอกับไพน์ก็รู้สึกถูกบังคับและขาดความลึกซึ้ง
อีกประเด็นหนึ่งคือการเปรียบเทียบกับซีซั่นแรกที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ซีซั่นแรกมีความโดดเด่นที่ตัวละครวายร้าย ริชาร์ด โรเปอร์ ของ ฮิวจ์ ลอรี ที่มีเสน่ห์และความซับซ้อนระดับตำนาน ความสัมพันธ์ระหว่างโรเปอร์กับไพน์มีความลึกซึ้งทางอารมณ์ที่ทำให้ตอนจบสะเทือนใจมาก เทดดี้ โดส ซานโตส แม้จะเป็นตัวละครที่น่าสนใจ แต่ก็ยังขาดมิติบางอย่างที่ทำให้เขาเทียบเท่ากับโรเปอร์ได้
ท้ายที่สุดแล้ว The Night Manager ซีซั่น 2 เป็นซีรีส์ที่ คุ้มค่าการดู สำหรับแฟนๆ ของซีซั่นแรกและคนที่ชอบซีรีส์สายลับแนวจริงจัง แม้มันจะไม่ได้สร้างความประทับใจมากเท่าซีซั่นแรก แต่ก็ยังคงความสนุกและความตึงเครียดที่ทำให้อยากติดตามต่อไป การแสดงของทอม ฮิดเดิลสตันเพียงอย่างเดียวก็คุ้มค่ากับเวลาที่ใช้ดูแล้ว และตอนจบที่ลึกลับและค้างคาก็เตรียมพื้นที่สำหรับ ซีซั่น 3 ที่ได้รับการประกาศไปแล้ว
สำหรับใครที่เป็นแฟนของ ทอม ฮิดเดิลสตัน หรือชอบซีรีส์สายลับที่มีความซับซ้อนและการแสดงที่ดี The Night Manager ซีซั่น 2 น่าจะทำให้พอใจได้ แต่อย่าไปหวังว่ามันจะดีหรือแปลกใหม่เท่าซีซั่นแรก มองมันเป็นการต่อเนื่องที่ยังคงคุณภาพ แต่อาจจะไม่ได้โดดเด่นเท่าที่ควรในยุคที่มีซีรีส์สายลับคุณภาพสูงมากมาย มาแชร์ความคิดเห็นกันในคอมเมนต์ว่าชอบซีซั่น 2 มากกว่าซีซั่นแรกไหม หรือคิดว่าควรจบแค่ซีซั่นเดียว!
- ชื่อเรื่องภาษาอังกฤษ: The Night Manager ซีซั่น 2
- ประเภท: ดราม่า, ระทึกขวัญ, สายลับ
- วันที่ออกอากาศ: 11 มกราคม 2026 (Prime Video)
- จำนวนตอน: 6 ตอน
- นักแสดงนำ: ทอม ฮิดเดิลสตัน (Tom Hiddleston), โอลิเวีย โคลแมน (Olivia Colman), ดิเอโก คาลวา (Diego Calva), คามิลา โมโรเน (Camila Morrone), เฮย์ลีย์ สไควร์ส (Hayley Squires), พอล ชาฮิดี (Paul Chahidi), อินดิรา วาร์มา (Indira Varma), โนอาห์ จูป (Noah Jupe)
- ผู้กำกับ: จอร์จี แบงคส์-เดวีส (Georgi Banks-Davies)
- ผู้เขียนบท: เดวิด ฟาร์ร์ (David Farr)
- โปรดิวเซอร์บริหาร: เดวิด ฟาร์ร์, ทอม ฮิดเดิลสตัน, ฮิวจ์ ลอรี
- เรตติ้ง IMDb: 7.5/10
- ช่องทางการดูในประเทศไทย: Amazon Prime Video
กลับมาได้ดีแต่ขาดความแปลกใหม่
บท - 7
การแสดง - 8.5
โปรดักชัน - 7.8
ความบันเทิง - 7.5
ความคุ้มค่าในการรับชม - 7.2
7.6
The Night Manager ซีซั่น 2 กลับมาหลัง 10 ปีด้วยภารกิจสายลับที่ดึงดูด โดยเฉพาะการแสดงของทอม ฮิดเดิลสตันที่ยังคงเสน่ห์และความลึกซึ้ง แม้เนื้อเรื่องจะค่อนข้างคุ้นเคยและคาดเดาได้บ้างในบางตอน แต่การดำเนินเรื่องที่ตึงเครียด ฉากแอ็คชั่นที่สมจริง และเคมีระหว่างตัวละครก็ช่วยทำให้ซีรีส์เรื่องนี้ยังคงความน่าสนใจ ถึงจะไม่สร้างความประทับใจมากเท่าซีซั่นแรก แต่ก็ยังเป็นซีรีส์สายลับที่คุ้มค่ากับการรอคอย
![[รีวิว-เรื่องย่อ] Tehran ซีซั่น 3 เกมสายลับสุดระทึกบนแผ่นดินศัตรู](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/01/Review-Tehran-Season-3.webp)
![[รีวิว-เรื่องย่อ] Hijack ซีซั่น 2 ฉุดลากตัวประกันบนรถไฟใต้ดิน](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/01/Review-Hijack-Season-2.webp)
![[รีวิว-เรื่องย่อ] ลูกผู้ชายสายอัลฟา | Alpha Males ซีซั่น 4](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/01/Review-Alpha-Males-4.webp)
![[รีวิว-เรื่องย่อ] สองฟากของความจริง | His & Hers (2026)](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/01/Review-His-Hers-2026.webp)
![[รีวิว-เรื่องย่อ] พิชิตฝันประชันรัก | Love from 9 to 5 (2026)](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/01/Review-Love-from-9-to-5-2026.webp)
![[รีวิว-เรื่องย่อ] หนี | Run Away (2026)](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/01/Review-Run-Away-2026.webp)
![[รีวิว-เรื่องย่อ] แผ่นดินบาป | Land of Sin (2025)](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/01/Review-Land-of-Sin-2025.webp)
![[รีวิว-เรื่องย่อ] เวลาติดปีก | Time Flies (2025)](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/01/Review-Time-Flies-2025-Netflix.webp)