![[รีวิว-เรื่องย่อ] 100 เมตร | 100 Meters (2025)](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/01/Review-100-Meters-2025.webp)
- 100 Meters เป็นอนิเมะที่สร้างจากมังงะชื่อเดียวกันของ Uoto เล่าเรื่องราวการแข่งวิ่ง 100 เมตรที่เต็มไปด้วยอารมณ์และความหมายลึกซึ้ง
- การแสดงออกผ่านเทคนิค โรโตสโคป (Rotoscope) ทำให้การเคลื่อนไหวของตัวละครสมจริงและเป็นธรรมชาติมากที่สุด
- หนังนำเสนอประเด็นเรื่อง พรสวรรค์ vs ความพยายาม ผ่านตัวละครโทกาชิและโคมิยะที่มีจุดเริ่มต้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
- ดนตรีประกอบโดย ฮิโรอากิ สึสึมิ (Hiroaki Tsutsumi) ช่วยสร้างบรรยากาศตึงเครียดและอารมณ์ร่วมได้อย่างยอดเยี่ยม
เคยรู้สึกไหมว่าการวิ่ง 100 เมตร ที่ใช้เวลาแค่ไม่กี่วินาที กลับสามารถเปลี่ยนชีวิตคนได้ทั้งชีวิต? 100 Meters (2025) อนิเมะเรื่องใหม่จากผู้กำกับ เคนจิ อิวาอิซาว่า (Kenji Iwaisawa) ที่สร้างจากมังงะชื่อเดียวกันของ Uoto จะพาทุกคนไปสัมผัสกับเรื่องราวของนักวิ่งสองคนที่มีจุดเริ่มต้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง คนหนึ่งเกิดมาพร้อมพรสวรรค์ อีกคนหนึ่งมีแค่ความมุ่งมั่น เมื่อทั้งสองต้องมาเจอกันบนลู่วิ่ง จะเกิดอะไรขึ้น? อนิเมะเรื่องนี้ไม่ได้แค่เล่าเรื่องกีฬา แต่เจาะลึกไปถึงแก่นแท้ของ ความเป็นมนุษย์ และความหมายของการใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ในทุกวินาที
รีวิวและเรื่องย่อ 100 Meters (100 เมตร)
100 Meters เล่าเรื่องราวของ โทกาชิ เด็กหนุ่มที่เกิดมาพร้อมกับพรสวรรค์ในการวิ่ง ตั้งแต่เด็กเขาชนะการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรได้อย่างง่ายดายโดยแทบไม่ต้องพยายาม ชีวิตของเขาดำเนินไปอย่างราบรื่นจนกระทั่งเขาได้พบกับ โคมิยะ เด็กย้ายโรงเรียนที่มีความมุ่งมั่นสูงแต่ขาดเทคนิคในการวิ่ง โทกาชิมองเห็นอะไรบางอย่างในตัวโคมิยะที่ทำให้เขาตัดสินใจรับเป็นลูกศิษย์ และจากจุดนั้นเองที่ความสัมพันธ์อันซับซ้อนระหว่างทั้งสองก็เริ่มต้นขึ้น
เรื่องราวพัฒนาจากความเป็นเพื่อน ครู และผู้นำทาง สู่การเป็นคู่แข่งที่ต่างรู้จักเทคนิคของกันและกันดีที่สุด ผ่านไปหลายปี ทั้งสองได้กลับมาพบกันอีกครั้งบนลู่วิ่ง แต่คราวนี้ในฐานะคู่ปรับที่พร้อมจะต่อสู้กัน สิ่งที่น่าสนใจคือหนังตั้งคำถามว่า ระหว่าง พรสวรรค์ที่ติดตัวมาแต่กำเนิด กับ ความสามารถที่ฝึกฝนมาด้วยตัวเอง อะไรสำคัญกว่ากัน? และคำตอบที่หนังให้ก็คือ ไม่มีอะไรสำคัญกว่า เพราะทั้งสองสิ่งต่างมีความหมายและคุณค่าในตัวเอง
หนึ่งในจุดเด่นของ 100 Meters คือการพัฒนาตัวละครที่ทำได้อย่างยอดเยี่ยม ผู้ชมจะได้เห็นการเติบโตของทั้งโทกาชิและโคมิยะตั้งแต่วัยเด็กจนถึงวัยผู้ใหญ่ ซึ่งช่วยให้เข้าใจอารมณ์และแรงจูงใจของตัวละครได้อย่างลึกซึ้ง โทริ มัตสึซากะ (Tori Matsuzaka) ให้เสียงพากย์โทกาชิในวัยผู้ใหญ่ได้อย่างน่าประทับใจ ถ่ายทอดความขัดแย้งภายในของนักวิ่งที่เคยชินกับชัยชนะแต่ต้องมาเผชิญกับความท้าทายใหม่ ส่วน โชตะ โซเมทานิ (Shota Sometani) ในบทโคมิยะก็แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความเจ็บปวดของคนที่ต้องทำงานหนักเป็นสองเท่าเพื่อให้ทันคนอื่น
สิ่งที่ทำให้ตัวละครในเรื่องนี้โดดเด่นคือความเป็นมนุษย์ที่สมจริง พวกเขาไม่ใช่ฮีโร่ที่สมบูรณ์แบบ แต่เป็นคนธรรมดาที่มีจุดอ่อนและความกลัว โทกาชิที่ดูเหมือนจะมีทุกอย่างก็ต้องเผชิญกับความกดดันและความคาดหวัง ในขณะที่โคมิยะที่ดูเหมือนจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบก็มีความแข็งแกร่งที่ซ่อนอยู่ภายใน สำหรับใครที่ชื่นชอบ อนิเมะที่มีการพัฒนาตัวละครดีๆ เรื่องนี้ตอบโจทย์แน่นอน
ผู้กำกับ เคนจิ อิวาอิซาว่า เป็นที่รู้จักจากการใช้เทคนิค โรโตสโคป (Rotoscope) ซึ่งเป็นการวาดภาพทับบนภาพถ่ายจริงเพื่อให้การเคลื่อนไหวของตัวละครสมจริงที่สุด เทคนิคนี้ถูกนำมาใช้อย่างยอดเยี่ยมในฉากวิ่ง โดยเฉพาะ ฉากวิ่งในสายฝน ที่กลายเป็นไฮไลท์ของเรื่อง กล้องหมุนวนรอบนักวิ่งขณะที่พวกเขาเตรียมตัวบนจุดสตาร์ท สร้างความตึงเครียดและความคาดหวังได้อย่างยอดเยี่ยม
ตามที่ Sakuga Blog กล่าวไว้ว่าผู้กำกับ Iwaisawa สนใจในผลงานของ Uoto ตั้งแต่ก่อนจะอ่านมังงะเพราะรู้สึกว่าชื่อเรื่อง ธีม และแม้แต่การออกแบบปกมีความแปลกใหม่อย่างลึกซึ้ง งานภาพของหนังไม่ได้แค่สวยงาม แต่ยังสื่อความหมายผ่านสี แสง และองค์ประกอบภาพ สีสันที่ใช้ในเรื่องค่อนข้างนุ่มนวลและสบายตา ซึ่งช่วยให้การรับชมเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำ
เสียงดนตรีประกอบโดย ฮิโรอากิ สึสึมิ (Hiroaki Tsutsumi) ผู้เคยทำเพลงให้กับ Jujutsu Kaisen และ Tokyo Revengers ช่วยยกระดับอารมณ์ของหนังได้อย่างมาก ตามรีวิวจาก Casey’s Movie Mania เสียงกีตาร์ที่ดังขึ้นในฉากแข่งขันช่วยสร้างความรู้สึกถึงความหวัง ความคาดหวัง และความกดดันที่มาพร้อมกับการวิ่ง เสียงประกอบยังถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน โดยเฉพาะเสียงเท้าของนักวิ่งที่กระทบพื้นสนาม ซึ่งช่วยสร้างความสมจริงและดึงผู้ชมเข้าไปในเรื่องราว
100 Meters ไม่ใช่แค่หนังกีฬาธรรมดา แต่เป็นหนังที่เจาะลึกเข้าไปในจิตวิญญาณของมนุษย์ หนังสอนให้รู้ว่าทุกคนต้อง ก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง เพื่อประสบความสำเร็จในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นคนที่มีพรสวรรค์หรือคนที่ต้องทำงานหนักเพื่อให้ได้มา ครึ่งแรกของหนังแสดงให้เห็นอารมณ์และความสัมพันธ์ระหว่างโทกาชิและโคมิยะ รวมถึงผลกระทบของการแพ้การแข่งขัน ส่วนครึ่งหลังเปลี่ยนไปเมื่อทั้งสองกลับมาพบกันอีกครั้งในฐานะคู่แข่ง พร้อมกับความรู้สึกของการกลับมาพบกันหลังจากห่างหายไปนาน
สิ่งที่น่าสนใจคือหนังเลือกใช้ การวิ่ง 100 เมตร เป็นสัญลักษณ์ของชีวิต ระยะทางที่สั้นแค่ 100 เมตรนี้กลับเป็นตัวแทนของทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นความพยายาม ความล้มเหลว การลุกขึ้นมาใหม่ และการค้นหาความหมายของตัวเอง สำหรับใครที่กำลังมองหาอนิเมะที่จะสร้างแรงบันดาลใจ ลองดู รายการอนิเมะพากย์ไทยที่โดดเด่น ของทาง NaniTalk ได้เช่นกัน
แม้ว่า 100 Meters จะเป็นอนิเมะที่ยอดเยี่ยม แต่ก็มีบางจุดที่อาจไม่เหมาะกับทุกคน พล็อตเรื่องอาจค่อนข้างซับซ้อนและต้องใช้สมาธิในการติดตาม หากดูไม่จดจ่อพอ อาจพลาดรายละเอียดสำคัญและทำให้เข้าใจเรื่องราวได้ไม่เต็มที่ นอกจากนี้ ตอนจบของหนังอาจดูคลุมเครือสำหรับบางคนที่คาดหวังตอนจบแบบชัดเจนว่าใครชนะใครแพ้ แต่สำหรับใครที่ชื่นชอบหนังที่ให้อิสระในการตีความ จุดนี้อาจกลายเป็นจุดเด่นแทน
อีกสิ่งหนึ่งที่ควรรู้คือหนังเรื่องนี้ไม่ได้เน้นความบันเทิงแบบตื่นเต้นเร้าใจ แต่เน้นไปที่อารมณ์และความหมาย ดังนั้นหากกำลังมองหาอนิเมะที่ดูเพลินๆ แบบไม่ต้องคิดมาก เรื่องนี้อาจไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีที่สุด แต่สำหรับคนที่ชอบอนิเมะที่ให้อะไรมากกว่าความบันเทิง 100 Meters จะเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำอย่างแน่นอน
100 Meters (2025) เป็นอนิเมะที่พิสูจน์ว่าการแข่งขันวิ่งแค่ 100 เมตรสามารถเล่าเรื่องราวได้มากมายเกี่ยวกับชีวิตมนุษย์ ด้วยเทคนิคโรโตสโคปที่สวยงาม การพัฒนาตัวละครที่ลึกซึ้ง และดนตรีประกอบที่สร้างอารมณ์ หนังเรื่องนี้เหมาะสำหรับใครที่ชื่นชอบอนิเมะที่มีความหมายและต้องการได้รับแรงบันดาลใจจากการรับชม แม้จะมีจุดอ่อนบ้างในเรื่องความซับซ้อนของพล็อต แต่โดยรวมแล้ว 100 Meters เป็นอนิเมะที่คุ้มค่าแก่การรับชมอย่างแน่นอน มาแชร์ความคิดเห็นกันในคอมเมนต์ว่าหนังเรื่องนี้ทำให้รู้สึกอย่างไร และอย่าลืมแชร์รีวิวนี้ให้เพื่อนๆ ที่ชื่นชอบอนิเมะกีฬาด้วยนะ!
- ชื่อเรื่องในภาษาไทย: 100 เมตร
- ชื่อเรื่องภาษาญี่ปุ่น: ひゃくえむ。(Hyakuemu)
- ประเภท: อนิเมะ, กีฬา, ดราม่า
- วันที่ออกฉาย: 19 กันยายน 2568 (ญี่ปุ่น) / 31 ธันวาคม 2568 (Netflix)
- นักพากย์: โทริ มัตสึซากะ (Tori Matsuzaka) ในบทโทกาชิ, โชตะ โซเมทานิ (Shota Sometani) ในบทโคมิยะ
- ผู้กำกับ: เคนจิ อิวาอิซาว่า (Kenji Iwaisawa)
- ผู้เขียนบท: ยาสุยูกิ มุโตะ (Yasuyuki Muto)
- ดนตรีประกอบ: ฮิโรอากิ สึสึมิ (Hiroaki Tsutsumi)
- ต้นฉบับมังงะ: Uoto
- ความยาว: 1 ชั่วโมง 42 นาที (106 นาที)
- เรตติ้ง IMDb: 7.8/10
- Metascore: 72/100
- ช่องทางการดูในประเทศไทย: Netflix
![[รีวิว-เรื่องย่อ] Angel's Egg (1985) อนิเมะลึกลับสุดคลาสสิก](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2025/10/Review-angels-egg-1985.webp)
![[รีวิว-เรื่องย่อ] Star Wars: Visions ซีซั่น 3](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2025/11/Review-Star-Wars-Visions-3.webp)
![[รีวิว-เรื่องย่อ] ก้าวข้ามรักต่างสายพันธุ์ | With You, Our Love Will Make it Through (2025)](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2025/10/Review-With-You-Our-Love-Will-Make-it-Through-2025.webp)
![[รีวิว-เรื่องย่อ] น้องหนูแวมไพร์ กัดไม่เชี่ยวดูดไม่เก่ง | Li’l Miss Vampire Can’t Suck Right (2025)](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2025/10/Review-Lil-Miss-Vampire-Cant-Suck-Right.webp)
![[รีวิว-เรื่องย่อ] วันพันช์แมน | One-Punch Man ซีซั่น 3](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2025/10/Review-One-Punch-Man-Season-3.webp)
![[รีวิว-เรื่องย่อ] Gnosia (2025) อนิเมะลูปอวกาศลุ้นระทึก](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2025/10/Review-Gnosia-2025.webp)
![[รีวิว-เรื่องย่อ] เกิดใหม่เป็นนางร้ายในนิยายตัวเอง | The Dark History of the Reincarnated Villainess (2025)](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2025/10/Review-The-Dark-History-of-the-Reincarnated-Villainess-2025.webp)
![[รีวิว-เรื่องย่อ] นินจา ปะทะ ยากูซ่า | Ninja Vs Gokudo (2025)](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2025/10/Review-Ninja-Vs-Gokudo.webp)