รีวิวหนังฝรั่ง

[รีวิว-เรื่องย่อ] วันรักจงกลม | Groundhog Day (1993)

  • Groundhog Day เป็นหนังที่สร้างจากแนวคิดลูปเวลา โดยฟิลต้องใช้ชีวิตวันเดียวกันซ้ำๆ จนกว่าจะเปลี่ยนตัวเอง
  • การแสดงของบิล เมอร์เรย์ ในบทฟิลโดดเด่นสุดๆ แสดงความกวนประสาทและการเติบโตได้อย่างน่าประทับใจ
  • หนังสำรวจธีมการเปลี่ยนแปลงตัวเองและการหาความหมายในชีวิตประจำวัน
  • ผู้กำกับแฮโรลด์ รามิส นำเสนอเรื่องราวที่ตลกแต่ลึกซึ้ง เต็มไปด้วยมุกฮาและข้อคิด

เคยรู้สึกมั้ยว่าชีวิตมันวนลูปอยู่แต่เรื่องเดิมๆ ทุกวัน เหมือนไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย? ลองนึกภาพถ้าเราติดอยู่ในวันเดียวกันซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำอะไรก็ไม่มีผลกระทบ แล้วเราจะทำยังไง? หนัง Groundhog Day (1993) ของผู้กำกับ แฮโรลด์ รามิส (Harold Ramis) พาเราไปสัมผัสชีวิตสุดป่วนของฟิล คอนเนอร์ส พิธีกรพยากรณ์อากาศจอมหยิ่งที่ต้องเจอเหตุการณ์ประหลาดนี้ในเมืองเล็กๆ ชื่อพันซ์ซูทอว์นีย์ หนังเรื่องนี้ไม่ใช่แค่คอมเมดี้ธรรมดา แต่ยังซ่อนข้อคิดลึกซึ้งเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงตัวเองและการมองชีวิตใหม่

เรื่องราวเกิดขึ้นในวันกราวด์ฮอกเดย์ เทศกาลประจำปีที่คนเมืองรอคอยการทำนายอากาศจากตัวกราวด์ฮอกชื่อฟิล แต่สำหรับฟิลมนุษย์ (แสดงโดย บิล เมอร์เรย์ (Bill Murray)) มันคือวันที่น่าเบื่อสุดๆ เขาต้องไปรายงานข่าวกับโปรดิวเซอร์คนใหม่ชื่อริต้า (แอนดี แมคโดเวลล์) และตากล้องแลร์รี่ แต่พายุหิมะทำให้เขาติดอยู่ในเมือง แล้วเช้าวันรุ่งขึ้น… ทุกอย่างซ้ำเดิม! หนังเรื่องนี้พาเราไปสำรวจว่าฟิลจะใช้โอกาสนี้ยังไง จากคนเห็นแก่ตัวกลายเป็นคนที่ดีขึ้น

ในบทความนี้ เราจะพาไปเจาะลึกทุกมุมของ หนัง Groundhog Day ตั้งแต่เรื่องย่อที่สนุกสุดๆ ไปจนถึงธีมที่ทำให้เราคิดตาม มาดูกันว่าหนังเรื่องนี้ทำไมถึงกลายเป็นคลาสสิกที่คนดูซ้ำแล้วซ้ำเล่า และยังคงฮิตในหมู่วัยรุ่นชาวเน็ตไทยที่ชอบมุกฮาแบบมีสาระ

รีวิวและเรื่องย่อ Groundhog Day (วันรักจงกลม)

Groundhog Day เล่าเรื่องของฟิล คอนเนอร์ส พิธีกรพยากรณ์อากาศจากพิตต์สเบิร์กที่เกลียดเทศกาลกราวด์ฮอกเดย์เข้าไส้ เขาคิดว่าตัวเองเหนือกว่าคนเมืองเล็กๆ อย่างพันซ์ซูทอว์นีย์ และอยากรีบกลับบ้านหลังรายงานข่าวเสร็จ แต่พายุหิมะทำให้เขาต้องค้างคืน แล้วตื่นมาพบว่าวันนี้คือวันเดิมซ้ำๆ ไม่มีวันพรุ่งนี้ ฟิลเริ่มจากงงๆ แล้วใช้โอกาสนี้กินเล่นเที่ยวแบบไม่แคร์ใคร แต่ยิ่งนานวัน เขายิ่งเบื่อจนถึงขั้นซึมเศร้าและพยายามฆ่าตัวตาย

จากนั้นฟิลเริ่มเปลี่ยนตัวเอง เขาเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ อย่างเล่นเปียโน ช่วยเหลือคนในเมือง และพยายามจีบริต้า โปรดิวเซอร์สาวที่เขาหลงรัก หนังแสดงให้เห็นกระบวนการเติบโตที่ยาวนาน เหมือนฟิลต้องวนลูปวันนี้เป็นพันๆ ครั้งกว่าจะเข้าใจว่าการเปลี่ยนแปลงไม่ได้มาง่ายๆ มันเหมือนเกมที่เราต้องล้มเหลวซ้ำๆ จนกว่าจะเลเวลอัพ

ตัวละครรองอย่างริต้าและแลร์รี่ก็ช่วยเติมสีสันให้เรื่อง ริต้าเป็นคนสดใสที่ทำให้ฟิลเห็นคุณค่าของชีวิตจริงๆ ส่วนแลร์รี่คือตัวตลกที่โดนฟิลแกล้งสารพัด หนังเรื่องนี้ไม่ใช่แค่ลูปเวลา แต่เป็นเครื่องมือเล่าเรื่องการพัฒนาตัวละครที่เจ๋งสุดๆ

บิล เมอร์เรย์ ในบทฟิลคือจุดขายหลักของหนังเลย เขาเล่นเป็นคนกวนประสาท เห็นแก่ตัวได้อย่างเป็นธรรมชาติ แต่พอถึงตอนเปลี่ยนแปลง เราก็เห็นด้านอ่อนโยนที่ซ่อนอยู่ มันเหมือนดูเพื่อนเราที่เคยกวนๆ แล้วโตขึ้นมาเป็นคนดี การแสดงของเขาทำให้หนังตลกแต่ไม่ล้น และยังมีดราม่าที่ทำให้เราอินตาม เมอร์เรย์เคยเล่นบทคล้ายๆ นี้ในหนังอื่นอย่าง Ghostbusters แต่ในเรื่องนี้มันลงตัวสุดๆ

แอนดี แมคโดเวลล์ (Andie MacDowell) ในบทริต้าก็ทำได้ดี เธอเป็นตัวแทนของความสดใสและความจริงใจที่ฟิลขาดหายไป ฉากที่ฟิลพยายามจีบเธอซ้ำๆ มันฮาแต่ก็โรแมนติกแบบไม่เลี่ยน ส่วน คริส เอลเลียตต์ (Chris Elliott) ในบทแลร์รี่คือตัวประกอบที่ขโมยซีนได้บ่อยๆ ด้วยมุกตลกเล็กๆ น้อยๆ

ผู้กำกับ แฮโรลด์ รามิส ที่เคยร่วมงานกับเมอร์เรย์ในหนังอื่นๆ ทำหนังเรื่องนี้ได้เป๊ะเรื่องจังหวะคอมเมดี้ เขาถ่ายทำฉากซ้ำๆ แต่ไม่ให้รู้สึกเบื่อ โดยเปลี่ยนมุมกล้องและเหตุการณ์เล็กๆ น้อยๆ เสมอ บทหนังที่เขาเขียนร่วมกับแดนนี่ รูบินก็ฉลาด ไม่เสียเวลาอธิบายว่าทำไมฟิลถึงติดลูป แต่โฟกัสที่การเดินทางภายในใจแทน

หนังเรื่องนี้สำรวจธีมการเปลี่ยนแปลงตัวเอง เหมือนถามเราว่า ถ้าเราได้โอกาสรีเซ็ตชีวิต เราจะทำอะไร? ฟิลจากคนเห็นแก่ตัวกลายเป็นคนที่ช่วยเหลือผู้อื่น มันเหมือนอุปมาว่าชีวิตจริงก็วนลูป ถ้าเราไม่เปลี่ยนอะไร มันก็ซ้ำเดิมๆ ธีมนี้ทำให้หนังไม่ใช่แค่คอมเมดี้ แต่เป็นแรงบันดาลใจสำหรับคนที่รู้สึกติดอยู่ในโซนสบาย

อีกธีมคือความหมายของชีวิตประจำวัน หนังแสดงให้เห็นว่าวันธรรมดาที่เรามองข้ามอาจเต็มไปด้วยโอกาส ถ้าเราสังเกตดีๆ เหมือนฟิลที่เริ่มสนใจคนรอบตัวหลังจากวนลูปนานๆ มันทำให้เราคิดว่า ชีวิตเราก็เหมือนกราวด์ฮอกเดย์ ถ้าไม่หาทางออก เราก็ติดแหง็ก

นอกจากนี้ หนังยังมีกลิ่นอายโรแมนติกที่ไม่หวานเลี่ยน ฟิลไม่ได้ออกจากลูปเพราะได้รัก แต่เพราะเขาเปลี่ยนตัวเองจริงๆ มันสอนว่าความรักแท้ต้องมาจากการเป็นคนที่ดีขึ้น ไม่ใช่แค่เล่นละคร

Groundhog Day (1993) เป็นหนังคลาสสิกที่ทำให้เราหัวเราะแต่ก็คิดตาม หนังเรื่องนี้เตือนเราว่าการเปลี่ยนแปลงไม่ได้มาง่ายๆ ต้องผ่านความล้มเหลวและความเบื่อหน่าย เหมือนฟิลที่ต้องวนวันเดิมเป็นพันครั้งกว่าจะเจอทางออก ปัญหาไม่ได้อยู่ที่เวลา แต่อยู่ที่ตัวเราเองที่ไม่ยอมปรับเปลี่ยน

สำหรับวัยรุ่นชาวเน็ตไทยที่ชอบหนังเบาสมองแต่มีสาระ เรื่องนี้คือ ต้องดูให้ได้เลย มันเหมือนกระจกสะท้อนชีวิตเราที่บางทีก็รู้สึกวนลูปกับงาน เรียน หรือความสัมพันธ์ ลองดูแล้วจะได้แรงบันดาลใจว่าถ้าเราพยายาม เราก็ออกจากลูปได้

หนังเรื่องนี้ยังทำให้เราตั้งคำถามกับตัวเองว่า เราติดอยู่ใน “วันเดิม” อะไรบ้าง? แล้วเราจะทำยังไงให้มันเปลี่ยน? มันไม่ใช่แค่หนังตลก แต่เป็นบทเรียนชีวิตที่ห่อหุ้มด้วยมุกฮา

มาแชร์กันในคอมเมนต์สิ ว่าหนังเรื่องนี้ทำให้เราคิดยังไงเกี่ยวกับการวนลูปในชีวิตจริง และอย่าลืมแชร์รีวิวนี้ให้เพื่อนๆ ที่ชอบหนังคอมเมดี้คลาสสิก ไปดูกันบนสตรีมมิ่ง แล้วมาคุยกันว่าเราจะเปลี่ยนตัวเองยังไงให้ออกจากลูป!

  • ชื่อเรื่องในภาษาไทย: วันรักจงกลม
  • ประเภท: คอมเมดี้, โรแมนติก, แฟนตาซี
  • วันที่ออกฉาย: 12 กุมภาพันธ์ 2536
  • นักแสดงนำ: บิล เมอร์เรย์ (Bill Murray), แอนดี แมคโดเวลล์ (Andie MacDowell), คริส เอลเลียตต์ (Chris Elliott)
  • ผู้กำกับ: แฮโรลด์ รามิส (Harold Ramis)
  • ความยาว: 1 ชั่วโมง 41 นาที
  • เรตติ้ง IMDb: 8.0/10

กดเพื่ออ่านต่อ

PhiRa W.

เป็นนักเขียนอิสระที่หลงใหลในสื่อบันเทิงทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ ซีรีส์ วาไรตี้ และสารคดี ผมชอบที่จะวิเคราะห์และถอดรหัสเนื้อหาเหล่านั้นออกมาในรูปแบบของรีวิวที่เข้าใจง่ายและสนุกสนาน เพื่อแบ่งปันมุมมองและประสบการณ์ให้กับผู้อ่าน

บทความที่เกี่ยวข้อง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Back to top button