รีวิวซีรีส์ฝรั่ง

[รีวิว-เรื่องย่อ] จมโคลน | In the Mud ซีซั่น 2

  • In the Mud ซีซั่น 2 ยกระดับจากดราม่าเรือนจำธรรมดา สู่เกมการเมืองและแย่งชิงอำนาจที่ซับซ้อนขึ้นอีกขั้น โดยมีตัวละครใหม่อย่าง ลากริงกา คาซาเรส ที่มาเขย่าสมดุลทั้งหมดใน ลาเกบราดา
  • การแสดงของ อานา การิบัลดี ในบทกลาดิส “ลาบอร์เกส” โดดเด่นที่สุดในซีซั่นนี้ ถ่ายทอดความเป็นนักวางแผนผู้เงียบขรึมได้อย่างน่าเชื่อ
  • ซีรีส์เลือกใช้ภาพในพื้นที่แคบอย่างชาญฉลาด สร้างบรรยากาศอึดอัดและถูกจับตามองตลอดเวลา เสียงดนตรีใช้อย่างประหยัดแต่ได้ผลในการเพิ่มความตึงเครียด
  • แม้จะมีจุดอ่อนเรื่องพล็อตบางส่วนที่เน้นช็อกมากกว่าพัฒนาตัวละคร แต่โดยรวมแล้วซีซั่น 2 ทำให้อยากติดตามต่อและตั้งคำถามกับธรรมชาติมนุษย์ได้ดี

เคยนึกอยากรู้ไหมว่าชีวิตข้างในเรือนจำหญิงที่โหดที่สุดในอาร์เจนตินาเป็นยังไง? In the Mud ซีซั่น 2 หรือ จมโคลน กลับมาบน Netflix พร้อมกับเนื้อเรื่องที่หนักข้อกว่าเดิม ซีซั่นแรกพาเราไปรู้จักกับกลุ่มนักโทษหญิงที่ต้องสร้างพันธมิตรเพื่อเอาตัวรอด แต่พอมาซีซั่น 2 ทุกอย่างถูกสลับขั้วใหม่หมด ตั้งแต่ผู้คุมเรือนจำคนใหม่ นักโทษหน้าใหม่ที่มาพร้อมความโหดแบบอีกระดับ ไปจนถึง กลาดิส “ลาบอร์เกส” ที่กลับมาอยู่ในลาเกบราดาอีกครั้ง ซีรีส์เรื่องนี้สปินออฟมาจาก El Marginal ซีรีส์เรือนจำในตำนานของอาร์เจนตินา และซีซั่นใหม่พิสูจน์ให้เห็นว่ามันไม่ได้แค่เดินตามรอยเดิม แต่กำลังสร้างเส้นทางของตัวเองอย่างมั่นใจ

In the Mud ซีซั่น 2 เปิดเรื่องมาด้วยการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในเรือนจำ ลาเกบราดา กลาดิสซึ่งเคยได้อิสรภาพตอนจบซีซั่นแรก กลับต้องเข้าคุกอีกครั้ง แต่ครั้งนี้สภาพเรือนจำไม่เหมือนเดิมแล้ว มีผู้หญิงคนใหม่ที่อันตรายกว่าทุกคนที่เคยเจอมา นั่นคือ ลากริงกา คาซาเรส รับบทโดย เบโรนิกา ยีนาส (Verónica Llinás) ที่เข้ามาคุมเรือนจำด้วยกำปั้นเหล็กและบังคับให้ทุก “เผ่า” ต้องยอมศิโรราบ กลาดิสซึ่งเคยชินกับการเป็นคนวางแผนอยู่เบื้องหลัง ต้องกลับมาสู้อีกครั้ง แต่ครั้งนี้เดิมพันสูงกว่าเดิมมาก เพราะมันไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเองอีกต่อไป

หัวใจของซีรีส์เรื่องนี้ยังคงเป็น อานา การิบัลดี (Ana Garibaldi) ในบทกลาดิส ผู้หญิงที่ไม่ได้ใช้กำลังเป็นอาวุธหลัก แต่ใช้สมองและความเงียบ การแสดงของเธอให้ความรู้สึกเหมือนดูนักหมากรุกที่คิดไปข้างหน้าสามสี่ตา เธอรู้ว่าเมื่อไหร่ควรพูด เมื่อไหร่ควรเงียบ และเมื่อไหร่ควรแทงข้างหลัง สิ่งที่ทำให้ตัวละครนี้น่าสนใจมากขึ้นในซีซั่น 2 คือเราได้เห็นด้าน ที่เปราะบางของเธอ มากขึ้น ไม่ใช่แค่ผู้หญิงที่เก่งกาจ แต่เป็นคนที่ต้องแบกรับภาระหนักจนบางทีก็เกือบไม่ไหว

ซีซั่นนี้เพิ่มตัวละครใหม่เข้ามาหลายตัวที่ทำให้เนื้อเรื่องซับซ้อนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เอวเฆเนีย “ลาชิน่า” ซัวเรซ (China Suárez) มาในบท นิโคล การ์เซีย แฟนสาวของลากริงกาที่ต้องยอมทำทุกอย่างเพื่อแลกกับสิทธิพิเศษในเรือนจำ ตัวละครนี้เพิ่มมิติใหม่ให้กับเรื่องราว เพราะเธอไม่ได้เป็นทั้งดีหรือเลว แต่เป็นคนที่ถูกสถานการณ์บีบบังคับ นอกจากนี้ยังมีนักโทษที่เคยเป็นครูซึ่งก่อให้เกิดความขัดแย้งภายในกลุ่ม และผู้คุมเรือนจำคนใหม่ที่มีวาระซ่อนเร้นเป็นของตัวเอง ทำให้ เส้นแบ่งระหว่างดีกับเลว เบลอลงไปเรื่อยๆ

สิ่งที่ทำให้ In the Mud แตกต่างจาก ซีรีส์ Netflix แนวเรือนจำทั่วไป คือมันไม่ได้พึ่งพาความรุนแรงเป็นตัวขาย แต่ใช้ ความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครหญิง เป็นแกนหลัก ฉากที่ทรงพลังที่สุดหลายฉากในซีซั่นนี้ไม่ได้มาจากการต่อสู้หรือการปะทะ แต่มาจากบทสนทนาที่เปิดเผยความภักดีที่เปลี่ยนแปลง หรือความเห็นอกเห็นใจที่ไม่คาดคิด วาเลนตินา เซเนเร (Valentina Zenere) ในบทมารีน่ายังคงให้พลังงานที่แตกต่างจากกลาดิส เธอหุนหันพลันแล่นกว่า ตอบสนองด้วยอารมณ์มากกว่า ซึ่งสร้างความตึงเครียดที่ลากยาวข้ามตอนได้ดี

ถ้าพูดเรื่อง โปรดักชัน ซีรีส์เรื่องนี้ทำได้น่าประทับใจ งานกล้องเลือกใช้มุมแคบในทางเดินยาวและการจัดเฟรมแบบบีบอัด ทำให้รู้สึกเหมือนถูกจับตามองตลอดเวลา ราวกับว่าความเป็นส่วนตัวไม่มีอยู่จริงในลาเกบราดา ผู้กำกับเลือกจังหวะการตัดต่อแบบเนิบช้าแทนที่จะใช้เทคนิคฉูดฉาด ทำให้อารมณ์ของฉากตกลงมาแบบเป็นธรรมชาติ ส่วนเสียงเพลงประกอบใช้อย่างประหยัดมาก แต่พอดังขึ้นมาเมื่อไหร่ มันทำหน้าที่เน้นย้ำ ความตึงเครียดและอันตราย ได้อย่างตรงจุด ไม่ได้มาบังคับอารมณ์ผู้ดูแต่อย่างใด

แม้จะดีโดยรวม แต่ซีซั่น 2 ก็มีจุดที่ต้องปรับ บางพล็อตเน้น ช็อกแวลู มากกว่าจะพัฒนาตัวละครให้ลึกซึ้ง การหักมุมบางจุดมาเร็วเกินไปจนรู้สึกว่ามันถูกยัดเข้ามาเพื่อเร่าร้อนอารมณ์มากกว่าจะผลักดันเนื้อเรื่องไปข้างหน้า พล็อตย่อยที่เกี่ยวกับเครือข่ายอาชญากรรมภายนอกไม่ได้รับการพัฒนาเท่าที่ควร ทำให้อยากรู้มากขึ้นว่าเหตุการณ์ข้างนอกส่งผลต่อข้างในยังไง จังหวะการเล่าเรื่องก็ไม่สม่ำเสมอ บางตอนเร่งจนหายใจแทบไม่ทัน แต่บางตอนกลับชะลอจนเสียจังหวะ โดยเฉพาะเมื่อหลายสายเรื่องแข่งกันชิงพื้นที่

อีกจุดที่สังเกตเห็นคือบางฉากมี โทนที่ค่อนข้างสไตลิช จนเกือบจะดูเหมือนว่าชีวิตในเรือนจำนั้นมีเสน่ห์ ฉากปาร์ตี้ การเผชิญหน้า และการจับขั้วพันธมิตรบางทีมาพร้อมกับพลังงานที่ดูเหมือนเฉลิมฉลอง ซึ่งขัดกับความเป็นจริงที่โหดร้ายที่ซีรีส์พยายามนำเสนอ มันไม่ได้ทำลายประสบการณ์ทั้งหมด แต่ทำให้น้ำหนักทางอารมณ์เบาลงในบางจุด นอกจากนี้ ตัวละครสมทบบางตัวสมควรได้รับการพัฒนามากกว่านี้ นักโทษรองๆ มักปรากฏตัวเฉพาะตอนที่พล็อตต้องการความขัดแย้ง ทำให้โลกของเรือนจำรู้สึกไม่สมบูรณ์เท่าที่ควร

ท่ามกลางสายเรื่องทั้งหมด สิ่งที่โดดเด่นที่สุดสำหรับซีซั่นนี้คือ สายเรื่องของยาเอล ที่เจาะลึกเรื่องความสูญเสียและการตัดสินใจภายใต้แรงกดดัน โดยไม่ตกหลุมพรางของการเทศนาสั่งสอน ซีรีส์เลือกที่จะไว้วางใจผู้ดูให้ตีความเอง แทนที่จะอธิบายทุกอย่างผ่านบทพูด ความยับยั้งชั่งใจแบบนี้ทำให้หลายฉากมีผลกระทบทาง อารมณ์แบบละเอียดอ่อน ที่ซึมเข้ามาทีละนิดแทนที่จะตีหัวเข้าบ้าน

สิ่งที่น่าชื่นชมอีกอย่างคือซีรีส์ไม่ได้นำเสนอ ความคอร์รัปชัน เป็นแค่ผู้ร้ายตัวเดียว แต่เป็นระบบทั้งระบบที่หล่อหลอมพฤติกรรมของทุกคนทั้งสองฝั่งกำแพง ผู้คุมเรือนจำคนใหม่เผยให้เห็นว่าคนมีอำนาจก็ถูกบีบให้ประนีประนอมไม่ต่างจากนักโทษที่พวกเขาควบคุม สิ่งนี้เพิ่มอีกชั้นของ ความตึงเครียด ที่ทำให้เรื่องราวรู้สึกจริงและใกล้ตัว การกำกับเน้นไปที่ท่าทางเล็กๆ น้อยๆ และสายตาที่สื่อความหมาย ทำให้แม้แต่ฉากเงียบๆ ก็รู้สึกมีน้ำหนัก

ตอนจบของซีซั่น 2 ดึงสายเรื่องหลายสายมารวมกันโดยไม่รีบเร่งจนเกินไป มีการปิดบางประเด็นอย่างน่าพอใจ แต่ก็ทิ้งความคลุมเครือไว้มากพอที่จะจุดประกายให้อยากคุยต่อ สิ่งที่ติดอยู่ในหัวหลังดูจบคือ ซีรีส์เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับเรือนจำจริงๆ แต่เกี่ยวกับ วิธีที่มนุษย์สร้างตัวตนขึ้นมาใหม่ เมื่อทุกทางเลือกมีผลกระทบที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ มันเป็นซีรีส์ที่ตั้งคำถามกับธรรมชาติมนุษย์ในแบบที่ไม่ได้ตะโกนใส่หน้า แต่ค่อยๆ ซึมซับเข้ามาทีละนิด

In the Mud ซีซั่น 2 เป็นซีรีส์ที่พัฒนาตัวเองจากซีซั่นแรกได้อย่างน่าเคารพ แม้จะมีข้อบกพร่องเรื่องจังหวะและพล็อตบางส่วนที่เร่าร้อนเกินไป แต่การแสดงที่ยอดเยี่ยมของ อานา การิบัลดี และนักแสดงทั้งทีม รวมถึงการเขียนบทที่เน้นตัวละครเป็นหลัก ทำให้มันเป็นซีรีส์ที่คุ้มค่ากับเวลา ถ้าชอบ ซีรีส์ดราม่าอาชญากรรม ที่ไม่ได้แบ่งโลกเป็นขาวกับดำ แต่ปล่อยให้ตัวละครเป็นมนุษย์ที่ยุ่งเหยิง มีเล่ห์เหลี่ยม แต่ก็มีหัวใจ In the Mud ซีซั่น 2 คือคำตอบ มาแชร์ความคิดเห็นกันในคอมเมนต์ว่าซีรีส์เรื่องนี้ทำให้นึกถึงอะไร และอย่าลืมแชร์รีวิวนี้ให้คนที่กำลังหาซีรีส์ใหม่ดูบน Netflix!

  • ชื่อเรื่องในภาษาไทย: จมโคลน (ซีซั่น 2)
  • ประเภท: ดราม่า, อาชญากรรม, ระทึกขวัญ
  • วันที่ออกฉาย: 13 กุมภาพันธ์ 2569
  • นักแสดงนำ: อานา การิบัลดี (Ana Garibaldi), วาเลนตินา เซเนเร (Valentina Zenere), โลเรนา เบกา (Lorena Vega), ริต้า กอร์เตเซ (Rita Cortese), การอลินา รามิเรซ (Carolina Ramírez), เอวเฆเนีย “ลาชิน่า” ซัวเรซ (China Suárez), เบโรนิกา ยีนาส (Verónica Llinás)
  • ผู้สร้าง: เซบัสเตียน ออร์เตกา (Sebastián Ortega)
  • จำนวนตอน: 8 ตอน
  • เรตติ้ง IMDb: 6.2/10
  • ช่องทางการดูในประเทศไทย: Netflix

จมโคลน ซีซั่น 2 – เกมอำนาจในเรือนจำที่ดุขึ้นกว่าเดิม

โครงเรื่อง - 7.2
การแสดง - 8.2
โปรดักชัน - 7.8
ความบันเทิง - 7.5
ความคุ้มค่าในการรับชม - 7.6

7.7

In the Mud ซีซั่น 2 ยกระดับซีรีส์เรือนจำหญิงอาร์เจนตินาให้เข้มข้นขึ้นด้วยเกมการเมืองที่ซับซ้อน ตัวละครใหม่ที่มาสั่นคลอนทุกพันธมิตรเดิม และการแสดงระดับเยี่ยมจากนักแสดงหลักทั้งทีม แม้จะมีช่วงที่จังหวะสะดุดและบางพล็อตเน้นช็อกมากเกินไป แต่แก่นของเรื่องที่เน้นความสัมพันธ์ระหว่างผู้หญิงและการเอาตัวรอดในระบบที่ไม่เป็นธรรม ทำให้มันเป็นซีรีส์ที่ดูแล้วไม่ลืมง่ายๆ

User Rating: Be the first one !
First air
2022-06-16
Seasons
3
Episodes
26
Status
Ended
TV Series หนังชีวิต จบแล้ว
2022 3 ซีซัน 26 ตอน
TMDB 8.1 /10

เบลลี่ คอนคลินกำลังจะอายุครบ 16 ปี และเธอมุ่งหน้าไปหาดเคาซินส์ สถานที่ที่เธอชื่นชอบ เพื่อใช้เวลาช่วงหน้าร้อนกับครอบครัวของเธอและครอบครัวฟิชเชอร์ เบลลี่โตขึ้นเยอะมากในช่วงปีที่ผ่านมา และเธอรู้สึกว่าหน้าร้อนนี้จะต่างไปจากหน้าร้อนก่อนหน้าทั้งหมด หน้าร้อนนี้ที่รอคอยสร้างจากหนังสือของเจนนี่ ฮาน ซึ่งเป็นผู้สร้างและผู้อำนวยการผลิต


นักแสดงนำ

Lola Tung Lola Tung Isabel 'Belly' Conklin
Christopher Briney Christopher Briney Conrad Fisher
Gavin Casalegno Gavin Casalegno Jeremiah Fisher
Sean Kaufman Sean Kaufman Steven Conklin
Rain Spencer Rain Spencer Taylor Jewel
Jackie Chung Jackie Chung Laurel Park
Isabella Briggs Isabella Briggs Denise
Kristen Connolly Kristen Connolly Lucinda Jewel

กดเพื่ออ่านต่อ

PhiRa W.

เป็นนักเขียนอิสระที่หลงใหลในสื่อบันเทิงทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ ซีรีส์ วาไรตี้ และสารคดี ผมชอบที่จะวิเคราะห์และถอดรหัสเนื้อหาเหล่านั้นออกมาในรูปแบบของรีวิวที่เข้าใจง่ายและสนุกสนาน เพื่อแบ่งปันมุมมองและประสบการณ์ให้กับผู้อ่าน

บทความที่เกี่ยวข้อง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Back to top button