รีวิวซีรีส์ฝรั่ง

[รีวิว-เรื่องย่อ] Monkey Wrench ซีรีส์แอนิเมชั่นไซไฟอินดี้สุดอลเวงบน Netflix

  • ซีรีส์แอนิเมชั่นอินดี้ที่เริ่มต้นจากเว็บซีรีส์อิสระของสองพี่น้องตระกูล Palmer ก่อน Netflix หยิบมารีมาสเตอร์ภาพและเสียงใหม่
  • หัวใจของเรื่องคือเคมีคู่หู Shrike และ Beebs นักล่าค่าหัวจอมป่วนที่ป่วนและอบอุ่นในเวลาเดียวกัน
  • งานแอนิเมชั่นพัฒนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัดจากตอนต้นถึงตอนท้าย สวนทางกับงบประมาณที่จำกัด
  • เหมาะกับคนที่ชอบคอเมดี้ไซไฟแบบไม่จริงจัง แต่ผู้ชมที่คาดหวังพล็อตเข้มข้นอาจต้องลดความคาดหวัง

Monkey Wrench คือหลักฐานชั้นดีว่า แอนิเมชั่นอินดี้ ที่เกิดจากใจรักล้วน ๆ ของคนทำสองคนสามารถไต่เต้าจากคลิปออนไลน์ขึ้นเป็นคอนเทนต์ของ Netflix ได้จริง เรื่องนี้เริ่มต้นจากเว็บซีรีส์อิสระที่โจชัว พาลเมอร์ (Joshua Palmer) และแอชลีย์ พาลเมอร์ (Ashley Palmer) สองพี่น้องคู่หูสร้างสรรค์นอกระบบสตูดิโอแบบดั้งเดิม จนแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งยักษ์ใหญ่หยิบมาฉายพร้อมรีมาสเตอร์ทุกตอนและปรับเสียงใหม่ทั้งหมด ผลลัพธ์คือการ์ตูนไซไฟที่ทะเยอทะยานเกินตัว ในแบบที่งานสายพานสตูดิโอทั่วไปไม่กล้าทำ

แก่นของเรื่องพาผู้ชมตามสองนักล่าค่าหัวราคาถูกนาม Shrike และ Beebs ที่ท่องอวกาศรับงานจ้างสารพัด เพื่อหารายได้ไปซ่อมยานพาหนะคู่ใจ แต่ละตอนพาพวกเขาไปปะทะกับลูกค้าที่น่าหวาดระแวง นักล่าเงินรางวัลรายอื่น และดาวเคราะห์ประหลาดที่ตั้งกฎของตัวเอง คำถามหลักที่บทความนี้จะตอบคือ ผลงานที่ใช้กำลังหลักเพียงสองคนจะแบกความบันเทิงครบห้าตอนได้หรือไม่ รวมถึงปัจจัยที่ทำให้เรื่องนี้ก้าวข้ามข้อจำกัดด้านงบประมาณไปจนถึงจุดที่ Netflix สนใจ

คำตอบสั้น ๆ คือ Monkey Wrench ชนะด้วยบุคลิกและความจริงใจ มากกว่าความเนียนกริบของโปรดักชัน หลายมุมยังดิบ แต่ดิบในแบบที่มีเสน่ห์ เหมือนการ์ตูนที่เพื่อนตั้งใจทำอย่างจริงจัง ต่อไปนี้คือการวิเคราะห์จุดเด่น จุดอ่อน จังหวะการเล่า และความคุ้มค่าในการรับชม เพื่อประกอบการตัดสินใจก่อนกดเล่น

Monkey Wrench Netflix #1

หัวใจของเรื่องอยู่ที่เคมีของคู่หูเดินเรื่อง Shrike ฝ่ายหุนหันพลันแล่น ชอบความเสี่ยง และติดการพนัน ส่วน Beebs รับบทคนมีเหตุผลที่ต้องคอยห้ามเพื่อนร่วมทีมไม่ให้เปลี่ยนทุกงานจ้างให้กลายเป็นหายนะ โครงสร้างขั้วตรงข้ามแบบจอมป่วนกับเพื่อนผู้เหนื่อยหน่ายเป็นสูตรที่ใช้กันมานาน แต่บทสนทนาของทั้งคู่เขียนด้วยความอบอุ่นพอให้ไม่ตกเป็นมุกซิทคอมที่รีไซเคิลซ้ำ พวกเขาทะเลาะกันแทบทุกตอน แต่ผู้ชมสัมผัสได้ว่าต่างฝ่ายต่างเป็นห่วงกันเสมอ แม้ในจังหวะที่คนหนึ่งกำลังตัดสินใจแย่ที่สุด

การออกแบบโลกในเรื่องก็ทะเยอทะยานกว่าเนื้อเรื่องเริ่มต้นมาก จักรวาลของ Monkey Wrench เต็มไปด้วยมนุษย์ สิ่งมีชีวิตกึ่งสัตว์ ดาวเคราะห์แปลกตา นักล่าเงินรางวัล และนายจ้างที่ไว้ใจได้ยาก รสนิยมด้าน อนิเมะและไซไฟของสองพี่น้องตระกูล Palmer ฉายชัดในรายละเอียดชิ้นส่วนกลไกของยานและการออกแบบตัวละคร อิทธิพลที่พวกเขาอ้างถึงมีตั้งแต่ Outlaw Star, Mobile Suit Gundam ไปจนถึง Neon Genesis Evangelion แต่ผลงานไม่ได้ลอกเลียนแบบใคร แค่หยิบแรงบันดาลใจมาปรุงเป็นรสชาติของตัวเอง

อารมณ์ขันของเรื่องไม่ได้ขัดเงาแบบงานสตูดิโอใหญ่ มุกบางมุกดูเด็กเกินอายุเรตติ้ง 13+ แต่ความหลวม ๆ ของการเล่าตรงกับบุคลิกตัวละคร การติดพนันของ Shrike ความหงุดหงิดสะสมของ Beebs และความไร้สาระของงานจ้างสร้างโลกที่ภารกิจช่วยเหลือกาแล็กซีปิดท้ายด้วยการเถียงเรื่องพิซซ่าได้อย่างเป็นธรรมชาติ ฉากแอ็กชั่นหลายตอนจัดเต็มเกินงบประมาณ โดยเฉพาะเมื่อได้ดนตรีร็อกของ Ockeroid มาประกอบ จนทำให้หลายซีนดูกว้างใหญ่กว่าการผลิตระดับอินดี้ควรจะเป็น ส่วนใครที่ชื่นชอบงานทำมือแนวนี้ หมวด แอนิเมชั่นบน NaniTalk รวบรวมทั้งงานสตูดิโอใหญ่และงานอินดี้ไว้ให้เลือกชม

ซีรีส์เรื่องนี้ไม่ได้เกิดจากงบประมาณมหาศาล แต่เกิดจากความรักในไซไฟและอนิเมะของคนทำสองคน พลังงานนั้นส่งถึงผู้ชมได้จริง จนข้อจำกัดด้านโปรดักชันกลายเป็นเสน่ห์ไปโดยปริยาย

Monkey Wrench Netflix #2

จุดที่ต้องยอมรับมากที่สุดคือจังหวะการเล่าที่ไม่สม่ำเสมอ ซึ่งแยกไม่ออกจากประวัติศาสตร์การผลิตในฐานะแอนิเมชั่นเว็บที่ระดมทุนจากแฟน ๆ แต่ละตอนใช้เวลาสร้างนานเป็นพิเศษ ตัวซีรีส์บางช่วงจึงให้ความรู้สึกเหมือนรวมโปรเจกต์แอนิเมชั่นทะเยอทะยานหลายชิ้นเข้าด้วยกัน มากกว่าฤดูกาลโทรทัศน์ที่ปรับจูนมาอย่างพิถีพิถัน

พอเรื่องเริ่มพึ่งพามายธอโลจีใหญ่ที่ซ่อนไว้ตั้งแต่ต้น ความสดใหม่ก็ลดลง เพราะการผจญภัยรายตอนคือจุดแข็งที่สุด เมื่อใดที่ต้องอธิบายปม ความลับ และวายร้ายหน้าใหม่ การเล่าเรื่องจะถอยกลับไปสู่แพตเทิร์นคุ้นเคยที่ไม่ได้โดดเด่นเท่าการแกว่งปฏิสัมพันธ์ของคู่หู ปัญหาแนวคิดดีแต่ไปไม่สุดแบบนี้คล้ายกับ MEBIUS DUST ที่วางประเด็นไว้ใหญ่โตสวนทางกับการพัฒนาตอนท้าย

โครงสร้างของ Monkey Wrench วางแบบตอนเดี่ยวจบในตัวเป็นหลัก ตอนแรก The Ghost Egg เปิดตัวด้วยภารกิจคุ้มกันลูกค้าขี้ตกใจสู้รบกับนักล่าเงินรางวัลที่ตามล่าเป้าหมายเดียวกัน ตอนต่อ ๆ มาอย่าง Lythop Liberation ว่าด้วยภารกิจช่วยเหลือเผ่าพันธุ์ใกล้สูญพันธุ์ให้รอดจากวิกฤติดาวเคราะห์ภายในไม่กี่ชั่วโมง ในขณะที่ Us & Them พาคู่หูไปรับสัญญาณขอความช่วยเหลือจาก Scratch กับ Scritch สองพี่น้องนักพูดเก่ง ซึ่งการเล่าแบบนี้ให้อิสระกับตัวละครหลักในการเด้งกับสถานการณ์ประหลาดที่แต่งแต้มเข้ามา และเหมาะกับผู้ชมที่ชอบ ซีรีส์ประเภทย่อยกระชับจบไว

จนกระทั่งตอนที่ห้า Interloper ที่เนื้อเรื่องเริ่มมุ่งสู่เป้าหมายใหญ่ หลังจากข้ามกาแล็กซีกันมาห้าตอน ทั้งคู่ส่งมอบตู้คอนเทนเนอร์ปริศนาที่แบกมาตลอดทางที่สถานีอวกาศ L.A.W. และ Shrike ต้องเผชิญหน้ากับบุคคลจากอดีตของตัวเอง พร้อมกับตัวละครใหม่ที่เข้ามาพร้อมแผนการใหญ่และบททดสอบความสัมพันธ์ของคู่หู จุดนี้เองที่ทำให้ซีรีส์หลุดจากความรู้สึกเป็นงานจ้างต่อเนื่อง และดันให้มายธอโลจีกลายเป็นแกนสำคัญของเรื่อง เต็มไปด้วยปมให้คลี่คลายและเดิมพันที่ใหญ่ขึ้น ซึ่งน่าติดตามมากพอจะทำให้ผู้ชมอยากได้ตอนต่อไปทันทีหลังจบ

Monkey Wrench Netflix #3

งานภาพคือหลักฐานการเติบโตที่ชัดเจนที่สุดของเรื่อง ตั้งแต่ตอนต้นที่ยังมีกลิ่นงานอินดี้เต็มตัว จนถึงตอนหลังที่ความทะเยอทะยานของแอนิเมชั่นเพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ตอนที่สี่ Plague Walker เดิมวางแผนด้วยการผลิตที่เรียบง่าย ถูกขยายเป็นตอนที่เคลื่อนไหวเต็มรูปแบบ ขณะที่เวอร์ชันบน Netflix ยังรีมาสเตอร์ตอนเดิมทั้งหมดพร้อมปรับระบบเสียงใหม่ ซึ่งพอไล่ชมตั้งแต่ตอนแรกจะเห็นระดับความเนียนที่ขยับขึ้นเรื่อย ๆ ส่วนเพลงประกอบร็อกของ Ockeroid คือฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยขับอารมณ์ซีนแอ็กชั่นให้ดูกว้างใหญ่เกินต้นทุนการผลิต

การพากย์เสียงเป็นอีกหนึ่งขุมทรัพย์ที่ทำให้ตัวละครมีชีวิต แจคอบ แบร์เรนส์ (Jacob Barrens) ให้เสียง Shrike ตามด้วยฌอง-ฟรองซัวส์ โดนัลด์สัน (Jean-Francois Donaldson) ในบท Beebs ส่วนคริส ซีโต (Chris Zito) ร่วมเสริมในบทสมทบ จุดแข็งคือการถ่ายทอดพลังของคู่หูที่ทั้งป่วนและเอ็นดู ตัวละครหลักทั้งสองมีบุคลิกเสียงชัดเจนจนผู้ชมคาดเดาปฏิกิริยาได้ แต่ก็ยังหาไอเดียใหม่ในการเล่นมุกคู่ได้ตลอด ความสัมพันธ์ของสองนักล่าค่าหัวทำให้แม้ภารกิจซ้ำซากยังดูไม่น่าเบื่อ

ด้วยความยาวรวมราวสองชั่วโมงยี่สิบนาทีจากห้าตอน ใช้เวลาชมไม่ถึงมื้อหนึ่งก็จบทั้งซีซั่น ระดับเรตติ้ง 13+ เหมาะกับผู้ชมทั่วไป และความเข้าอกเข้าใจง่ายของพล็อตทำให้รับชมแบบไม่ต้องโฟกัสหนักก็เพลิดเพลิน ส่วนใครที่ชื่นชอบ ซีรีส์ฝรั่งแนวแอนิเมชั่นผู้ใหญ่บนแพลตฟอร์มเดียวกัน อาจต่อด้วย Ricky Gervais Alley Cats ที่แลกเสน่ห์ต่างขั้วกัน แต่เก็บอารมณ์ตลกแบบไม่จริงจังไว้เหมือนกัน

Monkey Wrench เหมาะกับผู้ชมที่อยากดู แอนิเมชั่นผจญภัยแบบไม่จริงจัง ชอบคู่หูตลกที่มีเคมีเข้ากัน และเปิดใจกับงานอินดี้ที่เต็มไปด้วยหัวใจ แม้ภาพจะไม่เนียนกริบเท่างานสตูดิโอใหญ่ แต่เหมาะมากกับคนที่เบื่อแพตเทิร์นเดิม ๆ ส่วนผู้ชมที่ต้องการเรื่องราวเข้มข้นซับซ้อนหรืองานภาพสมบูรณ์แบบอาจรู้สึกว่าจังหวะการเล่ายังไม่ถึงใจ แนะนำเริ่มจากตอนแรก The Ghost Egg เพื่อวัดอารมณ์ก่อนตัดสินใจดูต่อ

  • ชื่อเรื่อง: Monkey Wrench
  • ประเภท: แอนิเมชั่น, ไซไฟ, ตลก, ผจญภัย
  • ปีที่เผยแพร่บน Netflix: 2022
  • จำนวนตอน: 5 ตอน ความยาวตอนละประมาณ 17-34 นาที
  • ผู้สร้าง: โจชัว พาลเมอร์ (Joshua Palmer) และแอชลีย์ พาลเมอร์ (Ashley Palmer)
  • นักพากย์นำ: แจคอบ แบร์เรนส์ (Jacob Barrens), ฌอง-ฟรองซัวส์ โดนัลด์สัน (Jean-Francois Donaldson), คริส ซีโต (Chris Zito)
  • เรตติ้ง: 13+
  • ช่องทางการรับชม: Netflix

ซีรีส์แอนิเมชั่นอินดี้ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของคู่หูนักล่าค่าหัวจอมป่วน

โครงเรื่อง - 7.8
การแสดง - 8.2
โปรดักชัน - 8.4
ความบันเทิง - 8.6
ความคุ้มค่าในการรับชม - 8.5

8.3

Monkey Wrench คือซีรีส์แอนิเมชั่นไซไฟอินดี้ที่เริ่มต้นจากเว็บซีรีส์อิสระของสองพี่น้องตระกูล Palmer ก่อนที่ Netflix จะหยิบมารีมาสเตอร์ภาพและเสียง เนื้อเรื่องพาสองนักล่าค่าหัวราคาถูก Shrike และ Beebs รับงานจ้างสารพัดข้ามกาแล็กซี จุดแข็งอยู่ที่เคมีคู่หู การออกแบบโลกกว้างใหญ่ และอารมณ์ขันหลวม ๆ ที่เข้ากับตัวละคร แต่จังหวะการเล่าที่ไม่สม่ำเสมอและมายธอโลจีที่เพิ่งเริ่มขยายทำให้ความประทับใจไม่เต็มร้อย ด้วยความยาวห้าตอนใช้เวลาชมไม่นาน เหมาะกับผู้ชมที่ชอบงานทำมือแบบมีหัวใจ

User Rating: Be the first one !
ไม่อยากพลาดบทความใหม่จาก NaniTalk
เพิ่มเว็บไซต์นี้เป็นแหล่งข้อมูลที่ชื่นชอบบน Google เพื่อให้มีโอกาสเห็นเนื้อหาจากเรามากขึ้น
First air
2022-07-17
Seasons
1
Episodes
6
Status
Returning Series
TV Series แอนนิเมชั่น จิตนิมิตแนววิทยาศาสตร์ บู๊, ผจญภัย กำลังออกอากาศ
2022 1 ซีซัน 6 ตอน
TMDB 8 /10

ก๊วนนักล่าค่าหัวสุดป่วนบุกตะลุยล่าเหล่าร้ายข้ามกาแล็กซี แม้ว่าแก๊งนี้จะไม่ใช่ฮีโร่ในฝันของใคร แต่ก็ยังพอถูไถแหละน่า

Stream on


นักแสดงนำ

Jacob Barrens Jacob Barrens Shrike Sanchez (voice)
Jean-Francois Donaldson Jean-Francois Donaldson Beebs (voice)

กดเพื่ออ่านต่อ

PhiRa W.

เป็นนักเขียนอิสระที่หลงใหลในสื่อบันเทิงทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ ซีรีส์ วาไรตี้ และสารคดี ผมชอบที่จะวิเคราะห์และถอดรหัสเนื้อหาเหล่านั้นออกมาในรูปแบบของรีวิวที่เข้าใจง่ายและสนุกสนาน เพื่อแบ่งปันมุมมองและประสบการณ์ให้กับผู้อ่าน

บทความที่เกี่ยวข้อง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Back to top button