รีวิวหนังฝรั่ง

[รีวิว-เรื่องย่อ] WALL·E (2008) มาสเตอร์พีซแอนิเมชันที่ไม่มีวันเก่า

  • หนังแอนิเมชันที่แทบไม่ใช้บทสนทนาในช่วงแรก แต่เล่าเรื่องด้วยภาพและเสียงได้ทรงพลังอย่างเหลือเชื่อ
  • การเสียดสีสังคมบริโภคนิยมและการพึ่งพาเทคโนโลยี AI ที่ยิ่งทวีความเฉียบคมขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป
  • เคมีระหว่าง WALL·E และ EVE คือหัวใจของเรื่อง อบอุ่นและจริงใจเกินกว่าจะเชื่อว่าเป็นหุ่นยนต์
  • เหมาะกับทุกเพศทุกวัย และเป็นหนึ่งใน หนังฝรั่ง ที่ดูซ้ำกี่ครั้งก็ยังคงทรงพลัง

เคยสงสัยไหมว่าหนังแอนิเมชันหนึ่งเรื่องจะอยู่เหนือกาลเวลาได้อย่างไร คำตอบซ่อนอยู่ในหนังเรื่องหนึ่งจากพิกซาร์ที่ออกฉายเมื่อปี 2008 และยังคงถูกพูดถึงในฐานะงานชิ้นเอกของวงการจนถึงทุกวันนี้ WALL·E ไม่ใช่แค่หนังการ์ตูนเด็ก แต่คือกระจกสะท้อนสังคมที่เฉียบคม ห่อหุ้มด้วยงานภาพระดับสุดยอดและหัวใจที่เต้นแรงของหุ่นยนต์สองตัว

700 ปีหลังจากมนุษยชาติหนีออกจากโลกที่ถูกขยะท่วมท้นด้วยแผน 5 ปีที่ยืดเยื้อจนกลายเป็นหลายศตวรรษ หุ่นยนต์เก็บขยะชื่อ WALL·E ยังคงทำงานเดิมของมันบนดาวเคราะห์ที่ไร้สิ่งมีชีวิต วันแล้ววันเล่าที่มันบดอัดขยะให้เป็นก้อนสี่เหลี่ยม และเก็บสะสมสิ่งของที่มนุษย์ยุคก่อนทิ้งไว้เบื้องหลัง ท่ามกลางซากปรักหักพังของอารยธรรมที่ล่มสลายด้วยมือของตัวเอง

แล้ว EVE ก็มาถึง หุ่นยนต์สีขาวล้ำยุคที่ถูกส่งลงมาจากอวกาศเพื่อค้นหาร่องรอยของสิ่งมีชีวิตบนโลก การพบกันของหุ่นยนต์สองตัวนี้ไม่เพียงเปลี่ยนชีวิตของพวกมัน แต่ยังเขย่าอนาคตของมนุษยชาติทั้งหมด ภายใต้การกำกับของ แอนดรูว์ สแตนตัน (Andrew Stanton) WALL·E กลายเป็น รีวิวหนัง-ซีรีส์ ที่นักวิจารณ์และผู้ชมทั่วโลกยกย่องให้เป็นจุดสูงสุดของพิกซาร์

องก์แรกของ WALL·E คือตำราเรียนเรื่องการเล่าเรื่องด้วยภาพที่แทบไม่ต้องใช้บทสนทนาเลย หนังพาเข้าไปในโลกของหุ่นยนต์ตัวน้อยที่วิ่งไปมาบนถนนรกร้างของเมืองที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง ป้ายโฆษณา Buy n Large ขนาดมหึมายังคงตั้งตระหง่าน เป็นอนุสรณ์ของทุนนิยมที่เคยกินไม่เลือก

สิ่งที่แอนิเมเตอร์ของพิกซาร์ทำกับ WALL·E คือเวทมนตร์ของภาพยนตร์อย่างแท้จริง แม้จะเป็นแค่หุ่นยนต์ที่มีดวงตากล้องสองข้าง แต่ภาษากายที่ถูกสร้างขึ้นอย่างประณีตกลับสื่อสารอารมณ์ได้ลึกซึ้งกว่าตัวละครมนุษย์ในหนังหลายเรื่อง ความเหงาเมื่อดูหนังรักเก่า ๆ คนเดียว ความตื่นเต้นเมื่อพบของเล่นแปลกใหม่ และความหวาดกลัวเมื่อเจอสิ่งที่ไม่รู้จัก ทั้งหมดนี้แสดงออกผ่านการเคลื่อนไหวของหุ่นยนต์เหล็กที่ไร้ใบหน้า

นี่คือสิ่งที่ทำให้หลายคนยกให้องก์แรกของ WALL·E เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์แอนิเมชัน ไม่ใช่เพราะมันหวือหวาหรือเต็มไปด้วยฉากแอ็คชั่น แต่เพราะมันพิสูจน์ว่าหัวใจของการเล่าเรื่องไม่ใช่คำพูด แต่อยู่ที่ความสามารถในการทำให้คนดูรู้สึก

เมื่อ EVE ปรากฏตัวบนโลก มันนำพาความหวังสำหรับอนาคตที่สดใสกว่ามาด้วย แต่ในทางกลับกัน มันก็คือตัวแทนของเทคโนโลยีขั้นสูงที่เย็นชาและไร้อารมณ์ในตอนแรก ความสัมพันธ์ระหว่าง WALL·E และ EVE เริ่มต้นจากความต่างสุดขั้ว หุ่นยนต์เก่าเก็บที่เก้กังและอ่อนไหว กับหุ่นยนต์รุ่นใหม่ที่ล้ำยุคและเย็นชา

การที่หนังค่อย ๆ คลี่คลายให้ EVE เปิดใจรับ WALL·E คือหนึ่งในเส้นเรื่องความรักที่น่าประทับใจที่สุดในแวดวง แนะนำหนัง ไซไฟ ความพยายามของ WALL·E ในการปกป้องต้นกล้าที่ EVE ถูกโปรแกรมให้ตามหา และการที่ EVE ค้นพบว่ามีสิ่งที่มีค่ามากกว่าภารกิจของตัวเอง ทั้งหมดนี้ถูกเล่าผ่านแอนิเมชันที่ใส่ใจทุกรายละเอียด

แอนดรูว์ สแตนตันเคยให้สัมภาษณ์ว่าหัวใจของ WALL·E คือ “ความรักที่ไม่ต้องการคำพูด” และหนังก็พิสูจน์จุดนั้นได้อย่างไร้ที่ติ เสียงบี๊บและเสียงกลไกของ WALL·E ที่ถูกออกแบบโดย เบน เบิร์ตต์ (Ben Burtt) ตำนานนักออกแบบเสียงของสตาร์ วอร์ส กลายเป็นภาษาที่ผู้ชมเข้าใจได้โดยไม่ต้องมีซับไตเติ้ล

ตอนที่ WALL·E เข้าฉายในปี 2008 สิ่งที่คนดูเห็นคือหนังที่วิจารณ์บรรษัทยักษ์ใหญ่ที่ทำให้มนุษย์บริโภคโดยไม่คิด แต่วันนี้ เมื่อมองย้อนกลับไป สารที่สองของหนังกลับเด่นชัดกว่าเดิม นั่นคือคำเตือนเกี่ยวกับการปล่อยให้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ตัดสินอนาคตของมนุษยชาติ

ชีวิตบนยาน Axiom ที่มนุษย์ทุกคนนั่งอยู่บนเก้าอี้ลอยตัว จ้องจอตรงหน้า และให้ AI ตัดสินใจทุกอย่างแทน ไม่ใช่ภาพล้อเลียนอีกต่อไป มันคือคำทำนายที่น่าขนลุก

มนุษย์บนยาน Axiom กลายเป็นก้อนเนื้อที่ไร้ประโยชน์ ถูกป้อนทุกอย่างโดยระบบอัตโนมัติจนลืมแม้กระทั่งวิธีเดิน แต่จุดที่หนังมองโลกในแง่ดีคือเมื่อพวกเขา “ลืมตาตื่น” และเลือกที่จะกลับมาเผชิญความจริง ต่อให้มันหมายถึงการละทิ้งความสะดวกสบายที่เคยมี

ถึงกระนั้น WALL·E ก็ไม่เคยเป็นหนังที่เทศนาหรือทำตัวเหนือกว่าคนดู มันยังคงเป็นหนังครอบครัวที่หัวใจหลักคือการมอบช่วงเวลาดี ๆ ให้กับผู้ชม เพียงแต่ระหว่างทาง มันอดไม่ได้ที่จะตั้งคำถามที่ใหญ่กว่านั้น และนั่นคือเหตุผลที่หนังเรื่องนี้ถูกจัดให้อยู่ในลิสต์ ดูอะไรดี มาอย่างยาวนาน

WALL·E เป็นหนังไซไฟที่เปี่ยมด้วยความหวังอย่างประหลาด ต่อให้โลกจะถูกทำลายด้วยขยะ ต่อให้มนุษยชาติจะเสื่อมถอยจนเดินไม่ไหว หนังยังคงเชื่อว่าเราสามารถลุกขึ้นมาทำความสะอาดความผิดพลาดของตัวเองได้เสมอ มันคือตำนานการเกิดใหม่ (Renaissance) ที่ต้องแลกด้วยราคาของความสะดวกสบาย

นี่คือเสน่ห์ของพิกซาร์ในช่วงที่ดีที่สุดของสตูดิโอ การเล่าเรื่องที่ซับซ้อนพอสำหรับผู้ใหญ่ แต่ยังคงเต็มไปด้วยความสนุกและตัวละครน่ารักสำหรับเด็ก WALL·E เดินบนเส้นเชือกเส้นนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ และการที่หนังคว้ารางวัลออสการ์สาขาแอนิเมชันยอดเยี่ยมประจำปี 2009 ก็เป็นเครื่องยืนยันชั้นดี

สำหรับใครที่ชื่นชอบหนังไซไฟที่มีชั้นเชิงมากกว่าแค่การยิงเลเซอร์ใส่กัน WALL·E คือเครื่องพิสูจน์ว่าแอนิเมชันสามารถเป็นพาหนะของไอเดียที่ยิ่งใหญ่ได้ไม่แพ้หนังคนแสดงเรื่องไหน ๆ เช่นเดียวกับที่ Jupiter Ascending (2015) พยายามจะเป็น แต่ WALL·E ทำสำเร็จด้วยความเรียบง่ายที่เหนือชั้น

WALL·E คือหนึ่งในหนังแอนิเมชันไม่กี่เรื่องที่สามารถเรียกได้ว่า “สมบูรณ์แบบ” โดยไม่เป็นการโอเว่อร์ มันคือการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างงานภาพระดับปฏิวัติวงการ การเล่าเรื่องที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง เสียงและดนตรีประกอบที่ตราตรึง และสารที่ทั้งอบอุ่นและแหลมคมในเวลาเดียวกัน 17 ปีผ่านไป หนังเรื่องนี้ไม่ได้แค่ “ยังดูดี” แต่มันกลับดูดีขึ้นเมื่อโลกภายนอกเดินเข้าใกล้สิ่งที่หนังเคยเตือนไว้มากขึ้นทุกที เหมาะกับแฟนแอนิเมชันทุกวัย ครอบครัวที่อยากดูอะไรดี ๆ ด้วยกัน และใครก็ตามที่อยากเห็นตัวอย่างของหนังที่พิสูจน์ว่า หัวใจสำคัญของการเล่าเรื่องคือการทำให้คนดูรู้สึก ไม่ใช่การบอกให้เขาคิด

หนังแอนิเมชันที่สอนมนุษย์ผ่านหุ่นยนต์ไร้เสียงพูด

โครงเรื่อง - 9.3
การแสดง (เสียงพากย์และแอนิเมชัน) - 9.6
โปรดักชัน - 9.8
ความบันเทิง - 9.2
ความคุ้มค่าในการรับชม - 9.5

9.5

WALL·E คือจุดสูงสุดของพิกซาร์ในยุคที่สตูดิโอแห่งนี้กำลังสร้างงานอย่างไร้ที่ติ หนังเล่าเรื่องของหุ่นยนต์เก็บขยะตัวเล็กที่ถูกทิ้งไว้บนโลกหลังมนุษย์อพยพหนีขยะล้นโลก การมาถึงของ EVE หุ่นยนต์ค้นหาสิ่งมีชีวิต ทำให้การเดินทางของหุ่นยนต์สองตัวนี้กลายเป็นเรื่องราวรักไซไฟที่อบอุ่นหัวใจ งานภาพยังคงสวยงามน่าทึ่งแม้เวลาผ่านไปเกือบสองทศวรรษ และสารที่หนังอยากสื่อเกี่ยวกับการบริโภคนิยมและปัญญาประดิษฐ์กลับยิ่งทวีความเข้มข้นขึ้นตามกาลเวลา

User Rating: Be the first one !
Released
2008-06-26
Runtime
98 min
Status
Released
Movie แอนนิเมชั่น ครอบครัว นิยายวิทยาศาสตร์ Released
IMDb Rating 8.4 /10
Metascore 95 /100
Tomatometer 95 %

“วอลล์ – อี” หุ่นยนตร์ตัวสุดท้ายที่ถูกทิ้งไว้บนโลก 700 ปี ที่โลกเต็มไปด้วยขยะมากมาย จนมนุษย์ต้องอพยพไปอยู่ในอวกาศในทุกๆวัน “วอลล์ – อี” ต้องทำหน้าที่เก็บกวาดขยะตามที่ได้ถูกตั้งโปรแกรมไว้จนกระทั่งการมาถึงของ “อีฟ” หุ่นยนตร์สาวสุดวาววับแสนไฮ-เทค ที่จะทำให้ชีวิตอันแสนจะธรรมดาของเขาเปลี่ยนไป “อีฟ” เป็นหุ่นยนตร์ที่ถูกมนุษย์ส่งมาเพื่อตรวจสอบสัญญาณของสิ่งมีชีวิตเพื่อพวก ดูหนัง wall-e hd เขาจะสามารถกลับมาอยู่บนโลกได้อีกครั้ง เมื่อ “วอลล์ – อี” เจอกับ “อีฟ” เข้าก็ตกหลุมรักเธอแต่แล้ว “อีฟ” ก็มีเหตุต้องถูกเรียกตัวกลับสู่อวกาศอีกครั้ง และนั้นก็คือจุดเริ่มต้นของการผจญภัยสู่อวกาศ ครั้งแรกของ “วอลล์ – อี” เขาต้องทิ้งโลกใบเดียวที่เขามีเพื่อตามหาสิ่งที่เขารักมากที่สุดกลับมา

Stream on


นักแสดงนำ

Ben Burtt Ben Burtt WALL·E / M-O (voice)
Elissa Knight Elissa Knight EVE (voice)
Jeff Garlin Jeff Garlin Captain (voice)
Fred Willard Fred Willard Shelby Forthright, BnL CEO
John Ratzenberger John Ratzenberger John (voice)
Kathy Najimy Kathy Najimy Mary (voice)
Sigourney Weaver Sigourney Weaver Ship's Computer (voice)
Lori Alan Lori Alan Additional Voices (voice)

กดเพื่ออ่านต่อ

PhiRa W.

เป็นนักเขียนอิสระที่หลงใหลในสื่อบันเทิงทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ ซีรีส์ วาไรตี้ และสารคดี ผมชอบที่จะวิเคราะห์และถอดรหัสเนื้อหาเหล่านั้นออกมาในรูปแบบของรีวิวที่เข้าใจง่ายและสนุกสนาน เพื่อแบ่งปันมุมมองและประสบการณ์ให้กับผู้อ่าน

บทความที่เกี่ยวข้อง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Back to top button