รีวิวอนิเมะ

[รีวิว-เรื่องย่อ] I Want to End This Love Game (2026)

  • อนิเมะดัดแปลงจากมังงะเว็บของ ยูกิ โดโมโตะ ที่ลงใน Sunday Webry ตั้งแต่ปี 2564 ผลิตโดย Felix Film
  • พล็อตหลักคือเกมพูด “รักนะ” ล้อกันระหว่างสองเพื่อนวัยเด็ก ที่ต่างรู้ดีว่าความรู้สึกจริงๆ เริ่มผลิบานแล้ว
  • งานภาพโดยรวมไม่โดดเด่น มีจุดที่ใช้ CG แทนสุดหางตาในหลายฉาก
  • เหมาะกับคนที่ชอบอนิเมะโรแมนติกดูสบาย ไม่ซับซ้อน แต่ถ้าหวังสูตรใหม่อาจผิดหวัง

เวลาพูดถึงอนิเมะโรแมนติกแนวเพื่อนวัยเด็กโตมาเป็นคู่รัก ก็แทบจะจินตนาการออกว่าเนื้อเรื่องจะออกมาทิศทางไหน แต่ I Want to End This Love Game เลือกใช้กลไกที่น่าสนใจกว่าค่าเฉลี่ย ด้วยการวางให้ตัวละครทั้งคู่ต่างรู้ว่าอีกฝ่ายชอบตัวเอง แล้วยังดันดื้อเล่นเกมนี้ต่อไปโดยไม่ยอมยกธงขาวก่อน กลายเป็นจุดสตาร์ทที่ดูน่าติดตามในตอนแรก อนิเมะออกอากาศเมื่อวันที่ 14 เมษายน 2569 บน Tokyo MX และสตรีมบน Crunchyroll ในช่วง ฤดูใบไม้ผลิ 2026 ซึ่งเต็มไปด้วยอนิเมะโรแมนติกแข่งขันกันหลายเรื่อง

สิ่งที่ดึงดูดในตอนแรกคือความที่ตัวละครทั้งสองไม่ได้หลอกตัวเอง ยูกิยะและมิกุรู้ทั้งคู่ว่ากำลังตกหลุมรักกัน แต่กลับเลือกซ่อนความจริงนั้นไว้หลังเกมที่ทั้งคู่เริ่มเล่นกันมาตั้งแต่ป. 6 ความตึงเครียดจึงไม่ได้มาจากการไม่รู้ว่าสุดท้ายจะจบยังไง แต่อยู่ที่ว่าใครจะยอมพ่ายแพ้ก่อน นี่คือพล็อตสำรองที่อาจทำให้อนิเมะเรื่องนี้แตกต่างจากสูตรมาตรฐาน หากสคริปต์รู้จักนำไปใช้ได้อย่างเต็มศักยภาพ

ยูกิยะ อาซากิ และ มิกุ ซากุระ เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่วัยประถม ทั้งคู่เริ่มเล่นเกมแบบง่ายๆ คือพูดคำว่า “รักนะ” ใส่กัน แล้วใครเก้อก็แพ้ เกมนี้เริ่มต้นจากความตลก แต่พอขึ้นมัธยมปลาย ความรู้สึกที่ซุกซ่อนไว้ก็เริ่มหนักเกินกว่าจะแกล้งทำเป็นว่าไม่มี เรื่องของทั้งคู่จึงกลายเป็นการแข่งขันว่าใครจะยอมจบเกมและสารภาพก่อน มังงะต้นฉบับเขียนโดย ยูกิ โดโมโตะ ลงใน Sunday Webry ของ Shogakukan มาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2564 รวมแล้ว 7 เล่มในญี่ปุ่น

I Want to End This Love Game #1

ความชาญฉลาดของพล็อตอยู่ที่การที่ตัวละครทั้งสองไม่ได้ถูกเขียนให้ “ไม่รู้ตัว” แบบอนิเมะโรแมนติกหลายเรื่อง ยูกิยะรู้ว่าตัวเองชอบมิกุ มิกุก็รู้เช่นกันในทางกลับกัน แต่สิ่งที่ผูกทั้งคู่ไว้ด้วยกันคือตัวเกมนี้เอง เป็นทั้งสะพานเชื่อมและกำแพงขวางพร้อมกัน ยูกิยะถึงขั้นหมั่นอ่าน มังงะโชโจ เพื่อศึกษาว่าต้องทำตัวโรแมนติกยังไง ซึ่งเป็นมุมที่น่ารักและทำให้ตัวละครมีมิติบ้างในระดับหนึ่ง แม้โดยรวมบุคลิกของทั้งคู่ยังไม่ได้ลึกพอที่จะทำให้รู้สึกอินเข้าไปอย่างเต็มที่

Felix Film เป็นสตูดิโอที่คุ้นเคยกับอนิเมะโรแมนติก เคยทำ Aharen-san wa Hakarenai และ Reincarnated as a Sword มาก่อน แต่งานภาพของ I Want to End This Love Game ยังไม่ถึงขั้นโดดเด่น โทนสีโดยรวมค่อนข้างหม่นและหลายฉากมีการตัดไปใช้ โมเดล CG ในมุมที่มีการเอียงกล้องเพียงเล็กน้อย ซึ่งสร้างความขัดกันพอสมควร ดีไซน์ตัวละครอยู่ในระดับกลาง ไม่มีจุดไหนที่ทำให้ต้องหยุดร้องว้าว กำกับโดย อาซุมะ ทานิ ที่เคยทำ Thermae Romae และ Waka Okami wa Shōgakusei! มาก่อน

หนึ่งในจุดที่น่าพอใจที่สุดคืองานพากย์ ไคโต อิชิกาวะ รับบทยูกิยะ ด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นแต่มีช่องว่างให้ตัวละครแสดงความเขินอย่างเป็นธรรมชาติ ส่วน มิกุ อิโต ที่เคยรับบทมิกุใน The Quintessential Quintuplets มาแล้ว นำพลังงานร่าเริงและความมั่นใจมาใส่ในตัวมิกุ ซากุระได้อย่างเหมาะเจาะ ทั้งคู่สื่อสารเคมีระหว่างกันได้ผ่านเสียงอย่างมีชีวิตชีวา แม้บทจะยังไม่ได้ให้โอกาสทั้งคู่แสดงออกอย่างเต็มที่

เพลงเปิด “Kimi no Sei de Aishiteru (君のせいで愛してる)” แปลว่า “ที่รักนะเพราะเธอ” ขับร้องโดย CHiCO with HoneyWorks ฟังแล้วเข้ากับบรรยากาศโรแมนติกคอมเมดี้วัยมัธยมได้ดี ส่วนเพลงปิด “Little World” โดย PompadollS ให้ความรู้สึกอบอุ่นและเป็นกันเอง ดนตรีประกอบทั้งหมดวางเครดิตให้ อากิโตะ มัตสึดะ ที่เคยทำ Sound! Euphonium และ Non Non Biyori มาก่อน

I Want to End This Love Game #2

ซีซัน Spring 2026 มีอนิเมะโรแมนติกออกมาหลายเรื่องพร้อมกัน ถ้าเปรียบกันตรงๆ I Want to End This Love Game อาจไม่ใช่ตัวเลือกแรกที่ควรหยิบมาดู อย่าง I Made Friends with the Second Prettiest Girl in My Class หรือ Gals Can’t Be Kind to Otaku?! ต่างมีจุดเด่นในการขยายความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครที่ชัดเจนกว่า สำหรับคนที่ชอบอนิเมะในแนวนี้ หรืออยากสำรวจว่า Spring 2026 มีอะไรน่าดูบ้าง ลองดู อนิเมะโรแมนติกที่ดีที่สุด เป็นจุดเริ่มต้นก็ได้

สิ่งที่ I Want to End This Love Game ต่างออกไปคือการที่ตัวละครไม่ได้แกล้งทำเป็นไม่รู้ตัว ซึ่งเป็นพื้นที่ที่หายากในแนวนี้ แต่ถ้าหากสคริปต์ไม่ดึงข้อได้เปรียบนั้นออกมาใช้อย่างฉลาดพอ ความน่าสนใจในจุดนั้นก็จะค่อยๆ จางลงเมื่อเรื่องดำเนินต่อไป

I Want to End This Love Game ไม่ใช่อนิเมะที่แย่ และกิมมิก “เกมรัก” ก็มีศักยภาพมากกว่าพล็อตสองคนตกหลุมรักกันแบบเดิมๆ แต่ตอนแรกยังไม่แสดงให้เห็นว่าสตูดิโอและทีมเขียนบทตั้งใจจะขุดเอาจุดนั้นมาใช้อย่างจริงจัง ถ้าอยากดูอนิเมะที่ยังไม่ออกอากาศครบ ก็อาจรอให้จบซีซันก่อนแล้วค่อยมาบิ้นจบก็ยังได้ แต่ถ้าชอบแนวเพื่อนวัยเด็กโรแมนติกและยอมรับได้กับงานภาพที่ไม่โดดเด่น เรื่องนี้ก็ถือว่าผ่านได้สบายๆ ลองดูตอนแรกแล้วตัดสินใจเอง แล้วมาแชร์ความคิดเห็นกันในคอมเมนต์ว่าทีมไหนอยู่ฝ่ายยูกิยะหรือฝ่ายมิกุ

  • ชื่อเรื่องในภาษาไทย: เกมสารภาพรักนี้น่ะ เรามาจบกันเถอะ
  • ชื่อเรื่องภาษาญี่ปุ่น: 愛してるゲームを終わらせたい (Aishiteru Gēmu o Owarasetai)
  • ประเภท: โรแมนติก, คอมเมดี้, School Life
  • ต้นฉบับ: มังงะโดย ยูกิ โดโมโตะ ลงใน Sunday Webry ของ Shogakukan ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2564
  • วันที่ออกอากาศ: 14 เมษายน 2569 ทาง Tokyo MX
  • นักพากย์นำ: ไคโต อิชิกาวะ (Kaito Ishikawa) รับบทยูกิยะ อาซากิ และ มิกุ อิโต (Miku Itō) รับบทมิกุ ซากุระ
  • ผู้กำกับ: อาซุมะ ทานิ (Azuma Tani)
  • สตูดิโอ: Felix Film
  • ดนตรีประกอบ: อากิโตะ มัตสึดะ (Akito Matsuda)
  • เพลงเปิด: “Kimi no Sei de Aishiteru” โดย CHiCO with HoneyWorks
  • เพลงปิด: “Little World” โดย PompadollS
  • ช่องทางรับชม: iQIYI Crunchyroll

เกมรักที่ยังไม่ยอมจบ ดูสบายแต่ขาดประกายชัดเจน

โครงเรื่อง - 6.5
การแสดง - 7.2
โปรดักชัน - 5.8
ความบันเทิง - 6.8
ความคุ้มค่าในการรับชม - 6.3

6.5

I Want to End This Love Game คืออนิเมะโรแมนติกที่ทำสิ่งที่สัญญาได้ครบ ตัวละครน่ารัก กิมมิกเกมรักน่าติดตาม และตอนแรกเดินเรื่องได้ฉลาดพอสมควร แต่เมื่อเทียบกับอนิเมะโรแมนติกในซีซันเดียวกัน ทั้งงานภาพที่ไม่ค่อยสดใสและตัวละครที่ยังขาดความลึกบางมิติ ทำให้อนิเมะเรื่องนี้อยู่ในโซน "ดูเพลินแต่ไม่จำเป็นต้องติดตามสด" มากกว่าจะเป็นไฮไลต์ของฤดูกาล

User Rating: Be the first one !
เกมสารภาพรักนี้น่ะ เรามาจบกันเถอะ
7.2
TV Series ตลก แอนนิเมชั่น กำลังออกอากาศ
2026 1 ซีซัน 12 ตอน
7.2 /10 TMDB

ยูกิยะ และ มิคุ เพื่อนวัยเด็กที่สนใจอีกฝ่ายมานานแต่ไม่กล้าบอกรัก จึงคิด “เกมบอกรัก” ใครเขินจนหน้าแดงก่อนจะเป็นฝ่ายแพ้ เล่นด้วยกันตั้งแต่ป.6 จนขึ้นมัธยมปลายก็ยังคงบอกรักกันจนเป็นเรื่องปกติ เมื่อต้องการสารภาพความในใจจริงๆ ที่ไม่ใช่เกม กลับไม่ง่ายอย่างที่คิด


นักแสดง

ไคโตะ อิชิกาวะ ไคโตะ อิชิกาวะ Yukiya Asagi (voice)
มิกุ อิโต มิกุ อิโต Miku Sakura (voice)
วากานะ มารูโอกะ วากานะ มารูโอกะ Wakana Asagi (voice)
ยูอิ โองูระ ยูอิ โองูระ Hinako Hanaba (voice)
คาเอเดะ ฮนโดะ คาเอเดะ ฮนโดะ Natsuki Moegi (voice)

กดเพื่ออ่านต่อ

PhiRa W.

เป็นนักเขียนอิสระที่หลงใหลในสื่อบันเทิงทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ ซีรีส์ วาไรตี้ และสารคดี ผมชอบที่จะวิเคราะห์และถอดรหัสเนื้อหาเหล่านั้นออกมาในรูปแบบของรีวิวที่เข้าใจง่ายและสนุกสนาน เพื่อแบ่งปันมุมมองและประสบการณ์ให้กับผู้อ่าน

บทความที่เกี่ยวข้อง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Back to top button