รีวิวหนังฝรั่ง

[รีวิว-เรื่องย่อ] The Odyssey (2026) มหากาพย์ IMAX ล้วนเรื่องแรกของโนแลน

  • The Odyssey คือ หนัง เรื่องแรกของโลกที่ถ่ายทำด้วยกล้อง IMAX 70mm ทั้งหมดทั้งเรื่อง ด้วยทุนสร้าง 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • แมตต์ เดมอน ในบทโอดิสซิอุสถ่ายทอดความบอบช้ำทางใจของนักรบผู้สูญเสียทุกอย่างระหว่างทางกลับบ้านได้ลึกซึ้งเกินกว่าบทแอคชั่นฮีโร่ทั่วไป
  • การเดินเรื่องแบบแยกตอนตามต้นฉบับทำให้บางช่วงอืดอาด โดยเฉพาะซีนบนเกาะของคาลิปโซ แต่ทุกครั้งที่หนังจุดเครื่องติด มันคือประสบการณ์ที่สะเทือนทั้งตาและหู
  • ฉากไคลแมกซ์ในวังที่อิธากาคือหนึ่งในซีเควนซ์แอคชั่นที่ออกแบบได้ดุดันและเฉียบคมที่สุดในผลงานของโนแลน บวกกับงานภาพของฮอยเตอ ฟาน ฮอยเตมา และดนตรีของลุดวิก กอแรนส์สัน

โฮเมอร์ เขียนมหากาพย์ โอดิสซี (Odyssey) ไว้เมื่อเกือบสามพันปีก่อน มันคือนิยามของ Hero’s Journey ต้นแบบการเล่าเรื่องที่วรรณกรรมและ หนัง ทุกเรื่องบนโลกนี้เป็นหนี้บุญคุณ ไม่ว่าจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม แต่ในทางตรงข้าม กลับไม่เคยมีภาพยนตร์เรื่องไหนที่ดัดแปลงมหากาพย์เรื่องนี้ออกมาแล้วได้รับการยอมรับว่า “ยอดเยี่ยม” อย่างไม่มีข้อกังขา จนกระทั่งคริสโตเฟอร์ โนแลน (Christopher Nolan) ผู้กำกับเจ้าของรางวัลออสการ์จาก Oppenheimer ตัดสินใจหยิบยกเอาวรรณกรรมกรีกโบราณชิ้นนี้มาเป็นผลงานลำดับที่สิบสามของเขา

การประกาศสร้าง The Odyssey ของโนแลนในเดือนธันวาคม 2024 สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่ววงการ ด้วยทุนสร้างมหาศาล 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และการตัดสินใจถ่ายทำทั้งเรื่องด้วยกล้อง IMAX 70mm เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์วงการ หนังฝรั่ง ผลลัพธ์ที่ออกมาคือภาพยนตร์ความยาว 2 ชั่วโมง 52 นาที ที่ทั้งยิ่งใหญ่ระดับเบนเฮอร์และเป็นส่วนตัวระดับงานอินดี้ไปพร้อมกัน

นักแสดงระดับ A-list แน่นจอจนแทบไม่น่าเชื่อ แมตต์ เดมอน (Matt Damon) สวมบทโอดิสซิอุส กษัตริย์นักรบผู้ชาญฉลาดที่ต้องใช้เวลาอีกสิบปีเดินทางกลับบ้านหลังสงครามกรุงทรอยสิ้นสุด ทอม ฮอลแลนด์ (Tom Holland) ที่แฟน ๆ รู้จักดีจาก ซีรีส์ฝรั่ง รับบทเทเลมาคัส ลูกชายที่เติบโตขึ้นท่ามกลางวิกฤตการเมืองในอิธากา แอนน์ แฮทธาเวย์ (Anne Hathaway) เป็นราชินีเพเนโลพีผู้เข้มแข็ง ซาแมนธา มอร์ตัน (Samantha Morton) ในบทเซอร์ซีแม่มดเจ้าเล่ห์ ขณะที่โรเบิร์ต แพตทินสัน (Robert Pattinson) สวมวิญญาณวายร้ายแอนตินัสจอมวางแผนได้อย่างน่าหมั่นไส้สุด ๆ ส่วนเซนดายา (Zendaya) ปรากฏตัวในบทอะธีนา เทพีแห่งปัญญาที่คอยนำทางและเฝ้ามองโอดิสซิอุสตลอดการเดินทาง

The Odyssey (2026) #1

โนแลนเลือกเปิดเรื่องที่อิธากา แทนที่จะเป็นสมรภูมิกรุงทรอย นี่คือการตัดสินใจที่ทั้งฉลาดและเสี่ยง ฉลาดเพราะมันทำให้คนดูรู้สึกผูกพันกับสถานการณ์ของเพเนโลพีและเทเลมาคัสตั้งแต่ต้น เสี่ยงเพราะโครงสร้างคู่ขนานระหว่างการเดินทางของพ่อและการตามหาของลูกชายไม่ได้สมดุลกันอย่างที่ควรจะเป็น

เดวิด รูนีย์ (David Rooney) นักวิจารณ์จาก The Hollywood Reporter ให้ความเห็นว่า

“ผู้เขียนบทและผู้กำกับไม่เคยหาจุดสมดุลระหว่างการเดินทางคู่ขนานของโอดิสซิอุสและเทเลมาคัสได้เลย ทำให้หนังรู้สึกงุ่มง่ามในเชิงโครงสร้าง”

โครงสร้างแบบแยกตอน (episodic) ตามต้นฉบับนี้เองที่ทำให้ The Odyssey ให้ความรู้สึกคล้าย ซีรีส์ มหากาพย์มากกว่าหนังฟอร์มยักษ์ทั่วไป แต่ละบทเปรียบเสมือนตอนหนึ่งของมหากาพย์ที่ถูกถ่ายทอดผ่านจังหวะของนักขับลำนำโบราณ

การเล่าเรื่องเริ่มต้นกลางเรื่อง (in medias res) แล้วค่อย ๆ เผยอดีตผ่านความทรงจำของโอดิสซิอุสที่กำลังหลงลืมตัวเองอยู่บนเกาะของคาลิปโซ (ชาร์ลีซ เธอรอน / Charlize Theron) นางอัปสรผู้ป้อนดอกบัวให้เขากินเพื่อลบความทรงจำอันเจ็บปวดและกักขังเขาไว้เป็นคนรักนานถึงเจ็ดปี ตรงนี้คือจุดที่หนังเสียจังหวะหนักที่สุด ซีนบนเกาะที่ควรจะเต็มไปด้วยความลึกลับและภวังค์ กลับกลายเป็นช่วงที่เนิบนาบจนแทบหยุดนิ่ง คล้ายกับฉากหลงทางของ ฌอน เพนน์ ใน The Tree of Life

แต่เมื่อถึงเวลาที่หนังจุดเครื่องติด มันคือการเดินทางที่สะเทือนอารมณ์และน่าตื่นตาตื่นใจอย่างที่สุด ไม่ว่าจะเป็นฉากหลบหนีออกจากถ้ำของโพลีฟีมัส (บิล เออร์วิน / Bill Irwin) ยักษ์ไซคลอปส์ตาเดียวบุตรแห่งโพไซดอน ที่ถ่ายทอดออกมาในโทนสยองขวัญกึ่งระทึกขวัญ ฉากที่ลูกเรือต้องแล่นเรือผ่านเกาะของไซเรนส์ที่ใช้เสียงเพลงล่อลวงกะลาสีให้แล่นเข้าหาความตาย โดยโอดิสซิอุสถูกมัดกับเสากระโดงเรือด้วยความทรมาน ไปจนถึงฉากเผชิญหน้ากับเซอร์ซี แม่มดผู้เปลี่ยนลูกเรือให้กลายเป็นหมูด้วยสตูว์ต้องคำสาป ที่ซาแมนธา มอร์ตัน แสดงออกมาด้วยความนิ่งสงบชวนขนลุกและท่าทีล่องลอยราวกับจิตหลุดจากโลกนี้

The Odyssey (2026) #2

ถ้าจะบอกว่า The Odyssey คือเวทีที่สร้างมาเพื่อให้แมตต์ เดมอนเปล่งประกายที่สุดในชีวิตการแสดงก็คงไม่เกินจริง หลังจากลดน้ำหนักเหลือ 167 ปอนด์ (ประมาณ 76 กิโลกรัม) และไว้เครายาวเต็มหน้าเป็นเวลาหนึ่งปีเต็มตามคำขอของโนแลนที่ปฏิเสธการใช้เคราเทียม เดมอนก็กลายร่างเป็นนักรบผู้ผ่านสมรภูมิสงครามและความสูญเสียมาอย่างโชกโชน

แต่สิ่งที่ทำให้บทโอดิสซิอุสของเขาแตกต่างจากบทบู๊ที่เคยรับมาก่อนหน้านี้ คือมิติของความรู้สึกผิดและความบอบช้ำทางจิตใจ โอดิสซิอุสในเวอร์ชันนี้ไม่ได้เป็นเพียงกษัตริย์นักรบผู้เก่งกาจ แต่คือชายคนหนึ่งที่ถูกหลอกหลอนด้วยภาพอดีตของลูกน้องที่จมน้ำตาย ของชาวเมืองทรอยผู้บริสุทธิ์ที่ถูกสังหารหมู่ในวิหารอะธีนา และที่สำคัญที่สุดคือภาพของไซนอน (เอลเลียต เพจ / Elliot Page) ลูกพี่ลูกน้องของเขาที่ต้องสละชีวิตในแผนม้าไม้แห่งกรุงทรอย

ฉากที่โอดิสซิอุสกลับถึงอิธากาในคราบขอทาน แล้วสนทนากับเพเนโลพีโดยไม่เปิดเผยตัวตน คือหนึ่งในฉากที่ทรงพลังที่สุดของหนัง เขาพูดถึงความผิดที่แบกรับ ถึงการละเมิดกฎของซุสด้วยแผนม้าไม้ และถึงช่วงเวลาที่เขาฆ่านักบวชหญิงของอะธีนาในวิหาร เดมอนถ่ายทอดช่วงเวลานี้ด้วยน้ำเสียงที่ทั้งอ่อนล้า ทั้งสำนึกผิด และทั้งปรารถนาที่จะได้รับการให้อภัย นี่คือการแสดงที่พาโอดิสซิอุสจากตำนานกรีกโบราณมาสู่ความเป็นมนุษย์ที่จับต้องได้

ในอีกฟากหนึ่ง แอนน์ แฮทธาเวย์ ก็ส่งไม้ต่อความแข็งแกร่งให้กับเพเนโลพีไม่แพ้กัน บทราชินีที่ต้องรับมือกับบรรดาชายฉกรรจ์ที่มายึดวังกินดื่มทุกคืนและรอวันให้นางยอมรับว่าสามีตายไปแล้ว แฮทธาเวย์สวมบทบาทด้วยความสง่างามและความเด็ดเดี่ยวที่ซ่อนความเปราะบางไว้ภายใน โดยเฉพาะซีนที่เพเนโลพีตอบโต้กับเหล่าผู้มาสู่ขอด้วยความเฉียบคมทางวาจา

ด้านนักแสดงสมทบที่ขโมยซีนได้อย่างไม่น่าเชื่อคือ จอห์น เลกีซาโม (John Leguizamo) ในบทยูเมอัส คนเลี้ยงหมูตาบอดผู้ภักดีต่อโอดิสซิอุส ทุกฉากที่มีเขาคือช่วงเวลาที่หนังเต็มไปด้วยหัวใจและความอบอุ่นท่ามกลางความโหดร้ายของยุคสมัย และโรเบิร์ต แพตทินสัน ผู้เปลี่ยนแอนตินัสจากตัวร้ายในตำราเรียนให้กลายเป็นวายร้ายที่ทั้งมีเสน่ห์และน่าชกต่อยไปพร้อมกัน แพตทินสันเปรียบเทียบคาแรกเตอร์นี้ว่า “คล้ายกับตัวละครของเจมส์ วูดส์ ในหนัง Casino” และต้องยอมรับว่าเขาใส่ความสกปรกทางศีลธรรมลงไปในทุกอากัปกิริยาของตัวละครนี้ได้อย่างถึงแก่น

The Odyssey (2026) #3

การถ่ายทำ The Odyssey เกิดขึ้นใน 7 ประเทศ ได้แก่ โมร็อกโก กรีซ อิตาลี สกอตแลนด์ ไอซ์แลนด์ เวสเทิร์นสะฮารา และมอลตา รวมถึงที่สตูดิโอของยูนิเวอร์แซลในลอสแอนเจลิส คริสโตเฟอร์ โนแลน และตากล้องคู่บุญ ฮอยเตอ ฟาน ฮอยเตมา (Hoyte van Hoytema) ใช้กล้อง IMAX 70mm ถ่ายทำทั้งเรื่องเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์แบบ narrative feature

ผลลัพธ์ที่ได้คืองานภาพที่ต้องดูในระบบ IMAX เท่านั้นถึงจะสัมผัสได้เต็มอรรถรส ภาพของเรือยาวที่แล่นฝ่ามหาสมุทรท่ามกลางพายุที่โพไซดอนบันดาล คือหนึ่งในภาพยนตร์ศาสตร์ที่สวยงามที่สุดในรอบหลายปี รูปทรงของม้าไม้แห่งกรุงทรอยที่ถูกเผยให้เห็นครึ่งหนึ่งฝังอยู่บนหาดทราย ราวกับเทพีเสรีภาพในตอนจบของ Planet of the Apes ภาคแรก คือภาพเปิดที่ทรงพลังและสื่อความหมายถึงอารยธรรมที่ล่มสลาย

โนแลนใช้กลยุทธ์ถ่ายทำทุกอย่างในกล้อง (in-camera) ให้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ หลีกเลี่ยงการใช้ CGI แบบเต็มรูปแบบ ตัวละครและสัตว์ประหลาดในตำนานอย่างโพลีฟีมัสถูกสร้างด้วยเทคนิค physical effect และ puppeteering ที่ให้สัมผัสแตกต่างจาก แอนิเมชั่น หรือ CGI ในหนังมหากาพย์ยุคใหม่โดยสิ้นเชิง ผลลัพธ์คือฉากแอคชั่นที่ให้ความรู้สึกถึงน้ำหนักและแรงปะทะอย่างแท้จริง โดยเฉพาะฉากต่อสู้ในวังช่วงไคลแมกซ์ที่ออกแบบท่าและจังหวะได้ราวกับการเต้นรำมรณะ ฟาน ฮอยเตมา และทีมงานสามารถทำให้พื้นที่จำกัดภายในวังกลายเป็นสนามรบที่กว้างใหญ่และบ้าคลั่งได้อย่างไม่น่าเชื่อ

เดวิด เฟียร์ (David Fear) จาก Rolling Stone วิจารณ์ว่า

“โนแลนและตากล้องเจ้าของรางวัลออสการ์ใช้ประโยชน์จากขนาดมหึมาของภาพ IMAX อย่างถึงที่สุด ทุกอย่างตั้งแต่ภาพในมุมแคบภายในม้าไม้ไปจนถึงเรือที่ถูกโจมตีด้วยความโกรธเกรี้ยวของโพไซดอนถูกขยายไปสู่สัดส่วนสูงสุด คนตัวเล็กในภูมิประเทศกว้างใหญ่เปลี่ยนพื้นที่ว่างเปล่าให้กลายเป็นกาแล็กซีแห่งความเวิ้งว้าง”

องค์ประกอบด้านโปรดักชันเดไซน์ของ รูธ เดอ ยอง (Ruth De Jong) สร้างเมืองทรอยได้อลังการสมจริงจนน่าทึ่ง งานวิจัยทางประวัติศาสตร์ในระดับที่เทียบเท่า สารคดี เชิงโบราณคดีถูกนำมาถักทอเข้ากับจินตนาการจากเทพปกรณัม ส่วนงานเครื่องแต่งกายของ เอลเลน มิโรจนิก (Ellen Mirojnick) ผสมผสานแรงบันดาลใจจากประวัติศาสตร์และเทพปกรณัมเข้าด้วยกันอย่างแนบเนียน ด้านดนตรีประกอบของ ลุดวิก กอแรนส์สัน (Ludwig Göransson) ที่เคยร่วมงานกับโนแลนใน Oppenheimer มาแล้ว ก็ทำหน้าที่ได้อย่างทรงพลังอีกครั้ง โดยเฉพาะช่วงที่ใช้กลองสงครามเป็นจังหวะหลัก สะท้อนภาพของสงครามที่เป็นทั้งเรื่องร่วมสมัยและเก่าแก่กว่าสามพันปี

The Odyssey (2026) #4

ไม่ใช่ทุกคนที่เห็นว่า The Odyssey คือผลงานชิ้นเอก และจุดที่ถูกวิจารณ์มากที่สุดมีอยู่สองสามประเด็นด้วยกัน

ประเด็นแรกคือการคัดเลือกนักแสดงที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่สอดคล้องกับชาติพันธุ์ของตัวละครกรีกโบราณ แต่เดวิด รูนีย์ จาก The Hollywood Reporter ก็ปกป้องการตัดสินใจนี้อย่างตรงไปตรงมาว่า “ในเมื่อไม่มีใครในเรื่องนี้เป็นคนกรีกหรือตุรกี การบ่นว่านักแสดงหนึ่งหรือสองคนเป็น ‘การจ้างแบบ DEI’ จึงเป็นเรื่องเหลวไหล”

ประเด็นที่สอง และมีน้ำหนักมากกว่า คือการที่โนแลนเลือกใช้บทสนทนาในโทนร่วมสมัย แทนที่จะใช้ภาษาแบบมหากาพย์คลาสสิก มีหลายจังหวะที่ตัวละครพูดจาราวกับอยู่ในศตวรรษที่ 21 อย่างเช่นตอนที่เพเนโลพีบอกกับบรรดาผู้มาสู่ขอว่า “ข้าฟังพวกเจ้าปาร์ตี้กันอยู่” หรือตอนที่เทเลมาคัสเรียกโอดิสซิอุสว่า “พ่อ” แบบภาษาพูดร่วมสมัย ซึ่งรูนีย์ก็ยอมรับว่าเขาถึงกับ “สะดุ้ง” กับบทสนทนาเหล่านี้

นอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่องทอม ฮอลแลนด์ ที่นักวิจารณ์หลายสำนักมองว่าไม่เหมาะกับบทเทเลมาคัส แม้จะพยายามใช้สำเนียงอเมริกัน แต่บุคลิกของเขากลับชวนให้นึกถึง “ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ในชุดกรีกโบราณ” มากกว่าองค์ชายผู้กำลังก้าวสู่วุฒิภาวะท่ามกลางวิกฤตการเมือง

อีกหนึ่งข้อสังเกตคือโนแลนข้ามเหตุการณ์สำคัญบางตอนจากมหากาพย์ต้นฉบับไปอย่างรวดเร็ว สัตว์ประหลาดหกหัวอย่างสกิลลา (Scylla) แทบจะปรากฏตัวแค่พริบตาเดียว และยักษ์กินคนเลสทรีโกเนียน (Laestrygonians) ก็บุกเข้ามาในเรื่องแบบไม่ทันตั้งตัว หากไม่ใช่คนที่เคยอ่านมหากาพย์โอดิสซีมาก่อน ก็อาจจะงุนงงว่าเกิดอะไรขึ้นกับฉากนั้น

แต่ถึงอย่างนั้น นักวิจารณ์ส่วนใหญ่ก็ยังคงมอง The Odyssey ในแง่บวกอย่างท่วมท้น ด้วยคะแนน Tomatometer 96% จาก 199 รีวิวบน Rotten Tomatoes และ Metascore 88 คะแนนจาก 54 รีวิวบน Metacritic ทำให้หนังเรื่องนี้จัดอยู่ในหมวด “Universal Acclaim” หรือได้รับคำชื่นชมอย่างเป็นเอกฉันท์

ในอีกด้านหนึ่ง แม้จะมีข้อวิจารณ์เรื่องโครงสร้าง แต่ฉากที่คนดูจะไม่มีวันลืมก็คือซีเควนซ์ของเซอร์ซี ซาแมนธา มอร์ตัน คือความสมบูรณ์แบบในบทแม่มดที่ทั้งเยือกเย็นและน่าสะพรึงกลัว การปะทะคารมระหว่างเธอกับโอดิสซิอุสคือหมากรุกทางวาจาที่ตราตรึงไม่แพ้ฉากแอคชั่นใหญ่ใด ๆ ในเรื่อง เป็นอีกครั้งที่โนแลนพิสูจน์ให้เห็นว่าตัวละครหญิงในหนังของเขาสามารถเป็นศูนย์กลางของความทรงจำได้โดยไม่จำเป็นต้องถือดาบ

The Odyssey (2026) #6

The Odyssey ไม่ใช่หนังที่ทุกคนจะรัก แต่มันคือภาพยนตร์ที่ทุกคนที่อ้างว่าชอบ “ประสบการณ์ในโรงภาพยนตร์” ควรไปพิสูจน์ด้วยตาตัวเองสักครั้ง ด้วยทุนสร้างระดับ 250 ล้านดอลลาร์ งานภาพ IMAX ที่ยังไม่มีหนังเรื่องไหนเทียบเท่า ดนตรีประกอบที่เขย่าจิตวิญญาณ และการแสดงของแมตต์ เดมอน ที่ควรค่าแก่การถูกบันทึกในประวัติศาสตร์อาชีพของเขา นี่คือหนังที่สร้างมาเพื่อจอใหญ่และระบบเสียงที่ดีที่สุดเท่านั้น หากพลาดการดูในโรงโดยเฉพาะระบบ IMAX ก็เท่ากับการดูเพียงครึ่งเดียวของสิ่งที่โนแลนและทีมงานตั้งใจนำเสนอ

เหมาะที่สุดกับแฟนพันธุ์แท้ของโนแลนที่พร้อมจะนั่งดูหนังสามชั่วโมงโดยไม่บ่น ผู้ที่หลงใหลในเทพปกรณัมกรีกที่ถูกตีความใหม่ในโทนสมจริง และใครก็ตามที่คิดถึงหนังมหากาพย์ฟอร์มยักษ์ที่ไม่ใช่หนังซูเปอร์ฮีโร่หรือไซไฟอวกาศ แต่สำหรับคนที่อิ่มตัวกับชื่อเสียงของโนแลน หรือคาดหวังหนังแอคชั่นที่เดินเรื่องรวดเร็วไม่หยุดพัก โครงสร้างแบบแยกตอนและความยาวเกือบสามชั่วโมงของ The Odyssey อาจเป็นการเดินทางที่ยาวนานเกินกว่าที่พร้อมจะแบกรับ

  • ชื่อเรื่องในภาษาไทย: มหากาพย์โอดิสซี
  • ประเภท: แอคชั่น, ผจญภัย, แฟนตาซี, ดราม่า
  • วันที่ออกฉาย: 17 กรกฎาคม 2569 (สหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร)
  • นักแสดงนำ: แมตต์ เดมอน (Matt Damon), ทอม ฮอลแลนด์ (Tom Holland), แอนน์ แฮทธาเวย์ (Anne Hathaway), โรเบิร์ต แพตทินสัน (Robert Pattinson), ลูพิตา ญองโก (Lupita Nyong’o), ซาแมนธา มอร์ตัน (Samantha Morton), จอห์น เลกีซาโม (John Leguizamo), เซนดายา (Zendaya), ชาร์ลีซ เธอรอน (Charlize Theron), จอน เบิร์นธัล (Jon Bernthal), ฮิเมช พาเทล (Himesh Patel), บิล เออร์วิน (Bill Irwin), เอลเลียต เพจ (Elliot Page), เบนนี เซฟดี (Benny Safdie), คอรีย์ ฮอว์กินส์ (Corey Hawkins), มีอา ก็อธ (Mia Goth)
  • ผู้กำกับ: คริสโตเฟอร์ โนแลน (Christopher Nolan)
  • บทภาพยนตร์: คริสโตเฟอร์ โนแลน (Christopher Nolan) ดัดแปลงจากมหากาพย์โอดิสซีของโฮเมอร์
  • ความยาว: 2 ชั่วโมง 52 นาที
  • เรตติ้ง: R (ความรุนแรงและภาษา)
  • คะแนน Tomatometer: 96%
  • คะแนน Metacritic: 88
  • ทุนสร้าง: 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

มหากาพย์โอดิสซีในมือโนแลน หนังที่ใช้กล้อง IMAX ทั้งเรื่องครั้งแรกของโลก

โครงเรื่อง - 8.2
การแสดง - 9.1
โปรดักชัน - 9.7
ความบันเทิง - 8.5
ความคุ้มค่าในการรับชม - 8.8

8.9

The Odyssey คือหนังมหากาพย์แฟนตาซีที่คริสโตเฟอร์ โนแลน เลือกหยิบวรรณกรรมกรีกโบราณของโฮเมอร์มาตีความใหม่ในแบบที่ทั้งสมจริงและยิ่งใหญ่เหนือจินตนาการ เรื่องราวของโอดิสซิอุส กษัตริย์แห่งอิธากาที่ใช้เวลา 20 ปีในสงครามกรุงทรอยและการเดินทางกลับบ้าน ถูกถ่ายทอดผ่านการแสดงอันทรงพลังของแมตต์ เดมอน ที่พาตัวละครไปยังมุมมืดที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในผลงานที่ผ่านมา แม้โครงสร้างแบบแยกตอนจะทำให้บางช่วงขาด momentum และการเดินเรื่องคู่ขนานระหว่างพ่อลูกยังไม่ลงตัวนัก แต่ประสบการณ์การรับชมในระบบ IMAX กับงานภาพระดับมาสเตอร์พีซ เพลงประกอบของลุดวิก กอแรนส์สัน และฉากแอคชั่นช่วงท้ายที่อัดแน่น ก็ทำให้หนังเรื่องนี้เป็นหนึ่งในผลงานที่ทะเยอทะยานและน่าจดจำที่สุดของโนแลน

User Rating: Be the first one !
Released
2026-07-15
Runtime
173 min
Status
Released
Movie ผจญ บู๊ จินตนาการ Released
TMDB 5.6 /10

เรื่องราวที่ดัดแปลงมาจากบทกวีมหากาพย์ชื่อเดียวกันของ โฮเมอร์ ติดตามเรื่องราวของ โอดิสเซียส​ ในการเดินทางกลับบ้านที่แสนอันตราย หลังจากสงครามโทรจัน เปิดเผยให้เห็นถึงการเผชิญหน้าของเขากับ โพลีฟีมัส, เหล่าไซเรน, เซอร์ซี และสิ้นสุดด้วยการกลับมาพบกับ เพเนโลพี ภรรยาของเขาอีกครั้ง


นักแสดงนำ

แม็ตต์ เดม่อน แม็ตต์ เดม่อน Odysseus
ทอม ฮอลแลนด์ ทอม ฮอลแลนด์ Telemachus
แอนน์ แฮททาเวย์ แอนน์ แฮททาเวย์ Penelope
โรเบิร์ต แพตตินสัน โรเบิร์ต แพตตินสัน Antinous
ลูพีตา ญองอ ลูพีตา ญองอ Helen / Clytemnestra
ชาร์ลีซ เทรัน ชาร์ลีซ เทรัน Calypso
เซ็นเดยา เซ็นเดยา Athena
Benny Safdie Benny Safdie Agamemnon

กดเพื่ออ่านต่อ

PhiRa W.

เป็นนักเขียนอิสระที่หลงใหลในสื่อบันเทิงทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ ซีรีส์ วาไรตี้ และสารคดี ผมชอบที่จะวิเคราะห์และถอดรหัสเนื้อหาเหล่านั้นออกมาในรูปแบบของรีวิวที่เข้าใจง่ายและสนุกสนาน เพื่อแบ่งปันมุมมองและประสบการณ์ให้กับผู้อ่าน

บทความที่เกี่ยวข้อง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Back to top button